นายก “อนุทิน” เปิดงาน THAIFEX – HOREC ASIA 2026 หนุนไทยเป็นฮับ HoReCa เอเชีย คาดเงินสะพัด 3.5 พันล้านบาท พร้อมขอบคุณผู้นำเข้ารายใหญ่จากทั่วโลก 20 ราย อุดหนุนสินค้าไทย

วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 งานแสดงสินค้าธุรกิจบริการและร้านอาหารครบวงจร โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วย เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจ HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟและการจัดเลี้ยง) ของภูมิภาคเอเชีย จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (KM) เยอรมนี ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคมนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งเป้าดึงดูดผู้เข้าชม ผู้ซื้อ และนักธุรกิจจากทั่วโลกไม่น้อยกว่า 20,000 ราย และคาดสร้างมูลค่าการค้ากว่า 3,500 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่างานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA เป็นเวทีการค้าระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลกได้เชื่อมโยงเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรม HoReCa”  พร้อมระบุว่าการจัดงานครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา รวบรวมสินค้า บริการ และนวัตกรรมอย่างครอบคลุมครบวงจร ตอบโจทย์ผู้ประกอบการทุกระดับ โดยมีผู้แสดงสินค้าชั้นนำเกือบ 700 บริษัท จาก 35 ประเทศ (รวมประเทศไทย)

นายอนุทิน กล่าวเสริมว่า จากความสำเร็จของการจัดงานและการเติบโตของภาคธุรกิจ HoReCa สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของธุรกิจโรงแรมและการบริการของโลก ซึ่งจุดแข็งของไทยไม่ได้อยู่แค่สินค้าและบริการ แต่ยังรวมถึงวัฒนธรรมอาหาร การออกแบบ ไลฟ์สไตล์ ตลอดจนการต้อนรับและไมตรีจิตแบบไทยที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทยในเวทีสากล

เปิดTHAIFEX - HOREC ASIA 2026_2_0
เปิดTHAIFEX - HOREC ASIA 2026_4_0

โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบรางวัลผู้นำเข้ารายสำคัญจากประเทศต่าง ๆ ภายใต้โครงการมิตรแท้การค้าไทย 2569 (Thailand’s Best Friend)” จำนวน 20 ราย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแสดงความขอบคุณในความร่วมมือแก่กลุ่มผู้นำเข้ารายสำคัญ ผู้ที่มีบทบาทในการขยายตลาดและช่วยลดอุปสรรคทางการค้าของประเทศ

สำหรับงานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 จัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 35,000 ตารางเมตร รวบรวมผู้ประกอบการและแบรนด์จากนานาประเทศ ครอบคลุม 9 กลุ่มสินค้า ได้แก่ Bakery & Ice-Cream, Café & Bar, Cleaning & Laundry, Dining, Furnishing, Kitchen, Services, Tech และ Wellness พร้อม โซนพิเศษ HoReCaFood

ภายในงานยังอัดแน่นด้วยไฮไลต์มากมาย อาทิ พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรม THAIFEX – HOREC Xperiential Zone, งานเสวนาสร้างองค์ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญ THAIFEX – HOREC Academy, การมอบรางวัลนวัตกรรมดีเด่น THAIFEX – HOREC Innovation Awards, การแข่งขันงานแม่บ้านโรงแรมชิงแชมป์ประเทศไทย Thailand Ultimate Housekeeping Challenge, การแข่งขันคั่วกาแฟระดับอาเซียน ASEAN Coffee Roasting Championship และกิจกรรมอบรมและสาธิตการประเมินคุณภาพกาแฟ ACF Coffee Appreciation Protocol ที่คนทำธุรกิจคาเฟและคอกาแฟไม่ควรพลาด

งานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 มีนาคม 2569 เวลา 10.00–18.00 . ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าชมงานฟรีได้ที่ www.thaifex-horec.asia

พาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผนึกกำลังหอการค้าไทย และ โคโลญเมสเซ่ เยอรมนี จัดงานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 ประกาศไทยเป็นศูนย์กลางการค้า HoReCa แห่งเอเชีย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ เยอรมนี (KM) ประกาศเดินหน้าจัดงานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 งานแสดงสินค้าธุรกิจโรงแรม (Hotel) ร้านอาหาร (Restaurant) คาเฟ (Cafe) และการจัดเลี้ยง (Catering) ระหว่างวันที่ 11–13 มีนาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยผู้จัดทั้งสามฝ่ายเผยความพร้อมเต็มร้อย เตรียมสานต่อความสำเร็จงานครั้งก่อนให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม คาดสร้างมูลค่าการค้ากว่า 3,500 ล้านบาท พร้อมปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสินค้า HoReCa แห่งภูมิภาคเอเชีย

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “งานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA ถือเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้ริเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2567 โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ เพื่อสร้างเวทีการค้าระดับนานาชาติที่เจาะกลุ่มธุรกิจ HoReCa (Hotel, Restaurant, and Café/Catering) โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากงานแสดงสินค้าอาหาร (THAIFEX – ANUGA ASIA) ที่ทุกท่านรู้จักกันดี  ความสำเร็จที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเรามาถูกทาง ในปี 2568 มีจำนวนผู้ประกอบการเข้าร่วมจัดแสดงมากกว่าครั้งแรกถึง 30% และมีผู้เข้าร่วมชมงานมากถึง 19,454 คน สร้างมูลค่าการค้ากว่า 3,347.11 ล้านบาท หากพิจารณาจากตัวเลขเหล่านี้แล้วจะเห็นได้ว่างานนี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“จากความสำเร็จดังกล่าว ในปีที่ 3 นี้เราจึงก้าวไปอีกขั้นกับพื้นที่ใหญ่ขึ้น ด้วยการย้ายอาคารจัดงานไปที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-2 (Challenger Hall 1-2) เพื่อรองรับการขยายตัวของงาน และยกระดับความสะดวกสบายในการเดินทางถึงอาคารจัดงานด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี (MT01) ที่เชื่อมต่อตรงสู่อาคารชาเลนเจอร์ 1 งานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA มุ่งตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะเวทีสำคัญของอุตสาหกรรม HoReCa ในระดับภูมิภาค กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 -13 มีนาคม 2569 โดยเป็นวันเจรจาธุรกิจทั้ง 3 วัน ครอบคลุมสินค้าและบริการ 9 กลุ่มหลัก ได้แก่ Bakery & Ice-Cream, Café & Bar, Cleaning & Laundry, Dining, Furnishing, Kitchen, Services, Tech และ Wellness โดยในปีนี้เราได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการนำเสนอสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly) เพื่อตอบรับเทรนด์ความยั่งยืน (Sustainability) ที่อุตสาหกรรม HoReCa ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ นอกจากนี้ยังมีโซนการจัดแสดงพิเศษ และกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งในปีนี้ งานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 จะทำหน้าที่เป็น “ประตูเชื่อมตลาดโลก” สำหรับผู้ประกอบการไทย รวบรวมผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และพันธมิตรทางธุรกิจจากหลากหลายประเทศมาไว้ในเวทีเดียว โดยคาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชม ผู้ซื้อ และนักธุรกิจจากทั่วโลกไม่น้อยกว่า 20,000 ราย และมียอดสั่งซื้อภายในงานไม่น้อยกว่า 3,500 ล้านบาท” อธิบดี DITP กล่าวเสริม

