ระแส “ทุเรียนฟีเวอร์” ที่ขณะนี้ได้ไต่ระดับดีกรีไปจนจะถึงขีดสุดอยู่รอมร่อ เอาเป็นว่าใครไม่ได้ไปกินทุเรียนที่จันทบุรีปีนี้ เรียกว่า “ตกเทรนด์” เป็นรถด่วนขบวนสุดท้ายไปเลย อาจพูดคุยกับใครเขาไม่รู้เรื่อง!!

ว่าด้วยเรื่องทุเรียนเมืองจันท์ “จอมศักดิ์ ภูติรัตน์” ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี หลังประกาศกลยุทธ์บวกผลักดันนโยบาย สร้างจันทบุรีเป็น “มหานครแห่งผลไม้” แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปแล้ว ซึ่งรัฐบาล “บิ๊กตู่” ก็รับปาก และรับลงมือปฏิบัตินำพาชาวจีนหลายสิบคนจากหลายๆ เมืองจากประเทศจีนนั่งเครื่องบินเดินทางมาซื้อทุเรียนถึงแหล่งเพาะปลูก ซึ่งแหล่งสำคัญหนีไม่พ้นจังหวัดจันทบุรีนี่เอง

นอกจากการเดินทางบุกซื้อถึงที่แล้ว ยังมีบริการ “ทุเรียนเดลิเวอรี่” รับจัดหาและส่งทุเรียนถึงบ้านโดย “อาลีบาบา” อีกด้วย ทำเอาทุเรียนเมืองจันท์คุณภาพดีหลายแสนลูกเวลานี้เดินทางไปอยู่ที่ประเทศจีน ส่วนที่จังหวัดจันทบุรีเลยตกอยู่ในสภาพทุเรียนขาดแคลน หาเกรดเอลำบาก อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจะไม่มีทุเรียนดีๆ ให้กินกัน ของดีก็ยังมีอยู่ที่เมืองจันท์เพียงแต่ว่า “มีน้อย” พอเข้าเดือนมิถุนายนปลายๆ เดือน ทุเรียนก็จะเริ่มวายแล้ว

ประธานหอการค้าจันทบุรีเล่าว่า ด้วยความที่จังหวัดจันทบุรีเป็นชุมชนริมน้ำเก่าแก่ มีอายุกว่า 300 ปี ซึ่งที่เรียกชุมชนริมน้ำนั้นเป็นการเรียกรวม 3 ชุมชนเข้าด้วยกัน ได้แก่ ชุมชนท่าหลวง, ชุมชนตลาดกลาง และชุมชนตลาดล่าง ย่านนี้นับว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาก โดยเฉพาะชุมชนท่าหลวงซึ่งเป็นพื้นที่รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินประพาสเมืองจันทบุรี พ.ศ.2419 และยังเป็นพื้นที่รวมหลากหลายวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการค้าขายสมัยนั้น

เมื่อเป็นชุมชนอยู่ริมแม่น้ำจันทบุรี ทำให้การค้าขายเกิดขึ้นตามแนวชุมชมติดริมน้ำ ส่งผลให้ที่นี่เป็นที่ตั้งของ “ท่าจอดเรือสินค้า” หลายแห่ง และมีการติดต่อไปมาหาสู่ แลกเปลี่ยนและซื้อขายสินค้าทั้งภายในและนอกชุมชนกันอย่างคึกคัก รวมไปถึงการซื้อขายผลไม้ คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ สละ ฯลฯ อีกทั้งเมื่อก่อนการอยู่อาศัยสองฝั่งแม่น้ำนั้นต้องติดต่อกันด้วยเรือ โดยใช้เรือพายและแจวข้ามแม่น้ำในการไปมาหาสู่กัน เนื่องจากยังไม่มีสะพานอย่างทุกวันนี้ ยิ่งทำให้ในปัจจุบันที่นี่จึงยังมีท่าน้ำต่างๆ เกิดขึ้น ในชุมชน ตั้งแต่หัวถนนต่อเนื่องจนถึงสุดถนน ซึ่งบางบ้านที่อยู่ติดริมน้ำก็ยังใช้หลังบ้านตัวเองเป็นที่อาบน้ำ ล้างจาน และทำกิจวัตรต่างๆ อยู่ถึงทุกวันนี้

