เว็บไซต์ สสส. เผยแพร่บทความเรื่องการทานหม่าล่าอย่างไร ให้สุขภาพดี โดยระบุว่า เมนูหม่าล่า ในประเทศไทย ที่ขายกันอยู่ทั่วไปนั้นทั้งแบบร้านอาหาร และร้านค้าแผงลอย มีอาหารประเภทต่างๆ ให้ผู้บริโภคเลือกกินได้อย่างหลากหลาย ทั้งผักเสียบไม้ ไม่ว่าจะเป็น กระเจี๊ยบเขียว เห็ดออรินจิ ข้าวโพดอ่อน บร็อกโคลี่ แคร์รอต หรืออาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น ไก่ ปลา กุ้ง หมู เครื่องใน ปลาหมึก ปูอัด ไส้กรอก หรือเบค่อน

สำหรับเครื่องปรุงหรือน้ำซอสนั้น หลายเจ้าจะใช้เครื่องปรุงสำเร็จที่มีการผสมเกลือเข้าไปด้วย ให้รสชาติมีมิติที่หลากหลายขึ้น นอกจากเผ็ดชาแล้ว ยังมีเค็มตัดเข้ามา ซึ่งช่วยให้รสชาติอาหารโดยรวมอร่อยขึ้นได้

แต่หากบางเจ้าหนักมือไปหน่อย ก็จะทำให้ส่วนของโซเดียมเพิ่มขึ้น ต้องระวังปริมาณโซเดียมในส่วนนี้ และรสชาติเฉพาะตัวของหม่าล่า มักพบว่าผู้ขายจะขายคู่กับเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำหวานสมุนไพร หรือแม้กระทั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การกินเมนูหม่าล่าให้สุขภาพดีขึ้นนั้นสามารถทำได้ด้วยหลัก 4 ข้อง่ายๆ ดังนี้

  1. เลือกรับประทานเมนูเนื้อสัตว์แบบไม่ติดมัน เช่น อกไก่ กุ้ง สันในหมู ปลา  หลีกเลี่ยงเมนูเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก เบค่อน ปูอัด
  2.  ลองเลือกสัดส่วนอาหารให้ได้ปริมาณผักมากกว่าเนื้อ เช่น  เลือกเมนูผัก 4 ไม้ ร่วมกับเมนูเนื้อสัตว์ 2 ไม้  อาจเพิ่มข้าวโพดปิ้ง หรือเมนูเห็ดเพิ่มเติมหากว่ายังรู้สึกไม่อิ่ม
  3. ระวังการเติมเครื่องปรุงที่มากเกินไป แม้ว่าหม่าล่าเองจะมีโซเดียมไม่มาก แต่บางร้านค้าอาจมีการเพิ่มเกลือเข้าไปด้วย ทำให้มีโซเดียมเพิ่มขึ้นเกินความจำเป็น ขณะเดียวกัน หม่าล่าที่มากเกินไปอาจกระตุ้นให้ผู้ที่มีปัญหาแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้แปรปรวนหรือโรคเกี่ยวกับลำไส้นั้น อาการกำเริบได้ จึงควรหลีกเลี่ยงและใช้วิธีเดียวกันกับการหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดในผู้ที่มีความเสี่ยงจากการบริโภค
  4. เลือกดื่มน้ำเปล่า หรือโซดาเปล่า เป็นเครื่องดื่มแทนน้ำหวานหรือน้ำอัดลม

ที่มา : เส้นทางเศรษฐีออนไลน์

เสริมภูมิคุ้มกัน – เป็นเวลาร่วม 4-5 เดือนแล้วที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโรคโควิด-19 ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลก ซึ่งในห้วงที่ยังไม่ค้นพบวัคซีนในการรักษาโรคดังกล่าว การป้องกันตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะกลายเป็น “นิว นอร์มอล” หรือ “ฐานวิถีชีวิตใหม่” อาทิ การสวมใส่หน้ากาอนามัยออกจากบ้านจนเป็นแฟชั่น การซื้อของออนไลน์ และเว้นระยะห่างทางกายภาพ อย่างน้อย 1.5-2 เมตร การเลือกรับประทานอาหารเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายในการช่วยต้านไวรัสก็เป็นอีกวิธีที่ทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

กรมอนามัย โดยสำนักโภชนาการ ได้แนะนำ “เมนูชูสุขภาพ จากผักผลไม้ไทย หาได้ง่าย สร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน” ครบทั้ง 3 มื้อในหนึ่งวัน ไว้ดังนี้

“มื้อเช้า” เลือกรับอาหารย่อยง่าย ไม่หนักท้อง กับเช็ตเมนูข้าวต้มหมูเห็ดหอม พร้อมนม 1 แก้ว และสั[ปะรด 6-8 ชิ้นพอคำ โดยเบต้ากลูแคนในเห็ดหอม และเบต้าแคโรทีนในสั[ปะรด ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ต้านแบคทีเรีย ทั้งยังมีสานต้านอนุมูลอิสระ

หรือใครที่รีบเร่งในตอนเช้า น่าจะถูกใจกับเซ็ตเมนูแซนด์วิชผักโขม รับประทานตอนร้อนๆ พร้อมกับโยเกิร์ต 1 ถ้วย และแคนตาลูป 6-8 ชิ้นพอคำ จะได้รับเบต้าแคโรทีนจากผักโขม ส่วนแคนตาลูปมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ต่อที่ “มื้อกลางวัน” เมนูกับข้าวอุดมประโยชน์ กับเซ็ตฟักทองผัดไข่ รับประทานคู่กับข้าวกล้อง และมะละกอสุก 6-8 ชิ้นพอคำ ด้วยฟักทอง และมะละกอสุกมีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยต้านการอักเสบ และเสริมภูมิคุ้มกัน

ส่วนใครที่ชอบรสเข้มข้นขึ้นมาหน่อย ต้องเซ็ตนี้ แกงส้มผักรวม รับประทานคู่กับผัดผักรวมกุ้ง ราดบนข้าวสวย ตบท้ายด้วยมะยงชิด 2-3 ผล จะได้สารประโยชน์จากแครอท บรอกโคลี คะน้า ผักบุ้ง และมะยงชิดที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ขณะที่เห็ดหอมเห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง มีเบต้ากลูแคน ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกาย

