โก โฮลเซลล์ สนับสนุนงานเทศกาลกินเจภูเก็ต ร่วมสืบสานประเพณีถือศีลกินผัก

โฮลเซลล์ (GO Wholesale) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ทางเลือกใหม่เพื่อผู้ประกอบการ ดำเนินการโดย บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ร่วมส่งเสริมประเพณีถือศีลกินผัก (กินเจ) จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2567 ซึ่งถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานับร้อยปี โดย “โก โฮลเซลล์” ทั้งสองสาขาในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ สาขาราไวย์ และสาขาเมืองภูเก็ต ได้เข้าร่วมกิจกรรมเทศกาลถือศีลกินผักที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยสนับสนุนเต้นท์จำนวน 70 เต้นท์ ให้กับ ศาลเจ้าบางเหนียว โดยมี ดร.ราวี ซามี รองประธานศาลเจ้าบางเหนียว เป็นผู้รับมอบ และสนับสนุนน้ำดื่มยิ้ม และข้าวหอม “อาร่อย” ให้แก่ ศาลเจ้ากวนอู โดยมี นายฉัตรชัย อินทจันทร์ ประธานการจัดงาน เป็นผู้รับมอบ สำหรับนำไปใช้ในช่วงเทศกาลกินเจ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 3 – 11 ตุลาคม 2567 ทั้งนี้ โก โฮลเซลล์ ได้จัดแคมเปญ “กินเจให้สุด ปักหมุดที่ GO Wholesale” คัดสรรคุณภาพครบครัน อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มบุญ ที่ โก โฮลเซลล์ ทุกสาขา ทั้ง ศรีนครินทร์ เชียงใหม่ อมตะชลบุรี พัทยาใต้ พระราม 2 รังสิต รามคำแหง ราไวย์ภูเก็ต และสาขาเมืองภูเก็ต ด้วย

1254402

โก โฮลเซลล์ จัดเวิร์กชอป เมนูเจไม่จำเจ รับเทศกาลถือศีลกินผัก

กินเจอย่างไรไม่จำเจ! โก โฮลเซลล์ (GO Wholesale) หาคำตอบมาให้ รับเทศกาล “กินเจ” ประจำปี 2567 โดยเฉพาะ

คำตอบที่ว่ามาจาก เชฟโน๊ต-ศุภกิจ อรุณธนโยธิน เชฟผู้มีประสบการณ์ด้านอาหารจีน ที่มาให้ความรู้ และสาธิตการปรุงเมนูอาหารเจ ในกิจกรรมเวิร์กชอป ที่จัดขึ้น ณ โก โฮลเซลล์ สาขารามคำแหง ซึ่งมีลูกค้าสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการร้านอาหารให้การตอบรับมาเก็บเกี่ยวความรู้กันมากมาย

เชฟโน๊ต กล่าวว่า “การทำอาหารเจ เรื่องของวัตถุดิบเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าเราเลือกวัตถุดิบไม่ดีตั้งแต่ต้น ก็จะพังเป็นโดมิโน ฉะนั้นเราต้องเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็น พวกโปรตีนเกษตรที่เราเลือกมาแทนเนื้อสัตว์ ผัก และเครื่องปรุงเจต่างๆ” 

สำหรับเมนูที่เชฟโน้ต เลือกมาสาธิตให้ผู้ร่วมเวิร์กชอปได้ลงมือปรุงกัน เขาคัดเลือกวัตถุดิบแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น “แกงเทโพ เจ” ที่มีพระเอกคือ โปรตีนเกษตร โยตา, ผักบุ้งเทโพ, เห็ดหลินขาว, เห็ดหูหนูดำ ส่วน “เต้าหู้น้ำแดง เจ” ชูโรงด้วย เนื้อบดจากพืช Meatly! แพลนต์เบสโปรตีนพรีเมียมจาก “เบทาโกร”, เต้าหู้ขาวคินุ, ผักเต๋า 3 สี, เห็ดหอมแห้งเจียว

“อาหารเจเราสามารถปรับแต่งได้นะ ขึ้นอยู่ที่ taste ของแต่ละคนว่าชอบแบบไหน อาหารเจถึงจะจืด แต่เราสามารถเพิ่มรสชาติให้หนักขึ้นได้อีก สมัยก่อนมีแต่ผู้สูงอายุ คนจีน ที่เน้นกินจืดๆ แต่ปัจจุบันคนไทยเริ่มหันมากินเจกันมากขึ้น มีความสนุกในการปรุงอาหารมากขึ้น ที่สำคัญ เริ่มแปลงหน้าตาให้สวยงาม มีกลิ่น มีสี มีรสชาติคล้ายๆ กับอาหารปกติเลย”