ท่าน้ำนั้นมีทั้งท่าน้ำสาธารณะและท่าน้ำส่วนตัว แต่ท่าน้ำที่สำคัญมีทั้งหมด 7 ท่าด้วยกัน คือ ท่าหลวง อยู่บริเวณหัวสะพานวัดจันทนาราม ถือเป็นศูนย์กลางการคมนาคม ท่าหมอทอด ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้าตั้วเล่าเอี๊ย ท่าประชานิยม ตั้งอยู่ตรงข้ามกับถนนประชานิยม ท่าแม่ผ่องศรี ตั้งอยู่บริเวณตรอกใกล้ร้านขายยาจังกวนอัน ท่าศาลเจ้าที่ ท่าวัดโรมันคาทอลิก ท่าตาโท ตั้งอยู่ท้ายสุดของชุมชน

และเป็นมาตั้งแต่โบราณแล้วว่าจันทบุรีเป็นเมืองแห่งผลไม้ นิยมปลูกกันมากทั้งมังคุด ทุเรียน สละ เงาะ และพืชผักอื่นๆ ล้วนเป็นสินค้าสำคัญของประเทศไทย อาทิ พริกไทยและยางพารา

ประธานหอการค้าบอกอีกว่า เนื่องจากจันทบุรีมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะสมสำหรับปลูกผลไม้เหล่านี้ ทำให้จังหวัดจันทบุรีมีผลไม้เหล่านี้เป็นจำนวนมากและมีคุณภาพดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน ซึ่งจังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีการผลิตมากที่สุดในประเทศไทย ผลไม้อีกชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมากของจันทบุรี คือ สละเนินวง ปลูกกันมากในบริเวณค่ายเนินวง ต.บางกะจะ ผลไม้ของจังหวัดจะออกสู่ตลาดในช่วงระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายนของทุกปี

อย่างไรก็ตาม ปริมาณผลไม้ของจังหวัดในแต่ละปีจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ หากเกิดภาวะภัยแล้งขึ้น ปริมาณผลไม้ที่จะออกสู่ตลาดในปีนั้นก็จะมีปริมาณลดลง

“โดยเฉพาะเรื่องของทุเรียนนั้น ยุคก่อนสมัยที่ยังไม่มีรถใช้กัน ชาวสวนจากบ้านเนินยาง บ้านคมบาง โป่งแรด ท่าใหม่ เขาต้องขนย้ายทุเรียนกันด้วยการหาบมาขายที่ตลาดมาตั้งแต่ตี 4 ใช้เวลาเดินทางด้วยความยากลำบากมากกว่าจะมาถึง ต้องใช้ความอดทนอย่างสูง เพราะฉะนั้นสมัยก่อนกว่าจะได้กินทุเรียนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับทุเรียนที่นำมาขายสมัยก่อนจะมีจุดซื้อขายอยู่ที่ศาลาปากแซง ศาลาแดง เกาะล้อมชะนีโรงสีนายเหม็ง (ตรงข้ามท่าแม่ผ่อง) นี่คือเรื่องราวในอดีตของจันทบุรี ดินแดนแห่งมหานครผลไม้” ประธานหอการค้าสรุป

จากกรณีที่เพจดังในพื้นที่พัทยาได้โพสต์ภาพการขายทุเรียนในรูปแบบใหม่ขายแต่เนื้อ ไม่ขายเปลือก โดยผู้ที่โพสต์ตามเพจ “สุทธิดา สุวรรณนาใจ” โพสต์ข้อความว่า 3,000 บาทไม่ขาย ขายเพียง ก.ก.ละ 350 บาท หมอนทองเนื้อดี ไม่มีเปลือก เนื้อสวย รสชาติอร่อย ขีดละ 35 บาทเท่านั้น พิกัดหน้าวัดหนองเกตุใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยพบว่าโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก จนมีคนมากดไลค์เป็นจำนวนมาก พร้อมสอบถามเส้นทางกันไปยังร้านดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

