“ฮาน่า – ศศิภา” สาวน้อยหัวใจใหญ่ เปิดโปรเจกต์ยักษ์ Little Wish Organization จากเค้กปอนด์แรกที่อบด้วยใจรัก สู่รอยยิ้มนับพันของน้อง ๆ ผู้ด้อยโอกาส
ในวัย 16 ปี ที่เพื่อนร่วมวัยหลายคนยังใช้ชีวิตไปกับการเรียนและการเที่ยวเล่น “ฮาน่า – ศศิภา สิริมนตาภรณ์” นักเรียนโรงเรียนนานาชาตินิสท์ กลับเปลี่ยนงานอดิเรกในครัวบ้านให้กลายเป็นธุรกิจเค้กออนไลน์ My Weekend Bake ตั้งแต่อายุ 11 ปี จนมียอดขายกว่า 500,000 บาท ก่อนจะต่อยอดการให้คืนสู่สังคมด้วยการก่อตั้ง Little Wish Organization ในปี 2567 โครงการที่ส่งมอบเค้กวันเกิดให้เด็กด้อยโอกาสแล้วนับพันคน ใน 9 องค์กรทั่วกรุงเทพฯ
“ความคิดเริ่มแรกของฮาน่าเริ่มจากตอนเด็ก ๆ ฮาน่ารู้สึกว่าวันเกิดเป็นวันที่พิเศษมาก ๆ เหมือนเป็นหนึ่งวันในหนึ่งปีที่รอคอย ที่เราจะได้อยู่กับคนที่เรารัก ได้เป่าเค้ก และได้ฉลอง ตอนนั้นอายุประมาณ 9 ขวบ หนูก็เริ่มเรียนทำเค้ก หลังจากนั้นพออายุประมาณ 11 ขวบ ก็เปิดเพจขายเป็นงานอดิเรกให้กับเพื่อน ครู และคนที่รู้จัก”
“พอได้ลองทำเค้กจริง ๆ แล้วก็รู้สึกว่ามีความสุขมาก ยิ่งเห็นคนที่ได้รับเค้กของเราตื่นเต้นและมีความสุข หนูก็ยิ่งมีความสุข หนูเลยเริ่มคิดถึงเด็กคนอื่นที่เขาไม่มีโอกาสได้รับเค้ก ได้เป่าเค้กวันเกิด หนูรู้สึกว่าหนูสามารถทำเค้กง่ายๆ เพื่อมอบความสุขให้กับเด็กคนอื่น ๆ ที่ไม่มีโอกาสได้รับเค้กวันเกิด หนูอยากให้เขาได้มีความสุข” สาวน้อยฮาน่าเกริ่นถึงที่มาของโปรเจกต์ยักษ์นี้
“เมื่อธุรกิจที่หนูทำเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น ก็เลยรู้สึกว่าเราจะแชร์สิ่งที่เราคิด หรือเค้กที่เราทำให้กับคนอื่นได้อย่างไรบ้าง ก็เลยไปปรึกษาคุณแม่ ตอนนั้นคุณแม่ก็เห็นด้วยค่ะ หนูก็เลยจัดตั้งเพจ Little Wish ขึ้น และทำ presentation เสนอโครงการกับมูลนิธิต่างๆ ที่ดูแลเด็กด้อยโอกาสในสังคม เพื่อที่เราจะไปมอบเค้กวันเกิดให้กับเด็กๆ ทุกเดือน มูลนิธิแรกที่ร่วมงานกับเราก็คือมูลนิธิดวงประทีป”
“ครั้งแรกที่ไปแจกคือน้อง ๆ ในโรงเรียนอนุบาลดวงประทีป 300 คน ซึ่งจะเป็นคัพเค้กเล็ก ๆ ส่วนเด็กที่เกิดในเดือนนั้นเราก็จะให้เป็นเค้กก้อนใหญ่ให้เป่าเป็นพิเศษ คนทำเค้กหลักก็เป็นฮาน่าเอง เพราะคุณแม่แต่งหน้าเค้กไม่เป็น คุณแม่ก็จะเป็นผู้ช่วยที่ดีในการหยิบจับนั่นนี่ หลังจากดวงประทีป เราก็เริ่มขยายไปที่มูลนิธิอื่น ๆ ไปแจกหลายที่ทุกเดือน ถ้าเดือนไหนมีเค้กที่ต้องส่งมอบจำนวนมากเกินกำลัง เราก็จะหาเพื่อน ๆ หาอาสาสมัครมาช่วยกันทำ ช่วยกันส่ง และยังมีร้านเบเกอรี่ที่พอรู้จักโครงการของเราแล้วก็อยากช่วยอีกแรง พอเขาทราบว่าเอาไปทำบุญให้น้องๆ ผู้ด้อยโอกาส เขาก็ช่วยทำ ลดราคาให้ และไปส่งให้เราด้วย ต้องขอบคุณอาสาสมัครทุกคนด้วยค่ะ”