ช่วงเวลากว่า 2 ชั่วโมงครึ่งในเวิร์กชอปครั้งนี้ จึงเต็มไปด้วยความรู้และเทคนิคมากมายสำหรับการทำอาหารเจ ที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างเมนูใหม่ๆ ในร้าน และปรับรสชาติให้อร่อยแบบไม่จำเจได้ โดยหลังจบเวิร์กชอปแล้ว ผู้เข้าอบรมพากันแวะเวียนชมสินค้าเจในสาขา ได้วัตถุดิบคุณภาพ ติดไม้ติดมือกลับร้าน กลับบ้านกันไม่น้อย

1252437_0
1252439_0

ตั้งแต่วันนี้ ถึง 8 ตุลาคม 2567 โก โฮลเซลล์ มีแคมเปญ “กินเจให้สุด ปักหมุดที่ โก โฮลเซลล์” นำสินค้ารับเทศกาลเจหลากหลายรายการมาจัดราคาพิเศษ ทั้งในกลุ่มสินค้าเห็ด ผักสด โปรตีน อาหารแช่แข็ง พริกแกงเจ น้ำพริกเจ เครื่องปรุงรส ตลอดจนท็อปปิ้ง ขนมหวาน และเครื่องอุปโภค เติมเต็มเมนูเจของทุกร้าน ทุกบ้าน ให้ไม่จำเจ ที่ โก โฮลเซลล์ ทุกสาขา ศรีนครินทร์ เชียงใหม่ อมตะชลบุรี พัทยาใต้ พระราม2 รังสิต รามคำแหง ราไวย์ภูเก็ต และเมืองภูเก็ต

เอ็ม ดิสทริค ชวนกินเจแบบไม่จำเจ อิ่มบุญ อร่อยไม่ซ้ำกับหลากหลายเมนูจาก EMDINING

เอ็ม ดิสทริค โดยศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ ต้อนรับเทศกาลกินเจ กับงาน  “EMDINING J-Festival”  (เอ็มไดนิ่ง เจ เฟสติวัล) อิ่มบุญ อิ่มใจ อร่อยไปกับเมนูอาหารเจหลากหลายสไตล์จากร้านอาหารชั้นนำที่ร่วมรายการจาก EMDINING  ศูนย์รวมร้านอาหารชั้นนำระดับโลกใจกลางถนนสุขุมวิท ได้แก่ Another Hound Café, Azabu Sabo, Beanhound, BEANS Coffee Roaster, BIANCA, Cafe Chili, COLIMITED, Four Seasons Chinese Restaurant, GAGA, Greyhound Café, Laem charoen Seafood, Mozza By Cocotte, Napha Chefs, OHKAJHU, On the Table, SaladStop, SAVA Modern THAI Flavour, South Tiger, The MATCHA TOKYO, V STREET, Victoria By Cocotte และลูกก๊อ (Luggaw) โดยคัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมเพื่อส่งมอบความอร่อยที่ไม่ซ้ำใคร ในระหว่างวันที่ 3 – 11 ตุลาคม 2567 ณ ร้านอาหารชั้นนำศูนย์การค้า เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ 

เทศกาลกินเจ เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่สำคัญของคนไทยเชื้อสายจีนที่สืบทอดกันมายาวนาน นอกจาการละเว้นเนื้อสัตว์ และประพฤติตนให้อยู่ในศีลธรรมอันดีงาม ซึ่งเป็นการสร้างความมงคลให้กับชีวิตแล้ว เทศกาลกินเจยังถือเป็นโอกาสที่ดีในการหันมาดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่เน้นผัก ผลไม้ และวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ โดยในงาน “EM DINING J-Festival” รวบรวมเมนูเจหลากหลายสไตล์ทั้ง คาว หวาน และเครื่องดื่ม ซึ่งเมนูทั้งหมดคัดสรรมาจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยม สดใหม่ ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ โดยมีเมนูอาหารเจสุดพิเศษมากมายที่ห้ามพลาด อาทิ