มีรายงานว่า วันที่ 11 พ.ค. จากการลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์ที่ร้านของผู้สื่อข่าว พบว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก พากันเดินทางมาที่ร้ายขายทุเรียนจนทำให้บรรยากาศการซื้อขายทุเรียนคึกคักเป็นอย่างยิ่ง

ด้าน นางไพรินทร์ จันทร์มี แม่ค้าขายทุเรียนรายนี้ เปิดเผยว่า สำหรับไอเดียที่เกิดขึ้นนั้น เนื่องจากว่า ปัจจุบันทุเรียนขายยาก ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เลือกเนื้อไม่เหมือนกัน บางคนต้องการเนื้อแข็ง บางคนกรอบนอกนุ่มใน บางคนชอบทานเนื้อนิ่ม เวลาขายให้ลูกค้าแต่ละคนก็ต้องเจาะทุกเรียนมากกว่า 3-4 ลูก กว่าจะได้เนื้อที่ถูกใจลูกค้า และที่ผ่านมาฝนตกอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าจึงไม่ค่อยออกมาซื้อทุกเรียนกินกัน ทำให้ทุเรียนที่เอามาขายใช้เวลามากกว่า 2-3 วันจึงจะหมด บางทีหากขายไม่ทันเนื้อทุเรียนก็จะเละไม่เหมาะกับการรับประทาน

จึงมาคิดกันว่าจะทำอย่างไรที่จะขายสินค้าได้ และขายให้เนื้อทุเรียนเป็นที่ถูกใจลูกค้า จึงลองแกะทุเรียนเพื่อขายแต่เนื้อโดยไม่รวมเปลือกชั่งกิโลขายเหมือนร้านทั่วไป กรณีนี้จะทำให้ลูกค้ามีสิทธิได้เลือกเนื้อทุเรียนที่ชอบได้ตามความพอใจ

จากนั้นจึงมาคิดว่าจะขายที่ราคาเท่าไหร่ โดยไม่ได้เน้นกำไรมากนัก แต่เน้นการขายเร็ว ขายไวก็เลยกำหนดไว้ที่ราคากิโลกรัมละ 350 บาท ซึ่งจนถึงปัจจุบันได้ขายมาเป็นวันที่ 3 แล้ว และหลังจากที่บุตรสาวได้โพสต์เรื่องลงในโลกโซเชียล ก็ทำให้มีลูกค้าสนใจจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเลือกซื้อทุเรียนกันอย่างต่อเนื่อง จนทุเรียนแทบจะสุกไม่ทันกันเลยทีเดียว

ด้าน คุณภัทราพร ศรีรารัตน์ ลูกค้าซื้อทุเรียน เผยว่า เปิดเพจมาเห็นก็เลยตามมาซื้อกิน ซึ่งวันนี้ซื้อไปมากถึง 3 กิโลกรัม ซึ่งธรรมดาก็เป็นคนที่ชอบทานทุเรียนอยู่แล้ว และก็พบว่าทุเรียนที่ซื้อไปมีเนื้อดีมาก ได้กินตามที่ต้องการได้ทุกเม็ด ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยเจอทุเรียนที่เละบ้าง แข็งบ้าง ในลูกเดียวกัน บางลูกมีไม่กี่พู กินได้จริงๆไม่กี่เม็ด ถึงแม้ว่าราคาขายทั้งลูกจะอยู่ที่กิโลกรัมละ120 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับซื้อแบบแต่เนื้ออาจจะดูแพงกว่า แต่สำหรับส่วนตัวเองก็ถือว่าคุ้มค่าได้กินเนื้อทุเรียนที่ตัวเองชอบ

