กระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานการเสนอข่าวของสื่อมวลชนไทยในงาน World Bank–IMF
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานการเสนอข่าวของสื่อมวลชนไทยในการประชุมประจำปีสถาบันการเงินระดับโลก World Bank–IMF ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร โดยผู้สังเกตการณ์พฤติกรรมสื่อและภาคประชาชนมองว่า การรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์บางแห่งมีลักษณะเป็นเพียง “ช่องทางกระจายสารประชาสัมพันธ์ (PR) ของภาครัฐ“ มากกว่าการทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ Public Interest
เจ้าของ Facebook Anupong Chaiyariti ได้กล่าวว่า “ข่าวโทรทัศน์ชิ้นหนึ่งที่ผมรับชม มีใจความว่า การนำเสนอนวดแผนไทย มวยไทย และอาหารไทยภายในงาน สร้างความประทับใจให้ผู้เข้าร่วมประชุมชาวต่างชาติ พร้อมอ้างคำคาดการณ์ของผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่า การประชุมจะสร้างรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท และผู้เข้าร่วมระดับ VVIP ที่ประทับใจอาจกลับมาท่องเที่ยว ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
คำถามของผมคือ ข่าวชิ้นนี้มีข้อมูลอะไรให้ผู้ชมตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเหล่านั้นบ้าง?
การมีบริการนวดไทย การแสดงมวยไทย และอาหารไทยในงาน เป็นสิ่งที่ผู้สื่อข่าวสามารถตรวจสอบและรายงานได้ แต่คำว่า “สร้างความประทับใจ” ต้องมีเสียงหรือข้อมูลจากผู้เข้าร่วมรองรับ ส่วนรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท เป็นคำคาดการณ์ที่ต้องระบุว่าใครประเมิน ใช้วิธีใด และตั้งอยู่บนสมมติฐานอะไร
ยิ่งข้อสรุปว่าความประทับใจจะทำให้ผู้เข้าร่วมกลับมาเที่ยว และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ก็ยิ่งต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม ความประทับใจ ความตั้งใจกลับมา และการกลับมาใช้จ่ายจริง เป็นคนละขั้นตอนกัน
หากผมเป็นบรรณาธิการ ผมจะไม่ให้ข่าวชิ้นี้เผยแพร่ แล้วให้ผู้สื่อข่าวหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรับบทให้ชัดว่าอะไรเป็นข้อเท็จจริง อะไรเป็นความเห็น และอะไรเป็นคำคาดการณ์ของผู้จัดงาน
ผมจะให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมประชุมจากหลายกลุ่ม รวมถึงผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เช่น
“รู้สึกอย่างไรกับการต้อนรับภายในงาน ทั้งบริการนวดไทย การแสดงมวยไทย และอาหารไทย?”
“สิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ใหม่หรือเปล่า” คำตดบดายจะเป็นว่า “ผมนวดไทยที่ลอนดอน เป็นประจำอยู่แล้ว นวดไทยจึงไม่ใช่ new experience สำหรับผม”
“กิจกรรมใดสร้างความประทับใจ เพราะอะไร และมีอะไรที่ควรปรับปรุง?”
“ประสบการณ์ครั้งนี้มีผลต่อความสนใจกลับมาเที่ยวประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร?”
คำถามควรเปิดโอกาสให้ผู้ตอบเล่าประสบการณ์ของตนเอง โดยไม่ตั้งต้นว่าเขาต้องประทับใจ หรือต้องรู้สึกว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่
อีกด้านหนึ่ง ควรลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ร้านนวด และบริการขนส่ง ทั้งใกล้สถานที่ประชุมและย่านธุรกิจ ว่ามีลูกค้า ยอดจอง หรือรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติเพียงใด ประโยชน์กระจายไปถึงธุรกิจประเภทไหน และมีใครได้รับผลกระทบบ้าง
เสียงสัมภาษณ์เหล่านี้ช่วยให้เห็นประสบการณ์และผลที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ แต่การประเมินผลทางเศรษฐกิจโดยรวมยังต้องใช้ข้อมูลที่กว้างกว่านั้น รวมถึงตรวจสอบว่าตัวเลขที่ประกาศหมายถึงยอดใช้จ่าย เงินหมุนเวียน หรือประโยชน์สุทธิหลังหักต้นทุนการจัดงาน
สำหรับผม ข่าวประชาสัมพันธ์เป็นจุดเริ่มต้นของการทำข่าว หน้าที่ของผู้สื่อข่าวคือตรวจสอบ และเติมข้อมูลที่ประชาชนจำเป็นต้องรู้”