ปิดท้ายด้วย “มื้อเย็น” ที่มีให้เลือกทั้งแบบเซ็ตแกงเห็ด ปลากรอบ กินคู่กับข้าวสวย และตบด้วยเสาวรส 1-2 ลูก ซึ่งในแกงเห้ดอุดมไปด้วยเบต้ากลูแคน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลาบสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย และยังมีเบต้าแคโรทีนจากเสาวรสด้วย

หรือจะเป็นเซ็ตเมนูเบาๆ กับโจ๊กหมูเห็ดหอม ตามด้วยมะม่วงสุก ครึ่งผลกลาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว เสริมภูมิต้านทานและต้านการอักเสบ

อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ วันละ 8-10 แก้ว

กินดี รู้ทัน ป้องกันได้

ที่มา : มติชนออนไลน์

ไก่ย่างส้มตำ

หากตั้งคำถามว่าอาหาร 3 มื้อ คือ มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น มื้อไหนสำคัญกว่ากัน อย่างไร  ดูเหมือนหาคำตอบยากเอาการ เพราะมีหลากหลายทฤษฏีและหลากหลายความเชื่อ บางทฤษฏีบอกว่ามื้อเช้าดีที่สุด สำคัญที่สุด บางทฤษฏีให้น้ำหนักไปที่มื้อเที่ยง หรือมื้อกลางวัน โดยให้เหตุผลว่าเพราะมื้อกลางวันร่างกายต้องใช้พลังงานมากที่สุดและยาวนานไปถึงตอนเย็น  ส่วนมื้อเย็นจึงไม่จำเป็นเท่าไหร่ เนื่องจากร่างกายไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรมากมาย

อย่างไรก็ตาม มีหลายทฤษฏีเหมือนกันที่ให้น้ำหนักกับการกินอาหารมื้อเย็น ว่า เป็นมื้อที่ร่างกายขาดไม่ได้ โดยให้เหตุผลว่า ในแต่ละคนนั้นการกินอยู่หลับนอนย่อมไม่เหมือนกัน และแตกต่างกัน บางคนนอนหัวค่ำ มื้อเย็นก็ไม่จำเป็นอะไร แต่สำหรับคนนอนดึก ตีหนึ่งตีสอง หากไม่ได้กินมื้อเย็นแล้วคงนอนไม่หลับ หรือหลับยาก บางครั้งอยู่ไม่ได้ต้องลุกขึ้นมาควานหาอะไรในตู้เย็นกิน

การรับประทานมื้อเย็นจะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ในทางการแพทย์เองก็ยังถกเถียงอย่างหาข้อยุติได้ยาก แต่ที่สำคัญกว่า คือ มีคำแนะนำกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ ส่วนแต่ละมื้อจะกินอย่างไรให้ดีกับสุขภาพ นี่ต่างหากเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึง  สำหรับบางความเชื่อบางทฤษฏีบอกว่า การงดมื้อเย็นถือเป็นเรื่องที่อันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก

เพราะโดยปกติแล้วร่างกายคนเราเหมือนถูกตั้งเวลาเอาไว้ เมื่อถึงเวลาต้องกินอาหาร กระเพาะจะหลั่งกรดออกมาเพื่อย่อยอาหาร แต่พอมื้อเย็นไม่มีอาหารในกระเพาะ กรดที่หลั่งออกมาก็จะไปย่อยกระเพาะแทน ส่งผลให้เกิดโรคกระเพาะอักเสบ  หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหารในระยะยาว  อาการท้องอืด และอาจส่งผลให้ท้องไส้ปั่นป่วนจนนอนไม่หลับ  ร่างกายอ่อนเพลีย ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป บางคนถึงขั้นอาเจียน ยังไม่รวมโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการที่ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ  ดังนั้นสำคัญแค่ “เปลี่ยนจากงดมื้อเย็น เป็นแค่ลดปริมาณลง” ก็พอ

ส่วนความคิดที่ว่า “การงดมื้อเย็นเป็นการลดน้ำหนัก” นั้น นับเป็นความคิดที่ผิด เพราะจะส่งผลให้ร่างกายของคนเราเสื่อมประสิทธิภาพลง ดังนั้น ไม่ควรงดมื้อเย็นโดยเด็ดขาด ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับประทานมื้อเย็น คือ ไม่ควรน้อยกว่า 3-4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน หรือเป็นไปได้ไม่ควรเกิน 18.00-19.00 น. จะดีที่สุด นอกจากนี้ ควรเลือกวิธีลดปริมาณอาหาร หรือควบคุมอาหารน่าจะดีกว่า รวมถึงงดอาหารบางประเภท เช่น ของมัน ของทอด ของหวาน แล้วเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย พวกผักลวก ผักต้ม เนื้อปลา เนื้อไก่ โดยยึดหลักกินให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่  ควรเน้นผักกับผลไม้และกินให้หลากหลาย ควรกินให้ได้ทุกวัน เพราะในผักแต่ละชนิดมีสารอาหารวิตามินและเกลือแร่ไม่เหมือนกัน จะไปช่วยเสริมกันและกัน

ยำวุ้นเส้น
น้ำพริก
ยำมะเขือยาว

แนะนำอาหารมื้อเย็นง่ายๆ กินแล้วสบาย ดังนี้ “ยำวุ้นเส้น” เป็นเมนูที่หลายคนนึกถึงเวลาอยากลดความอ้วนด้วย เพราะยำวุ้นเส้นมีแคลอรีต่ำ ให้พลังงานเพียง 120 แคลอรีเท่านั้น “น้ำพริก-ผักต้ม” ผักสามารถหาได้หลากหลายชนิด ส่วนน้ำพริกก็ไม่จำกัด จะเป็นน้ำพริกปลาร้า หรือน้ำพริกกะปิ ก็แซ่บได้แบบไม่ต้องกลัว แต่แนะนำว่าน้ำพริกอย่าปรุงเค็มจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้บวมน้ำได้ และควรลดข้าว โดยเปลี่ยนเป็นกินผักต้มกับน้ำพริกแทน เมนูต่อมาคือ “ขนมจีนน้ำยาป่า” หรือน้ำยาที่ไม่มีกะทิ ถ้าจะให้ผลดีที่สุด ควรกินเส้นขนมจีนน้อยๆ ใส่ผักเยอะๆ หรือเปลี่ยนไปกินผักแทนเส้นขนมจีนราดด้วยน้ำยาป่า