ขณะที่ คุณเบญจรัตน์ ศรีเรือง ลูกค้าทุเรียนอีกรายเดินทางมาจากต่างพื้นที่ ด้วยเปิดเพจพบจึงอยากจะลองมาเลือกซื้อทุเรียนแบบไม่มีเปลือกดู และได้ไปกว่า 2 กิโล โดยต้องบอกว่าชอบมากที่สามารถเลือกเนื้อทุเรียนได้เอง เนื้อสวยหวาน และที่สำคัญคือสามารถเลือกได้ตามใจ ส่วนราคาที่ทางร้านขายที่กิโลกรัมละ 350 และ 450 บาท นั้นถือว่าไม่แพง ถ้าเทียบกับเนื้อทุเรียนที่ได้ทาน เพราะคุณภาพสามารถเลือกได้มากกว่าซื้อเป็นลูก และก็อยากให้ร้านทุเรียนร้านอื่นๆทำแบบนี้บ้างคือขายทุเรียนแต่เนื้อ เหมือนการแสดงความจริงใจกับลูกค้า

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2561 ที่ผ่านมา นายชนิด ยอดแก้ว ประธานสภาเกษตรกรอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงความก้าวหน้าทางนวัตกรรมที่วิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน ผลิตเครื่องวัดคุณภาพทุเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ว่าจะช่วยป้องกันการนำทุเรียนอ่อนออกขายในท้องตลาด พร้อมส่งเสริมทุเรียนคลองลอยที่มีคุณภาพดีให้ขายดียิ่งๆ ขึ้นไป

นายชนิดกล่าวถึงปัญหาที่ผ่านมาว่า มีพ่อค้าทุเรียนจากต่างพื้นที่ เข้ามาซื้อในคลองลอยแบบเหมาสวนล่วงหน้า เมื่อทุเรียนเริ่มจะเก็บเกี่ยวได้ พ่อค้าบางรายฉวยโอกาสตัดทุเรียนอ่อนออกไปจำหน่ายก่อน เพื่อที่จะให้ได้ราคา แต่ทุเรียนอ่อนไม่มีคุณภาพทำให้ราคาตก สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกร

ต่อไปนี้การตัดทุเรียนคลองลอย จะสามารถวัดระดับคุณภาพของทุเรียนได้ก่อนที่จะนำออกสู่ตลาด แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด จึงอยากเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้เครื่องมือนี้ในการตรวจสอบคุณภาพทุเรียนให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด เพื่อป้องกัน และใช้กฎหมายควบคุมควบคู่อย่างเคร่งครัด

ด้านนายปราโมทย์ แก้วชูใส นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอบางสะพาน กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าเครื่องวัดคุณภาพทุเรียนที่วิทยาลัยการอาชีพบางสะพานได้ผลิตสำเร็จในครั้งนี้ จะนำมาใช้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะทุเรียนคลองลอยที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียง

ปัจจุบันมีการปลูกอยู่ในพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ ปีที่ผ่านมามีผลผลิตประมาณ 2,000 ตัน ดังนั้นเครื่องวัดคุณภาพทุเรียน ที่วิทยาลัยการอาชีพบางสะพานผลิตได้ เป็นเรื่องที่ดีที่น่าส่งเสริมให้มีการนำมาใช้ให้แพร่หลายต่อไป

สำหรับอุปกรณ์วัดความสุกของทุเรียน นายจิตวัฒนา บุญเลิศ หัวหน้าแผนกวิชาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน พร้อมด้วยนักศึกษา ร่วมกันผลิตโครงงานนวัตกรรมและงานวิจัยของนักศึกษาวิทยาลัย จนประสบความสำเร็จในการผลิตอุปกรณ์วัดความสุกของทุเรียน ที่มีความถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์

ผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด ชนะเลิศระดับตัวแทนภาคกลาง และได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมโดดเด่นระดับชาติ ในการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวศึกษาระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2560 ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ

นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประกอบด้วย นายเมธี ขำพวง, นายพันทิวา คำแก้ว และนายสมทรง แจ้งอักษร จากแผนกวิชาเทคนิคการผลิต ใช้เวลาคิดค้น 3 เดือน เครื่องมือวัดคุณภาพทุเรียน มีลักษณะคล้ายเข็มฉีดยา เมื่อแทงเข็มลงไปในพูทุเรียน อุปกรณ์จัะส่งสัญญาณไปตรง scale 5 ของเนื้อทุเรียน ที่ระบุไว้ 3 ระดับ

