ฉบับนี้จู่ๆ ก็มีลาภปากได้ชิมขนมจากเชฟยอดฝีมือที่เดินทางมาทำเค้กสไตล์ญี่ปุ่นให้ลิ้มลองถึงถิ่นเลยค่ะ

เรื่องของเรื่องก็คือ มติชน อคาเดมี กำลังจะเปิดสอนคอร์สขนมใหม่เอี่ยมในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2563 ที่จะถึงนี้ มิตรสหายเลยโทรตามให้มาชิมด้วยกัน

เห็นรูปร่างหน้าตาแล้วต้องรีบควักโทรศัพท์มือถือออกมาแชะๆ ก็เจ้าขนมสองก้อนสุดแสนจะน่ารัก เรียบง่ายสไตล์มินิมอล และน่ากินขนาดนั้นนี่คะ

อย่างแรก คือ “เจแปนีส ชีสเค้ก” หรือ “ชีสเค้กนุ่มสไตล์ญี่ปุ่น” อย่างที่สอง คือ “มัทฉะ อะซูกิ แซนด์วิช ครีมเค้ก” หรือ “ชิฟฟ่อนชาเขียวสอดไส้ถั่วแดงญี่ปุ่นและครีมเค้ก” นั่นเอง

ตัวเจแปนีส ชีสเค้ก เป็นเทรนด์มาหลายปีแล้ว แต่ความนิยมยังไม่หยุดง่ายๆ เราจะเห็นเมนูนี้อยู่ในคาเฟ่แทบทุกแห่ง แล้วแต่จะครีเอตหลากสไตล์ต่างกันไป

สำหรับสูตรที่จะสอนที่มติชน อคาเดมี เป็นชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น คือ มีความนุ่มเนียนกริบ แต่งหน้าเรียบง่ายด้วยผลไม้สดอย่างสตรอเบอรี่ ตัดแบ่งเป็นก้อนเสิร์ฟ ขอบอกว่าตัวนี้ตอนยกออกจากเตาใหม่ๆ ถือส่ายไปมาเนื้อเค้กเด้งดึ๋งๆ ยั่วน้ำลายสุดสุด ล่ะค่ะ

อีกตัวก็ว้าวไม่แพ้กัน “มัทฉะ อะซูกิ แซนด์วิช ครีมเค้ก” สูตรนี้เชฟครีเอตเค้กชิฟฟ่อนให้เป็นทรงสี่เหลี่ยม ปาดครีมเค้กหนาๆ ขั้นกลางด้วยถั่วแดง วางชิฟฟ่อนประกอบอีกด้าน ท็อปปิ้งด้วยผลไม้รสฉ่ำเปรี้ยวหลายชนิด ทั้งส้ม กีวี สตรอเบอรี่ และ ถั่ว

ลำพังเค้กชิฟฟ่อนก็นุ่มแสนนุ่ม ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นและรสชาติชาเขียวเข้มข้น กัดไปเจอความหวานของถั่วแดงและความมันของครีมเค้ก ผสมกับรสเปรี้ยวนิดของผลไม้ ตายๆๆ กินไป 2 ชิ้นรวดไม่รู้ตัวค่ะ

เอาเป็นว่าชอบทั้ง 2 เมนูเลย ดีงามทั้งรสชาติและหน้าตา ใครที่หาคอร์สเบเกอรี่เก๋ๆ แบบนี้อยู่ ก็อยากจะชวนให้มาเรียนกัน เอาไปต่อยอดคาเฟ่ตัวเองก็ได้ หรือ ไว้ทำเป็นงานอดิเรกให้คนที่บ้านกินกันก็เริ่ดค่ะ

กินเสร็จได้คุยกับเชฟพอหอมปากหอมคอ เชฟชื่อ “เชฟโต้ง-วรดนย์ ประสม” อายุ 27 ปี เป็นเชฟหนุ่มไฟแรงเฟร่อร์ โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

เชฟโต้งเป็นเด็กหนุ่มจากเชียงราย พออายุ 15 ปี มีโอกาสเข้ามาอยู่กับอาที่กรุงเทพฯ เพื่อเข้าเรียนอาชีวะ อาถามว่าอยากเรียนอะไรระหว่างช่างตัดผม หรือ ทำอาหาร เชฟโต้งตัดสินใจเรียนด้านอาหาร เพราะคิดว่าเอาไปต่อยอดได้มากกว่า ไปสมัครเรียนที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา หลักสูตรอาหารและโภชนาการ เรียนจนจบ ปวช. ได้โควต้าเข้าเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต คณะโรงเรียนการเรือน อุตสาหกรรมอาหาร

เพิ่งจะอยู่ชั้นปีที่ 1 เทอม 2 เชฟโต้งได้รู้จักกับบรรดาเชฟ TCA (Thailand Culinary Academy) ได้เข้าร่วมทีมเพื่อไปแข่งขันทำอาหารเริ่มจากรายการในประเทศก็ขยับไปต่างประเทศ

เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเรื่อยๆ จากทำอาหารคาว ก็เริ่มทำขนมหวาน ครั้งหนึ่งไปคว้าเหรียญทองแดงการทำขนมมาได้จากผู้แข่งขันหลายสิบประเทศ ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับเชฟโต้งในการทำขนม

เชฟโต้ง-วรดนย์ ประสม

“ตั้งแต่เริ่มแข่งขันก็จะเจอขนมมากขึ้น รู้สึกว่ามันสวย ไม่ร้อนเหมือนทำอาหารคาว ที่หน้าเตาผ่าวร้อนใจเราก็ร้อน แต่พออยู่กับขนมใจเริ่มเย็นลง เรามีความลงดีเทล มีรายละเอียดมากขึ้น” เชฟโต้ง เล่าจุดที่ทำให้มาสนใจทำขนมจริงจัง

แต่ถ้าถามว่าจุดที่พัฒนาฝีมือแบบเห็นได้ชัด คือ หลังจากที่ฝึกงานโรงแรมเสร็จได้มีโอกาสไปทำงานที่ร้านขนมของสองเชฟรุ่นพี่ คือ เชฟนัท และ เชฟพลอย ที่ A Baketime Story เป็นร้านขนมชื่อดังย่านเกษตรนวมินทร์

“ตอนนั้นรุ่นพี่ทาบทามให้ไปทำ เราไปเป็นลูกน้องเขา เป็นคาเฟ่ทำขนมเองหมดเลย ที่นี่เป็นแหล่งความรู้ของเราจริงๆ เพราะว่าเขาสอนทุกอย่าง แต่อยู่ประมาณเกือบ 2 ปี ชอบที่นี่ เขาดูแลเราเป็นน้องเลย แต่มาซักพักที่บ้านถามเราอยากให้ทำงานบริษัท ก็ตัดสินใจเข้าเบทาโกร แต่ก็มองว่าในอนาคตเราอาจจะมีโอกาสได้ร่วมกันอีกก็ได้”

ระหว่างที่ทำงานประจำ เชฟโต้งยังใช้เวลาวันเสาร์-อาทิตย์ในการสอนทำขนม แม้จะเหนื่อยแต่เชฟโต้งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเช่นกัน

“ความยากง่ายของการทำขนม ขึ้นอยู่ที่เบสิกแต่ละคนมากน้อยแค่ไหน และความเข้าใจว่ามีแค่ไหน เราเลยต้องถามตลอดว่าเข้าใจไหมครับ ถ้าไม่เข้าใจก็ต้องพยายามทวนจนเข้าใจขั้นตอนการทำ เช่น เวลาที่คนก็ต้องคน เวลาตีต้องตี พักก็คือพักเก็บไม่ให้โดนอากาศ เพราะจะมีขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ ที่ถ้าเราละเลย หรือ สักแต่จะทำมันไม่ได้ แล้วถ้าสอนคนทำไม่เป็นเลย ก็ต้องใช้อินเนอร์เราบิวท์ให้เขาทำ ก็ใช้พลังเยอะ แต่การพูดเวลาสอนก็มีผลดี คือ มันจะเป็นสกิลติดตัวเรา”