“ยำมะเขือยาว” เป็นอาหารมื้อเย็นที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แถมยังมีเส้นใยอาหารที่ช่วยให้อิ่มได้นานและทนอีกด้วย แทนที่จะเลือกกินผัดมะเขือยาวที่มีน้ำมันเยอะ แนะนำเป็นยำมะเขือยาวที่แคลอรีน้อยจะดีกว่า  เมนูขาดไม่ได้ที่ต้องมีในลิสต์ “ไก่ย่างส้มตำ” เป็นเมนูที่หากินง่าย แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำว่าส้มตำต้องไม่ใส่ผงชูรสและน้ำตาลจนหวานเจี๊ยบ กินกับไก่ย่างไม่มีหนังแทนข้าวเหนียว

อีกเมนู “แกงเห็ด” สำหรับใครที่ชอบกินเห็ด เมนูเป็นตัวเลือกสำหรับมื้อเย็นที่ดีไม่น้อย  เพราะเห็ดมีเส้นใยอาหารสูง แต่แคลอรีต่ำ ทำให้อิ่มสบายท้องแบบไม่มีไขมันมากวนใจ ใครจะเลือกใส่เห็ดอย่างเดียว หรือใส่สารพัดเห็ด เช่น เห็ดออรินจิ  เห็ดนางฟ้า เห็ดเข็มทอง ก็อร่อยได้ไม่ต่างกัน ตามมาด้วย “แกงเลียง” เมนูอาหารไทยที่อุดมด้วยผักหลากหลายชนิด นอกจากไขมันต่ำแล้ว แกงเลียงยังมีเส้นใยมาก ช่วยให้อิ่มท้องและช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารด้วย

สลัดโรล

มื้อเย็นที่ลดอ้วนได้ด้วย ไม่พลาดจาก “ไข่ต้ม” จำนวน 1 ฟอง กินเปล่าๆทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย  หรือหยิบไข่มาทำ “ไข่ตุ๋น” ก็ไม่ผิดกติกา เป็นมื้อเย็นที่กินแล้วช่วยคุมน้ำหนัก คุมแคลอรีได้ดี  แต่ถ้ากลัวจะไม่อิ่ม แนะนำว่าให้ใส่ผัก เช่น ฟักทอง แครอท หรือต้นหอม ลงไปด้วยจะได้สารอาหารมากขึ้น “ส้มตำผลไม้” เป็นเมนูแคลอรี่ต่ำอีกเช่นกัน เพราะส้มตำผลไม้ 1 จาน แคลอรีเพียง 150 เท่านั้น แต่อย่าลืมเลือกผลไม้ที่น้ำตาลน้อยๆ ดีที่สุด  “สลัดโรล” เป็นอีกหนึ่งจานที่กินแล้วอิ่มอยู่ท้อง แต่ต้องกินคู่กับน้ำสลัดแแบบแคลอรีต่ำ หรือน้ำสลัดโยเกิร์ตแทนน้ำสลัดแบบครีม

ปิดท้ายด้วยเมนู “เมี่ยงปลาทู” มีประโยชน์มากๆ ทั้งสารอาหารจากปลาทูช่วยเผาผลาญกรดไขมันอิ่มตัว ลดการสะสมไขมันบริเวณผนังหลอดเลือด ที่สำคัญเป็นปลาทูนึ่งจะดีกว่าปลาทูทอด ส่วนผักที่กินเป็นส่วนประกอบก็มีประโยชน์ทั้งนั้น โดยเฉพาะช่วยเพิ่มกากใย และทำให้อิ่มแต่ไม่อ้วนด้วย

สำหรับนักดื่มทั้งหลายคงจะไม่มีใครที่ไม่เคยผ่านอาการเมาค้าง หรือที่เรียกว่า “แฮงค์” (Hangover) ดื่มอย่างหนักหน่วงจนคลื่นไส้อาเจียน ทำให้มีอาการปวดหัวตึ้บจนลุกไปทำงานไม่ไหว ซึ่งมันไม่ดีเอาซะเลย อย่าปล่อยให้อาการเมาค้างแบบนี้เกิดขึ้นกับคุณบ่อย ๆ เพราะมันอาจจะทำให้เสียงานเสียการได้ ดังนั้นเราจึงคัดสรรเมนูแนะนำสำหรับสายแฮงค์มาให้ดูกันเลย

ทาง รพ.สมิติเวช เปิดบริการ “หมอ(สมิติเวชช่วย)ดู เมนูเสริม (ดวง) สุขภาพ ” แนะนำอาหารสุขภาพที่ ได้รับการการันตีคุณภาพจากคุณหมอโรงพยาบาลสมิติเวช โดยให้บริการผ่านไลน์ @samitivej และทางแอพพลิเคชั่นแกร็บ  ที่ช่วยกันสร้างแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง เป็นทางเลือกสุขภาพที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ สามารถนำคะแนน Grab Rewards มาแลกเป็นส่วนลดค่าเวชภัณฑ์ 10 % (เฉพาะค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฎิบัติการบางรายการ และค่าฉายรังสี โดยยกเว้นค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฎิบัติการ และค่าฉายรังสีบางรายการ) สุดท้ายยังมีส่วนลดพิเศษค่าส่ง หากสั่งอาหารมาส่งที่โรงพยาบาลสมติเวช (สุขุมวิท ศรีนครินทร์ ไชน่าทาวน์ และธนบุรี) ทั้งหมดนี้จะเริ่มให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

