อยากทำงานรับเหมาติดตั้งกระจก โครงอะลูมิเนียม มุ้งลวด อยากรู้วิธีวัดและติดตั้ง อยากรู้แหล่งขายวัสดุ ช่องทางและวิธีการติดต่อกับเซลล์  อยากรู้ราคาและคุณภาพของวัสดุแต่ละเกรด รวมถึงเป็นวิศวกรอยากรู้ทันช่างรับเหมา เป็นเจ้าของบ้านอยากรู้ทันช่าง ไม่อยากถูกหลอก ต้องมาเรียนกับเรา ในหลักสูตร อะลูมิเนียม กระจก มุ้งลวด ของมติชนอคาเดมี

อ.ขวัญชัย ป้อทองคำ อาจารย์สอนหลักสูตร อะลูมิเนียม กระจก มุ้งลวด ของมติชนอคาเดมี เผยว่า ปัจจุบันผู้รับเหมา ช่างกระจก อะลูมิเนียม ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด เคยมีลูกศิษย์ที่มาเรียนที่มติชนอคาเดมีบอกว่าพอถึงวันอาทิตย์อยากปิดโทรศัพท์เลย เพราะมีลูกค้าโทรมาจ้างเหมางานไม่ว่างทั้งวัน ลูกศิษย์คนหนึ่งบอกว่าหลังมาเรียน ไปเปิดร้านรับเหมาติดตั้งกระจก โครงอะลูมิเนียม มุ้งลวดได้3ปี ปัจจุบันปลดหนี้ได้ แถมซื้อรถมอเตอร์ไซต์ฮาร์เลย์-เดวิดสันได้อีก1คัน

อ.ขวัญชัย บอกว่า ในหลักสูตรสอนตั้งแต่พื้นฐาน จนถึงประกอบอาชีพ รู้จักเครื่องมือที่ใช้ วัสดุที่ใช้ อย่างอะลูมิเนียมจะมีหลายเกรดหลายราคา วิธีคิดคำนวณในการตีราคา ทั้งค่าวัสดุ ค่าแรง ความยากง่ายไม่เท่ากัน สำหรับคนที่จะลงทุนรับเหมาติดตั้งกระจก อะลูมิเนียม มุ้งลวด มาเรียนคลาสนี้ตีราคารับเหมาไม่ขาดทุนแน่นอน

“รุ่นพี่ผมเป็นวิศวกรโยธาเคยเกิดปัญญา กรณีไม่รู้ว่าอะลูมิเนียมที่ผู้รับเหมาใช้เกรด A ,B,C ตรงตามราคาที่สมควรจ่ายหรือเปล่า ในการรับเหมาราคาแพงหรือถูกมีปัจจัยมาจากอะไร ในการตีราคา ต้องคำนวณจากเกรดวัสดุ รูปแบบความยากง่ายในการติดตั้ง ความเสี่ยงและโอกาสในความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นไม่เท่ากัน ยิ่งเสี่ยงมากอาจต้องคำนวณปริมาณกระจกเพิ่มขึ้นเป็น2เท่า หรือบวกเพิ่มขึ้น 10%”อ.ขวัญชัยเผย

อ.ขวัญชัย บอกว่า ลูกศิษย์ที่มาเรียนที่มติชนอคาเดมี บางคนเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เอาช่างมาเรียน บางคนเป็นเจ้าของโรงแรมมีห้องพักเป็น100ห้อง ก็มาเรียน โดยเอาลูกน้องมาเรียนด้วย หรือบางคนอยากรู้ทันช่าง จะได้มีความรู้ไปต่อรองกับช่างได้ รู้เขารู้เรา รวมถึงวิศวกร ทั้งวิศวกรไฟฟ้า วิศวกรคอมพิวเตอร์ วิศวกรโยธาก็มาเรียนหลายคน ตลอดจนผู้ตรวจของหน่วยราชการก็มาเรียนเพราะต้องตรวจรับงานติดตั้งต่างๆ

“บางคนเคยบอกว่าโดนผู้รับเหมาหลอก เลยมาเรียนเพื่อให้รู้สเป็กและราคาของวัสดุที่ใช้ จะได้รู้ราคาค่าแรงในการรับเหมาด้วย เคยมีลูกศิษย์วัยเกษียณ อายุ60ปีเศษ เป็นระดับด็อกเตอร์มาเรียน จะได้มีความรู้เอาไปคุย ต่อรองกับช่างรับเหมาได้

“นอกจากนี้เอกสารหลักสูตรการเรียนการสอนที่แจกให้กับผู้เข้ารับการอบรมนั้น ผมกล้าการันตีเลยว่าไม่เคยมีใครทำเอกสารชิ้นนี้ได้ดีกว่าที่ผมทำ”อ.ขวัญชัยเผย

หลักสูตร อะลูมิเนียม กระจก มุ้งลวด

สอนโดย อ.ขวัญชัย ป้อทองคำ

วันที่ 27-29 มีนาคม 2563

ราคา 4,900 บาท

สนใจติดต่อ มติชนอคาเดมี

Inbox : Facebook Matichon Academy
Tel : 0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124
Mobile : 08-2993-9097, 08-2993-9105
line : @matichonacademy

เมื่อพูดถึงของกินเล่นสำหรับคนไทย นอกจากสแน็กขนมขบเคี้ยวแล้ว หลายคนนึกถึง “ผลไม้ดอง” หรือ “ผลไม้แช่อิ่ม” รสชาติเปรี้ยวอมหวานจี๊ดจ๊าด กินได้เพลินๆ หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

ผลไม้แช่อิ่ม เป็นการถนอมอาหาร เก็บไว้กินเก็บไว้ขายได้นานเป็นปี ไม่เสีย การทำผลไม้แช่อิ่มขาย จึงเป็นอีกอาชีพน่าสนใจ เป็นการลงทุนที่แทบไม่มีคำว่าขาดทุนเลย

