เมื่อก่อนเวลาปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้ โดยเฉพาะปวดเมื่อย ใครๆ ก็ใช้บริการ “แอสไพริน”

หรือแม้กระทั่งไม่นานมานี้ยังเชื่อกันว่า กิน เบบีแอสไพริน (ขนาดสําหรับเด็ก 81 มก.) หนึ่งเม็ดทุกวัน ช่วยลดโอกาสเกิดหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ในความเป็นจริงถ้าเป็นผู้ที่สุขภาพปกติดี การกินแอสไพรินทุกวัน อาจก่อปัญหาเลือดออกรุนแรงได้

เปลี่ยนมาใช้บริการแอสไพรินจากธรรมชาติดีกว่า ใน “บลูเบอร์รี่” นอกจากจะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในบรรดาผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีกากใยสูง กินทุกวันยังช่วยยับยั้งการก่อตัวของมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมาก เรียกได้ว่าเหมาะทั้งหญิงและชาย

บำรุงผิวพรรณ บำรุงเลือด นอกจากอุดมด้วยวิตามินซี ยังมีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีในพืชผักสีแดงอมม่วง ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยการไหลเวียนของเลือดในระดับที่เล็กมากๆ และช่วยการทำงานของกระบวนการเมตาบอลิซึ่มของเซลล์เรตินา ประโยชน์เพียงแค่นี้ก็ทำให้ต้องรีบจัดหาเป็นการด่วนแล้ว

ที่สำคัญ ช่วยบำรุงระบบประสาท ทำให้สมองทำงานได้เต็มที่ ทำให้ความจำดีขึ้น อีกทั้งถ้ารับประทานอย่างต่อเนื่องยังสามารถป้องกันโรคความจำเสื่อมในวัยสูงอายุได้อีก

ที่มา : มติชนออนไลน์

เดี๋ยวนี้เทรนด์ดูแลรูปร่างตัวองกำลังมาแรง หลายคนใช้วิธีการนับแคลอรี่ในการควบคุมน้ำหนัก จนหลายครั้งก็กังวลว่าอันนั้นก็กินเยอะไม่ได้ อันนี้ก็กินมากไม่ดี ชีวิตเป็นอันไม่มีความสุข

ดร.ลิซ่า ยัง นักโภชนาการ ระบุว่า มีอาหารอยู่ 2 ชนิดที่กินแล้วไม่ต้องมากังวลเรื่องน้ำหนัก คือ ผลไม้ไร้แป้ง และพืชผัก เพราะเต็มไปด้วยน้ำ, แคลอรี่ต่ำ และประกอบด้วยไฟเบอร์ซึ่งช่วยให้เรารู้สึกอิ่ม

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ผลไม้กับผักก็เหมือนกับอาหารอย่างอื่นตรงที่หากกินมากเกินไปก็ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ แต่ก็ไม่ใช่กับผักผลไม้ทุกชนิด ลองมาดูกันว่าผักผลไม้ 14 อย่างที่กินไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักมีอะไรบ้าง

1.ผักชีฝรั่ง

กว่า 95% ของผักชีฝรั่งเป็นน้ำ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผักชนิดนี้ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยผักชีฝรั่งนั้นประกอบด้วยโพแเซียม, โฟเลต, ไฟเบอร์ และสารอาหารที่เราต้องการในชีวิตประจำวันอย่างวิตามินเค แถมยังมีแคลอรี่ต่ำ

การกินผักชีฝรั่งควรกินตอนยังสดใหม่ เพราะผักชนิดนี้จะเริ่มสูญเสียสารต้านอนุมูลอิสระภายใน 5-7 วัน นับจากวันที่ซื้อมา

2.ผักเคล

ผักเคลเป็นผักที่มีแคลอรี่ต่ำ โดยผักเคลดิบ 1 ถ้วยให้พลังงานพียง 33 แคลอรี่เท่านั้น แถมยังเป็นหนึ่งในอาหารไม่กี่ชนิดที่ประกอบด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งคนส่วนใหญ่รับจากปลา นอกจากนี้ ผักเคลยังเป็นผักที่มีวิตามินและโฟเลตสูงเหมือนกับผักกาดหอมชนิดอื่นๆ

3.บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงในเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ แถมบลูเบอร์รี่ 1 ถ้วยยังมีแคลอรี่ราว 85 แคลอรี่เท่านั้น

4.แตงกวา

แตงกวาเป็นผักที่ประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ โดยให้พลังงานแค่ 16 แคลอรี่/จำนวนบริโภคเท่านั้น เมล็ดและเปลือกมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดังนั้นวิธีการกินแตงกวาที่ดีที่สุดก็คือไม่ต้องปอกเปลือกนั่นเอง นอกจากนี้ เปลือกและเมล็ดยังให้ทั้งไฟเบอร์และวิตามินเอ ซึ่งดีต่อสายตา

5.มะเขือเทศ

 

อย่างที่รู้กันดีว่ามะเขือเทศประกอบด้วยไลโคปีน, แคโรทีนอยด์ ซึ่งมีส่วนช่วยต่อสู้กับโรคเรื้อรัง และยังทำให้มะเขือเทศมีสีแดง นอกจากนี้ มะเขือเทศยังมีวิตามินเอ, ซี และบี 2 สูง รวมไปถึงมีโฟเลต, โครเมียม, โพแสเซียม และไฟเบอร์ด้วย

โดยมะเขือเทศลูกขนาดกลางให้พลังงานราว 25 แคลอรี่เท่านั้น

6.เกรปฟรุต

งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการเพิ่มเกรปฟรุตเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารทำให้น้ำหนักลดลงได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอาหารเสริมลดน้ำหนักถึงมีเกรปฟรุต โดยเกรปฟรุตประกอบด้วยไฟเบอร์สูง นอกจากนี้ยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้เรารู้สึกอิ่มนานขึ้น โดยเกรปฟรุตครึ่งลูกให้พลังงานเพียง 50 แคลอรี่เท่านั้น

เกรปฟรุตยังมีวิตามินซี และมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอล และช่วยย่อย นอกจากนี้ยังมีโฟเลตอีกด้วย

7.บร็อคโคลี

บร็อคโคลีมีคุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดเมื่อกินแบบดิบๆ หรือนำไปนึ่ง โดยบร็อคโคลีเป็นผักที่ประกอบด้วยสารซัลโฟราเฟน ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็งที่ทำหน้าที่ทำลายสารเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็ง

นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ, ซี, อี และเค โดยบร็อคโคลีนึ่ง 1 จำนวนบริโภค ประกอบด้วยไฟเบอร์ราว 20% ของไฟเบอร์ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน และยังให้พลังงานเพียง 31 แคลอรีเท่านั้น

8.แคนตาลูป

แคนตาลูปเป็นผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนมากกว่าส้ม, เกรปฟรุต, พีช และมะม่วง โดยแคนตาลูปแค่ 1 ถ้วย มีโพแทสเซียมมากกว่า 100% ของจำนวนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน นอกจากนี้ยงมีวิตามินเอและวิตามินซีด้วย

แคนตาลูปยังมีน้ำมากถึง 90% โดยในหนึ่งหน่วยบริโภคให้พลังงานเพียง 55 แคลอรี่เท่านั้น

9.กะหล่ำดอก

ถึงแม้จะมีดอกสีขาวแต่ก็เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและไฟโตเคมิคอล ซึ่งช่วยต่อสู้โรคเรื้อรัง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งโฟเลต, ไฟเบอร์ วิตามินเคและซีชั้นเยี่ยม

โดยใน 1 จำนวนบริโภคให้พลังงานเพียง 25 แคลอรี่เท่านั้น

10.แบล็คเบอร์รี่

แบล็คเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์เหมือนผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชนิดอื่นๆ คือ อุดมไปด้วยวิตามินซี และมีสารค้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่าไบโอฟาโวนอยด์

การกินแบล็คเบอร์รี่ยังมีส่วนในการช่วยย่อย ช่วยให้ผิวพรรณกระชับ นำไปสู่การที่ผิวดูอ่อนเยาว์ โดยใน 1 จำนวนบริโภคให้พลังงานเพียง 62 แคลอรี่

11.ผักกาดหอม

ผักกาดหอมส่วนใหญ่จะให้พลังงานราว 10-20 แคลอรี่/1 จำนวนบริโภค และถึงแม้จะเป็นผักที่ไม่ได้มีโปรตีนสูง แต่อุดมไปด้วยวิตามิและแร่ธาตุ เช่น โฟเลต, เหล็ก, วิตามินเอและซี

12.ส้ม

คนส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วว่าส้มมีวิตามินซี แต่จริงๆ แล้วส้มยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีกมาก โดยวิตามินซีมีส่วนช่วยในขั้นตอนการผลิตคอลลาเจน ส้มจึงมีส่วนช่วยให้ผิวพรรณกลับมาดูดี นอกจากนี้ยงมีแคลอรี่ต่ำ โดยส้มขนาดกลางให้พลังงานราว 80 แคลอรี่

ที่สำคัญเวลากินส้มควรกินใยขาวๆ ของส้มด้วย เพราะเป็นส่วนท่ประกอบด้วยไฟเบอร์จำนวนมาก ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด

13.สตรอว์เบอร์รี่

สตรอว์เบอร์รี่ 1 จำนวนบริโภค ให้วิตามินซีมากกว่าส้มเสียอีก นอกจากนี้ สตรอว์เบอรี่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่าโพลีฟีนอลอีกด้วย

สตรอว์เบอร์รี่ยังเป็นแหล่งโพแทสเซียมและไฟเบอร์ชั้นดี ไม่มีไขมัน, โซเดียม และคอเลสเตอรอล ทำให้เป็นผลไม้ที่ดีต่อหัวใจ โดยสตรอว์เบอร์รี่ 1 ถ้วยให้พลังงานราว 50 แคลอรี

14.เมล่อนผิวเรียบ

เมล่อนผิวเรียบ หรือ Honeydew melon หนึ่งจำนวนบริโภคให้พลังงานมากกว่าแคนตาลูปเล็กน้อย คือ 64 แคลอรี่ นอกจากนี้ เมล่อนผิวเรียบยังมีวิตามินซี ทองแดง ซึ่งดีต่อสุขภาพผิว

 

 

ที่มา www.thisisinsider.com

————————————————-

 

Content Team Matichon Academy
ติดต่อ อีเมล์ : [email protected]
         โทรศัพท์ 0-2954-3971 ต่อ 2111