6 เมนูอาหารเช้าแก้แฮงค์

1.Acai Bowl จากร้าน Rocket Coffee Bar

หากใครกำลังมองหาร้านกาแฟสำหรับนั่งทำงานหรือสังสรรค์แบบชิลๆ “Rocket Coffee Bar” คาเฟ่ชื่อดังซึ่งหลายคนคงคุ้นหูมาบ้าง ไม่ควรพลาดกับเมนูเด็ดอย่าง Acai Bowl สำหรับสายปาร์ตี้มากจนอนุมูลอิสระสะสม ต้องแก้ชงด้วยเมนูเสริมสารต้านอนุมูลอิสระจาก Acai Berry ได้อีกด้วย

2.The Unicorn Bowl จากร้าน Acai Story

Acai Story เป็นคาเฟ่ที่สาวๆ และสายเฮลท์ตี้ทุกคนจะต้องตกหลุมรัก เมนู Signature  ได้แก่ Unicorn Bowl ที่สามารถกู้ร่างกายด้วยวิตามินจากผลไม้หลากหลาย ทั้งโกจิเบอรี่ สตรอว์เบอรี่ กีวี่ และแก้วมังกร เหมาะสำหรับสายปาร์ตี้ต้องการแก้แฮงค์ได้อย่างดีเลย

3.Superfood Detox จากร้าน Farmfactory

Farm Factory ร้านอาหารสำหรับคนใส่ใจสุขภาพ เมนูเด็ดจากทางร้านอย่างเมนู “Superfood Detox” ที่สามารถบรรเทาแฮงค์ด้วยซอสทาบัสโก้รสจัดจ้านได้ดี และพร้อมฟื้นฟูร่างด้วยผักสดหลากหลายชนิดภายในชามเดียว

4.Grilled Farm Fresh Chicken with Mango&Pineapple smoothie จากร้าน Grain

ร้าน Grain เหมาะสำหรับสายแฮงค์สุดๆกับเมนู  Grilled Farm Fresh Chicken with Mango&Pineapple smoothie ที่แก้ชงหลังชนด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากมะม่วงและสับปะรด ผลไม้ธรรมดาๆ แต่มีคุณสมบัติในการถอนพิษเหล้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ

5.Tomato Barley Soup จากร้าน Au Bon Pain

สำหรับเมนู Tomato Barley Soup จากร้าน Au Bon Pain สามารถแก้แฮงค์ บรรเทาอาการคลื่นไส้ ด้วยซุปมะเขือเทศที่อุดมด้วยไลโคปีน และสารชีวเคมีในน้ำมะเขือเทศที่จะช่วยในกระบวนการจัดการกับเเอลกอฮอล์ที่อยู่ในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

คนเรามักนึกถึงของอร่อยกินกันทุกวัน ร้าน Street Food จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะกินได้บ่อยๆ และมีให้เลือกกันหลากหลายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ คล้ายกับเป็นสวรรค์ของนักกินอย่างจริงแท้ ทั่วทุกมุมเมืองต่างมีร้านอร่อยมากมาย บางร้านไม่เคยว่างเว้นจากผู้คนที่แวะเวียนมารอชิมอาหารรสชาติดี

ดังนั้นความอร่อยและได้สุขภาพของแต่ละร้านก็จะต่างกัน

ทาง รพ.สมิติเวช เปิดบริการ “หมอ(สมิติเวชช่วย)ดู เมนูเสริม (ดวง) สุขภาพ ” แนะนำอาหารสุขภาพที่ ได้รับการการันตีคุณภาพจากคุณหมอโรงพยาบาลสมิติเวช โดยให้บริการผ่านไลน์ @samitivej และทาง

แอพพลิเคชั่นแกร็บ  ที่ช่วยกันสร้างแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง เป็นทางเลือกสุขภาพที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ สามารถนำคะแนน Grab Rewards มาแลกเป็นส่วนลดค่าเวชภัณฑ์ 10 % (เฉพาะค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฎิบัติการบางรายการ และค่าฉายรังสี โดยยกเว้นค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฎิบัติการ และค่าฉายรังสีบางรายการ) สุดท้ายยังมีส่วนลดพิเศษค่าส่ง หากสั่งอาหารมาส่งที่โรงพยาบาลสมติเวช (สุขุมวิท ศรีนครินทร์ ไชน่าทาวน์ และธนบุรี) ทั้งหมดนี้จะเริ่มให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

อร่อยได้สุขภาพจาก Street Food ร้านดัง
  1. สุกี้ทะเล จากร้าน เอลวิสสุกี้

    “เอลวิสสุกี้” ร้านแนวสตรีทฟู้ดที่ได้การแนะนำจาก มิชลินไกด์  เมนูเด็ดของที่นี่คือ “สุกี้ทะเล” พร้อมกับเสริมดวงสุขภาพด้วยเส้นใยอาหารจากผัก และโปรตีนดีจากอาหารทะเลหลากหลาย ซึ่งเรียกได้ว่าใหญ่ที่สุด มีของดีและเมนูหลากหลายที่สุด กว่าสาขาอื่น ๆ เลยทีเดียว

2.สุกี้ไก่ จากร้าน เอลวิสสุกี้

อีกหนึ่งเมนูจากร้าน “เอลวิสสุกี้” ร้าน Street food ร้านดัง ที่ได้รับการแนะนำจาก มิชลินไกด์ ส่วนใหญ่ได้รับการตอบกลับดีมากจากลูกค้า โดยเฉพาะเมนู “สุกี้ไก่” ที่เป็นแหล่งของโปรตีนดีที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างดี

3.สเต็กปลาย่าง จากร้าน สเต็กสามย่าน ทูเดย์สเต็ก

ขึ้นชื่อว่าสเต็กสามย่านส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงร้าน “สเต็กสามย่าน ทูเดย์สเต็ก” ซึ่งตั้งอยู่ในตลาดสามย่านชั้นสอง มีเมนูสเต๊กให้เลือกมากมาย เมนูเด็ดจะเป็นเมนู “สเต็กปลาย่าง”  รวมทั้งเสริมสุขภาพด้วยโปรตีนดีและกรดไขมันดีจากปลาย่างหอมๆ อีกด้วย

4.สเต็กไก่สไปซี่ จากร้าน สเต็กสามย่าน ทูเดย์สเต็ก

อีกเมนูที่ทุกคนพลาดไม่ได้ของร้าน สเต็กสามย่าน ทูเดย์สเต็ก กับเมนู “สเต็กไก่สไปซี่” สูตรเด็ดจากทางร้าน ทั้งอร่อยและแซ่บแบบได้โปรตีนดีจากสเต็กไก่ ยิ่งถ้าเลาะหนังออกได้จะยิ่งผอม