โดยสีแดงหมายถึงทุเรียนดิบ สีเหลืองหมายถึงทุเรียนห่าม และสีเขียวหมายถึงทุเรียนสุก อุปกรณ์นี้ใช้งานง่ายและสามารถทราบผลได้ในทันที ปัจจุบันมีการตั้งราคาไว้ที่ 1,000 บาทเท่านั้น ทำให้มีผู้สนใจจำนวนมากทั้งเกษตรกรและพ่อค้า

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

พูดถึงเค้กทุเรียนหลายคนคงนึกไปถึงการเอาทุเรียนจริงๆ มาทำเป็นเค้ก แต่เค้กทุเรียนในคลิปนี้ไม่เหมือนเค้กทุเรียนอื่นๆ เพราะทำออกมาเหมือนจริงสุดๆ ชนิดที่ดูภายนอกอาจดูไม่ออกเลย จนเมื่อใช้มีดตัดเค้กผ่าลงไป ก็พบกับหนามทุเรียนสุดนุ่มนิ่ม แถมภายในยังเป็นตัวเค้กช็อกโกแลตสลับชั้นกับครีม

ทั้งนี้ วิดีโอดังกล่าวโพสต์โดยเฟซบุ๊กเพจ แซบแบบ “บ้านๆ” ซึ่งมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ระบุว่าเหมือนจริงมาก เอาใจคนที่อยากกินทั้งเค้กและทุเรียน

เข้าฤดูกาลผลไม้อย่างทุเรียนแล้ว หลายคนคงจะเริ่มซื้อหามากินกันบ้าง ถึงแม้จะเป็นผลไม้แสนอร่อย แต่ก็มีข้อควรระวังในการกิน เพื่อให้ได้รับพลังงานในระดับที่พอดี ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ไปดูคำแนะนำการกินทุเรียนให้พอดีจากกรมอนามัยกัน

ที่มา เพจเฟซบุ๊กกระทรวงสาธารณสุข

 

อร่อยสุดคุ้มกับทุเรียนคัดเกรด 6 ชนิดพร้อมผลไม้และเมนูของหวาน

เปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561

 

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่กับเทศกาลบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้ไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย!! เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ จับมือ กระทรวงพาณิชย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน The Original Thailand’s Amazing Durian and Fruit Fest 2018 ตั้งแต่วันที่ 18-23 พ.ค. 61 ณ ลาน Square B-C ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (ฝั่งถนนราชดำริ) อิ่มฟินไปกับบุฟเฟ่ต์ทุเรียนคุณภาพคัดเกรด 6 ชนิด ได้แก่ ทุเรียนหมอนทองจาก ระยอง จันทบุรี ตราด, ทุเรียนหมอนทองป่าขะ, ทุเรียนหมอนทองป่าละอู, ทุเรียนชะนี, ทุเรียนก้านยาว และทุเรียนพวงมณี พร้อมผลไม้ไทยที่ดีที่สุดในฤดูกาล ได้แก่ มังคุด, เงาะ, แตงโม, ลองกอง, เมล่อน และสละ ปิดท้ายด้วยหลากหลายเมนูคลายร้อน ทั้งไอศครีมกะทิ, ข้าวเหนียวมะม่วง, มะม่วงน้ำปลาหวาน และมะพร้าวน้ำหอมเย็นชื่นใจ และช้อปสินค้าจากเกษตรกร 50 จังหวัดกว่า 100 ร้านค้า

ซื้อบัตรบุฟเฟ่ต์ก่อนใครได้ตั้งแต่ 1 พ.ค. 61 ผ่าน 2 ช่องทาง 

  1. ticketmelon.com/event/thailandamazingdurian
  2. แอพพลิเคชั่น Wechat (สำหรับภาษาจีน)