ในยุคสมัยที่ออนไลน์เข้ามามีบทบาทสูง เชฟโต้งก็ยอมรับว่าเคยไปลงเรียนออนไลน์เช่นกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จต้องเอามาปรับเองต่ออีกที เนื่องจากไม่ได้เจอครูโดยตรง เวลาถามใช้การอินบอกซ์ ทำให้มันไม่เต็มที่

“บางอย่างมันถูกกั้น ถูกกั๊กไว้อยู่ ก็มาปรับเอง”

ในฐานะที่เคยอยู่ในแวดวงคาเฟ่ เชฟโต้งยืนยันว่า คาเฟ่ได้กลายเป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นชินไปแล้ว ชาวออฟฟิศนิยมไปนั่งเพื่อผ่อนคลาย ถ่ายรูปลงโซเชียล กลายเป็นเทรนด์ในการไปนั่งคาเฟ่ ยิ่งเจอขนมหน้าตาน่ารัก มีสตอรี่ การไปถ่ายรูปลงโซเชียลมันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง

สุดท้าย เชฟโต้งฝากบอกว่า เมนูสองอย่างนี้เหมาะกับทุกกลุ่ม จะนำไปทำเป็นงานอดิเรกก็ได้ หรือถ้าทำคาเฟ่อยู่แล้ว สามารถเอาไปต่อยอดได้เลย มาเรียนในชั้นเรียนรับรองว่าเข้าใจ และ ได้รับความเพลิดเพลินแน่นอน

ใครที่สนใจแล้ว ติดต่อเลยที่ มติชน อคาเดมี โทร 0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124 มือถือ 08-2993-9097, 08-2993-9105 หรือ Inbox Facebook : คลิกที่นี่ m.me/Matichon.Academy.Thailand หรือ line : @matichonacademy คลิก https://line.me/R/ti/p/%40matichonacademy

 

 

 

ที่มาอาทิตย์สุขสรรค์ มติชนรายวัน
ผู้เขียนชม นำพา pouwa14@hotmail.com

การเติบโตของธุรกิจอาหารในกรุงเทพฯ ซึ่งจัดว่าเป็นเมืองที่รวบรวมอาหารการกินไว้มากที่สุด มีตั้งแต่ร้านรถเข็นเล็กๆ ไปจนถึงระดับเหลาบนภัตราคารหรู แต่ถ้าให้พูดถึงธุรกิจอาหารที่ตอบโจทย์ในยุคปัจจุบัน ธุรกิจอาหารประเภท Food Truck (ฟู้ดทรัค) จัดเป็นทางเลือกหนึ่ง ลงทุนไม่มาก สามารถตกแต่งให้มีสไตล์ได้หลากหลายรูปแบบ

มติชนอคาเดมี มีตัวอย่างผู้ประกอบธุรกิจ Food Truck ที่ประสบความสำเร็จ และเป็นวิทยากรของมติชนอคาเดมีด้วย  คุณนวลปรางค์ วรรณพงศ์ (พี่เปิ้ล) เจ้าของร้าน อิ่มหมี ฟู้ดทรัค (immeefoodtruck) อาจารย์สอนหลักสูตร ยำข้าวแหนม ที่ใครๆต่างยอมรับในรสมือแซ่บจัดจ้านโดนใจ

คุณนวลปรางค์ บอกว่า ร้าน อิ่มหมี ฟู้ดทรัค (immeefoodtruck) เดิมทำเมนูยำแหนมขายอยู่พักใหญ่ แต่ช่วงหลังลูกค้าชื่นชอบเมนูอาหารญี่ปุ่น มาเป็นขาประจำเมนูข้าวหน้าเนื้อและข้าวแกงกะหรี่ จำนวนค่อนข้างมาก ทำให้เราหันมาลองทำเมนูนี้เป็นจานหลัก ก็ดีมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนยำข้าวแหนม เราจะเน้นไปที่การรับเหมาไปขายในแต่ละงานมากกว่า ซึ่งยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน ทำให้เรารู้สึกเสียดายและอยากจะนำเทคนิค-เคล็ดลับในการทำยำข้าวแหนม มาถ่ายทอดให้กับผู้เรียนทุกคนได้นำไปต่อยอดสร้างอาชีพได้ในอนาคต

“ จริงๆ แล้วเมนูนี้คุณแม่ทำขายมาตั้งแต่เราเรียนหนังสือ เราจะต้องช่วยแม่ทำขายทุกวันจนชำนาญและกลายเป็นความรู้ในด้านการทำแหนม, การทำข้าวทอด แต่ละขั้นตอนเราต้องเข้าไปช่วยแม่ทำทั้งหมด จึงทำให้ได้ความรู้ติดตัวเรามาจนถึงทุกวันนี้  จนถึงวันหนึ่งหลังจากทำงานประจำที่ออฟฟิศมาได้ซักระยะ ก็เกิดแนวคิดที่ว่า หากจะประกอบอาชีพค้าขายอาหาร เมนูยำข้าวแหนม น่าจะตอบโจทย์เรามากที่สุด เพราะเราคุ้นเคยกับเมนูนี้มาตั้งแต่เด็กๆ โดยสูตรของคุณแม่เป็นสูตรอร่อย ขายดีมีลูกค้าประจำชื่นชอบ สามารถนำไปทำขายได้เลย และเป็นเมนูทำง่ายขายคล่อง สามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย ในราคาที่สามารถจับต้องได้”

หัวใจความอร่อยของยำข้าวแหนม  เริ่มจากวัตถุดิบหลัก2อย่าง แหนม และ ข้าวทอด  โดยเน้นการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพมาใช้ในการปรุง ทั้งในส่วนของเครื่องปรุงในการทำแหนม เราเน้นของมีคุณภาพจริงๆ ส่วนการทำข้าวทอดนั้น เราเลือกใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพ และมีสูตรการปรุงที่ทำให้รสชาติคงที่ ทำออกมากี่ครั้งก็ยังได้รสชาติเดิม ดังนั้นทุกครั้งที่เราขายเมนูนี้ จึงไม่ต้องกังวล แม้ว่าเราไม่ได้ปรุงเอง รสชาติของเมนูยำข้าวแหนม จะยังคงอร่อยเหมือนเดิม ด้วยสูตรการปรุงที่มีมาตรฐานควบคู่ไปกับวัตถุดิบคุณภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่า คนที่ได้สูตรจากเราไปสามารถทำเมนูยำข้าวแหนมได้อร่อยเหมือนสูตรที่คุณแม่เราทำอย่างแน่นอน

สำหรับรายได้จากการทำยำแหนมขาย  ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับทำเลด้วยนะคะ เราเคยขายได้ยอดขายสูงสุดประมาณ 4,000 บาท ภายในระยะเวลาแค่ 4 ชั่วโมง เราก็ขายตามตลาดนัดทั่วไปที่มีกลุ่มลูกค้านิยมจับจ่ายซื้ออาหารนี่ล่ะ เป็นตลาดนัดช่วงเย็นเวลา 19.00 – 21.00 น. เฉลี่ยแล้วได้ประมาณ 60-80 จาน ส่วนการตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับเราเอง อย่างทั่วไปตั้งราคาขายที่ 35-50 บาท โดยมีต้นทุนต่อจานประมาณ 22 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาวัตถุดิบในแต่ละช่วงฤดูกาล  และปริมาณที่เราจะเสิร์ฟในแต่ละจานด้วย