5.บะหมี่ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ จากร้าน ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระกล้วยน้ำไทย

อีกหนึ่งร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ ในกรุงเทพฯ ที่พลาดไม่ได้เลย ก็คือร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระกล้วยน้ำไทย เมนูไก่ตุ๋นก็มีให้เลือกมากมาย รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศสมุนไพรสุดๆ โดยเฉพาะบะหมี่ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ถึงแม้มะระจะขม แต่ก็มีคุณสมบัติต้านมะเร็ง ดังที่โบราณว่าไว้ หวานเป็นลม ขมเป็นยาอีกนั่นเอง

ถ้าคุณประสบปัญหา อึดอัด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ไม่ได้ปลดปล่อยเกิน 3 วัน ปัญหาเหล่านี้ปล่อยไว้นานไม่ไหวแน่ เพราะอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคบางชนิดได้

อาการท้องผูกเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ยิ่งพฤติกรรมการกินของคนปัจจุบันนี้ ยิ่งทำให้มีประสบปัญหาท้องผูกได้ง่าย แต่ถ้าเรารู้จักจัดสรรการกินอาหารหรือผลไม้ที่มีกากใย ก็สามารถทำให้หายจากอาการท้องผูกได้

ทาง รพ.สมิติเวช เปิดบริการ “หมอ(สมิติเวชช่วย)ดู เมนูเสริม (ดวง) สุขภาพ ” แนะนำอาหารสุขภาพที่ ได้รับการการันตีคุณภาพจากคุณหมอโรงพยาบาลสมิติเวช โดยให้บริการผ่านไลน์ @samitivej และทางแอพพลิเคชั่นแกร็บ  ที่ช่วยกันสร้างแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง เป็นทางเลือกสุขภาพที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ สามารถนำคะแนน Grab Rewards มาแลกเป็นส่วนลดค่าเวชภัณฑ์ 10 % (เฉพาะค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฎิบัติการบางรายการ และค่าฉายรังสี โดยยกเว้นค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฎิบัติการ และค่าฉายรังสีบางรายการ) สุดท้ายยังมีส่วนลดพิเศษค่าส่ง หากสั่งอาหารมาส่งที่โรงพยาบาลสมิติเวช (สุขุมวิท ศรีนครินทร์ ไชน่าทาวน์ และธนบุรี) ทั้งหมดนี้จะเริ่มให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

  1. Spicy Zabb จากร้าน

    FarmFactory” ร้านสลัดเพื่อสุขภาพ ทางร้านใช้ผักปลอดสารพิษและวัตถุดิบจากโครงการหลวง พลาดไม่ได้กับเมนูเด็ดอย่าง “Spicy Zabb”สลัดรวมที่มีทั้งมะเขือเทศและแครอทที่สำคัญมีเนื้อแซลมอนเสิร์ฟมาหนึ่งชิ้นกลางๆ  ท็อปมาบนผักสลัดกรอบๆหลายชนิด พร้อมน้ำสลัดรสชาติเข้มข้น ทั้งแซ่บและได้เส้นใยอาหารจัดเต็มจากผักสดๆเน้นๆ จึงทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานดียิ่งขึ้น

2.สลัดทูน่ายำแซ่บ จากร้าน สวนผักโอ้กะจู๋

“ร้านโอ้กะจู๋” ร้านสลัดร้านดังจากเชียงใหม่ที่เน้นผักสดออแกนิกโดยทางร้านปลูกเองเท่านั้น เมนูเด็ดของร้านคือ “สลัดทูน่ายำแซ่บ” รสชาติน้ำยำกลมกล่อม เนื้อทูน่าสดๆ ทุกอย่างในจานเข้ากันอย่างลงตัว แถมยังทานง่ายถ่ายคล่อง เพราะอุดมด้วยเส้นใยอาหารจากผักนานาชนิด

3.ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ จากร้าน คั่วกลิ้งผักสด

“คั่วกลิ้งผักสด” ร้านอาหารไทยซึ่งเน้นอาหารปักษ์ใต้อันเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของ รสชาติที่จัดจ้านกลมกล่อมและกลิ่นหอมที่เกิดจากการผสมผสานของเครื่องเทศ โดยเฉพาะเมนู “ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้” เมนูพื้นบ้านที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารจากผักต่างๆที่มีไฟเบอร์สูงมาก จึงช่วยกระตุ้นลำไส้ทำให้กากอาหารนุ่มลง ระบบขับถ่ายดีขึ้น แก้อาการท้องผูกได้ดี

4.มิสไซง่อน จากร้าน Greyhound

Greyhound Cafe เป็นร้านอาหารนานาชาติ-ไทย เมนูเด็ดอย่าง “มิสไซง่อน” เส้นหมี่หมูย่างแบบเวียดนาม อาหารจานเส้นรสแซ่บ พร้อมเสริมดวงขับถ่ายด้วยเส้นใยอาหารจากผัก จึงช่วยระบบทางเดินอาหารดูดซึมสารพิษที่สะสมอยู่ตามผนังลำไส้ให้ออกไปได้ดี

5.สลัดสวนผลไม้ จากร้าน Jones Salad

ร้าน Jones Salad ร้านสลัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด  และเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนรักสุขภาพ โดยมีเมนูที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกินผัก แถมทานง่าย จะต้องเป็นเมนู “สลัดสวนผลไม้” เท่านั้น ซึ่งเส้นใยอาหารจากผลไม้ จึงช่วยทำให้ระบบขับถ่ายคล่อง ทั้งยังช่วยป้องกันลำไส้อักเสบ และแก้อาการท้องผูกได้ด้วย แถมยังช่วยขับสารพิษในร่างกายได้อีก