ร้าน SAVA Modern THAI Flavour ชั้น 1 เอ็มโพเรียม
อิ่มบุญพร้อมอิ่มอร่อยกับหลากหลายเมนูอาหารเจของ Sava อาทิ ข้าวกระเพราคลุกเจ, ผัดไทยเจ, ผัดหมี่ซั่วเจ, ขนมผักกาดเจ และปอเปี๊ยะทอดเจ เป็นต้น

ร้าน Beanhound ชั้น 1 เอ็มโพเรียม พบกับหลากหลายเครื่องดื่มเจอย่าง Latte Honey Comb เมนู Latte เสิร์ฟท็อปด้วยฮันนี่โคม หวานหอมนม, Coconut Fresh Americano กาแฟเข้มข้นที่มาพร้อมกับสัมผัสของเนื้อมะพร้าว และ Iced Matcha มัทฉะเน้นๆ ที่ให้ความสดชื่น

ร้าน Four Seasons Chinese Restaurant ชั้น 7 เอ็มควอเทียร์เมนูหล่อฮั่นหม้อดินเจ เต้าหู้ผัดผักและเห็ดรวมมิตร เสิร์ฟในกะทะร้อน สไตล์จีนกวางตุ้ง

ร้าน OHKAJHU ชั้น 7 เอ็มควอเทียร์
เมนูข้าวซอยมันม่วง น้ำข้าวซอยรสชาติเข้มข้นจากเครื่องแกงนานาชนิด เพิ่มโปรตีนด้วย vegetarian meatballs เพิ่มความกรุบกรอบด้วยเส้นกรอบ ตัดเลี่ยนด้วยกะหล่ำม่วงดอง พริกแห้ง มะนาว

ร้าน South Tiger ชั้น 6 เอ็มควอเทียร์
พบกับหลากหลายเมนูเจ สไตล์ปักษ์ใต้หร่อยอย่างแรง ได้แก่ ทอดมันเห็ด, ชุดน้ำพริกเห็ด, ใบเหลียงต้มกะทิ, คั่วกลิ้งเต้าหู้, ยอดมะพร้าวอ่อนผัดพริกแกงใต้ และชาปักษ์ใต้ปลากริม 

ร้าน V STREET ชั้น G เอ็มสเฟียร์
ร้านอาหารไทยวีแกน กับเมนูเจสุดพิเศษ อาทิ เกี๊ยวซ่ากวางตุ้ง, ข้าวกะเพราหมูกรอบ, ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ผัดไทยเส้นมะละกอ และไก่ผัดเม็ดมะม่วงพริกเผา

ร้าน Napha Chefs ชั้น GM เอ็มสเฟียร์
ร้านอาหารไทยที่รวบรวมเมนูทั้ง 4 ภาค จากเชฟมิชลิน และ เชฟชื่อดังในไทย อาทิ ข้าวผั Plant Based, ข้าวผัดกะเพรา Plant Based, ก๋วยเตี๋ยวคั่วเห็ด และผัดเห็ดรวม

ร้าน Azabu Sabo ชั้น GM เอ็มสเฟียร์ และชั้น G เอ็มควอเทียร์ อร่อยรับเทศกาลกินเจกับไอศกรีมเจลาโต 2 รสใหม่จาก Azabu Sabo x Good Mate! ที่คิดค้นสูตรพิเศษที่ใช้เบสน้ำนมข้าวโอ๊ตแทนฮอกไกโดมิลค์ เพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มลองความอร่อยแบบไม่มีนม อย่าง รสสตอเบอร์รี่กล้วย เปรี้ยวหวานลงตัว และรสช็อคโกแลตส้ม ความหอมเข้มข้นของช็อคโกแลตตัดกับความสดชื่นของส้ม

กินเจแบบไม่จำเจกับหลากหลายเมนูอาหารเจเพื่อสุขภาพในงาน “EM DINING J-Festival”  ระหว่างวันที่ 3 – 11 ตุลาคม 2567 ณ ร้านอาหารชั้นนำศูนย์การค้า เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Emporium Emquartier และ Emsphere at EM District หรือ LINE @EMDISTRICT

‘6ข้อ’ กินเจสุขภาพดี..ทำอย่างไร??