บัตรราคาพิเศษเพียง 359 บาท/ท่าน เฉพาะรอบแรกของทุกวัน เวลา 11.30 – 12.30 น. และราคา 459 บาท/ ท่าน สำหรับรอบปกติ 13.00 – 14.00 น. / 14.30 – 15.30 น. / 16.00 – 17.00 น. /  17.30 – 18.30 น. / 19.00 – 20.00 น. (จำกัดเวลา รอบละ 1 ชั่วโมง)

พิเศษ!! สำหรับผู้ถือบัตร เดอะวัน การ์ด แลกซื้อบัตรบุฟเฟ่ต์ในราคา 1 บาท ที่จุดจำหน่ายบัตรด้านหน้างาน (ใช้ 2,864 คะแนน สำหรับบัตรบุฟเฟ่ต์ราคา 359 บาท หรือ 3,664 คะแนน สำหรับบัตรบุฟเฟ่ต์ราคา 459 บาท)

หรือซื้อบัตรได้ที่เคาท์เตอร์จำหน่ายบัตรด้านหน้างาน ตั้งแต่วันที่ 18 – 23 พ.ค. 61 เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/TopsThailand

นายสมทรง พ่วงกระสินธุ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจทุเรียนแปลงใหญ่ ตำบลชำราก อ.เมือง จ.ตราด เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 ที่ผ่านมาว่า กลุ่มวิสาหกิจทุเรียนแปลงใหญ่ตำบลชำรากร่วมกันตั้งขึ้น เพื่อให้สมาชิกกลุ่มแบ่งทุเรียนบางส่วนในสวน ทำเป็นทุเรียนซุปเปอร์พรีเมี่ยม โดยปีนี้เป็นปีแรกที่เริ่มทำ มีสมาชิกในกลุ่มประมาณ 20 ราย จาก 50 รายร่วมโครงการ เบื้องต้นเตรียมทุเรียนไว้ทั้งหมด 300 ลูกในปีแรก

“เป็นในปีแรกที่สมาชิกกลุ่มต้องการเพิ่มช่องทางการบริโภคทุเรียนโดยตรงสวน ได้กินทุเรียนคุณภาพที่เจ้าของสวนเลือกให้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่เกรดซูเปอร์พรีเมี่ยม พรีเมี่ยม และ ธรรมดา มีทุเรียนให้เลือกทั้งทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ชะนี และพ่วงมณี” นายสมทรง กล่าว

นายวุฒิชัย ภู่มณี รองประธานกลุ่มฯ ฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า การทำตลาด ซูเปอร์พรีเมี่ยมทุเรียนชำราก จะเน้นลูกค้าออนไลน์เป็นหลัก สั่งซื้อ สั่งจองผ่านเพจของกลุ่ม และจะจัดส่งทุเรียนไปให้ทั่วประเทศ โดยบริษัทขนส่ง อยากให้ผู้บริโภคได้กินทุเรียนอร่อยจากสวน อีกประการหนึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารกันและรูกจักกันระหว่างผู้บริโภคและเจ้าของสวนอีกด้วย ขณะเดียวกันทางกลุ่มไม่ได้ทำทุเรียนซุปเปอร์พรีเมี่ยมไปแข่งขันกับกลุ่มใด ผลประกอบการที่ได้คืนให้กับชาวสวนโดยตรงรายงานข่าวแจ้งว่า

สำหรับราคาทุเรียนชำราก มีการกำหนดราคาจำหน่ายตามเกรดของทุเรียน โดยเกรดซูเปอร์พรีเมี่ยม หมอนทอง ราคาเริ่มตัน 180 บาท/กิโลกรัม เกรดพรีเมี่ยม พันธุ์หมอนทอง, พวงมณี, ชะนี ราคา เริ่มต้นเรียงตามพันธุ์ 150150,150,120 บาท/กิโลกรัม และ แบบธรรมดา พันธุ์หมอนทอง,พวงมณี,ชะนี ราคาเริ่มต้นแต่ละพันธุ์ 120,120,100 บาท /กิโลกรัม ทางกลุ่มเปิดให้ผู้บริโภคสั่งซื้อได้ผ่านเฟซบุ๊คกลุ่ม DurianChamrakBigfarm

 


ที่มา มติชนออนไลน์