6.สลัดยำซีฟู้ด จากร้าน Jones Salad

สลัดยำซีฟู๊ด เป็นอีกหนึ่งเมนูของร้าน Jones Salad ร้านสลัดสำหรับสายรักสุขภาพ เมนูเด็ดอย่าง “สลัดยำซีฟู๊ด” เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดแซ่บซีฟู้ด แถมมีเนื้อปลาแซลมอนเพิ่มความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เส้นใยอาหารของผักหลากชนิดในสลัดจะช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้เป็นการช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย

7.สลัดคีนัวทาบูเลห์ จากร้าน Dean & Deluca

“Dean &​ Deluca” เป็นทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ ถือเป็นอาหารสุขภาพระดับซูเปอร์ฟู้ด อย่างเมนู “สลัดคีนัวทาบูเลห์” พระเอกของจานนี้คือคีนัวที่มีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร พร้อมธัญพืชจากอเมริกาใต้ที่เส้นใยอาหารสูง ส่งผลดีต่อการขับถ่ายและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

หัวใจของเราเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุด แต่ยังมีอีกหลายคนที่มักละเลยการดูแลสุขภาพของหัวใจ โดยมีความเครียดสะสม และรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เป็นตัวนำพาไขมันที่ไม่จำเป็นจะเข้าไปอุดตันในเส้นเลือด ทำให้เกิดโรคหัวใจวายตามมาได้ แต่ก็ยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่สามารถช่วยในการบำรุงหัวใจได้

ทาง รพ.สมิติเวช เปิดบริการ “หมอ(สมิติเวชช่วย)ดู เมนูเสริม (ดวง) สุขภาพ ” แนะนำอาหารสุขภาพที่ ได้รับการการันตีคุณภาพจากคุณหมอโรงพยาบาลสมิติเวช โดยให้บริการผ่านไลน์ @samitivej และทาง

แอพพลิเคชั่นแกร็บ  ที่ช่วยกันสร้างแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง เป็นทางเลือกสุขภาพที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ สามารถนำคะแนน Grab Rewards มาแลกเป็นส่วนลดค่าเวชภัณฑ์ 10 % (เฉพาะค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฎิบัติการบางรายการ และค่าฉายรังสี โดยยกเว้นค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฎิบัติการ และค่าฉายรังสีบางรายการ) สุดท้ายยังมีส่วนลดพิเศษค่าส่ง หากสั่งอาหารมาส่งที่โรงพยาบาลสมติเวช (สุขุมวิท ศรีนครินทร์ ไชน่าทาวน์ และธนบุรี) ทั้งหมดนี้จะเริ่มให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

6 เมนูบำรุงหัวใจ

1.Roasted Salmon with garden salad จากร้าน The Coffee Club

ร้าน “The Coffee Club” เป็นร้านกาแฟและอาหารเช้าชื่อดังที่อิมพอร์ตกันมาจากออสเตรเลีย เมนูแนะนำทางร้านก็คงพลาดไม่ได้กับ “Roasted Salmon with garden salad” เพราะมีไขมันในปลาแซลมอนเป็นกรดไขมันโอเมก้าสาม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจเป็นอย่างดี

2.Marshed Pumpkin Burrito with Guacamole จากร้าน Broccoli Revolution

“Broccoli Revolution” เป็นร้านอาหาร Vegan และมังสวิรัติส่วนใหญ่น่าจะรู้จักกัน เมนูเด็ดอย่าง “Marshed Pumpkin Burrito with Guacamole” มีส่วนประกอบหลักคืออะโวคาโด ซึ่งมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งดีต่อการทำงานของหัวใจ และลดภาวะเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจวายเฉียบพลันได้

3.Salmon Yum Thai Salad จากร้าน Zen Restaurant

เสริมดวงหัวใจให้แซ่บ ด้วยกรดไขมันโอเมก้าสามจากปลาแซลมอน

ที่มีโอเมก้า 3 สูง มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรค โรคหัวใจ อีกทั้งยังช่วยต้านการซึมเศร้าได้ ด้วยเมนู “Salmon Yum Thai Salad” ร้าน Zen Restaurant ย่านเมกาบางนาได้เลย

4.ต้มยำปลาทู เสิร์ฟกับข้าวกล้อง จากร้าน คั่วกลิ้งผักสด

1.ปรับสมดุลในร่างกาย จิงจูฉ่ายเป็นสมุนไพรที่นิยมมากของชาวจีน เพราะมีคุณสมบัติเป็นหยินหรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาเย็น หากกินจิงจูฉ่ายในช่วงหน้าหนาวจะช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย แก้พิษไข้ ลดอาการร้อนใน อีกทั้งยังช่วยบำรุงปอดและฟอกเลือดด้วย

2.ช่วยเรื่องความดัน น้ำมันหอมระเหยในลำต้นและใบของจิงจูฉ่ายมีสารไลโมนีน ซิลนีน และสารไกลโคไซด์ มีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลความดันเลือด ทำให้เส้นเลือดขยายตัวและเลือดไหลเวียนได้สะดวก ใครที่มีปัญหาเรื่องความดันหรือสตรีที่เลือดลมไม่ปกติ ลองกินจิงจูฉ่ายอาจจะช่วยปรับความดันเลือดให้คงที่ได

5.สลัดม้วนอกไก่อบ น้ำสลัดเพสโต้ จากร้าน Saladburi

“สลัดม้วนอกไก่อบ” เมนูอาหารคลีน พร้อมน้ำสลัดเพสโต้ ที่ไม่มีครีมเป็นส่วนผสมให้ระคายเคืองหุ่นที่มีส่วนประกอบหลักจากน้ำมันมะกอก ซึ่งมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ของร้าน “Saladburi” ที่วัตถุดิบคัดสรรสำหรับการบำรุงหัวใจอย่างดี

6.ชุดเมี่ยงปลานิลเผา จากร้าน กินฉันสิ เมี่ยงปลาเผา

 “กินฉันสิ เมี่ยงปลา” ร้านอาหารปลาเผาน่ากิน น้ำจิ้มแซ่บ อย่างเมนู ชุดเมี่ยงปลานิลเผา ปลาไทยที่มีกรดไขมันโอเมก้าสามซึ่งดีต่อสุขภาพหัวใจ นอกจากจะมีประโยชน์แล้ว ยังย่อยง่าย แถมไม่อ้วนอีกด้วย