ปลุกไอเดียสร้างอาชีพ

ใกล้ถึงเทศกาลกินเจ ปีนี้ตรงกับวันที่ 6-14 ตุลาคม 2564 การกินเจหรือเทศกาลถือศีลกินผักเป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นการละเว้นจากเนื้อสัตว์

เมื่อถึงเทศกาลกินเจ ร้านอาหารหลายร้านมักปรับเมนูเป็นอาหารเจ แต่เคยสังเกตไหมว่า หลายเมนูทำมาจากแป้งและมีความมันมาก ถ้ากินเข้าไปมากๆ จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพได้

กินเจอย่างไรให้มีสุขภาพดี ??

9 วันของการกินเจ เหมือนจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นาน แต่ถ้ากินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนทั้ง 27 มื้อ จะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมได้

เรามี 6ข้อการกินเจให้ได้สารอาหารครบถ้วนมาแนะนำ

1️⃣ กินธัญพืชให้มากขึ้น เช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วเขียว งาดำ งาขาว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี และ ข้าวบาร์เลย์ มีแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญต่อร่างกาย

2️⃣ เน้นกินผักและผลไม้ให้มากๆ แทนการกินแป้ง

3️⃣ ดื่มนมถั่วเหลืองหรือกินเต้าหู้ เพื่อทดแทนโปรตีนที่หายไปจากการงดกินเนื้อสัตว์และนมวัว ถือเป็นสารอาหารที่ขาดไม่ได้ โดยนมถั่วเหลืองจะปราศจากคอเรสเตอรอล มีไขมันชนิดอิ่มตัวต่ำ

4️⃣ เลือกกินอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของไขมันดีหรือกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fat) ที่ดีต่อสุขภาพหัวใจและกระบวนการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า อะโวคาโด ถั่วเหลือง และ เมล็ดเจีย เป็นต้น

5️⃣ ระมัดระวังการกินอาหารประเภทผัดและทอด เพราะจะมีแป้งและน้ำมันมาก

6️⃣ ดื่มน้ำสะอาด 6-8 แก้วต่อวัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งผู้ที่แพ้อาหารหรือมีปัญหาสุขภาพ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการกินเจว่าสามารถกินได้หรือไม่

✅ ส่วนใครที่อยากได้เมนูเจ สูตรอร่อย เน้นสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างเต้าหู้และผัก เรามีคอร์สออนไลน์มาแนะนำ 

♨️ น้ำพริกเจ (น้ำพริกมะขาม,น้ำพริกเผา,น้ำพริกอ่อง,น้ำพริกกะปิ,น้ำพริกหนุ่ม,หน่อไม้ต้มใบย่านาง) สอนโดย อ.ขนิษฐา ชัยชาญกุล ราคา 1,499 บาท

♨️ อาหารเจ (ผัดหมี่ซั่ว,ผัดพริกขิงโปรตีนเกษตร,จับฉ่ายเต้าหู้,แกงเผ็ดฟักทอง,ไข่ดาว,น่องไก่) สอนโดย อ.ขนิษฐา ชัยชาญกุล ราคา 1,499 บาท

🎊 ฉลองครบรอบ 26 ปี มติชนอคาเดมี สมัครคอร์สออนไลน์ ตลอดเดือน ต.ค.64  รับฟรีจุกๆ‼️

✔️ ฟรีเรียนคอร์สออนไลน์ สอนถ่ายภาพอาหารด้วยมือถือฟรี!! คอนเซ็ปต์ ‘แค่เห็นก็หิว’ โดย จ๊อบ-ทศวรรษ วณิชกิจการชัย ช่างภาพมือทอง การันตีรางวัลระดับประเทศ

✔️ ฟรีผลิตภัณฑ์กาแฟแคปซูลจากดอยตุง DOITUNG CAPSULE COFFEE (สมัคร50ท่านแรก)

✔️ ฟรีCare Box ❤️ Home Isolation Kit (สมัคร50ท่านแรก) 

 

📍สมัครได้ที่มติชนอคาเดมี 

 ☎️ 08-2993-9097

 ☎️ 08-2993-9105

⌨️ Inbox Facebook : Matichon Academy – มติชนอคาเดมี 

✳️line : @matichonacademy 

เทศกาลกินเจเป็นประเพณีแบบลัทธิเต๋ารวม 9 วัน กำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี ซึ่งในปี 2564 นี้ตรงกับวันที่ 6-14 ตุลาคม สำหรับใครที่อยากจะกินเจ เรามาดูข้อปฏิบัติและข้อห้ามต่างๆ เพื่อนำไปปฏิบัติตนให้ถูกต้องในช่วงระหว่างเทศกาลกินเจนี้กันดีกว่าค่ะ

“ธงเจ” มีความหมายอย่างไร?