โดยเฉพาะเกษตรกรเจ้าของสวนผลไม้ อย่างสวนมะม่วง มะขาม ฯลฯ ถ้าผลไม้ขายไม่หมด ก็จะเน่าเสียได้ รวมถึงในปีที่ผลผลิตออกมาเยอะ ราคาถูก ขายขาดทุน การนำผลไม้มาทำแช่อิ่มยิ่งเป็นไอเดียเก๋กู้ด ที่สำคัญกำไรเพิ่มเป็นทวีคูณด้วย

อ.ขนิษฐา ชัยชาญกุล อาจารย์สอนหลักสูตรผลไม้แช่อิ่มสูตรธรรมชาติและการค้า ของมติชนอคาเดมี เผยว่า ถึงแม้ขั้นตอนการทำจะไม่ยุ่งยาก แต่การทำออกมาให้กรอบอร่อยรสชาติถูกปากได้นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ก่อนจะลงมือทำต้องทำความเข้าใจหลักการและขั้นตอนการทำให้ดีเสียก่อน อย่างแรกต้องคำนึงถึงปริมาณของวัตถุดิบทุกขั้นตอนให้มีปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ความสะอาดยังถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำของดอง เพราะถ้าหากผลไม้ไม่สะอาด จะทำให้เกิดเชื้อรา ทำให้ผลไม้เน่าเสียทั้งหมด

“ก่อนจะทำการแช่อิ่มได้ ผลไม้จะต้องผ่านการดองเพื่อไล่ความชื้นออกก่อน เพื่อให้สามารถดูดความหวานได้อย่างเต็มที่ การดองผลไม้ มีทั้งแบบใช้เคมีและแบบไม่ใช้เคมี รสชาติและระยะเวลาในการดองจะแตกต่างกันออกไป โดยผลไม้ที่นำมาแปรรูปจะต้องเป็นผลไม้ดิบและแก่เต็มที่เท่านั้น ห้ามนำผลไม้สุกมาดอง ภายหลังหลังจากการแปรรูปแล้วไม่ว่าจะเป็นการดองหรือแช่อิ่ม จะสามารถเก็บไว้ได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยราคาขายจะสูงกว่าผลไม้สดเป็นเท่าตัว และหากขายในห้างราคาจะสูงตามไปด้วย

“คอร์สที่จะมาสอนที่มติชนอคาเดมี เราจะสอนสูตรที่ไม่ใช้เคมี และจะแนะนำวิธีการใช้เคมีควบคู่ไปด้วย รวมถึงบอกทุกขั้นตอนอย่างละเอียดตั้งแต่วิธีการล้างผลไม้ไปจนถึงการแช่อิ่ม ผลไม้ที่จะนำมาสอนนั้นเป็นผลไม้พื้นฐาน 5 อย่างที่สามารถหาทานได้ทั้งปี ได้แก่ มะม่วง มะขาม มะกอก มะดัน กระท้อน”อ.ขนิษฐา เผย และว่า

คนที่มาเรียนจะได้ลงมือทำทั้งการดองและการแช่อิ่มที่ถูกวิธี จะได้ผลไม้ที่รสชาติดี และมีสีสันสวยงาม รวมถึงจะแนะนำวิธีการเข้าถึงแหล่งเกษตรกรสวนผลไม้โดยตรง ซื้อผลไม้ราคาถูก ให้แก่ผู้สนใจที่ไม่ใช่เจ้าของสวน แต่อยากทำผลไม้แช่อิ่มขายด้วย

มติชนอดาเดมี เปิดให้เช่าสถานที่ ในราคาสุดพิเศษแบบ FREE Style ทั้ง ห้องประชุม ลานกิจกรรม ครัวสาธิต รองรับการจัดงานทุกรูปแบบ ทั้งประชุม สัมมนา อบรม งานช่าง งานครัว

✅ ไม่ว่าคุณต้องการจัดสถานที่แบบไหน เราจัดให้ได้ตามใจคุณ

✅ ปรับเปลี่ยนสถานที่ได้หลากหลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์ของงาน

✅ จัดได้ทั้งงานเล็กและงานใหญ่ ในราคาประหยัด

 

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

🔻 พื้นที่ติดแอร์เย็นสบาย

🔻 มีพื้นที่จอดรถ

🔻 ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ในราคาย่อมเยา (ทั้งอาหารเบรค อาหารกลางวัน)

🔻 มีระบบเครื่องเสียงแบบ Full Option ให้เลือกได้

ลานอเนกประสงค์ ขนาด 289 ตร.ม. รองรับ 150 คน ราคา 35,000 บาท/วัน เหลือ 17,500 บาท/วัน

ครัวสาธิต1 ขนาด 51 ตร.ม. รองรับ 24 คน ราคา 7,000 บาท/วัน เหลือ 3,500 บาท/วัน

ครัวสาธิต2 ขนาด 48 ตร.ม. รองรับ 24 คน ราคา 7,000 บาท/วัน เหลือ 3,500 บาท/วัน

ห้องออดิทอเรียม2 ขนาด84 ตร.ม. รองรับ Classroom30คน/Theatre50คน ราคา 7,000 บาท/วัน เหลือ3,500 บาท/วัน

ห้องปฏิบัติการ ขนาด 157 ตร.ม. รองรับ 24 คน ราคา 25,000 บาท/วัน เหลือ12,500บาท/วัน

ห้องทฤษฎี ขนาด 40 ตร.ม. รองรับ 24 คน ราคา 5,000 บาท/วัน เหลือ2,500 บาท/วัน

ครัวเบเกอรี่ ขนาด 60 ตร.ม. รองรับ 16 คน ราคา 15,000 บาท เหลือ 7,500 บาท

บริการเสริม อาหาร+เครื่องดื่ม ราคา 100-350 บาท คอฟฟี่เบรค ราคา 30-150 บาท

💥 ราคานี้ถึงเดือนมีนาคม 2563 นี้เท่านั้น 💥

 