ส่วนการปรุงรสชาติยำแหนมให้ อร่อยนั้น เป็นเทคนิคเฉพาะตัวมากกว่าขึ้นอยู่กับลูกค้าแต่ละคนว่าชอบรสชาติแบบไหน บางคนชอบทานเผ็ด หรือบางคนชอบทานรสเปรี้ยว เราก็ต้องปรุงรสชาติตามใจลูกค้า  ที่สำคัญ คือ ทุกจานต้องตั้งใจทำ พัฒนาฝีมือการปรุงรสชาติให้คงที่ ต้องรักษาคุณภาพของวัตถุดิบให้ได้มาตรฐานทุกครั้ง จะทำให้เมนูยำแหนมมีรสชาติอร่อยได้ไม่ยากคะ

สำหรับคนที่จะมาเรียนในคอร์สนี้ทุกคนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำแหนมหมู เทคนิคการทำแหนมเนื้อ ส่วนคนที่อยากทำเมนูแหนมเพื่อสุขภาพ เราก็มีสูตรการทำแหนมเห็ดให้ อีกด้วย เรียกได้ว่าครอบคลุมสำหรับผู้บริโภคหลากหลายประเภทเลยทีเดียว

 

อีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้เลย คือ เราสอนการทำข้าวทอด  โดยสอนตั้งแต่การเลือกประเภทข้าวที่จะนำมาหุง , เทคนิคการหุงข้าวไม่ให้แฉะ ร่วนกำลังพอดีเหมาะสำหรับคลุกกับส่วนผสมในการยำแหนม นอกจากนี้เรายังสอนวิธีการทำแป้งทอดกรอบ อันนี้ถือเป็นส่วนเสริมอรรถรสความอร่อยให้ยำแหนมมากยิ่งขึ้น เวลากินจะได้ความกรอบของแป้งทอดเข้าไปเสริม เรียกได้ว่า คำแรก..ไปจนถึงคำสุดท้าย คุณจะได้ความกรอบแซ่บอย่างลงตัว

นอกจากนี้เรายังเสริมในส่วนของเทคนิคการขายและการตลาด, การคิดคำณวนต้นทุน-กำไร ต้องบอกว่า ธุรกิจนี้สามารถทำกำไรให้ผู้ขายได้มากถึง 50% ลงทุนไม่มาก แต่กำไรหนักมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของผู้ขายด้วย ต้องมีจุดขายที่แปลกแตกต่าง สามารถเข้ากับวัฒนธรรมการกินของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ถึงจะประสบความสำเร็จในการค้าขายในยุคปัจจุบัน

อยากบอกว่ามาเรียนเถอะ คุณจะได้ความรู้จากไปอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน นำไปประกอบอาชีพได้  ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการค้าขายที่แตกต่างออกไป บางคนเรียนการทำก๋วยเตี๋ยว, อาหารตามสั่ง หรืออื่นๆ ที่มีคนทำขายมากอยู่แล้ว ลองแหวกแนวมาเรียนการทำยำแหนมดู จะได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ ไปประกอบอาชีพค้าขายอาหารที่แตกต่าง

“จะทำอาหารอะไรให้อร่อยก็แล้วแต่ คุณต้องตั้งใจทำและทำให้เต็มที่ ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพพนักงานออฟฟิศ หรือจะเป็นเจ้าของธุรกิจ พ่อค้า-แม่ขาย ทุกวิชาชีพล้วนต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และฝึกฝนพัฒนาตัวเองตลอดเวลา จึงจะประสบความสำเร็จในการทำวิชาชีพต่างๆ ได้ไม่ยาก”

สำหรับ คนที่สนใจเรียนหลักสูตร ยำข้าวแหนม โดย คุณนวลปรางค์ วรรณพงศ์ (พี่เปิ้ล) เจ้าของร้าน อิ่มหมี ฟู้ดทรัค (immeefoodtruck) มติชนอคาเดมี เปิดสอนวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

ติดต่อสอบถามหรือสำรองที่นั่ง ได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี)

โทร (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124  

(082) 993-9097, (082) 993-9105

Inbox Facebook : Matichon Academy – มติชนอคาเดมี

line : @matichonacademy

โจ๊กถือเป็นหนึ่งในอาหารที่เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี มีสารอาหารที่ให้พลังงานในตอนเช้าได้อย่างดีเยี่ยม

ในกรุงเทพฯมีร้านโจ๊กชื่อดังหลายแห่ง แต่ที่เก่าแก่และคงความอร่อยมายาวนานกว่า 60 ปี ต้องยกให้ “โจ๊กสามย่าน” ค่ะ

ร้านดั้งเดิมอยู่ที่จามจุรีสแควร์ ก่อนจะขยายสาขามาที่ จุฬาฯ ซอย 11 และล่าสุดที่ สาขาถนนบรรทัดทอง ควบคุมดูแลโดยทายาทรุ่นที่ 3 คุณโจ้-พีรพงษ์ คล่องปรัชญา วัย 42 ปี

ชื่อเสียงโจ๊กสามย่านน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ด้วยรสชาติกลมกล่อม ข้าวมีกลิ่นหอมหวน และ เครื่องเคียงไซซ์บิ๊กๆ ใครได้กินติดใจทุกราย

แม้จะผ่านมากว่า 60 ปีกว่า ถึงวันนี้อากงอาม่าขาประจำก็ยังยกนิ้วให้ถึงรสชาติที่ยังคงเดิมเด๊ะ เพราะนี่คือมาตรฐานที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เด็ดขาด แต่ที่ปรับไปตามยุคสมัยก็คือเครื่องเคียงต่างๆ นั่นเอง 

เมนูปัจจุบันมีตั้งแต่ โจ๊กธรรมดา 40 บาท ใส่ไข่ 45 บาท โจ๊กพิเศษ 50 บาท ใส่ไข่ 55 บาท โจ๊กไข่เยี่ยวม้า 50 บาท พิเศษ 60 บาท โจ๊กไข่เค็ม 50 บาท พิเศษ 60 บาท ปาท่องโก๋ 5 บาท

ไฮไลต์ของโจ๊กสามย่าน แน่นอนคือ ข้าว มีความหอมและยังมีเท็กซ์เจอร์ความเป็นข้าวอยู่ ไม่เหนียวข้นจนเกินไป เนื้อหมูที่นำมาบดใช้เนื้อสันในอย่างดีที่ปรุงรสหมักไว้ข้ามคืน ทำให้นุ่มและมีรสชาติกลมกล่อม ส่วนไส้ทั้งนุ่มและอร่อย เพราะใช้วิธีตุ๋นแล้วปล่อยให้เย็นค้างในหม้อเพื่อให้น้ำตุ๋นซึมซาบเข้าไปถึงเครื่อง

ได้นั่งคุยกับเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 ที่วันนี้มากุมบังเหียนด้วยตัวเองที่สาขาถนนบรรทัดทอง

คุณโจ้ย้อนอดีตโจ๊กสามย่านให้ฟังว่า ตั้งแต่จำความได้ สมัยก่อนอากงใช้เตาถ่านหม้อใหญ่ๆ ใช้ไม้พายยืนกวนเป็นชั่วโมงๆ ตอนนั้นมีคุณแม่และพี่น้องคุณแม่อีกสองสามคนช่วยกันทำ ส่วนตนเองตอนเป็นเด็ก ได้มาช่วยเก็บเงิน เสิร์ฟน้ำ เสิร์ฟโจ๊กบ้าง มาได้เรียนรู้งานเต็มตัวตอนที่มาช่วยทำร้านสาขาจุฬาฯ ซอย 11 และได้มาเปิดเองที่ถนนบรรทัดทองเมื่อ 2 ปีที่แล้ว นอกจากนี้ก็จะมีร้านที่น้องชายเอาไปเปิดที่ ลาดพร้าวและโชคชัย 4 อีก