ในช่วงเทศกาลกินเจ จะปรากฏธงประจำเทศกาลตามสถานที่ต่างๆ โดยมีพื้นธงเป็นสีเหลืองซึ่งเป็นสีที่อนุญาตให้ใช้กับคนสองกลุ่มเท่านั้น คือกลุ่มกษัตริย์ ราชวงศ์ และกลุ่มอาจารย์ปราบผี ดังจะเห็นจากยันต์สีเหลืองตามภาพยนตร์จีน ดังนั้นสีเหลืองจึงเป็นสีของพุทธศาสนา หรือผู้ทรงศีล บนธงจะเขียนตัวอักษรสีแดง อ่านว่า “ไจ” หรือ “เจ” มีความหมายว่า “ของไม่มีคาว” เหตุที่ใช้สีแดง เพราะชาวจีนเชื่อว่า เป็นสีมงคล สร้างความเจริญให้แก่ชีวิต ธงเจนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของอาหารเจแล้ว ยังเป็นการเตือนให้พุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติตนถือศีลกินเจได้ตระหนักถึงการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ และการตั้งอยู่ในศีลตลอดช่วงกินเจ

สีในเทศกาลกินเจ

สีแดง เป็นสีที่ชาวจีนเชื่อว่าเป็นสีสิริมงคล ดังจะเห็นได้ว่าในงานมงคลต่างๆ ของคนจีนไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง วันตรุษจีน จะนิยมใช้สีแดง

สีเหลือง เป็นสีสำหรับใช้ในราชวงศ์ซึ่งอนุญาตให้ใช้ได้เพียงคนสองกลุ่มเท่านั้น กลุ่มแรกคือกษัตริย์ซึ่งเห็นได้จากหนังจีน เครื่องแต่งกายและภาชนะต่างๆ เป็นสีเหลืองหรือทองซึ่งคนสามัญห้ามใช้เด็ดขาด กลุ่มที่สองคืออาจารย์ปราบผีถ้าท่านสังเกตในหนังผีจีนจะเห็นว่าเขาแต่งกายและมียันต์สีเหลือง

สีขาว ตามธรรมเนียมจีนสีขาวคือสีสำหรับการไว้ทุกข์ สีดำที่เราเห็นกันอยู่ในขณะนี้เป็นการรับวัฒนธรรมตะวันตก ถ้าท่านสังเกตในพิธีงานศพของจีนจะเห็นลูกหลานแต่งชุดสีขาวอยู่

จุดประสงค์ของการกินเจ

ผู้ที่กินเจอาจจะมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันไป แต่จุดประสงค์หลักสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

  1. กินเพื่อสุขภาพ อาหารเจเป็นอาหารประเภทชีวจิต เมื่อกินติดต่อกันไปช่วงเวลาหนึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ ปรับระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินอาหารให้มีเสถียรภาพ
  2. กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากอาหารที่เรากินอยู่ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้มีจิตเมตตา มีคุณธรรมและมีจิตสำนึกอันดีงามย่อมไม่อาจกินเลือดเนื้อของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีเลือดเนื้อ จิตใจและที่สำคัญมีความรักตัวกลัวตายเช่นเดียวกับคนเรา
  3. กินเพื่อเว้นกรรม ผู้ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งย่อมตระหนักว่าการกินซึ่งอาศัยการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าเองก็ตาม การซื้อจากผู้อื่นก็เหมือนกับการจ้างฆ่าเพราะถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย (ถ้าไม่ฆ่าไม่ขายก็ไม่มีคนกิน) กรรมที่สร้างนี้จะติดตามสนองเราในไม่ช้าทำให้สุขภาพร่างกายอายุขัยของเราสั้นลงเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อผู้หยั่งรู้เรื่องกฎแห่งกรรมนี้จึงหยุดกินหยุดฆ่าหันมารับประทานอาหารเจ ซึ่งทำให้ร่างกายเติบโตได้เหมือนกัน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น

การปฏิบัติตนในช่วงกินเจ

ในช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน 9 คืน ผู้ที่ต้องการกินเจอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตามประเพณีการกินเจ จะต้องปฏิบัติดังนี้