ที่ตั้งศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (Matichon Academy)

🔻 เลขที่ 40/1 ถ.เทศบาลนิมิตใต้ ซ.12 ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

สนใจติดต่อ

☎ Tel : 0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124

📱 Mobile : 08-2993-9097, 08-2993-9105

📧 E-mail : [email protected]

📲 Line : @MatichonAcademy

เมื่อวันที่ 18 มกราคม ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี) หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร มติชนอคาเดมีจัดสอนหลักสูตรก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นรสดีเด็ด by คุณนพ หรือ คุณสิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล ทายาทรุ่นที่สองของร้านก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ด โดยหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรพิเศษเปิดสอนเพียงปีละ 1 ครั้ง และมีผู้สนใจมาเรียนจนแน่นห้องโถงใหญ่ของมติชนอคาเดมี กว่า 80 คน

ในการเรียนการสอน คุณนพ ได้เปิดเผยเทคนิคเคล็ดลับในการทำก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น โดยจุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปที่มีความหอมหวานและหมูตุ๋นที่เปื่อยกำลังดีเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน ด้วยเทคนิคใช้ไฟน้อย แต่ใช้เวลานาน และการเลือกใช้หมูสันคอ ตับสด เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร

รวมถึงเคล็ดลับที่ไม่ต้องหมักหมูให้เสียเวลา แต่ใช้เป็นการอาบน้ำหมู เพื่อดึงรสชาติออกมาให้ได้มากที่สุด แถมยังนุ่ม ไม่มีกลิ่นคาวอย่างน่าอัศจรรย์ อีกทั้งยังแง้มสูตรลับการตุ๋นเนื้อ ตุ๋นไก่ สูตรอร่อยโด่งดังของทางร้านที่ใครๆก็รู้จัก ตลอดจนแนะนำการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จด้วย

โดยผู้เรียนต่างชื่นชมและชื่นชอบในรสชาติและเคล็ดลับวิชาที่ คุณนพ ถ่ายทอด ได้อย่างน่าสนใจ และนำไปทำได้จริง

ปู-รินดา ขจรกิตติศักดิ์ ผู้เข้าอบรม ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวไม่ชอบก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นแต่เมื่อทราบว่าคุณนพมาสอนจึงตามมาเรียนเพราะตัวเองเป็นแฟนพันธุ์แท้ก๋วยเตี๋ยวเนื้อมานานกว่า 30 ปี ส่วนตัวหลงรักจุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ดที่มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ไม่มีสามารถหาได้จากร้านไหน และเมื่อชิมก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นแล้วอร่อยมากกว่าที่คิดไว้จนไม่ทำให้ผิดหวังเลย บรรยากาศการเรียนการสอนก็สนุกสนานสังเกตได้ว่าเพื่อนๆ ถูกใจกับหลักสูตรมากค่ะ

ปู-รินดา ขจรกิตติศักดิ์
เหมียว-ปุริตา นิ่มเนียม
ตี๋-ฐกลพัชร์ ทยาภัทร

ด้าน เหมียว-ปุริตา นิ่มเนียม ผู้เข้าอบรม บอกว่า ส่วนตัวไม่เคยมาเรียนที่มติชนอคาเดมีเลย มาเรียนหลักสูตรก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ดเป็นครั้งแรก และไม่เคยกินก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ด แต่เมื่อชิมแล้วมีรสชาติอร่อยหอมเครื่องเทศไม่ผิดหวังเลยค่ะ

ขณะที่ ตี๋-ฐกลพัชร์ ทยาภัทร ผู้เข้าอบรม เผยว่า มาเรียนที่มติชนอคาเดมีเป็นครั้งแรก สนใจมาเรียนเพราะอยากได้ความรู้เพิ่มเติมไว้เป็นความรู้คู่กาย และเมื่อได้ชิมแล้วรสชาติก็โอเคเพราะเคยไปทานที่ร้านมาแล้ว คิดว่าซิกเนอเจอร์ของทางร้านคือการตุ๋นเนื้อที่มีรสชาติมากกว่าน้ำซุป และครั้งหน้าเมื่อมีหลักสูตรที่ผมสนใจ จะกลับมาเรียนใหม่ครับ

นอกจากคอร์สพิเศษก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ดนี้แล้ว ทางมติชนอคาเดมียังมีคอร์สพิเศษให้เลือกเรียนในแต่ละเดือน สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง www.matichonacademy.com เพจเฟซบุ๊ก Matichon Academy – มติชนอคาเดมี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 08-2993-9097, 08-2993-9105

คณะประชาสัมพันธ์จากเรือนลดา ท่องเที่ยววิถีไทย จ.นนทบุรี อวยพรปีใหม่ มติชนอคาเดมี ที่อาคารสถาบันมติชนอคาเดมี โดยมีสกุณา ประยูรศุข ผู้อำนวยการให้การต้อนรับ เมื่อไม่นาน

[ภาพบรรยากาศ] ทางศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชนได้เดินสายไปสวัสดีปีใหม่ 2562 ทางลูกค้าและสปอนเซอร์ เพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนที่ดีแบบนี้ตลอดไปในทุกๆ ปีนะคะ

กลุ่มบริษัทน้ำตาลไทยรุ่งเรือง (ลิน)
บริษัท เคอรี่ ฟลาวมิลล์ จำกัด (KFM)
บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น จำกัด
บริษัท ยูนิ-ท้อป เทรดดิ้ง (1988) จำกัด (โพลีไบร์ท)
บจก. ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช (น้ำมันพืชกุ๊ก)
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) (ฟาร์มเฮ้าส์)