“จริงๆ ผมจบตกแต่งภายในมานะครับ แล้วก็มาเรียนต่อปริญญาตรีการเมืองการปกครอง รามคำแหง ว่าจะเล่นการเมืองซักหน่อย (หัวเราะ) คือ ผมจบตกแต่งภายในมา ไปทำงานแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ทาง ตอนเรียนอาจจะรู้สึกว่ามันเท่ดี เด็กอาร์ต พอมาทำงานจริงๆ มันไม่ใช่ ก็เลยตัดสินใจมาทำอาชีพของที่บ้านดีกว่า แล้วผมไม่ชอบเป็นลูกน้องใครด้วย”

ความยากของการมาทำร้านที่สั่งสมชื่อเสียงมานาน คุณโจ้บอกว่า สำคัญสุดคือคุณภาพ เราต้องพิสูจน์ให้ได้ เพราะวันนี้เปลี่ยนแปลงนิดเดียวคนก็รู้สึก แม้แต่การเปิดสาขาใหม่ ลูกค้ายังลังเล เพราะเขากลัวรสจะเปลี่ยน เป็นหน้าที่เราต้องพิสูจน์ เพราะที่จริงแล้วเรื่องวัตถุดิบเราใช้แบบเดียวกันทั้งหมด

ทุกวันนี้ร้านโจ๊กสามย่าน สาขาถนนบรรทัดทองมีลูกน้องราว 10-15 คน ในแต่ละวันจะขายสองช่วงเวลา คือ เช้ากับเย็น

“คนจะต้มโจ๊กต้องลงมาก่อน 2 ชั่วโมง ร้านเราเปิดตี 5 ดังนั้นตี 3 ต้องลงมาแล้ว เวลาต้มโจ๊กก็จะเคี่ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าข้าวจะแตก แต่บางร้านเอาไปบดก่อนถึงเอามาต้ม แต่เราไม่ทำแบบนั้น ส่วนเครื่องเคราเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนเย็นของอีกวัน ต้มเครื่องใน เช้ามาหั่นขาย เราขายจนถึง 10 โมงก็พัก เตรียมเปิดช่วงเย็น คือ บ่ายสามครึ่งถึงสี่ทุ่ม ก็ต้องต้มโจ๊กอีกทีตอนบ่ายโมง ลูกค้าที่มากินมีทุกวัยตั้งแต่เด็กไปถึงคนแก่”

คุณโจ้เล่าว่า บางช่วงลูกค้าจะได้ชิมข้าวออร์แกนิคที่อร่อยมาก เป็นข้าวเพลงรักที่รุ่นน้องไปปลูกไว้แบบออร์แกนิค ที่ จ.สุพรรณบุรี คุณสมบัติข้าวจะหอมและนุ่มมาก แต่กำลังการผลิตไม่พอส่ง เราต้องรอเป็นรอบๆ ระหว่างนั้นก็จะใช้ข้าวหอมมะลิเกรดเอ แต่ถ้าข้าวเพลงรักเข้ามาเราก็จะประกาศออนไลน์ให้คนรู้

อีกเรื่องความพิถีพิถัน คือ การเลือกใช้หมูเนื้อสันใน เครื่องในก็จะตุ๋นให้เย็นค้างหม้อเพื่อให้ซึมซาบเข้าไปในเนื้อ ไข่เค็มก็จะมีสั่งเจ้าประจำที่รู้ระดับความเค็มเล็กน้อยเท่านั้น

สำหรับคนที่อยากลิ้มลองโจ๊กสามย่าน ถ้าไม่สะดวกเดินทางก็สามารถสั่งเก็ต แกร็บ และ ไลน์แมนได้แล้ว

ได้มีโอกาสพูดคุยกับทายาทโจ๊กสามย่านครั้งนี้ถือว่าพิเศษจริงๆ ค่ะ เพราะคุณโจ้ตกปากรับคำกับทีมงานของ “มติชน อคาเดมี” ที่จะมาสอนการต้มโจ๊กสูตรโจ๊กสามย่านเป็นมั่นเหมาะแล้ว

คุณโจ้บอกว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจในยามนี้ การสอนวิชาให้ทำมาหากินเป็นเรื่องที่อยากจะทำ โดยการมาสอนสูตรการต้มโจ๊กแบบฉบับ “โจ๊กสามย่าน” ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ วิธีการต้มและการปรุงรสชาติรับรองว่าเหมือนกันเด๊ะๆ พร้อมแนะเทคนิคต่างๆ เพื่อให้แต่ละคนนำไปปรับให้เป็นโจ๊กตามแบบฉบับของใครของมัน พร้อมวิธีลวกไข่ออนเซ็นอีกด้วย

ใครสนใจเรียน คอร์สนี้เปิดสอนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00-13.00 น. ในราคา 2,990 บาทเท่านั้น ได้ยินว่าครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ

เอาเป็นว่าใครยังไม่เคยชิมโจ๊กสามย่าน ปักหมุดจีพีเอสตามไปรับประทานกันได้ แต่ถ้าใครสนใจเรียน “โจ๊กสามย่าน” ติดต่อ มติชนอคาเดมี โทร 0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124 มือถือ : 08-2993-9097, 08-2993-9105 ในเวลาทำการค่ะ

ที่มาอาทิตย์สุขสรรค์ มติชนรายวัน
ผู้เขียนชม นำพา pouwa14@hotmail.com
โจ้-พีรพงษ์ คล่องปรัชญา
โจ้-พีรพงษ์ คล่องปรัชญา

ร้านก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ด ซอยจุฬาฯ9 ถนนพระราม4  ร้านดังเมนูเด็ดสำหรับคนรักเส้น ขึ้นชื่อความอร่อยทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋นมาตั้งแต่รุ่นพ่อที่เดิมเปิดอยู่ท่าพระจันทร์ ก่อนมาปักหลักที่ซอยจุฬาฯ9

มติชนอคาเดมี เปิดหลักสูตรพิเศษ 1 ปีมีครั้งเดียว กับ ก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ด สอนโดย คุณนพ-สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล ทายาทรุ่นที่ 2 ของร้าน  ที่รับไม้ต่อจากรุ่นพ่อ สอนทำก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น, ไก่ตุ๋น ,พริกน้ำส้ม ฉบับรสดีเด็ด ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน

ที่ผ่านมา ก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ด สร้างชื่อไปไกลถึงต่างแดน เปิดสาขาที่ประเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และกัมพูชา ให้ทั้งชาวไทยในต่างแดนและชาวต่างชาติลิ้มลองความเด็ดแบบต้นฉบับ โดย คุณนพ-สิทธิฉันท์ เป็นหัวเรือใหญ่ในการขยายแฟรนไชส์ในต่างแดน

นับเป็นข่าวดีที่ คุณนพ-สิทธิฉันท์ ตอบรับการมาสอนที่มติชนอคาเดมี ถ้าได้เห็นลีลาสะบัดตะกร้อลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวจะรู้เลยว่าขั้นเทพ

สูตรน้ำซุปที่นี่ เห็นโกยใส่ ตั้งแต่ข่าทุบ กระเทียม รากผักชีโขลกหยาบ อบเชย โป้ยกั๊ก ฮ่วยซัว เก๋ากี้ น้ำตาลปี๊บ หรือ จะใช้น้ำตาลกรวดก็ได้ หากต้องการความหอมหวาน ผงพะโล้ พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย แถมด้วยผงชูรส (ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ แล้วแต่ชอบ)

เมื่อน้ำเดือดได้ที่ก็มาครบทั้งรสและกลิ่นหมูตุ๋นนั้นเปื่อยดี เคล็ดลับใช้ไฟน้อย แต่ต้องนาน ส่วนหมูสดใช้สันคอเท่านั้น ไม่ต้องหมัก ใช้วิธีการลวกแบบ “อาบน้ำหมู” เพื่อดึงรสชาติออกมาให้ถึงที่สุด แถมยังนุ่มอย่างน่าอัศจรรย์