  1. รับประทาน “อาหารเจ”
  2. งดอาหารรสจัด ซึ่งหมายถึงอาหารเผ็ด หวานมาก เปรี้ยวมาก เค็มมาก งดผักที่มีกลิ่นฉุนทั้งหลาย แยกภาชนะสำหรับอาหารเจเท่านั้น
  3. รักษาศีลห้า
  4. รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์ ไม่พูดคำหยาบคาย รวมถึงงดการมีเพศสัมพันธ์
  5. ทำบุญทำทาน ไหว้พระ สวดมนต์
  6. นุ่งขาวห่มขาวตลอดเทศกาลกินเจ และควรแต่งกายชุดขาวเข้าร่วมพิธีกรรมต่างๆ ในแต่ละศาลเจ้า

สำหรับผู้ที่เคร่งครัดเพื่อการกินเจให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์โดยแท้ จะเพิ่มการปฏิบัติโดยการกินอาหารเฉพาะที่คนกินเจด้วยกันเป็นผู้ปรุงเท่านั้น รวมถึงจะล้างหม้อไหจนสะอาดเอี่ยมแยกภาชนะสำหรับการปรุงอาหารเจไว้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังจุดตะเกียงไว้ 9 ดวงตลอดช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน โดยไม่ปล่อยให้ดับเพื่อเป็นพุทธบูชาและรำลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ญาติพี่น้องตลอดจนผู้ที่มีบุญคุณต่อผืนแผ่นดินเกิด

ใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ แต่ก็อยากกินเจด้วย คงกลัวว่าอาหารเจจะทำให้อ้วนได้ เพราะอาหารเจเป็นที่ทราบกันดีว่าอาจทำให้อ้วนง่าย ถึงแม้จะมีผักมากมาย แต่อาหารหลายอย่างก็ทำจากแป้ง โดยเฉพาะอาหารที่ทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ยังมีหลายที่ที่ใช้น้ำมันจากพืชในการทำอาหารค่อนข้างมาก แทนที่การกินเจจะช่วยลดน้ำหนัก แต่หลายครั้งก็เป็นช่วงที่ทำให้น้ำหนักขึ้นเสียมากกว่า

วิธีลดน้ำหนักช่วง “กินเจ” กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

ลดการรับประทานอาหารที่ทำเลียนแบบเนื้อสัตว์

อาหารที่ทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ เช่น หมูเจ ไก่เจ ปลาเจ ฯลฯ มีส่วนผสมหลายอย่างแล้วแต่สูตรของผู้ผลิต แต่ส่วนใหญ่อาจมีส่วนผสมของแป้ง โปรตีนจากถั่วเหลือง บุก ผสมเครื่องปรุงหรือเครื่องเทศต่างๆ เพื่อเสริมรสชาติ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้กินอาหารที่ทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ แต่เพียงให้ลดหรือจำกัดปริมาณในการรับประทานให้เหมาะสม เพราะในอาหารเหล่านี้อาจมีคาร์โบไฮเดรต รับประทานมากเกินความจำเป็นก็ทำให้อ้วนได้เช่นกัน

ลดอาหารมัน

อาหารเจหลายๆ เมนู อาจใช้น้ำมันจากพืชเป็นส่วนประกอบในการทำอาหารมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด ดังนั้นควรเลือกรับประทานเมนูที่ใช้น้ำมันน้อยๆ หรือทำอาหารเจรับประทานเองก็จะดีที่สุด

เน้นผัก และโปรตีนจากพืช

นอกจากถั่วที่เป็นเม็ดๆ แล้ว ยังมีพืชอีกหลายประเภทที่ให้โปรตีนสูง เช่น ถั่วพู ถั่วงอก ต้นอ่อนทานตะวัน ผักโขม ตำลึง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีนมจากถั่วมากมายนอกจากถั่วเหลือง เช่น นมจาก อัลมอนด์ พิสตาชิโอ นมข้าวโพดนมข้าว นมมะพร้าว ดังนั้นพยายามรับประทานผัก นม และอาหารต่างๆ ให้หลากหลายเข้าไว้ ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลาย รวมถึงกรดอะมิโนในโปรตีนที่หลากหลายตามไปด้วย

รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ

มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มกินเจอาจยังไม่คุ้นเคยกับการกะปริมาณโปรตีนให้เพียงพอต่อร่างกาย จึงอาจทำให้ร่างกายได้รับปริมาณโปรตีนที่ไม่เพียงพอต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย คนทั่วไปจะต้องการโปรตีนราว 0.8-1.2 กรัมต่อน้ำหนัก ตัว 1 กิโลกรัม และควรรับประทานจากอาหารจริงๆ เช่น ถั่ว นมถั่วเหลือง เห็ด เต้าหู้ หรือธัญพืชอย่าง ควินัว มากกว่าจะรับประทานโปรตีนเสริม แต่ทั้งนี้หากมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหารจริงๆ เช่น แพ้ถั่ว อาจรับประทานโปรตีนเสริมได้ แต่ต้องเลือกสูตรที่ไม่มีน้ำตาล และมีกรดอะมิโนจำเป็นครบ

แม้ว่าจะเป็นช่วงที่เรารับประทานอาหารจากพืชค่อนข้างมากกว่าปกติ แต่ก็อย่าลืมว่าร่างกายจะแข็งแรง รวมถึงการลดน้ำหนักจะสมบูรณ์ได้ ต้องมีการออกกำลังกายด้วย ออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยการยกเวท สลับกับการออกกำลังหัวใจด้วยคาร์ดิโอ จะช่วยให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงในช่วงกินเจได้อย่างแน่นอน

ที่มา : Sanook.com

คำถามยอดนิยมที่มือใหม่หัดกินเจทุกคนต้องสงสัย คืออันนู้นกินได้ไหม อันนี้กินได้ไหม เพราะอะไร แล้วกินเจกับกินมังต่างกันไหม วันนี้เรารวบรวมอาหารต่างๆ ที่คนสงสัยว่ากินได้ หรือไม่ได้ มาฝากกันค่ะ

กินเจกับกินมัง ต่างกันอย่างไร

มังสวิรัติ สามารถทานไข่ นม และอาหารรสจัดได้ แต่ต้องไม่ปรุงจากเครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของสัตว์ เช่น กะปิ น้ำปลา เป็นต้น

กินเจ ทานได้

  • ชา กาแฟ ที่ไม่ใส่นม เนย หรือครีมเทียม
  •  วิตามินเสริมอัดเม็ด ที่ไม่มีสารสกัดจากสัตว์
  •  ขนมกรุบกรอบ ที่ไม่มีส่วนผสมของสัตว์
  •  พริกไทย เป็นสมุนไพร (แต่หากรู้สึกว่ามีกลิ่นฉุน สามารถเลี่ยงได้)
  •  ขนมปัง (ที่เป็นขนมปังเจ หรือไม่มีส่วนผสมของนม)
  •  มาม่า หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (สูตรเจเท่านั้น)
  •  แต่งหน้า และฉีดน้ำหอม (สำหรับคนถือศีล 5 หากถือศีล 8 จะทำไม่ได้)

กินเจ ทานไม่ได้

  • เหล้า เบียร์ และแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  •  น้ำผึ้ง (เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของรังผึ้ง คนกินเจจะไม่เบียดเบียนสัตว์)
  •  หอยนางรม (แม้จะมีบางความเชื่อว่าสามารถทานได้ แต่หากไม่อยากเบียดเบียนสัตว์ ไม่ควรทาน)
  •  ผักชี (แม้ไม่อยู่ในกลุ่มผักต้องห้าม 5 ชนิด แต่จัดว่าเป็นผักที่มีกลิ่นฉุน)
  •  ปูอัด (แม้ไม่มีเนื้อปูจริงๆ แต่มีแป้งและเนื้อปลา)
  •  ชีส (เพราะมีส่วนผสมของนมวัว นมแพะ นมควาย แล้วแต่ชนิดของชีส)
  •  โยเกิร์ต (เพราะทำมาจากนมวัวเช่นเดียวกัน)
  •  สูบบุหรี่ (ผิดศีล และใบยาสูบจัดอยู่ในกลุ่มผักต้องห้าม 5 ชนิด)
  •  มีเพศสัมพันธ์ (ควรทำจิตใจและร่างกายให้บริสุทธิ์ผ่องใส)