ร้านก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ด ซอยจุฬาฯ9 ถนนพระราม4  ร้านดังเมนูเด็ดสำหรับคนรักเส้น ขึ้นชื่อความอร่อยทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋นมาตั้งแต่รุ่นพ่อที่เดิมเปิดอยู่ท่าพระจันทร์ ก่อนมาปักหลักที่ซอยจุฬาฯ9

มติชนอคาเดมี เปิดหลักสูตรพิเศษ 1 ปีมีครั้งเดียว กับ ก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ด สอนโดย คุณนพ-สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล ทายาทรุ่นที่ 2 ของร้าน  ที่รับไม้ต่อจากรุ่นพ่อ สอนทำก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น, ไก่ตุ๋น ,พริกน้ำส้ม ฉบับรสดีเด็ด ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน

ที่ผ่านมา ก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ด สร้างชื่อไปไกลถึงต่างแดน เปิดสาขาที่ประเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และกัมพูชา ให้ทั้งชาวไทยในต่างแดนและชาวต่างชาติลิ้มลองความเด็ดแบบต้นฉบับ โดย คุณนพ-สิทธิฉันท์ เป็นหัวเรือใหญ่ในการขยายแฟรนไชส์ในต่างแดน

นับเป็นข่าวดีที่ คุณนพ-สิทธิฉันท์ ตอบรับการมาสอนที่มติชนอคาเดมี ถ้าได้เห็นลีลาสะบัดตะกร้อลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวจะรู้เลยว่าขั้นเทพ

สูตรน้ำซุปที่นี่ เห็นโกยใส่ ตั้งแต่ข่าทุบ กระเทียม รากผักชีโขลกหยาบ อบเชย โป้ยกั๊ก ฮ่วยซัว เก๋ากี้ น้ำตาลปี๊บ หรือ จะใช้น้ำตาลกรวดก็ได้ หากต้องการความหอมหวาน ผงพะโล้ พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย แถมด้วยผงชูรส (ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ แล้วแต่ชอบ)

เมื่อน้ำเดือดได้ที่ก็มาครบทั้งรสและกลิ่นหมูตุ๋นนั้นเปื่อยดี เคล็ดลับใช้ไฟน้อย แต่ต้องนาน ส่วนหมูสดใช้สันคอเท่านั้น ไม่ต้องหมัก ใช้วิธีการลวกแบบ “อาบน้ำหมู” เพื่อดึงรสชาติออกมาให้ถึงที่สุด แถมยังนุ่มอย่างน่าอัศจรรย์

เด็ดสุดท้าย “พริกน้ำส้ม” ออริจินอลของร้านจะใช้แค่พริกขี้หนูสวนแท้ๆ บดใส่ถ้วย แล้วเติมน้ำส้มสายชูหมักจากสับปะรดเท่านั้น

แต่สูตรพริกน้ำส้มที่สอนให้มติชนอคาเดมี ปรับจากดั้งเดิม เพิ่มเติมพริกกะเหรี่ยงและกระเทียม เอาไปคั่วจนฉุน เติมกระเทียมดอง น้ำตาล เกลือ แล้วปั่นให้เข้ากัน ก็ได้พริกน้ำส้มรสเด็ด ใส่ก๋วยเตี๋ยวยังไงก็อร่อย

เป็นเพียงแค่เคล็ดลับความเด็ดส่วนหนึ่งเท่านั้น ทุกกระบวนการยังมีเทคนิค สัดส่วนของวัตถุดิบอีกเพียบ

ใครสนใจเรียน มีสอนวันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2563 นี้ ที่ “มติชนอคาเดมี” ที่เดียว รับรองรู้ทุกเคล็ดลับ ราคา 2,999 บาท

สนใจติดต่อ มติชนอคาเดมี  

Tel : 0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124                            

Mobile : 08-2993-9097, 08-2993-9105

Inbox Facebook : Matichon Academy – มติชนอคาเดมี

line : @matichonacademy

เสียงฝนโปรยปรายเพื่อไล่ความแห้งแล้งที่มาเยือนจากปรากฏการณ์ลานีญาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ทันไรกลับกลายเป็นว่าน้ำที่มาจากฟ้าเอ่อล้นกลายเป็นภาวะ “น้ำท่วมเฉียบพลัน” ในหลายจังหวัดภาคอิสาน หลายคนกังวลกับการเดินทางในช่วงนี้ ว่าจะเป็นอย่างไร สามารถเดินทางไปในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการทัวร์ของมติชนอคาเดมี “ทวารวดี ปะทะ เขมร วัฒนธรรมไฮบริดบนลุ่มน้ำชี” ในจังหวัดชัยภูมิและขอนแก่น พื้นที่หลักของการเดินทางครั้งนี้

ภาพจาก : SCB
ภาพจาก : oer.learn.in.th

ข้อสงสัยและความวิตกกังวลนี้ “ภูเวียง ประคำมินทร์” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์แจกแจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าสถานีอุตุนิยมวิทยาส่วนภูมิภาค  ติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อน “โพดุล” ซึ่งตอนนี้ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น อย่างไรก็ตาม มีพายุดีเปรสชั่นลูกใหม่กำลังมา ซึ่งจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลกระทบอย่างไรต่อประเทศไทย