เด็ดสุดท้าย “พริกน้ำส้ม” ออริจินอลของร้านจะใช้แค่พริกขี้หนูสวนแท้ๆ บดใส่ถ้วย แล้วเติมน้ำส้มสายชูหมักจากสับปะรดเท่านั้น

แต่สูตรพริกน้ำส้มที่สอนให้มติชนอคาเดมี ปรับจากดั้งเดิม เพิ่มเติมพริกกะเหรี่ยงและกระเทียม เอาไปคั่วจนฉุน เติมกระเทียมดอง น้ำตาล เกลือ แล้วปั่นให้เข้ากัน ก็ได้พริกน้ำส้มรสเด็ด ใส่ก๋วยเตี๋ยวยังไงก็อร่อย

เป็นเพียงแค่เคล็ดลับความเด็ดส่วนหนึ่งเท่านั้น ทุกกระบวนการยังมีเทคนิค สัดส่วนของวัตถุดิบอีกเพียบ

ใครสนใจเรียน มีสอนวันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2563 นี้ ที่ “มติชนอคาเดมี” ที่เดียว รับรองรู้ทุกเคล็ดลับ ราคา 2,999 บาท

สนใจติดต่อ มติชนอคาเดมี  

Tel : 0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124                            

Mobile : 08-2993-9097, 08-2993-9105

Inbox Facebook : Matichon Academy – มติชนอคาเดมี

line : @matichonacademy

หันไปทางไหนในเวลานี้ก็ต้องเจอกับบรรยากาศแห่งความสุข สนุกสนาน กับเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับใหม่ที่กำลังจะมาถึง บรรยากาศแบบนี้พบเจอใครเป็นต้องชวนกันไปเที่ยวไปกิน พลอยทำให้บรรดาร้านอาหารคึกคักตามไปด้วย

พูดถึงร้านอาหาร ในโอกาสส่งท้ายปีอยากจะขอพูดถึง “มติชน อคาเดมี” ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน หน่วยงานในเครือบริษัทมติชน ที่เปิดดำเนินงานมากว่า 41 ปีแล้ว

ที่นี่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เปิดขึ้นมาเพื่อให้อาชีพ โดยเฉพาะความรู้เรื่องการทำอาหาร หลายคนมาเรียนแล้วไปเปิดร้านประสบความสำเร็จขายดิบขายดี

ความโดดเด่นของมติชน อคาเดมี คือ การสร้างอาชีพ ให้ความรู้เรื่องการทำอาหารในระยะเวลาอันสั้น และคุณภาพที่เกินราคา

มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของ “มติชน อคาเดมี” ถึงได้รู้ว่า ในแต่ละปีมีผู้สนใจเรียนทำอาหารเยอะขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นกับข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนม เครื่องดื่ม ไปจนถึงหลักสูตรเก๋ๆ อย่าง “ฟู้ด สไตลิสต์”

ที่ฮอตตลอดกาล ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ “ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา” (2,140 บาท) โดย อ.โอฬาร ศรีสวรรค์ เจ้าของสูตรที่ได้รับตกทอดตั้งแต่บรรพบุรุษ อ.ผักไห่ จ.อยุธยา ดินแดนแห่งก๋วยเตี๋ยวเรือ

สูตรนี้มีดีที่น้ำซุปกลมกล่อม การหมักหมู และเนื้อให้นุ่ม ขายดิบขายดี จุดเด่นที่ใครก็ต้องมาเรียน คือ นอกจากสอนหมดเปลือก ทุกเคล็ดลับแล้ว ยังติวการเปิดร้านให้ด้วย พร้อมของแถมพิเศษถูกใจหลายคน คือ เทคนิคการทำกากหมูเจียวกรอบนาน

ต่อมา “บะหมี่หัวโต” (2,140 บาท) ร้านบะหมี่ชื่อดังตลาดศรีย่าน ใครเคยไปกินก็จะรู้ว่าคนเข้าร้านไม่ขาดสาย เสน่ห์ของบะหมี่ที่นี่คือ เส้นทำเอง นวดด้วยมือ ไม่ใส่วัตถุกันเสีย เส้นจะกลมใหญ่ เคี้ยวมัน กินอร่อย

นอกจากนี้ยังสอนวิธีปรุงน้ำซุป ทำเกี๊ยวหมูรสเด็ด สูตรเฉพาะ ใครได้วิชาบะหมี่หัวโตไป รับรองว่าค้าขายไม่มีคำว่าจน


บะหมี่หัวโต

เปิดเมื่อไหร่คนเต็มเมื่อนั้นอีกคอร์ส คือ “ก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ด” โดย อ.นพ-สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล ทายาทรุ่น 2 ก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ด ซอยจุฬาฯ 9 พระราม 4 ที่มาเผยทุกเคล็ดลับ อร่อยเด็ดจริงจังสมชื่อ

อีกวิชาที่ขายเลี้ยงชีพได้ตลอดกาล คือ “ราดหน้าขั้นเทพ” โดย เชฟบุ๊ค อ.บุญสมิทธ์ พุกกะณะสุต เชฟหนุ่มชื่อดังที่มาสอนสูตรลับเฉพาะตัว ตั้งแต่หมูหมักนุ่มอร่อย เทคนิคการผัดเส้นให้มีกลิ่นหอมกระทะ วิธีทำหัวเชื้อน้ำราดหน้า แนะนำวัตถุดิบคุณภาพดีในราคาถูก แนะนำเทคนิคการประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ บอกเลยว่าเรียนเสร็จฝึกมืออีกนิดก็เปิดร้านได้เลย


ไส้กรอกเยอรมัน

คอไส้กรอกโฮมเมด เจอคอร์สนี้ต้องจี๊ด “ไส้กรอกสไตล์เยอรมัน” เพราะได้เชฟระดับประเทศ เชฟจารึก ศรีอรุณ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารยุโรป มาเปิดเทคนิคการทำไส้กรอกสไตล์เยอรมัน 4 อย่าง ตั้งแต่ไส้กรอกหมู ไส้กรอกไก่ ไส้กรอกชีสหมู และไส้กรอกพริกไทยสด ที่ใครได้ลองจะประทับใจไม่รู้ลืมเลย นอกจากไส้กรอก เชฟจารึกยังมีอีกคอร์สสอน “พิซซ่าโฮมเมด” แสนอร่อยอีกด้วย

มาถึงอีกหลักสูตร “สุดยอดน้ำยำทำอะไรก็อร่อย” โดย เชฟน้อย-สุรศักดิ์ คงสวัสดิ์ ระดับชาติอีกคนหนึ่ง เป็นที่รู้กันว่าการน้ำยำนั้นปราบเซียน ทำให้ครบรสกลมกล่อมและแซ่บนั้นไม่ง่าย แต่คอร์สนี้ได้รับเสียงชมสนั่นทุกรอบที่สอน เอาเป็นว่าใครอยากท้าพิสูจน์ ขอเชิญลงเรียนที่มติชน อคาเดมี ได้ทุกเมื่อ

ส่วนสายสตรีท ต้อง “หมูทอดเจียงฮาย” ของ อ.สุรีย์ แก้วพิลา เจ้าของร้านตรงสถานีบีทีเอสบางหว้า หมูทอดร้านนี้ขายดิบขายดีทุกเช้า อ.สุรีย์ ตบปากรับคำมาสอนที่มติชน อคาเดมี ในการถ่ายทอดวิชาอย่างหมดเปลือก ตั้งแต่การนึ่งข้าวเหนียว การเลือกหมู การหมัก การทอด รวมไปถึงแนะนำการบรรจุภัณฑ์เพื่อการขาย ใครได้เคล็ดลับไปบอกเลยว่าสบายหายห่วง