หลายคนมีความเชื่อแบบผิดๆ ในการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร หรืองดอาหารบางมื้อ แต่วิธีนี้ไม่ได้ช่วยให้ผอมลงอย่างมีคุณภาพ หรือบางคนอาจเกิดอาการอ้วนหนักกว่าเดิม

ดังนั้นการลดน้ำหนักไม่ใช่การอดอาหารเสมอไป เร็วๆนี้ทาง รพ.สมิติเวชได้ร่วมมือกับ Grab แนะนำ 11 ร้านอาหารดัง ที่กินแล้วไม่อ้วนและไม่ต้องมานั่งอดอาหารให้ทรมานกาย  

ทาง รพ.สมิติเวช เปิดบริการ “หมอ(สมิติเวชช่วย)ดู เมนูเสริม (ดวง) สุขภาพ ” แนะนำอาหารสุขภาพที่ ได้รับการการันตีคุณภาพจากคุณหมอโรงพยาบาลสมิติเวช โดยให้บริการผ่านไลน์ @samitivej และทาง

แอพพลิเคชั่นแกร็บ  ที่ช่วยกันสร้างแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง เป็นทางเลือกสุขภาพที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ สามารถนำคะแนน Grab Rewards มาแลกเป็นส่วนลดค่าเวชภัณฑ์ 10 % (เฉพาะค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการบางรายการ และค่าฉายรังสี โดยยกเว้นค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฎิบัติการ และค่าฉายรังสีบางรายการ) สุดท้ายยังมีส่วนลดพิเศษค่าส่ง หากสั่งอาหารมาส่งที่โรงพยาบาลสมิติเวช (สุขุมวิท ศรีนครินทร์ ไชน่าทาวน์ และธนบุรี) ทั้งหมดนี้จะเริ่มให้บริการในเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

เมนูอาหารจานเดียว”ผอมได้ไม่ต้องอด”จาก 11 ร้านดัง

  1. สุกี้ทะเล จาก MK

    ว่ากันด้วยวัตถุดิบมาทำสุกี้ที่ผ่านการหมัก การปรุงมาอย่างดี น้ำซุปรสชาติกลมกล่อมโดนใจ น้ำจิ้มรสเด็ดหลากหลายสูตรให้เลือกสรร แถมอิ่มเบาๆไม่หนักท้อง ด้วยโปรตีนดีจากอาหารทะเล และเส้นใยอาหารจากผักหลากหลายอีกด้วย  

1

2.โตเกียวโซบะ จาก Greyhound

การกินโซบะก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะที่ร้าน Greyhound café เสิร์ฟเส้นโซบะมีดัชนีน้ำตาลต่ำ จับคู่มากับโปรตีนดีจากไก่ฉีกและผักสดๆ เพิ่มความอร่อยและอิ่มท้อง

3.Set menu แซลมอนย่างถ่าน เปลี่ยนข้าวเป็นข้าวธัญพืช จากร้าน Ootoya

อีกหนึ่งเมนูอาหารที่มีโปรตีน เนื้อปลามีความสดชิ้นใหญ่  ที่ร้าน Ootoya  ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันโอเมก้า 3 จากแซลมอน เสิร์ฟพร้อมข้าวธัญพืชที่มีเส้นใยอาหารและสามารถเติมได้ไม่อั้นอีกด้วย

4.สเต็กปลาดอรี่ซอสเห็ด จากร้าน Santa Fe’ Steak

อิ่มอร่อยกับร้านสเต็กราคาไม่แพงมากกับร้าน Santa Fe’ Steak ที่มีจุดเด่นหลายอย่าง เมนูเด็ดที่ทุกคนต้องสั่งคือ “สเต็กปลาดอรี่ซอสเห็ด”  เมนูลดน้ำหนักแบบเน้นโปรตีนและไขมันดีจากปลาดอรี่ บอกได้เลยว่าเหมาะกับคนรักสุขภาพอย่างมาก

5.ไก่ย่างสไปซี่ ข้าวออร์แกนิก จากร้าน Sizzler

รสชาติหอมกรุ่นกลิ่นไก่ย่างบนเปลวไฟ  ร้อน นุ่ม  ไก่ย่างชิ้นใหญ่คัดเนื้ออกชั้นดี  ที่ร้าน Sizzler  พร้อมกับความอร่อยและได้โปรตีนจากไก่ย่าง ทานกับผักสดๆและข้าวออร์แกนิกเพื่อสุขภาพอย่างเข้ากันที่สุด

6.สลัดไก่อบ จากร้าน S&P

เมนูสุดฮิตประจำร้าน S&P ต้องไก่ที่อบสูตรเด็ด เนื้อไก่มีความนุ่มและเปื่อยมาก  ได้กลิ่นหอมบาง ๆ ของเครื่องปรุงรส และได้รสชาติมันเค็มเบา ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสลัดและน้ำสลัดใสสามรส  อิ่มแบบไม่ง้อข้าว

7.สลัดยำแซลมอนซาชิมิกับมะม่วงและอะโวคาโด้ จากร้าน Jones’ Salad

เมนูสลัดยำแซลมอนซาชิมิกับมะม่วงและอะโวคาโด้ น้ำยำรสเข้มข้น  อิ่มสบายท้องด้วยไขมันดีจากอะโวคาโด โปรตีนจากแซลมอน เส้นใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระจากมะม่วง เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสำหรับสาวๆที่ไม่อยากอ้วนและรักสุขภาพ

8.ผัดไทไดเอ็ทกุ้งสด จากร้าน เย็นตาโฟเครื่องทรง โดย อ.มัลลิการ์

“ผัดไทไดเอท”ร้านนี้มีความพิเศษตรงที่ใช้เส้นมะละกอแทนเส้นก๋วยเตี๋ยว สูตรเฉพาะ อ.มัลลิการ์ ผอมได้โดยไม่ต้องอดและผัดด้วยสูตรลับเฉพาะของร้านเย็นตาโฟเครื่องทรงสำหรับคนชอบไดเอท  แกล้มกับหัวปลีสดใหม่ พร้อมกุ้งสดตัวอวบ ๆ เนื้อหวาน ๆ อร่อยครบสูตรผัดไทโบราณ