“ถ้าความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมอยู่และกดอยู่อย่างนี้ พายุในระยะต้นๆ จะเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่เวียดนามและไทย จึงทำให้ฝนตกหนักอย่างที่เห็น แต่เรามองไปถึงวันที่ 5-6 กันยายน 2562 อาจเป็นโชคดีของเราก็ได้ ที่ตอนนี้โพดุลอ่อนกำลังลง เพราะฉะนั้นโอกาสวิ่งเข้ามาไทยวันที่ 4-5 กันยายนยังมีอยู่  แต่หลังจากนั้นวันที่ 5-6 กันยายน อาจจะเงยหน้าและวกกลับไปยังประเทศจีน ซึ่งเราก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น เราค่อนข้างมั่นใจว่าพายุลูกนี้จะมาไม่ถึงเมืองไทย  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผลกระทบ เนื่องจากมันมีขนาดใหญ่จึงคลุมพื้นที่กว้าง    ดังนั้น ส่วนหน้าของพายุได้ล้ำเข้ามาก่อน โดยขอบเขตของมันเข้ามาทางภาคอิสานจึงทำให้มีฝนตกหนัก แต่หลังจากวันที่ 5-6 กันยายนไปแล้ว อิทธิพลของพายุจะลดลง”

อย่างไรก็ตาม หลังจากพายุโซนร้อนโพดุลอ่อนกำลังลง ตามข่าวว่าจะมีพายุลูกใหม่ก่อตัวขึ้นและจะเข้ามาอีก “อธิบดีภูเวียง” กล่าวว่าเลยวันที่ 5-6 กันยายนไปแล้ว ถึงจะรู้ผลว่าพายุลูกใหม่ที่กำลังก่อตัวจะเป็นอย่างไร แต่คิดว่าน่าจะคลี่คลายความรุนแรง เพราะข้อมูลปัจจุบันที่มีอยู่ในมือ พายุอาจจะไปที่จีน ส่วนบ้านเราฝนจะตกต่อเนื่องไปถึงวันที่ 5 กันยายน อย่างไรก็ตาม ก็ต้องจับตาดูพายุลูกใหม่ 2 ลูกที่จะเกิดขึ้น  และฤดูฝนตามปกติคือมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะส่งผลต่อภาคใต้ตะวันตก มี จ.ระนอง ภูเก็ต ที่จะมีฝนมาก  ลมแรงมากขึ้น รวมทั้งระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนอีสานล่าง สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ แม้ฝนจะตกหนักแต่ยังมีพื้นที่สำหรับรับน้ำได้อีกมาก

ภูเวียง ประคำมินทร์ (ภาพจาก : กรมอุตุนิยมวิทยา)

ต่อคำถามว่าในช่วงระยะเวลาต่อจากนี้ คือหลังวันที่ 6 กันยายนเป็นต้นไปต้องระวังจังหวัดใดเป็นพิเศษในภาคอิสาน อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่าเป็นภาคอิสานตะวันออกทั้งหมด ได้แก่ นครพนม สกลนคร  บึงกาฬ  มุกดาหาร  อำนาจเจริญ  ยโสธร  มหาสารคาม  ร้อยเอ็ด  และอุบลราชธานี  และภาคตะวันออก มี จันทบุรี ตราด เขาสมิง เขาสอยดาว อีกกลุ่มคือ ระนอง  พังงา  และภูเก็ตก็อาจจะโดนด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะหมดฤดูฝน มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะมีพายุเข้ามาตรงๆ ในประเทศไทยอีก ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคม แต่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นพื้นที่ทางอิสานล่าง  ภาคกลาง  ภาคตะวันตกแถวกาญจนบุรี และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระนอง พังงา จึงขอให้ประชาชนติดตามรับฟังข่าวสารตลอดเวลา และต้องเป็นข่าวสารที่ออกมาจากทางราชการ เพราะเชื่อถือได้ ส่วนข่าวที่มาจากทางออนไลน์ ขอให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวด้วย

อย่างไรก็ดี  ในจ.ชัยภูมิ และขอนแก่น ที่ทัวร์ ‘ทวารวดี’ ปะทะ ‘เขมร’ วัฒนธรรมไฮบริดต้นลุ่มน้ำชี จะเดินทางไปในวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2562 นี้ ไม่ได้รับผลกระทบจากพายุและน้ำท่วมแต่อย่างใด

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ปฏิบัติการตามรอยพ่อไปชิมได้เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ปิ่นโตเถาเล็กขอยกมือเชียร์แนะนำร้านต้มเครื่องในวัวเจ้าตำนาน ซึ่งคุณชายถนัดศรีเคยแนะนำในคอลัมน์ยุคแรกเมื่อเกือบ 60 ปีที่แล้ว ความจริงพ่อชิมต้มเครื่องในวัวเจ้านี้มาตั้งแต่ยังไม่มีคอลัมน์เชลล์ชวนชิม (เริ่ม พ.ศ.2504) ปัจจุบันใครๆ รู้จักกันในชื่อว่า หม่อง ราชบพิธ (หรือวัดราชบพิธ) ต้มเครื่องในวัว

ร้านนี้ไม่มีป้ายชื่อหน้าร้านให้เป็นที่สังเกต ทางไปร้านให้ตั้งต้นที่ วัดราชบพิธฯ ซึ่งอยู่ถัดจาก กระทรวงมหาดไทย ร้านหม่อง ต้มเครื่องในวัวจะอยู่ในตึกแถวไม้แบบโบราณ 2 คูหา ประตูไม้บานเฟี้ยมริม ถนนราชบพิธ ซึ่งถนนเส้นนี้จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดราชบพิธฯอีกที ซึ่งมี โรงเรียนราชบพิธกับ ศึกษาภัณฑ์ อยู่เยื้องออกไปไม่ไกลด้วย จะจอดรถริมทางก็ได้ (แต่มักจะหายากมาก) หรือไปจอดที่ ศูนย์การค้าดิ โอลด์สยาม หรือ ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ และเดินมาประมาณ 10 นาที ก็สะดวกดี

นายหม่องผู้มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับปิ่นโตเถาเล็ก คือเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 ต่อจากพ่อและอา เมื่อราว 20 ปีก่อนที่ผมมาชิมนั้นยังมีแม่และอาร่วมด้วย ตอนนี้มีแค่คุณหม่องกับภรรยาและลูกน้องอีก 3 คน ช่วยกันทำมือเป็นระวิง