มาถึง “ของหวาน” ที่ฮิตมากต้องยกให้ “ข้าวเหนียวมูลคุณพะเยาว์” รสชาติอร่อยละมุนลิ้น จาก ป้าเยาว์ขนมหวานเจ้าดังเมืองนนท์ คนเรียนก็รับความรู้กันไปเต็มๆ ตามประสบการณ์ และ วัยของป้าเยาว์ที่บัดนี้ 66 ปีแล้ว

ทุกวันนี้ขนมไทยอร่อยจริงๆ หากินไม่ง่าย ใครรักใครชอบมาเรียนไว้ไม่มีโทษ มีแต่คุณ เป็นวิชาติดตัวอาจได้ใช้ในภายภาคหน้า


ข้าวเหนียวมูลคุณพะเยาว์


food stylist


ก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ด

ขณะที่คอร์สใหม่ๆ อย่าง “ฟู้ด สไตลิสต์” สอนโดย เชฟ “ประชัน วงศ์อุทัยพันธ์” เชฟใหญ่แห่ง โรงแรมอโนมา เชี่ยวชาญอาหารยุโรป และฝีมือฉกาจด้านฟู้ด สไตลิสต์ ก็ได้รับเสียงตอบรับจากผู้เรียนอย่างอบอุ่น ด้วยเทคนิคเฉพาะตัว ความรู้การจัดแต่งจานที่อาจารย์ถ่ายทอดให้อย่างทุ่มเทด้วยหัวใจของคนเป็นครู

หรือคอร์สพิเศษประจำปี ที่เปิดเพียงปีละครั้งก็ได้รับความนิยมล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นคอร์สจาก “เฮียจก โต๊ะเดียว” ร้านดังย่านพลับพลาไชย อยากจะกินต้องจองกันข้ามเดือนทีเดียว ซึ่งมติชน อคาเดมีก็ได้รับเกียรติจากเฮียจกที่มาสอนวิชารวยให้ถึงที่ บางคนบินมาจากไต้หวัน เธอบอกได้เต็มปากว่ามีเงินทองทุกวันนี้ เพราะได้วิชาอาหารจากมติชน อคาเดมีนั่นเอง ส่วน “เกี๋ยวเตี๋ยวเรือนายหมี” แห่งวัดหนามแดง สมุทรปรากรอันลือลั่น ก็มีนักเรียนจากเหนือจรดใต้ให้ความสนใจมาเรียนกันอย่างคึกคัก

นี่เป็นเพียงเสี้ยวส่วนเล็กๆ ที่ “มติชน อคาเดมี” ยังมีอีกหลายวิชาอาหารที่สามารถนำไปประยุกต์ ต่อยอด ค้าขายได้อีกมากมาย สำหรับปีหน้าจะมีความพิเศษอะไรบ้างนั้นขอให้ติดตามกันอย่างใกล้ชิด

เทรนด์รักสุขภาพมาแรงและไม่มีวี่แววว่าจะแผ่วลงเลย ใครที่กินคลีนอยู่แล้วหรือสนใจอยากก้าวเข้าสู่วงการรักสุขภาพกับเขาดูบ้าง วันนี้เรามีเมนู อะโวคาโดแซลมอนสลัด เมนูกินง่ายที่เต็มไปด้วยของโปรดสำหรับใครหลายคนอย่างปลาแซลมอน ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ทำกินเป็นอาหารเช้าหรือมื้อเย็นเบาๆ ก็ได้ ไม่ต้องกลัวอ้วนเลยจ้า

วัตถุดิบ
– กระเทียม
– น้ำมันงา
– ปลาแซลมอน
– อะโวคาโด
– น้ำตาลทรายขาว
– พริกขี้หนูและพริกชี้ฟ้า
– วาซาบิ
– น้ำมะนาว
  

วิธีการทำ

 

มาทำตัวน้ำราดซีฟู้ดก่อนเลย
–  นำพริกใส่ในเครื่องปั่นตามด้วยกระเทียม, น้ำมันงา, น้ำตาลทรายขาว, น้ำมะนาว แล้วปั่นให้ละเอียด พอเริ่มจะละเอียดใส่วาซาบิลงไปปั่นอีกที
– ต่อมานำอะโวคาโดมาปอกเอาแต่เนื้อ แล้วหั่นเป็นเต๋าเตรียมไว้
– จากนั้นหาจานมาจัดตามความต้องการ
– นำซอสที่ปั่นไว้นำมาราด พร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า

"อโวคาโดแซลมอนสลัด" แซ่บซี้ดถึงใจ สูตรทำง่ายวัตถุดิบไม่ยุ่งยาก

"อโวคาโดแซลมอนสลัด" แซ่บซี้ดถึงใจ สูตรทำง่ายวัตถุดิบไม่ยุ่งยาก #happydish #อโวคาโดแซลมอนสลัด

โพสต์โดย Khaosod – ข่าวสด เมื่อ วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2018

สนใจเรียนทำอาหาร
ดูได้ที่ www.matichonacademy.com
หรือดูตารางเรียนประจำเดือนได้ที่นี่ >ตารางเรียน

หรือติดตามอัพเดทเรื่องราวอาหารและไลฟ์สไตล์สนุกๆได้ที่
Facebook : MatichonAcademy

ยุคที่สภาพเศรษฐกิจลุ่มๆดอนๆ หลายคนเลือกมีอาชีพเสริม หรือทำธุรกิจเล็กๆที่ลงทุนไม่สูง แต่คิดถึงรายได้ที่จะเข้ามาตลอด

หนึ่งในอาชีพเสริมที่หลายคนตั้งใจไว้คือ การทำธุรกิจค้าขาย โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่เป็นตลาดเติบโตต่อเนื่อง และในยุคอาหารริมทาง หรือสตรีทฟู้ดส์ที่กำลังได้รับความนิยม ยิ่งทำให้การทำธุรกิจอาหารแบบริมทาง ทั้งแบบฟู้ดทรัค หรือการทำร้านป๊อปอัพขายอาหารที่ไม่ยุ่งยากกำลังเป็นที่สนใจของคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงกลุ่มที่ใช้พื้นที่ครัวในบ้านทำขนมหรืออาหารส่งขายผ่านออนไลน์

ขายอาหารอะไรดี?

เรามี 5 อาหาร-เครื่องดื่ม-ขนมที่ขายดีตลอดกาลไม่มีตกยุคมาฝากกัน

ทั้ง 5 เมนูจะเป็นอะไรนั้นติดตามได้ด้านล่าง แต่บอกไว้ก่อนว่านอกจากเลือกเมนูที่ตั้งใจจะทำขายแล้ว การจะเปิดร้านขายอาหารเล็กๆของตัวเองขึ้นมาได้นั้นทีเด็ดที่จะทำให้ลูกค้าติดใจย่อมต้องมี “สูตรอร่อย” เรียกลูกค้า นอกเหนือไปจากไอเดียธุรกิจด้วยเช่นกัน

5 อาหาร ทำเงิน ขายดีไม่มีตกยุค

1.ปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ และสังขยา

เป็นเมนูฮอตฮิตมีขายทั่วไป เป็นทั้งอาหารยามเช้าและของกินเล่นยามดึก ไม่ว่าคนรุ่นไหนๆก็นิยมบริโภค ขายง่ายกำไรมา และใช้เวลาไม่มาก สามารถขายได้เป็นช่วงเวลา โดยไม่เหน็ดเหนื่อยจนเกินไป ยิ่งกระแสบริโภคน้ำเต้าหู้ไม่มีตกเทรนด์ เพราะผู้คนยังนิยมชมชอบในแง่สุขภาพ และหากพัฒนาสูตรให้ปาท่องโก๋มีรสชาติกรอบอร่อย ไม่อมน้ำมัน ก็ยิ่งทำให้ลูกค้าติดอกติดใจได้ไม่ยาก นั่นทำให้การขาย ปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ และสังขยา ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งต้นทุนที่ใช้เปิดร้านยังไม่มากอีกด้วย สามารถทดลองทำขายได้อย่างไม่เสียเวลา