9.ก๋วยเตี๋ยววุ้นเส้นต้มยำสุโขทัย ไข่มะตูม จากร้าน รสนิยม

“ก๋วยเตี๋ยววุ้นเส้นต้มยำสุโขทัยไข่มะตูม” รสชาติอร่อย กลมกล่อมพอดี ไม่ต้องปรุงเพิ่ม ทางร้านมีวุ้นเส้นที่มีน้ำตาลต่ำ ส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดและการคุมน้ำหนัก ตอบโจทย์สำหรับคนที่กำลังมองหาอาหารรสแซ่บแต่ไม่ทำให้อ้วน ต้องลองก๋วยเตี๋ยวร้านรสนิยม

9

10.ชุดข้าวกล้องสุขภาพปลาแซลมอนย่างเกลือ จากร้าน Fuji

เมนูลดน้ำหนักสไตล์ญี่ปุ่น ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันดีจากแซลมอน   “ชุดข้าวกล้องสุขภาพปลาแซลมอนย่างเกลือ” ของ Fuji ที่จัดเต็มเครื่องธัญญาหารที่ดีต่อสุขภาพ และทานพร้อมสลัดผัก เมนูนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่รักในการกินแต่ไม่อยากอ้วน  

11.Grilled Chicken with Quinoa Salad จากร้าน The Coffee Club

“สลัดคีนัวอกไก่”  อิ่มแบบไม่อ้วน เพราะอัดแน่นด้วยโปรตีนดีจากไก่และวัตถุดิบพิเศษของทางร้าน The Coffee Club นั่นคือ ควินัว ที่ช่วยในเรื่องของการย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมนูนี้กินแล้วไม่ต้องกลัวอ้วนและไม่ต้องอดอาหารแน่นอน

พระสงฆ์ปัจจุบันมีภาวะเสี่ยงต่อน้ำหนักเกินมากขึ้น ในวันวิสาขบูชานี้ มติชนอคาเดมี เสนอ 6 เมนูใส่บาตรแบบใส่ใจกัน

น้ำพริกปลาทู ผักลวก ไข่ต้ม น้ำพริกปลาทู

ตัวน้ำพริกก็จะอุดมไปด้วยโปรตีน ปลาทู เป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน มีโอเมก้า 3 และไอโอดีน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบำรุงสมอง โปรตีนในปลาเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย เมื่อรับประทานร่วมกับผักหลายชนิด ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผักสดหรือผักต้มเท่านั้นเอง มีสารอาหารครบ 5 หมู่เมื่อรับประทานร่วมกับข้าว ข้อควรระวังคือ อย่าทำให้รสจัดมากเกินไป เช่น เค็มจัด เปรี้ยวจัดหรือเผ็ดจัดเกินไป เพราะว่าไม่เป็นผลดีต่อระบบลำไส้หรือกระเพาะอาหาร

 

ปลาทูผัดพริกเหลืองไหลบัว

มีคุณค่าสารอาหาร โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง

 

ใบเหลียงผัดไข่

เป็นผักพื้นบ้านภาคใต้ที่ให้รสมัน ไม่มีรสขม เวลาเลือกซื้อ เลือกที่ไม่อ่อน หรือแก่จนเกินไป คุณค่าอาหารทางโภชนาการ ผักใบเขียวจะมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ 3 กลุ่มที่น่าสนใจ แคโรทีนอยด์ ซึ่งจะพบได้ในผักใบเขียวเข้ม สารกลุ่มนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการดูแลสุขภาพตา หรือแม้กระทั่งในการเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ เป็นต้น

 

แกงส้มผักรวม

มีคุณค่าอาหารทางโภชนาการ เป็นอาหารที่มีพลังงานค่อนข้างต่ำ เพราะเป็นแกงน้ำใส ส่วนประกอบหลักที่ใส่ในแกงส้มส่วนใหญ่ เป็นปลา เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญและเป็นประโยชน์ ผักหลายๆ ชนิดที่ใส่ในแกงส้มถือว่าเป็นแหล่งที่สำคัญของใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ โดยการปรุงต้องลดความเค็มลง

 

แกงเลียง

น้ำแกงไม่ใส หรือข้นเกินไป รสชาติเค็มพอดี มีรสเผ็ดร้อนจากพริกไทย แต่ไม่เผ็ดจัดจนเกินไป ส่วนประกอบของผักในแกงเลียงก็มีความหลากหลาย จากชนิดของผักที่ใส่ในแกงเลียง แกงเลียงจึงเป็นแกงที่น่าสนใจ สถาบันโภชนาการ จึงให้ความสนใจแกงเลียง เพราะนอกจากจะเป็นอาหารที่มีพลังงานต่ำมาก แต่มีใยอาหารสูง ขณะเดียวกันก็มีคุณค่าทางโภชนาการประเภท วิตามิน แร่ธาตุ แล้วยังมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายๆ ชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน หรือฟลาโวนอยด์ที่ช่วยในการป้องกันโรคได้

 

ข้าวกล้อง

มีคุณค่าทางอาหารที่สูงมาก ทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวิตามินบี ป้องกันอาการอ่อนเพลียของกล้ามเนื้อ แขน-ขาไม่มีแรง บำรุงสมอง และช่วยให้เจริญอาหาร – วิตามินบี 1 ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา – วิตามินบี 2 ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก – วิตามินบี 3 หรือไนอะซิน ช่วยป้องกันโรคผิวหนัง และเส้นประสาท – แคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ทำให้ไม่เป็นตะคริวได้ง่าย – ฟอสฟอรัส ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรงเจริญเติบโตได้ดี – เหล็ก ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง – โปรตีน ช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกาย – ไขมัน ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เพราะเป็นไขมันดีจึงไม่มีคอเลสเตอรอล – คาร์โบไฮเดรต ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย – ทองแดง ช่วยในการสร้างเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง – โพแทสเซียม ช่วยให้หัวใจเต้นเป็นปกติ และควบคุมความสมดุลของน้ำในร่างกาย – ซีลีเนียม มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ – กากใยอาหาร ช่วยให้ท้องไม่ผูก และป้องกันโรคมะเร็งในลำไส้