กิจวัตรประจำวันเริ่มต้นตั้งแต่ตี 4 เพื่อมาล้างทำความสะอาด ซึ่งต้มเครื่องในวัวจะเสร็จพร้อมขายตอนประมาณ 8 โมงเช้า พอได้เวลาบรรดาลูกค้าซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้ชายต่างก็มาจับจองที่นั่งกันสลอนจนเต็มร้านไปหมด มีทุกสาขาอาชีพตั้งแต่ตำรวจ ทหาร เด็กส่งเอกสาร คนขับสามล้อ แท็กซี่ ข้าราชการ พ่อค้า ฯลฯ นับได้ว่าเป็นร้านขวัญใจประชาชนโดยแท้ ลูกค้าบางคนก็มานั่งรอกินตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าทีเดียว ซึ่งตอนนี้ทันสมัยมากเพราะที่ร้านรับสั่งอาหารทางไลน์แมนอีกต่างหากด้วย แฟนๆสามารถสั่งอาหารแล้วนั่งสบายอารมณ์รอกินที่บ้านได้เลย

คุณชายถนัดศรีเคยบอกไว้ว่าเครื่องในวัวจะอร่อยชวนกิน อยู่ที่การล้างน้ำเกลือทำความสะอาดเป็นสำคัญ กว่าจะได้ที่นั้นเป็นเรื่องจุกจิกกินเวลามาก ต้องลงมือทำเองทุกอย่าง ครั้นจะล้างแบบสังเขปต้มออกมาก็เหม็นกินไม่ลง เครื่องในต้องสะอาด เคี่ยวเปื่อยพอดีด้วยความชำนาญว่าอย่างไหนควรเคี่ยวนานแค่ไหนจึงจะได้ที่ ไม่ต้มสำรวมไปหมดทุกอย่าง ดังนั้น ร้านเครื่องในวัวจึงร่อยหรอลงไปทีละเจ้า จนกระทั่งเหลือเพียงไม่กี่เจ้า

ซึ่งต้มเครื่องในวัวเจ้านี้ยังครองใจลูกค้าได้นานแสนนานก็เพราะว่ามีเครื่องให้เลือกสารพัด ต้มเปื่อยได้ที่ ไม่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์แม้แต่น้อย ต้องชมเชยผู้รับคำสั่งที่สามารถจำได้หมดว่าใครจะเอาอะไรไม่เอาอะไร โดยไม่ผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ลองคิดดูก็แล้วกันว่าเครื่องในวัวมีเยอะแยะให้จดจำทั้ง เนื้อเปื่อย เอ็น ขอบกระด้ง ดอกจอก ม้าม ไส้เล็ก ไส้ใหญ่ ปอด หลอดคอกรุบๆ สามสิบกลีบ (ส่วนนี้อร่อยมาก) กระเพาะ ตัวเดียวอันเดียว จะไม่มีก็แค่ตับ เนื้อสด หัวใจและผ้าขี้ริ้วเท่านั้น

เท่านี้ยังไม่พอ วันไหนถ้าโชคดีก็จะมี “น้องนาง” อีกด้วย ถ้าอยากรู้ว่าคืออะไรให้ไปถามที่ร้านกันเอาเอง เพียงแต่ขอบอกไว้ว่าถ้าวันไหนมีน้องนางขาย ก็จะขายหมดไปภายในชั่วพริบตาเดียว

สำหรับผู้ชื่นชอบเครื่องใน แนะนำว่าให้สั่งชามพิเศษ 80 บาท สั่งให้ใส่ทุกอย่างไปเลย ชามธรรมดา 50 บาท ไม่พอยาไส้หรอก และถ้าอยากกินสองชามให้สั่งมาคราวเดียวจะได้ไม่ต้องกลับไปตั้งคิวใหม่ให้เสียเวลา ระหว่างที่นั่งคอยก็ให้ผสมน้ำจิ้ม ใส่น้ำส้มพริกเหลืองตำสูตรเก่าแก่ น้ำปลา น้ำตาล และพริกป่น สำหรับเอาไว้จิ้มเครื่องในกินกับข้าวร้อนๆ แล้วซดน้ำแกงตามเข้าไป

 

คุณหม่อง-เจ้าของร้าน
ต้มเครื่องในวัวพิเศษ
กระเทียมต้มกินคู่กับต้มเครื่องในวัว
กระเทียมต้มกินคู่กับต้มเครื่องในวัว

ความดีงามของต้มเครื่องในวัวร้านหม่องอีกอย่างก็คือน้ำซุปใสๆ หอมกลิ่นตะไคร้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีเวลาหั่นฝอยทีละชาม แต่จะต้มลงในหม้อไปเลย และก็มีกระเทียม ข่า ลูกมะกรูดต้มและเผาอีกด้วย ควรขอ กระเทียมต้ม มากินแกล้มกับต้มเครื่องในวัวเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย กินกับข้าวสวยร้อนๆ (5 บาท) ลืมบอกไปว่าที่นี่ยังใช้เตาถ่านต้มเครื่องในวัวจึงร้อนระอุอร่อยเป็นทวีคูณ

ถ้าต้องการกินเครื่องในวัวครบทุกสิ่ง ควรไปแต่เช้า ตอน 8 โมงยิ่งดี แต่ถ้าต้องการให้ต้มเครื่องในวัวน้ำงวดได้ที่ ให้ไปตอน 10 โมงดีที่สุด แต่เวลานั้นของบางอย่างอาจจะหมดแล้วนะจ๊ะ แต่ไม่ควรไปเกิน 11 โมงเช้าก็แล้วกัน มิฉะนั้นอาจจะต้องช่วยเขาปิดร้านแทน ของหมดอดกินเป็นแน่ ข้อควรระวังอีกอย่างก่อนไปร้านนี้ควรเปิดปฏิทินวันพระให้ดี เพราะร้านหม่องเขาหยุดทุกวันอาทิตย์และทุกวันพระใหญ่นะจ๊ะ