2.ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้

เมนูเส้นไม่มีตกยุค เปิดเมื่อไหร่ขายดีเมื่อนั้น หากมีสูตรปรุงก๋วยเตี๋ยวที่ดีติดตัวไว้ ทั้งน้ำซุปกลมกล่อม ไม่คาวเป็ด เนื้อนุ่ม หากรู้วิธีปรุงที่ดี รับรองไม่มีจน เพราะลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสายแน่นอน การทำก๋วยเตี๋ยวให้อร่อยจึงต้องมีสูตรอร่อย รสมือที่ดี เพื่อเปิดร้านเล็กๆตั้งต้นธุรกิจขนาดย่อมมีเงินหมุนเข้ามือมาทุกวัน

3.กาแฟโบราณและเครื่องดื่ม

เมืองร้อนต้องคู่กับเครื่องดื่มคลายร้อน เป็นอีกธุรกิจที่เริ่มต้นได้ทันที และใช้อุปกรณ์ไม่มาก ตั้งต้นธุรกิจได้โดยไม่ต้องใช้เงินจำนวนมากเกินไป และวัตถุดิบยังเก็บไว้ได้ระยะหนึ่ง ซึ่งบ้านเรายังมีตลาดของกลุ่มผู้นิยมดื่มกาแฟเย็นที่ชงแบบโบราณ และเครื่องดื่มอื่นๆอย่าง ชาเย็น น้ำแดง น้ำเขียว โกโก้ นมชมพู บ๊วยโซดา จำนวนมาก สามารถหาทำเลขายได้ไม่ยาก และยิ่งมีไอเดียเพิ่มแปลกใหม่ในการชงเครื่องดื่มอื่นๆอีก ยิ่งเป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า

4.ขนมโตเกียว

ขนมกินง่ายขายง่ายไม่เหนื่อยแรงมาก ตั้งร้านที่ไหนก็ขายได้ เพราะใครก็ชอบกินตั้งแต่เด็กยันผู้คนวัยทำงาน หากยิ่ง รู้สูตรและวิธีผสมแป้งที่อร่อยขึ้น จะมีลูกค้าขาประจำอุดหนุน และแทบไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากการตลาดแบบปากต่อปากนั่นเอง ปัจจุบันขนมโตเกียวยังพัฒนารูปลักษณ์รสชาติไปอีกเพื่อให้สีสันสวยงาม ถ่ายรูปแชร์ได้ อาทิ โตเกียวชาร์โคล ที่กำลังเป็นที่นิยมและไม่มีทีท่าจะซาลงง่ายๆ หรือการปรุงไส้มันม่วง ขอให้มีฝีมือและสูตรแป้งที่ดี ขายขนมโตเกียวไปรุ่งแน่นอน เพราะโอกาสตลาดยังโตได้อีกไกลไม่ว่าจะขายในตลาดนัด และตลากลางคืน

5.ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา

เป็นอาหารที่กินไม่มีเบื่อ และมักจะไม่จบที่หนึ่งชามด้วย ซึ่งก๋วยเตี๋ยวเป็นธุรกิจที่ทำกำไรง่าย และเป็นอีกหนึ่งอาหารที่จะได้ลูกค้าขาประจำไม่ยาก รวมทั้งลูกค้าหน้าใหม่ที่จะแวะเวียนเข้ามาชิม หากหาสูตรปรุงก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาที่เข้มข้น กากหมูเจียวกรอบอร่อยได้ หากเพิ่มเมนูลวกจิ้มก็เข้าท่า เท่ากับมีวิชาหาเลี้ยงชีพติดตัวกันไปตลอด เพราะคนไทยนิยมกินก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นประจำ และยิ่งเป็นสูตรก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาด้วยแล้วคุ้นลิ้นง่าย ขายง่ายทันที ลงทุนค่าวัตถุดิบหลักพัน หากรู้เทคนิคการคำนวณ ยอดขายจะได้เกินครึ่งจากต้นทุนวัตถุดิบ

 


สนใจเรียนทำอาหาร พร้อมแนะนำรูปแบบ-วิธีการขายกับ “มติชนอคาเดมี” เรามีเปิดสอน (คลิกดูรายละเอียดแต่ละคอร์สได้)

:: เรียนทำ คลิก>> กาแฟโบราณและเครื่องดื่มยอดนิยม 30 ชนิด สอนโดย อ.พรรณวดี อยู่คง

:: เรียนทำ คลิก>> ปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ และสังขยา สูตรเงินล้าน สอนโดย อ.อรรถ ขันสี

:: เรียนทำ คลิก>> ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้หอมเครื่องเทศ สอนโดย อ.สุจรรย์จิรา วัฒนเจริญชัย

:: เรียนทำ คลิก>> ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา สูตรโบราณ พร้อมเทคนิคกากหมูเจียวกรอบนานและการเปิดร้าน สอนโดยอ.โอฬาร ศรีสวรรค์

:: เรียนทำ คลิก>> ขนมโตเกียวชาร์โคล ไส้ครีม , ใบเตย , ชาไทย และชาร์โคล สอนโดย อ.ธยศ ทองแจ้ง

และมีสอนการทำอาหารอื่นๆอีกมากมาย คลิกติดตามได้ที่ www.matichonacademy.com

สนใจเรียนติดต่อ

Tel : 0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124

Mobile : 08-2993-9097, 08-2993-9105

Line : @matichonacademy

ข้าวมันไก่ เป็นอาหารจานเดียวยอดนิยมที่ความอร่อยไม่ธรรมดา ข้าวมันต้องนุ่มนวล ข้าวเป็นเมล็ดไม่บานเหมือนข้าวสวยปกติ ความมันของข้าวพอดีไม่ถึงขนาดเลี่ยน ที่สำคัญต้องมีกลิ่นหอมของมันไก่ กระเทียม ขิงผสมกัน ไก่ต้องต้มในเวลาที่พอเหมาะ หนังไก่ตึงเนื้อไก่มีสีขาวและไม่ยุ่ย ที่สำคัญที่สุดก็คือน้ำจิ้มรสต้องเด็ด เค็มเปรี้ยวหวานพอเหมาะ ขิงต้องใช้ขิงแก่จึงจะหอมและเผ็ดอร่อยไม่รู้ลืม!!

เรียนข้าวมันไก่สูตร อ.อดุลย์โรจน์ กับมติชนอคาเดมี

กลับมาอีกคร้ังกับคอร์ส “ข้าวมันไก่” หนึ่งในอาหารยอดนิยมสร้างอาชีพ และห้ามพลาดเมื่อ “มติชนอคาเดมี” เปิดคอร์สเรียนทำ “ข้าวมันไก่” จากอีกหนึ่งตำนานอาจารย์ที่ผลิตลูกศิษย์มาแล้วนับทศวรรษ “อ.อดุลย์โรจน์ อังสนันท์สุข” และในฐานะผู้ประกอบการร้านข้าวมันไก่ที่ช่ำชอง ตั้งแต่สมัยข้าวมันไก่เมืองทองที่เป็นที่รู้จักกันแบบปากต่อปาก

“อาชีพทำอาหารขาย มีรายได้เข้ามาทุกวัน และน่าจะเสี่ยงน้อยกว่า สบายใจมากกว่า”อ.อดุลย์โรจน์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้หลายปีก่อน

 