กินเจ ทานได้ แต่ไม่แนะนำ

  • น้ำอัดลม (ไม่มีข้อห้าม แต่น้ำตาลสูงเกินไป)
  •  ผงชูรส (แม้จะทำจากมันสำปะหลังและกากน้ำตาลจากอ้อย แต่ผงปรุงรสอาหารอื่นๆ มักผสมเนื้อสัตว์)
  •  ช็อกโกแลต (ส่วนใหญ่มีนมเป็นส่วนผสม แต่หากทานดาร์คช็อกโกแลต 100% ก็สามารถทำได้ แต่หายาก)

กินเจไม่ใช่เรื่องยากลำบากเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป เพราะสมัยนี้อาหารเจ หรืออาหารชีวจิตบางอย่างที่เป็นอาหารเจก็สามารถหาทานกันได้ง่าย และอร่อยขึ้นมาอีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของเรา ตั้งใจกินเจให้ครบวันกันนะคะ หรือใครติดใจอยากกินต่อก็ยิ่งดี สุขภาพจะแข็งแรง แล้วหุ่นยังดีขึ้นอีกด้วย โชคสองชั้นเลย

ที่มา : Sanook.com

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าการกินเจ จะทำให้เป็นโรคขาดสารอาหาร เพราะ ไม่ว่าจะกินเจ หรือกินเนื้อสัตว์ ก็เสี่ยงเป็นโรคขาดสารอาหารเท่าๆ กัน วิธีการกินที่ถูกต้องคือกินอาหารให้ครบ5หมู่ และทดแทนอาหารที่ขาดด้วยอาหารประเภทอื่นๆ

โดยสาเหตุของโรคขาดสารอาหารมาจาก  บริโภคอาหารไม่ครบ 5 หมู่  มีนิสัยกินตามใจ เลือกกินแต่อาหารที่ชอบ กินอาหารเดิมซ้ำๆ ไม่กินผัก กินแต่ของทอด

ความจริงแล้ว การกินเจ จะทำให้เรามีโอกาสกินพืชผักที่มีประโยชน์มากมายหลายชนิด หลายคนมีนิสัยเขี่ยผักทิ้ง สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุหลักของโรคขาดสารอาหาร

วันนี้เรามีวิธีการกินเจให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ มาบอกต่อ

1.การกินให้ได้สารอาหารประเภท โปรตีน ในช่วงกินเจ เราสามารถรับโปรตีนได้จาก เต้าหู้ โปรตีนเกษตร เนื้อเทียม กลูเต็น นมถั่วเหลือง

2.การกินให้ได้สารอาหารประเภท คาร์โบไฮเดรต ซึ่งอันนี้มักไม่เป็นอุปสรรคต่อการกินเจ เพราะข้าวสวยและข้าวกล้อง ก็เป็นคาร์โบไฮเดรตชั้นดี รวมถึงขนมปังโฮลวีทด้วย ที่สำคัญข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีทช่วยให้อยู่ท้อง ไม่หิวบ่อย

3.การกินให้ได้สารอาหารประเภท วิตามินและเกลือแร่จากพืชผักและผลไม้ อันนี้ในช่วงกินเจ สบายเลย เพราะสามารถเลือกช้อปผักได้ตามใจชอบ ยกเว้นผักที่มีกลิ่นฉุน อย่าง กระเทียม หัวหมอ กุยช่าย ใบยาสูบ ส่วนผลไม้เลือกกินได้ตามอัธยาศัย รวมถึงผลไม้มงคล อย่างส้ม ที่คนจีนเชื่อว่าจะมีโชคดี ประสบแต่สิ่งดีๆเป็นสิริมงคล สาลี่ เชื่อว่าจะรักษาโชคลาภเงินทอมิให้เสื่อมถอย และองุ่น เชื่อว่า จะมีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

4.การกินให้ได้สารอาหารประเภท ไขมัน แล้วเราได้รับไขมันจาก เนย นม น้ำมัน หรือเนื้อสัตว์ต่าง ๆ โดยในเทศกาลกินเจอย่างนี้ มักจะได้จากอาหารทอดหรือผัดด้วยน้ำมันพืช แกงกะทิ หรือ สลัดผักผลไม้ต่างๆ ที่ราดด้วยน้ำมันงา น้ำมันมะกอก อย่างไรก็ดีควรรับประทานให้พอเหมาะ ไม่มากไม่น้อยไป

กินได้ดังนี้ คุณจะสุขภาพดีทั้งใจและกายในช่วงเทศกาลกินเจแน่นอน!!

3