หม่อง ราชบพิธ ต้มเครื่องในวัว
(ไม่มีป้ายชื่อร้าน)

โดย คุณพรชัย (หม่อง) ฐิติภาณุเวช

ที่ตั้ง 36-38 ถ.ราชบพิธ แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

โทร 08-1835-1170

เปิดบริการ 08.00-11.00 น. หรือขายจนหมดไม่เกิน 12.00 น. จันทร์-เสาร์

หยุด อาทิตย์ วันพระใหญ่ เทศกาลปีใหม่ สงกรานต์

แนะนำ ต้มเครื่องในวัว

ที่มาอาทิตย์สุขสรรค์ มติชนรายวัน
ผู้เขียนปิ่นโตเถาเล็ก (ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์)

เห็ดหูหนู ฝรั่งตั้งชื่อว่า Ear Fungus ด้วยความที่มันมีรูปร่างคล้ายหูนั่นเอง! ส่วนชาติอื่นก็ตั้งชื่อในความหมายว่า หูหนู เพราะรับมาจากคนจีนเช่นกัน ภาษาจีนเรียกเห็ดหูหนูดำ ว่า โอวหมกยื่อ เป็นเห็ดในตระกูลที่มีเนื้อเป็นวุ้นเช่นเดียวกับเห็ดหูหนูขาว ประชาชนในประเทศจีนมักนิยมกินเห็ดหูหนูกันมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง หรือประมาณ ค.ศ. 618

เครื่องยาจีนตระกูลเห็ด เป็นอาหารเพื่อสุขภาพมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ โดยพ่อครัวเอกในราชสำนัก เป็นผู้คิดค้นสูตรอาหารที่ปรุงใส่สมุนไพรให้กับราชวงศ์ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงและมีอายุยืนยาว ตามหลักการกิน ยารักษาโรค และเมื่อความนิยมอาหารจากเครื่องยาจีนเริ่มแพร่หลาย ประชาชนทั่วไป จึงได้นำมาปรุงเป็นอาหารในครัวเรือน และพัฒนาสูตรต่างๆ ควบคู่กับการรักษาโรคแบบแพทย์จีนแผนโบราณ ทำให้เครื่องยาจีนนั้นมีหลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเป็นวัตถุดิบหาง่าย และมีขั้นตอนในการปรุงไม่ซับซ้อน ปัจจุบันเมื่อผู้คนให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพมากขึ้น เครื่องยาจีนจึงไม่จำกัดอยู่เพียงอาหารประจำชาติของจีนอีกต่อไป

 

ประโยชน์ของเห็ดหูหนู

เห็ดหูหนูมีธาตุเหล็ก คือ ใน 100 กรัม จะมีอยู่ประมาณ 6 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนัก และยังมีแคลเซียมกับฟอสฟอรัสอีกด้วย จึงช่วยบำรุงผิวพรรณได้ดีมาก

เห็ดหูหนู พบในตำรับยาจีนโบราณมานานมากๆ ชาวจีนนิยมนำมาปรุงประกอบเป็นอาหารและยาเพื่อบำบัดอาการต่างๆ ได้แก่ ท้องร่วง โรคริดสีดวงทวาร โรคความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเลือด ห้ามเลือด ช่วยขจัดอาการเลือดคั่ง และบำรุงเลือดทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายลดอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากมีสารอาหารที่สามารถเข้าไปซ่อมแซมร่างกายได้อย่างรวดเร็ว จึงรู้สึกหายจากอาการอ่อนเพลีย และเหมาะกับผู้สูงอายุที่เป็นโรคหัวใจ เนื่องจากสามารถลดปริมาณการเกาะตัวของเกล็ดเลือด

เห็ดหูหนูขาว และ เห็ดหูหนูดำ ถึงจะเป็นเห็ดสายพันธุ์เดียวกัน แต่มีสรรพคุณไม่เหมือนกัน โดย เห็ดหูหนูขาว จะช่วยรักษาเลือดกำเดาไหล ในขณะที่เห็ดหูหนูดำ จะช่วยรักษาริดสีดวงทวารได้

สำหรับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ให้นำเห็ดหูหนูมาต้ม หรือทำเป็นต้มจืด จะกินเฉพาะน้ำซุปก็ได้ และไม่ควรกินเห็ดหูหนูในมื้อเย็นมากเกินไป ควรกินในช่วงเวลากลางวันมากกว่า เพราะเป็นอาหารที่ทำให้เกิดความชุ่มชื้น และมีฤทธิ์ค่อนข้างเย็น จึงอาจส่งผลให้ไม่สบายตัวได้ 

เห็ดหูหนู เมนูเพื่อสุขภาพ

ขึ้นชื่อว่าสุดยอดของเห็ด คงจะไม่มีใครไม่รู้จักเห็ดหูหนู เพราะมีขายอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ตลาดสดไปถึงห้างสรรพสินค้าทั่วไป สามารถนำมาปรุงประกอบอาหารต่างๆ และมีขั้นตอนและวิธีการทำแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอะไรเลย สำหรับการกินเห็ดในตำราจีนบางเล่มยังมีระบุไว้อีกด้วยว่า เป็นอาหารที่ช่วยต่อต้านและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างดี

สำหรับส่วนที่ดีของ เห็ดหูหนู คือ ให้พลังงานต่ำ จึงเหมาะสำหรับนำมาปรุงประกอบอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