เส้นทางอาชีพร้านข้าวมันไก่ของ อ.อดุลย์โรจน์นั้นผ่านร้อนผ่านหนาวจนได้สูตรที่ลูกค้าติดอกติดใจ ตั้งแต่สมัยเปิดร้านขายครั้งแรกที่ ประดิพัทธ์ ย่านสะพานควาย ซึ่งเป็นเมนูขายดีที่ทำให้เป็นที่รู้จักของผู้คนในย่านนั้น โดยเริ่มแรกก่อนมาขายข้าวมันไก่นั้น อ.อดุลย์โรจน์ เล่าว่า ไม่ได้มีความรู้มาก่อน อาศัยว่าสังเกตตามร้านและผสมผสานกับคนอื่นๆบอก จากนั้นฝึกทำครั้งแล้วครั้งเล่า จนเปิดขายรสชาติก็ยังไม่เข้าที่นัก อาศัยว่า ลูกค้าแนะนำ ตินั้นนิด ตินี้หน่อย ก็เลยปรับปรุงเรื่อยมา และกลายเป็น “สูตรข้าวมันไก่” ที่อร่อยจนทุกวันนี้

“แรกๆที่ฝึกทำก็ยากพอสมควร เพราะสมัยนั้นไม่มีสูตรอาหารแพร่หลายเหมือนตอนนี้ ถามจากใครก็ไม่ได้ เขาไม่ค่อยบอกกัน จะไปเรียนที่ไหนก็ได้ เขาไม่มีสอน ไม่มีครู เราจึงสอนตัวเราเอง”

พูดถึงชีวิตการขายอาหาร ครูบอกว่ามันเหนื่อยกายพอดู ต้องยืนสับไก่กันเป็นวันๆ แต่มันก็เพลิดเพลินดี เห็นเงินทุกวัน และคิดว่าตัวเองคิดไม่ผิดที่ได้ทิ้งปริญญา มาสู่ชีวิตขายข้าวมันไก่ เพราะข้าวมันไก่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ชีวิต มีความเป็นอยู่ปกติสุข ลูกๆ 3 คน ได้เรียนหนังสือสูงๆ”อ.อดุลย์โรจน์เล่า

จากประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาว และทำธุรกิจขายอาหาร โดยเฉพาะเมนูเด็ดข้าวมันไก่ อ.อดุลย์โรจน์จะมาถ่ายทอดความรู้ในการทำ “ข้าวมันไก่” สูตรตั้งตัวให้กับผู้สนใจที่มติชนอคาเดมี

คอร์สข้าวมันไก่
วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2561
ราคา 2,140 บาท

สนใจติดต่อ มติชนอคาเดมี Tel : 0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124 Mobile : 08-2993-9097, 08-2993-9105
 line : @matichonacademy

เมนู
– ข้าวมันไก่ต้ม
– ข้าวมัน
– น้ำจิ้ม

เทคนิคการทำอาหาร
– การเลือกวัตถุดิบ เลือกไก่ เลือกข้าว
– เทคนิคการหุงข้าวให้เมล็ดใสไม่แตก
– เทคนิคการต้มไก่ให้เนื้อนุ่มกำลังกินมีวิธีอย่างไร

เทคนิคการขาย
– สอนการเตรียมร้าน การตั้งราคา และปริมาณเสิร์ฟ

หมูกรอบสูตรเด็ด หนังกรอบๆ เนื้อนุ่ม ละมุนลิ้น สุดๆ สูตรนี้ไม่อมน้ำมัน รับรองอร่อยเด็ดแน่นอน พร้อมสูตรน้ำจิ้มอร่อยไปอีก ทำทานเป็นอาหารว่างในวันหยุดก็เลิศ เสิร์ฟคู่กับข้าวร้อนๆนะ ฟินไปอีกทุกคน มาลงมือทำไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

วัตถุดิบ
– หมูสามชั้น
– น้ำเปล่า
– ผงพะโล้
– เกลือ
– ต้นหอม
– ขิงแก่
– ซีอิ๊วขาว
– น้ำตาลทราย

วิธีทำ
มาทำส่วนผสมน้ำหมัก
1.นำขิงแก่มาหั่นเป็นชิ้นบางๆ เตรียมไว้
2.นำหม้อมาตั้งน้ำให้ร้อนแล้วนำขิงลงไปต้ม ตามด้วยผงพะโล้, เกลือ และหมูสามชั้นลงไปใช้ไฟปานกลาง ต้มประมาณ 1:30 ชม.
3.พอเนื้อหมูสุกแล้ว นำไปแช่น้ำแข็งให้เย็นๆ
4.นำกระทะมาตั้งไฟให้ร้อนแล้วนำส่วนหนังนาบไปกับกระทะ (สามารถนำหม้อมาวางทับได้หนังจะได้แนบสุกกรอบขึ้น)
5.พอทอดเสร็จแล้วนำหมูกรอบเป็นชิ้นๆ

มาทำส่วนน้ำจิ้มหมูกรอบกัน
6.จากนั้นนำต้นหอมมาหั่นเป็นท่อนๆ หั่นขิง นำไปต้มกับซีอิ๊วขาวปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายต้มจนเดือดแล้วนำไปกรอง เอาแต่น้ำเป็นอันเสร็จ
7.พร้อมเสิร์ฟจัดหมูกรอบใส่จานทานพร้อมผักกับน้ำจิ้มนะเลิศสุด

"หมูกรอบฮ่องกง" ทำกินเองไม่ยากเลย!

"หมูกรอบฮ่องกง" ทำกินเองไม่ยากเลย!#happydish Matichon Academy – มติชนอคาเดมี

โพสต์โดย Khaosod – ข่าวสด เมื่อ วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน 2018

สนใจเรียนทำอาหาร
ดูได้ที่ www.matichonacademy.com
หรือดูตารางเรียนประจำเดือนได้ที่นี่ >ตารางเรียน

หรือติดตามอัพเดทเรื่องราวอาหารและไลฟ์สไตล์สนุกๆได้ที่
Facebook : MatichonAcademy

ไก่ทอดสไตล์ญี่ปุ่นที่ใคร ๆ กินก็ต้องตกหลุมรัก กับเมนู “ไก่คาราเกะ” เนื้อไก่นุ่มชุ่มฉ่ำ ซ่อนตัวในแป้งทอดกรอบ ๆ ทานคู่กับซอสพริกหรือมะเขือเทศ น่ะฟินได้อีกทุกคน ใครอยากรู้วิธีทำอย่างไรมาดูพร้อมๆกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ
– เนื้อสะโพกไก่
– นำ้มะนาว
– กระเทียม
– น้ำตาลทราย
– น้ำมันพืช
– มิริน
– โชยุ
– ขิง
– แป้งมัน
– แป้งสาลีอเนกประสงค์
– พาสเลย์

  

วิธีทำ
1. นำแป้งมัน, แป้งอเนกประสงค์ ผสมแป้ง 2 ชนิดให้เข้ากัน
2. ต่อมานำเนื้อสะโพกไก่มาหั่นเป็นชิ้นเล็กเตรียมไว้
3. พอหั่นเนื้อไก่เสร็จนำกระเทียม, ขิงมาฝนเป็นฝอยๆ จากนั้นใส่นำ้ตาลทราย, โชยุ, มิริน, ขยำให้เข้ากัน
4. นำกระทะตั้งน้ำมันให้ร้อน นำไก่ที่หมักไว้มาชุปแป้ง แล้วนำลงทอดให้เหลืองกรอบ
5. จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

"ไก่คาราเกะ" ไม่ต้องออกไปร้านอาหารญี่ปุ่น อยู่บ้านก็กินได้

Happy Dish: "ไก่คาราเกะ" ไม่ต้องออกไปร้านอาหารญี่ปุ่น แค่อยู่บ้านก็ทอดเองกินเองได้ Matichon Academy – ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน

โพสต์โดย Khaosod – ข่าวสด เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน 2018

สนใจเรียนทำอาหาร
ดูได้ที่ www.matichonacademy.com
หรือดูตารางเรียนประจำเดือนได้ที่นี่ >ตารางเรียน

หรือติดตามอัพเดทเรื่องราวอาหารและไลฟ์สไตล์สนุกๆได้ที่
Facebook : MatichonAcademy