THAIFEX – HOREC Asia 2026_2_0_0

ด้าน ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวถึงความสำคัญของงานที่มีต่ออุตสาหกรรม HoReCa ว่า ภาคท่องเที่ยวและบริการเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย ทั้งด้านรายได้และการจ้างงาน และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยต้อง ปรับกลยุทธ์จาก “Mass Tourism” ไปสู่ “High-Value Tourism” เพื่อยกระดับประสบการณ์และเพิ่มรายได้ต่อหัวในระยะยาว โดยงาน THAIFEX – HOREC ASIA 2026 จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ให้พัฒนาสินค้า บริการ เทคโนโลยี และมาตรฐานการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก สำหรับในปีนี้ งานได้รับผลตอบรับที่ดีทั้งจากบริษัทไทยและต่างชาติ โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 600 แบรนด์ ซึ่งเป็น บริษัทไทยกว่า 270 บริษัท ภายในงานผู้เข้าชมจะได้พบกับ สินค้านวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่เป็นผลงานของผู้ประกอบการไทยซึ่งพัฒนาขึ้นให้เทียบเท่าระดับโลก สะท้อนความพร้อมของไทยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม HoReCa สู่มาตรฐานสากล พร้อมกันนี้ยังชี้ว่า ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือ Hospitality Design Zone พื้นที่รวมผลงานเฟอร์นิเจอร์และงานออกแบบจากนักออกแบบไทยที่ถูกนำไปใช้งานจริงในโรงแรม ร้านอาหาร และโครงการระดับนานาชาติ ซึ่งงานนี้เป็นเวทีที่สะท้อนศักยภาพ และความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบไทย และเชื่อมั่นว่าดีไซน์จากประเทศไทยสามารถสร้างแรงบันดาลใจและแข่งขันได้ในระดับโลกอย่างแท้จริง

นางสาวเวนดี้ ลิม ผู้จัดการทั่วไป แผนกงานแสดงสินค้าอาหารและเทคโนโลยีอาหาร โคโลญเมสเซ่ กล่าวเสริมว่า “การจัดงานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญของการผลักดันงานให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของอุตสาหกรรมโรงแรมและร้านอาหารในปัจจุบัน โดยในปีนี้ งานได้ขยายทั้งขนาดและขอบเขตอย่างชัดเจน และได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการต่างชาติกลุ่มใหม่ ๆ เข้าร่วม ได้แก่ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และสเปน นอกเหนือจากกลุ่มประเทศที่เข้าร่วมมานานแล้ว เช่น อิตาลี จีน และสิงคโปร์ สิ่งที่ทำให้งานในปีนี้โดดเด่นยิ่งขึ้น คือการมุ่งเน้นการดำเนินงานจริงของธุรกิจ HoReCa ในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยยกระดับงานจากงานแสดงสินค้าแบบดั้งเดิม ไปสู่เวทีเชิงปฏิบัติที่ผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็น เรียนรู้ และนำไปใช้จริงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ โซน THAIFEX – HOREC Xperiential นำเสนอเทรนด์สินค้า HoReCa ผ่านการสาธิตจากมืออาชีพ โซน THAIFEX – HOREC Academy งานเสวนาสร้างองค์ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญ และ THAIFEX – HOREC Innovation Awards งานมอบรางวัลนวัตกรรมดีเด่น การแข่งขันคั่วกาแฟระดับอาเซียน (ASEAN Coffee Roasting Championship) กิจกรรมอบรมและสาธิตการประเมินคุณภาพกาแฟ (Coffee Appreciation Protocol) การแข่งขันงานแม่บ้านโรงแรมชิงแชมป์ประเทศไทย (Thailand Ultimate Housekeeping Challenge) รวมถึงกิจกรรมเชิญผู้ซื้อ (Buyer) ชั้นนำ ที่ได้มีการเชิญกลุ่ม Trade Mission และ Hosted Buyers ซึ่งเป็นผู้ซื้อที่มีอำนาจการตัดสินใจกว่า 600 คนเข้าร่วมงานอย่างตรงกลุ่ม ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ เชื่อมโยงผู้ซื้อคุณภาพที่มีความต้องการจัดซื้อชัดเจนเข้ากับผู้แสดงสินค้าโดยตรง ผ่านกระบวนการจับคู่ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ”

งาน THAIFEX – HOREC ASIA 2026 จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 11–13 มีนาคม 2569 เวลา 10.00–18.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ www.thaifex-horec.asia 

S&P รับมอบตราสัญลักษณ์ "Thai SELECT ประจำปี 2568" การันตีคุณภาพอาหารไทยสำเร็จรูป ในงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX-ANUGA ASIA 2025