เมนูเห็ดหูหนูดำผิดน้ำมัน แค่นี้ก็อร่อยแล้ว
เมนูเห็ดหูหนูดำผิดน้ำมัน แค่นี้ก็อร่อยแล้ว
เห็ดหูหนูที่เจริญเติบโตได้เองในธรรมชาติ ตามขอนไม้ผุในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น
ตัดแต่งเห็ดหูหนูก่อน เพื่อเตรียมส่งพ่อค้าคนกลาง
ตัดแต่งเห็ดหูหนูก่อน เพื่อเตรียมส่งพ่อค้าคนกลาง

เมนูเห็ดหูหนูที่ได้รับความนิยมและเป็นเมนูยอดฮิตที่จะนำมาเสนอ เป็นสูตร ผัดเห็ดหูหนู แบบเสฉวน มีร้านอาหารรักษ์สุขภาพทางภาคเหนือบางร้านแถวๆ เชียงใหม่ จัดเสิร์ฟ เห็ดหูหนูผัดไข่โรยต้นหอม ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และต่อด้วยอาหารคลีน ลาบเห็ด เป็นเมนูเพื่อสุขภาพช่วยในการลดน้ำหนัก

ผัดเห็ดหูหนูเสฉวน (สำหรับ 4 ที่)

คุณค่าทางโภชนาการที่ได้ประกอบด้วย ไขมัน 21.9 กรัม คาร์โบไฮเดรต 12.2 กรัม โปรตีน 6 กรัม  ไฟเบอร์ (กากใย) 1.9 กรัม แคลเซียม 66 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 88 มิลลิกรัม เหล็ก 7.3 มิลลิกรัม วิตามินเอ 981 หน่วย วิตามินบี 20.1 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.2 มิลลิกรัม

ส่วนผสม

เห็ดหูหนูสด 3 ขีด

พริกชี้ฟ้าสดสีแดง (ใช้แต่เนื้อ) 3  เม็ด

เกลือป่น 1 ช้อนชา

น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

ไข่ไก่  3 ฟอง

น้ำมัน ประมาณ 4 ช้อนโต๊ะ

กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วขาว ประมาณ  3 ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมหั่นท่อนยาว 1 นิ้ว  1   ถ้วย

พริกชี้ฟ้าแดงเม็ดใหญ่ (หั่นเส้นหยาบยาวตามเม็ด) 3 เม็ด

วิธีทำ

  1. โขลกพริกแดงกับเกลือป่นให้แหลก นำกระทะตั้งไฟร้อนปานกลาง ใส่น้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยพริกโขลกผัดกับน้ำมันจนพริกหอมสุก
  2. ตอกไข่ไก่ให้แตกลงไปรวนกับน้ำมัน 4 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมเจียวลงคลุกเคล้าให้เข้ากันพักไว้
  3. ล้างเห็ดหูหนูให้สะอาด บีบขยำให้สะเด็ดน้ำ (จะนำมาหั่นฝอยๆ เหมือนผัดหัวไชโป๊หวานก็ได้) ใส่เห็ดหูหนูลงผัดกับพริกแดงที่โขลกกับเกลือป่นไว้แล้ว เติมน้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ตามด้วยไข่ที่ผัดรวนเตรียมไว้ จากนั้นผัดให้ไวๆ ตามด้วยพริกชี้ฟ้าหั่น ต้นหอมหั่น แล้วชิมรสชาติให้ออกหวานน้อยๆ เค็มหน่อยๆ ชิมรสชาติให้พอดีอีกครั้งตามต้องการ แล้วจากนั้นตักใส่จานเสิร์ฟร้อนๆ จะกินกับข้าวสวย หรือกินกับข้าวต้มก็อร่อยเหมือนกัน

ลาบเห็ดหูหนู (อาหารคลีน)

นำเห็ดหูหนูขาว เห็ดหูหนูดำ และเห็ดอื่นๆ ตามชอบ ล้างทำความสะอาด แล้วนำไปลวกในน้ำเดือด จากนั้นพักเห็ดที่ลวกให้สะเด็ดน้ำจนแห้ง

เตรียมชามผสมทำน้ำลาบ เติมซอสปรุงรสหรือซีอิ๊วขาวนิดหน่อย น้ำมะนาว น้ำตาลทรายแดง คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย

นำเห็ดที่พักไว้ลงในชามผสม เติมข้าวคั่วเพิ่มความหอม ตามด้วยพริกสดซอยบางๆ หรือพริกป่นคั่วหอมๆ เผ็ดตามชอบใจ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน

ใส่ผักชีฝรั่ง และหอมแดงหั่น คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง กินคู่กับผักสดอื่นๆ อร่อยดี

เฉพาะในตัวของเห็ดหูหนูเองนั้น จะไม่มีรสชาติใดๆ เลย เมื่อนำมาปรุงประกอบอาหารเราจึงสามารถที่จะเติมเครื่องปรุงรสได้มากขึ้น และหากนำไปต้มน้ำแกงก็จะสามารถดูดรสชาติของน้ำแกงได้ดียิ่งขึ้น

เห็ดหูหนู เป็นทางออกที่ดีของการช่วยดูแลสุขภาพและป้องกันโรคร้ายต่างๆ ได้อีกทางหนึ่ง เพราะเห็ดหูหนูมีคุณค่าของสารอาหารที่มีสรรพคุณทั้งทางยา และมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ซึ่งนับว่าได้เกินกว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับราคา และเห็ดหูหนูยังสามารถเจริญเติบโตได้เองในธรรมชาติ ตามขอนไม้ผุในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น และปัจจุบันยังสามารถเพาะได้โดยทั่วไป ที่สำคัญยังหาซื้อได้ง่ายและมีราคาถูกกว่าเห็ดชนิดอื่นๆ หากท่านได้กินแล้วยังช่วยให้สุขภาพที่ดีย้อนกลับมาเป็นหลายสิบเท่าเลยทีเดียว