“ตอนนี้มีมูลนิธิที่ส่งรายชื่อน้องๆ ที่มีวันเกิดในแต่ละเดือนมาประมาณ 3 ถึง 4 ที่ แต่ที่ไปประจำหลักๆ ก็จะเป็นมูลนิธิสันติสุข โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา (เด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน) ชุมชนพูนทรัพย์ และโรงพยาบาลเด็กค่ะ”
“มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ประทับใจมาก มีน้องที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้วอยากเป่าเทียนวันเกิด ทางโรงพยาบาลเด็กก็แจ้งเรามา เราก็ทำเค้กไปให้น้องได้เป่า และได้กิน ตอนนั้นปลื้มใจและมีความสุขมากเลยค่ะ”
นอกจากการส่งมอบเค้กแล้ว ฮาน่ายังลงพื้นที่สอนทำเค้กให้กลุ่มอาสาสมัครในชุมชนคลองเตย และชุมชนพูนทรัพย์ เพื่อให้คนในชุมชนทำเค้กให้เด็ก ๆ ที่มีวันเกิดได้เอง และยังช่วยสร้างอาชีพให้ผู้ที่ไม่มีรายได้อีกทางหนึ่ง แนวคิดนี้ต่อยอดมาเป็นระบบ Chapter หรือกลุ่มอาสาสมัครประจำแต่ละโรงเรียน และองค์กร ซึ่งเรียนรู้สูตรและเทคนิคการทำเค้กง่าย ๆ ผ่านการฝึกลงมือจริง โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำขนมมาก่อน แล้วรวมกลุ่มกันทำเค้กส่งมอบให้น้อง ๆ เป็นประจำทุกเดือน ปัจจุบันมีกลุ่มอาสาสมัครแล้วทั้งจากโรงเรียนนานาชาตินิสท์ โรงเรียนนานาชาติชรูส์เบอรี มูลนิธิสันติสุข และชุมชนพูนทรัพย์ และกำลังขยายไปยังโรงเรียนและมูลนิธิอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้ความสุขเล็กๆ นี้ส่งต่อได้อย่างยั่งยืน แม้ไม่มีฮาน่าอยู่ทุกครั้ง
“ส่วนการขายเค้ก ฮาน่าก็ยังรับทำอยู่นะคะ แต่จะดูช่วงเวลาที่ว่าง ไม่ชนกับช่วงสอบ พยายามแบ่งเวลาให้ได้ ฮาน่ามองว่าการได้ทำเค้กเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ได้ฝึกสมาธิ และเป็นการพักผ่อนไปในตัวด้วยค่ะ เค้กที่หนูชอบทำคือเค้กช็อกโกแลต แต่ที่เพื่อน ๆ ชอบมากคือสตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้ก แล้วก็มีที่คิดค้นเองอีกหลายแบบค่ะ ที่กำลังฮิตก็คือเค้กดูไบช็อกโกแลต”
“สุดท้ายฮาน่าอยากฝากว่า ฮาน่ามีความหวังว่าจะสร้างความสุข และรอยยิ้มให้กับเด็กอีกหลายพันคน แต่ด้วยกำลังของคนเพียงคนเดียวมีข้อจำกัด จึงอยากสร้างกลุ่มอาสาสมัครให้ขยายออกไปให้มากที่สุด อยากร่วมทำบุญกับเรา อาจช่วยบริจาควัตถุดิบ เป็นอาสาสมัครช่วยทำเค้ก ส่งมอบเค้ก หรือแม้แต่บอกต่อ เราก็ยินดีมาก ๆ ค่ะ ถ้ามีใครอยากร่วมบุญในแบบที่ฮาน่าทำ ก็อยากให้มาร่วมกันนะคะ ติดต่อได้ที่เพจ Little Wish Organization และอินสตาแกรม @littlewishorganization ได้เลยค่ะ” ฮาน่ากล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม