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) โดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร (ซ้าย) รับมอบตราสัญลักษณ์ “Thai SELECT ประจำปี 2568” จาก คุณสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (ขวา) ในพิธีมอบเกียรติบัตรอาหารไทยสำเร็จรูปที่ได้รับตรา “Thai SELECT” ตราสัญลักษณ์ที่ใช้ในการรับรองร้านอาหารไทย การันตีคุณภาพและรสชาติไทยแท้ สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับและรู้จักมากขึ้นแก่ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติผ่านอาหารไทยแท้ และเป็นซอฟท์พาวเวอร์อันดับหนึ่งของประเทศที่ การันตีโดยกระทรวงพาณิชย์ โดยงานจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

โดยบริษัทฯ ได้รับมอบตราสัญลักษณ์ “Thai SELECT” ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมหวานสำเร็จรูปที่มีรสชาติความเป็นไทยแท้ และการันตีมาตรฐานส่งออกในระดับสากล จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ดังนี้ 1. บัวลอยน้ำขิง 2. ข้าวเหนียวเปียกลำไย 3. สังขยาฟักทอง ทั้งนี้ เอส แอนด์ พี ได้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและขนมสำเร็จรูป จัดจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ และส่งออกอาหารแช่แช็งและขนมหวาน แบรนด์ S&P Quick Meal ไปยังต่างประเทศทั่วโลก ทั้งอเมริกา ยุโรป และเอเชีย รวมทั้งรับจ้างผลิต ผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า (OEM) ให้กับหลากหลายแบรนด์

เอส แอนด์ พี มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป รวมทั้งได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ เก็บรักษาได้นาน แต่ยังคงรสชาติต้นตำรับอาหารไทยแท้ ตลอดจนสนับสนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

1251873_0
“ส.ขอนแก่น” โชว์ศักยภาพอาหารไทยสู่เวทีระดับสากล ในงาน THAIFEX – ANUGA Asia 2025 ภายใต้แนวคิด “Forward Thai Cuisine Wisdom to the World”

27 พฤษภาคม 2568 – กรุงเทพมหานคร, บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SORKON ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์รายใหญ่ของไทย ยกขบวนผลิตภัณฑ์หลากหลายแบรนด์ในเครือ จัดแสดงในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ภายใต้แนวคิด “Forward Thai Cuisine Wisdom to the World” ส่งต่อภูมิปัญญาอาหารไทยและความภาคภูมิใจสู่เวทีระดับสากล 

โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลต์จากแบรนด์ “ส.ขอนแก่น” อาทิ 

  • ไส้กรอกอีสานพริกสดพร้อมขิงดอง – โดดเด่นด้วยแนวคิดใหม่จนได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน“FINALIST 2025” บนเวที THAIFEX – ANUGA Taste Innovation Show สะท้อนการพัฒนาอาหารไทยด้วยนวัตกรรมที่โดดเด่นระดับโลก
  • แหนมตุ้มจิ๋ว และ แหนมแท่ง – สินค้ายอดนิยมของ ส.ขอนแก่น ด้วยเอกลักษณ์รสเปรี้ยวแซ่บถึงใจ เนื้อนุ่มเด้ง เป็นที่ชื่นชอบของทั้งคนไทยและต่างชาติ พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำอาหารไทยในเวทีสากล การันตีคุณภาพทั้งสองผลิตภัณฑ์ด้วยรางวัล IFFA DFV Global Meat Product Award จากเยอรมนี 

พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน โดยงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–31 พฤษภาคม 2568 ณ บูทหมายเลข 2T-45 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายจรัสภล รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ส.ขอนแก่น มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์อาหารไทยให้เข้าถึงวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบันและคนรุ่นใหม่ทั่วโลก สอดคล้องกับพันธกิจ “Wisdom Forward” ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนรากฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกับนวัตกรรมและมาตรฐานการผลิตระดับสากล เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทั้งด้านรสชาติ ความสะดวก และความปลอดภัย โดยปีนี้ ส.ขอนแก่น เข้าร่วม THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชีย ภายใต้แนวคิด “Forward Thai Cuisine Wisdom to the World” โดยมีความตั้งใจที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคสู่ระดับสากล ทั้งในแง่รสชาติแบบไทยแท้และความสะดวกในการบริโภค ซึ่งการเข้าร่วมงานนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดตัวนวัตกรรมอาหารไทยสู่ตลาดโลก พร้อมทั้งสร้างการรับรู้แบรนด์ในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับทิศทางการขยายตลาดต่างประเทศในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นรุกตลาดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และสหราชอาณาจักร (UK) เนื่องจากในตลาดเหล่านี้มีแนวโน้มที่ความนิยมอาหารเอเชียจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายจรัสภล กล่าว

ส.ขอนแก่น จะรุกตลาดตลาดต่างประเทศทั้งกลุ่ม B2C (Business-to-Customer) และ B2B (Business-to-Business) สำหรับกลุ่ม B2C จะมีการเปิดไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat: RTE) ภายใต้แบรนด์ ‘SOR KHONKAEN’ ซึ่งจะใช้ทำการตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ ประเดิม 4 เมนูแรก ได้แก่ ข้าวต้มปลากะพง, ห่อหมกปลากะพง, แกงจืดสาหร่ายลูกชิ้นปลา และ ต้มยำปลากะพง เพื่อเป็นตัวแทนของอาหารไทยในรูปแบบที่สามารถตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลกที่ให้ความสำคัญทั้งในเรื่องรสชาติ ความสะดวก และคุณค่าทางโภชนาการ โดยจะจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อเข้าจำหน่ายในกลุ่มค้าปลีกในต่างประเทศ ขณะที่ฝั่ง B2B บริษัทฯ วางแผนขยายฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจบริการอาหาร (Food Service) โดยมุ่งเน้นเจาะตลาดที่มีร้านอาหารไทยอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น สหราชอาณาจักร (UK), เยอรมนี, สวีเดน, นอร์เวย์ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการประเภทดังกล่าว

ด้าน นายจรัญพจน์ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศ บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 ปีนี้ บริษัทฯ นำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายที่สะท้อนจุดแข็งของแบรนด์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลต์คือ “แหนมตุ้มจิ๋ว” สินค้าขายดีอันดับ 1 ของบริษัทฯ และ “แหนมแท่ง”สองผลิตภัณฑ์กลุ่มแหนมที่มีรสชาติอร่อย เปรี้ยวแซ่บ กลมกล่อมลงตัว เนื้อนุ่มเด้งอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับนานาชาติ IFFA DFV Global Meat Product Award ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ประกอบการเนื้อสัตว์แห่งเยอรมนี 

ร่วมด้วยอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ขายดีที่สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีก่อน คือ “ไส้กรอกอีสานพริกสด พร้อมขิงดอง” สูตรหมูเน้นๆ เนื้อแน่น รสชาติอร่อย เผ็ดแซ่บลงตัวด้วยพริกสดในลูกมาพร้อมขิงดอง ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “FINALIST 2025” บนเวที THAIFEX – ANUGA Taste Innovation Show เวทีที่ช่วยผลักดันอาหารไทยที่มีการใช้นวัตกรรมล้ำสมัยและมีจุดมุ่งหมายเฉพาะที่ชัดเจนให้เป็นที่รู้จักในเวทีระดับสากล และเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กว้างขึ้น

สำหรับภาพรวมรายได้ของบริษัทฯ ช่วงไตรมาส 1 ปี 2568 นายจรัญพจน์กล่าวว่า บริษัทฯ สร้างรายได้ถึง 881.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า การเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะสินค้าชูโรงอย่าง “แหนม” และ “ไส้กรอกอีสาน” ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงเทรนด์ผู้บริโภคที่ให้ความสนใจในอาหารไทยแท้ รสจัดจ้าน และคุณภาพพรีเมียม ซึ่งช่วยผลักดันยอดขายในตลาดในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ปีนี้ ส.ขอนแก่น จึงเตรียมเดินหน้าสร้างแคมเปญการตลาดให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักเพื่อสร้างความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคต่อไป อาทิ ในเดือนแห่งความภาคภูมิใจ “Pride Month” ปีนี้ ส.ขอนแก่น ผนึกกำลังกับอินฟลูเอนเซอร์กลุ่ม LGBTQ+ เพื่อมาโปรโมตรสชาติ “เปรี้ยว” แซ่บถึงใจของผลิตภัณฑ์ “แหนมตุ้มจิ๋ว” ประเดิมแคมเปญด้วย “เอแคลร์ จือปาก” อินฟลูเอนเซอร์ขวัญใจชาวโซเชียลที่มากับความกล้า และสีสันจัดจ้านที่เข้ากับแบรนด์ได้อย่างลงตัว พร้อมขบวน KOL สายปังอีกหลายท่าน ที่จะมาสร้างสีสันตลอดทั้งเดือน สร้างกระแสความเปรี้ยวแซ่บของแหนมตุ้มจิ๋ว ติดตาม ส.ขอนแก่น ได้ที่ Facebook Page @S.KhonkaenTH เพื่อไม่พลาดกิจกรรมดีๆ ตลอดปี 2568 นี้

“THAIFEX – ANUGA ASIA 2025” เปิดฉากวันแรก ยิ่งใหญ่ระดับโลก
“พิชัย” นำทัพต้อนรับผู้ซื้อจาก 140 ประเทศ หนุนไทยสู่ “ครัวโลก” คาดมูลค่าสั่งซื้อกว่า 98,000 ล้านบาท

วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “THAIFEX – ANUGA ASIA 2025” งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับนวัตกรรมอาหารจากทั่วโลก สร้างโอกาสเจรจาการค้า และตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารโลกภายใต้นโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ เยอรมนี 

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมอาหารที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของวัตถุดิบ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนวัฒนธรรมอาหารที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ด้วยศักยภาพเหล่านี้ รัฐบาลจึงเดินหน้าผลักดันนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ส่งผลให้ในปี 2567 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้ส่งออกสินค้าอาหารรายใหญ่อันดับ 12 ของโลก และคาดว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าการส่งออก 1.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 จากปีที่ผ่านมา

THAIFEX – ANUGA ASIA ถือเป็นกลไกสำคัญที่กระทรวงพาณิชย์ใช้ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก และยังเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการอาหารไทยทุกระดับ ตั้งแต่ SMEs และสตาร์ตอัป ไปจนถึงบริษัทรายใหญ่ ได้พบปะเจรจาการค้า สร้างพันธมิตรทางธุรกิจระดับนานาชาติ และขยายโอกาสการส่งออกสู่ตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม

27_MAY_THAIFEX 2025_6_0
27_MAY_THAIFEX 2025_9_0

การจัดงาน THAIFEX – ANUGA ASIA ในปีนี้มีขนาดของงานและจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีผู้ประกอบการกว่า 3,200 บริษัท จากประเทศไทยและอีก 56 ประเทศ ร่วมจัดแสดงสินค้ารวมกว่า 6,200 คูหา ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มในอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่สินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป เทคโนโลยีอาหาร ไปจนถึงสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง คาดว่าตลอดช่วงวันเจรจาธุรกิจจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 90,000 ราย จาก 140 ประเทศทั่วโลก และจะก่อให้เกิดมูลค่าการสั่งซื้อทั้งในงานและภายใน 1 ปีหลังงานรวมกันกว่า 98,000 ล้านบาท

“ความสำเร็จของงานนี้และการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหาร สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจอาหารระดับโลก และแหล่งสำรองอาหารที่น่าเชื่อถือของโลก ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมรอบด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก เครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากนานาชาติ และผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมบริการระดับโลกในอนาคต” นายพิชัย กล่าว  

THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 จัดเจรจาธุรกิจในวันที่ 27-30 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00-18.00 น. เจรจาธุรกิจและจำหน่ายปลีกสำหรับประชาชนทั่วไปในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 5-12 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นอกจากจะจัดแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มอย่างครอบคลุมครบทุกประเภทแล้ว ภายในงานยังมีนิทรรศการ สัมมนา และกิจกรรมพิเศษ ที่จะช่วยอัปเดตเทรนด์อาหาร ความต้องการของผู้บริโภค และข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่น ๆ ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ร่วมงาน เพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จที่มากขึ้น

ข้าวตราไก่แจ้

ข้าวตราไก่แจ้ ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024  รุกหนักตลาดต่างประเทศ คงคอนเซ็ปต์ ที่ไหนๆทั่วโลก ก็เลือกใช้ข้าวตราไก่แจ้

บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย ข้าวสารตราไก่แจ้และข้าวสารตรากระเช้า รวมถึง บริษัท เคเจ เวิลด์ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ส่งออกข้าวสารตราไก่แจ้ และ บริษัท ทีอาร์ ไทยฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตขนมตราแม่นภา ร่วมออกบูทงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ที่ไหนๆทั่วโลก ก็เลือกใช้ข้าวตราไก่แจ้ ภายในงานจะพบกับกิจกรรม Cooking Show ภายใต้แนวคิด “ข้าวดีดี กินคู่กับอะไรก็อร่อย” โดยมีเชฟจากข้าวตราไก่แจ้ มารังสรรค์เมนู ให้ทุกท่านจะได้ชิม ซึ่งเมนูที่ทำนั้น ทุกๆท่านสามารถนำกลับไปทำตามได้ในครัวที่บ้านของท่าน เพียงแค่มีข้าวตราไก่แจ้ติดครัวไว้ เพียงเท่านี้ก็สามารถทานคู่ได้กับทุกๆเมนู

ร่วมสัมผัสความอร่อยจากข้าวตราไก่แจ้ได้ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ถึง 1 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 บูท 3-H01 (Rice Zone)

โออิชิ กรุ๊ป รุกตลาดอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทาน บุกหนักทั้งออกสินค้าใหม่ ขยายช่องทางขาย/จัดจำหน่าย และเพิ่มโอกาสในการบริโภครูปแบบใหม่ ล่าสุดเตรียมยกทัพสินค้าพร้อมส่งออกกว่า 100 รายการ ร่วมแสดงศักยภาพในงาน THAIFEX-World of Food ASIA 2018” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสพบปะเจรจาการค้าและสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าในกลุ่มสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน (ready-to-eat “RTE”) และกลุ่มสินค้าอาหารพร้อมปรุง (ready-to-cook “RTC”) กับผู้ประกอบการอาหารกว่า 2,500 ราย จาก 40 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 29 พ.ค. 61 – 2 มิ.ย. 61 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นางกชกร อรรถรังสรรค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอาหารแช่แข็งพร้อมปรุง พร้อมทาน หรือ Frozen Ready Meals ได้เข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของคนในชุมชนเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคในอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก เนื่องจากสินค้าในกลุ่มนี้มีคุณภาพ มีความสะดวกในการบริโภค และมีความหลากหลายของประเภทอาหาร บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้างนี้ จึงมีแผนรองรับการขยายตัวของตลาด โดยมุ่งเน้นไปที่ (1) New Product: การพัฒนาและสร้างสรรค์สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง โดดเด่นทั้งรูปแบบ รสชาติ และหีบห่อ/บรรจุภัณฑ์ (2) Penetration: พร้อมขยายช่องทางขาย/จัดจำหน่าย ให้หลากหลายเพื่อครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า (3) Export: รวมทั้งขยายเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งภูมิภาคเอเชียและกลุ่มสหภาพยุโรป ผ่านการซินเนอยี่ (Synergy) ระหว่างพันธมิตรกลุ่มธุรกิจในเครือเป็นสำคัญ

“ซึ่งการขยายเข้าสู่ตลาดต่างประเทศหรือการส่งออกนั้น บริษัทฯ มีการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านการขออนุญาตและการขอรับรองมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สินค้ามีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในต่างประเทศ โดยได้รับการรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ GMP, HACCP และ BRC เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคและช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อให้สามารถผลิตและจัดส่งสินค้าที่มีคุณภาพได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในประเทศนั้น ๆ จึงถือได้ว่าบริษัทฯ มีความพร้อมในด้านการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก โดยมีแผนงานการขยายตลาดที่เน้นไปที่กลุ่มอาหารแช่แข็งเป็นหลัก โดยได้เริ่มจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โออิชิ เกี๊ยวซ่า ไปยังประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน อาทิ เมียนมา กัมพูชา มาตั้งแต่ปี 2559 แล้ว

 

“โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้ขยายฐานการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โออิชิ เกี๊ยวซ่า ไปยังประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป 5 ประเทศ ดังนี้ ฝรั่งเศส เยอรมัน รียูเนี่ยนไอซ์แลนด์ อังกฤษ และฮอลแลนด์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นความสำเร็จที่สำคัญอันส่งผลให้ยอดการส่งออกผลิตภัณฑ์สามารถบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้ประมาณการไว้ รวมถึงยังถือเป็นช่องทางในการขยายฐานทางการตลาดและสร้างการรับรู้ในตราสินค้าของบริษัทฯ ให้กว้างขวางมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสร้างโอกาสทางธุรกิจโดยการพัฒนาสินค้าร่วมกับคู่ค้าเพื่อนำเสนอความแตกต่างของรสชาติให้เข้ากับวัฒนธรรมการรับประทานของผู้บริโภคในประเทศนั้น ๆ พร้อมใช้งบลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ สำหรับเปิดสายการผลิตรูปแบบใหม่ ซึ่งได้แก่ เกี๊ยวซ่าแช่แข็งแบบกริลล์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและรองรับความต้องการของตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ อีกด้วย”

ทั้งนี้ การร่วมออกบูธแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ในงาน THAIFEX 2018 นั้น บริษัทฯ มาในธีม “OISHI THE ENDLESS OF JAPANESE FOOD” โดยได้ตระเตรียมสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพ กลุ่มอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทาน มานำเสนอขายอย่างหลากหลาย โดยสามารถแบ่งประเภทของสินค้าและผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ (1) กลุ่มอาหารแช่เย็น สำหรับคอนวีเนียนสโตร์ (2) กลุ่มอาหารแช่แข็ง สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต/ไฮเปอร์มาร์เก็ต (3) กลุ่มฟู้ดเซอร์วิซ/โฮเรก้า และ (4) กลุ่มสินค้าพร้อมส่งออก รวมมากกว่า 100 รายการ อาทิ เกี๊ยวซ่า, แซนด์วิช, ปูอัด, ราเมน, ปลาแซลมอน, ปลาซาบะ, ซุป/ซอส รวมถึงเค้กและเบเกอรี่ โดยคาดว่าสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่นำไปจัดแสดงนั้นจะได้รับการตอบที่ดีจากทั้งคู่ค้าทางธุรกิจและบุคคลทั่วไปเป็นอย่างดีเหมือนเช่นเคย

สำหรับลูกค้าโออิชิ และบุคคลทั่วไป ท่านจะได้พบกับโปรโมชั่นอร่อยสุดคุ้ม !!! จากสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพในเครือโออิชิมากมาย อาทิ โออิชิ เกี๊ยวซ่า ไส้หมู ไส้ไก่ ไส้กุ้ง ฯลฯ แบบแช่แข็ง 2 แพ็ค 110 บาท โออิชิ เทรนดี้ เรดดี้มีล “ราเมน” 2 แพ็ค 120 บาท โออิชิ คานิ “ปูอัดอลาสก้า” 3 แพ็ค 140 บาท ฯลฯ พิเศษ !!! รับฟรีทันที โออิชิ ลัคกี้ บ็อกซ์ 1 กล่อง เมื่อซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ โออิชิ ครบ 200 บาท ในวันจำหน่ายปลีก วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ บูธแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ โออิชิ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี