กรุ่นกลิ่นออนไลน์ในงานวรรณกรรม รางวัลชมนาด ครั้งที่ 13 กับ 8 เล่มตัวตึง

เป็นวาระสำคัญของปีที่ต้องปักหมุดไว้บนหน้าปฏิทิน เฝ้ารอด้วยใจจดจ่อว่าหนังสือเล่มใดจะคว้าชัยจากการประกวด “รางวัลชมนาด” รางวัลหนังสืออันทรงเกียรติสำหรับนักเขียนสตรี ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ร่วมกันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 สนับสนุนนักเขียนสตรีให้ก้าวสู่การเป็นนักเขียนระดับสากล ส่งต่อคุณค่าความงามของวรรณกรรมไปสู่บทละครภาพยนตร์ต่อไป

สำหรับ ปี 2567 ผลงานที่เข้ารอบตัดสิน 8 เล่ม ได้แก่ เตี่ยของเมฆ, ใกล้หมึกเปื้อนโลหิต, มงกุฎหนามกุหลาบ, แดงฉาน, ต้นไม้ของแวมไพร์, Heaven ฝากไว้ที่ปลายฟ้า, ลำนำจ้าวสังเวียน และ Suicide อัตวินิบาตกรรมก่อนใบไม้ร่วง  โดยจะประกาศผลรางวัลผู้ชนะเลิศในวันพุธที่ 11 กันยายน 2567 ณ ห้องประชุมชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม

“วรรณกรรรมของคนรุ่นใหม่” กำลังมา

นรีภพ จิระโพธิรัตน์ หนึ่งในกรรมการรอบคัดเลือกและเป็นกรรมการรอบตัดสินด้วย เผยถึงภาพรวมของผลงานที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้ว่า มีด้วยกัน 28 ผลงาน ซึ่งแต่ละผลงานมีความแตกต่างกัน ความโดดเด่นปีนี้ มองว่าเป็นเรื่องของจินตนาการทางความคิดของผู้เขียน และการสร้างตัวละครที่มีหลายรูปแบบ บางเรื่องก็เล่นกับตัวละครมากกว่าโครงเรื่องหรือตัวเรื่อง

         ด้านเนื้อหาในภาพรวมค่อนข้างมีความเข้มข้น บางเรื่องลงรายละเอียดในสิ่งที่เห็นได้จากสังคมรอบตัว แต่กลวิธีการเขียนยังไม่ลงลึกพอ ขณะเดียวกันจะสะท้อนความโศกเศร้าทางอารมณ์ ที่เปราะบางไม่มั่นคง การสร้างตัวละครทั้ง 28 เรื่องจะมีบาดแผลที่แตกต่างและหนักเบาต่างกัน แต่ที่คล้ายกันคือ เป็นการสะกิดเตือนให้มองเห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกัน

บรรยากาศงานประกาศรางวัลครั้งที่ 12_0
กรรมการรอบคัดเลือก_0

บางเรื่องเนื้อหากล่าวถึงวิถีชีวิต ธรรมชาติ ขนบธรรมเนียมความเชื่อ พฤติกรรมของคน มีความลึกลับด้วย บ้างสะท้อนความในของจิตใจมนุษย์ที่เป็นความรู้สึกในครอบครัว บ้างเล่นกับมิติความรู้สึกของตัวละคร แต่อารมณ์ยังไม่โดน

ในแง่ของการนำเสนอ นรีภพ บอกว่า มีทั้งความมีขนบและการใช้เรื่องเก่าเรื่องใหม่ผสมผสานกัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคล้ายจงใจนำเสนอความคิดโดยไม่ใช้ตัวละคร เมื่ออ่านแล้วจะทราบว่าเป็นความคิดของผู้เขียน จะไม่เชื่อตัวละคร ซึ่งจะเห็นรูปแบบนี้พอสมควรใน 28เรื่อง

กลุ่มที่สองจะใช้ความสมจริงเป็นลักษณะเล่าเรื่อง ส่วนกลุ่มที่สาม เป็นการใช้จินตนาการกับการผสมผสาน จะเห็นความสมัยใหม่เข้ามาในโครงเรื่อง ในวิธีการดำเนินเรื่อง รวมทั้งการใช้ภาษาด้วย

“ต้องยอมรับว่าตอนนี้รุ่นใหม่กำลังมา เราเรียกว่า “วรรณกรรรมไทยในลักษณะของคนรุ่นใหม่” จะมีลีลาภาษาความน่าสนใจอีกแบบ ทำให้เราต้องตามอ่านว่าแล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร การจินตนาการก็น่าสนใจ”

ทางด้านการใช้ภาษา มีทั้งภาษาที่ผู้อ่านต้องพยายามทำความเข้าใจ ภาษาที่มีพลัง แต่บางเรื่องก็ใช้ภาษาประดิดประดอย จงใจเกินไปจนขาดอรรถรส ไม่เป็นธรรมชาติ แม้ในบทสนทนาก็ดูไม่สมจริง ซึ่งน่าเสียดาย เพราะพล็อตเรื่องดี

สำหรับการคัดเลือกรอบ 8 เล่มนั้น มองในความหนักแน่นของเนื้อหามีความยากไม่ต่างกัน จะมีบางเล่มที่โดดขึ้นมาเลย ฉะนั้นจะพิจารณาที่ความโดนใจของเรื่อง โดยดูวรรณศิลป์ที่สื่อกระทบใจผู้อ่าน เพราะอารมณ์ของเรื่องจะทำให้เรื่องนั้นสนุก ตรึงใจผู้อ่านจนวางไม่ลง

“เทียบกับผลงานที่ส่งเข้าประกวดในปีที่แล้ว แม้เนื้อหาและวิธีการนำเสนอของปีนี้จะเบากว่า แต่เมื่อพูดถึงเรื่องจินตนาการ มองว่าล้ำสมัยกว่า” นรีภพ บอก

แนวแฟนตาซีก็มี แนวรักษ์โลกก็มา

ทางด้าน รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร หนึ่งในกรรมการรอบตัดสิน กล่าวว่า รางวัลชมนาดเป็นรางวัลที่มีลักษณะเด่นต่างจากรางวัลอื่น เป็นรางวัลที่มอบให้กับนักเขียนหญิง ซึ่งยังไม่มีรางวัลที่ไหนมีแบบนี้

ข้อโดดเด่นของรางวัลชมนาด 1. เน้นสนับสนุนให้ผู้หญิงหันมาเขียนหนังสือ 2. สนับสนุนให้มีการประกวดต้นฉบับ ทำให้คนที่ไม่เคยเขียนหนังสือมีกำลังใจที่จะเขียน 3. เมื่อผ่านการคัดสรรได้รางวัลแล้ว ซึ่งบางครั้งถึงไม่ได้รับรางวัลแต่มีความโดดเด่นก็นำมาตีพิมพ์เป็นเล่มให้ และมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยเพื่อสนับสนุนการไปสู่สากล

ด้วยความพิถีพิถันในการคัดสรรต้นฉบับ มีคณะกรรมการ 2 ชุด ชุดแรกคัดสรรเลือกผลงานเหลือ 8 เล่ม และจะมีกรรมการตัดสินอีกชุดรับไม้ต่อ โดยไม่เปิดเผยชื่อผู้เขียนเพื่อให้มีความเป็นกลางและโปร่งใสในการตัดสินอย่างแท้จริง ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ส่งผลงานที่เป็นคนดังรางวัลระดับชาติ และคนที่แจ้งเกิดจากเวทีนี้ที่ไม่ได้อยู่ในสายนักเขียนมาก่อน

ในฐานะกรรมการตัดสิน รศ.ดร.ตรีศิลป์ บอกว่าผลงานที่ผ่านเข้ารอบ 8 เล่ม มีความหลากหลายในเนื้อหา ทั้งเรื่องราวของชีวิตครอบครัว การต่อสู้ชีวิต เป็นโรแมนติกชีวิตครอบครัว และมีงานที่มีความโดดเด่น อาจจะนำเรื่องราวของปัญหาในสังคมไทยขณะนี้ที่มีความเครียด มีการแข่งขันสูง มีเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ เรื่องอัตวินิบาตกรรมก็มี แล้วใช้จิตวิทยามาวิเคราะห์

แต่ที่น่าสนใจคือ เป็นคนรุ่นใหม่มากๆ ที่ชอบอ่านงานแฟนตาซีที่หันมาเขียน แต่แฟนตาซีที่หยิบมาเขียนเป็นแฟนตาซีที่มีแง่คิด เข้าใจเอาหลักปรัชญา หลักพุทธธรรมมาประยุกต์เข้ากับเรื่องแฟนตาซี 

อีกข้อเด่นคือ มีงานที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นการใช้ธรรมชาติที่เข้ากับคติวิถีชีวิตพื้นถิ่นและทำให้เป็นลักษณะของการเล่าเรื่องแบบวรรณกรรมเยาวชน เป็นการใช้ทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องเล่าท้องถิ่น ขนบที่เกี่ยวกับธรรมชาติในท้องถิ่นเอามาเล่าในลักษณะที่เป็นวรรณกรรมเยาวชน

สำหรับตนเองมองว่า 2 ข้อนี้คือ การใช้แนวแฟนตาซีในการนำเสนอแนวคิด กับการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม มีความโดดเด่นมาก ซึ่งค่อนข้างต่างจากปีที่ผ่านๆ มา

กรุ่นกลิ่นโลกออนไลน์ในงานวรรณกรรม

ณรงค์ฤทธิ์ ยงจินดารัตน์ คอลัมนิสต์เจ้าของนามปากกา “ปะการัง” หนึ่งในคณะกรรมการรอบคัดเลือก กล่าวในภาพรวมของงานที่ส่งเข้าประกวด 28 เรื่องว่า มีหลากหลายตั้งแต่แนวสืบสวน โรแมนติก ไซไฟ แนววาย ลึกลับ จินตนาการ ฯลฯ แก่นเรื่องส่วนใหญ่สะท้อนปัญหาครอบครัว ความไม่เข้าใจกัน ความแตกต่างระหว่างรุ่น เกี่ยวกับความเชื่อของครอบครัวชาวจีนก็มี เรื่องเพศสภาพ การบูลลี่ หรือปัญหาของสังคมสมัยใหม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า รวมทั้งมีการเขียนแบบเรื่องย้อนยุคจีน มีเทพนิยายปรัมปราสอดแทรกอยู่ในวิธีการเขียน

สำหรับแนวการเขียนมีทั้งแนวขนบที่เราคุ้นเคย มีความละเมียดละไม และแบบแนวสมัยใหม่ที่เขียนตามสื่อออนไลน์กล่าวคือ จะมีการเดินเรื่องเร็ว กระชับ ใช้บทสนทนาเป็นหลักเหมือนสคริปต์หนัง ไม่เน้นการบรรยายรายละเอียด ประเด็นนี้ชวนให้คิดต่อว่า หรือนี่จะเทรนด์การเขียนนิยายในอนาคตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งถนัดการเขียนออนไลน์ ถ้าใช่ เราต้องพิจารณาปรับแนวทางการประกวดหรือการตัดสินหรือไม่ อย่างไร

ถ้าให้ประเมิน ณรงค์ฤทธิ์ บอกว่า ในจำนวน 28 เรื่องมีหลายเรื่องที่ดี ดีมาก พอใช้ คละกันไป แต่ขอเน้นในส่วนที่เป็นปัญหาเพื่อให้เกิดการปรับปรุงในปีต่อๆ ไป

เจ้าของนามปากกา “ปะการัง” บอกว่า เห็นถึงความตั้งใจในการเขียน ในการสร้างโครงเรื่องให้แปลก แต่บางเรื่องยังทำได้ไม่ถึง โครงเรื่องหลวม เหมือนจะดีแต่ยังไม่ดี บางเรื่องเขียนครึ่งๆ กลางๆ ควรจะจบแต่ไม่จบ ยื้อออกไป ทำให้พลังในการนำเสนอหายไป ประเด็นของเรื่องแกว่งไปมา ไม่มั่นคง สิ่งเหล่านี้น่าเสียดาย

รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องกับเนื้อเรื่องบางครั้งไม่สอดคล้อง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ บางครั้งทำให้ผู้อ่านคาดหวังไปทางหนึ่ง แต่เนื้อเรื่องไปอีกทางหนึ่ง ทำให้เสียคะแนนได้ รวมถึงการใช้ภาษาพูดในการเขียนหรือบางครั้งเป็นคำที่ยังดิบ ไม่มีความงามทางวรรณศิลป์ จึงอยากฝากไว้เป็นข้อคิดสำหรับนักเขียนที่อยากส่งงานในครั้งต่อๆ ไป

ในส่วนของ 8 เรื่องที่เข้ารอบ มีหลากหลายแนว มีจุดเด่นจุดด้อยมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป ทุกเรื่องทุกแนวมีสิทธิที่จะได้รางวัล แต่ใครจะได้อยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการตัดสิน ที่สำคัญขอย้ำว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลชมนาด เป็นรางวัลที่ส่งเสริมให้เกียรติสตรี ผมคิดว่าน่าจะเป็นเวทีเดียวที่มีในประเทศไทยขณะนี้ ฉะนั้นผมคิดว่างานเขียนควรสะท้อนระบบความคิด ความเชื่อ อุดมการณ์ของความเป็นผู้หญิงไว้ด้วย

สำหรับผู้ชนะเลิศรางวัลชมนาดจะได้รางวัลและเงินสด 100,000 บาท พร้อมค่าลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และอันดับ 2 จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท และ 30,000 บาท ตามลำดับ พร้อมค่าลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์เผยแพร่ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.praphansarn.com

รางวัลชมนาด ครั้งที่ 12

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2566 ที่ห้องประชุมชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่สีลม ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ประกาศผลรางวัลชมนาด(Chommanard Book Prize) ครั้งที่ 12 (FICTION-NOVEL) เวทีอันดับหนึ่งของนักเขียนหญิงไทย ทั้งมืออาชีพและมือใหม่ สร้างสรรค์ผลงานในมุมมองของผู้หญิง รวมถึงผลักดันเป็นเวทียกระดับนักเขียนสตรีเข้าสู่ระดับสากล

รวมทั้งส่งเสริมงานประพันธ์ทางวรรณกรรมให้มีคุณภาพสามารถต่อยอดเป็นบทละคร ภาพยนตร์ จนถึงการผลิตเป็นภาพวรรณกรรมในรูปดิจิทัลฟิล์ม โดยปีนี้มีนักเขียนหญิงส่งผลงานเข้าประกวดมากถึง 25 ผลงาน และมีผลงานผ่านเข้ารอบสุดท้าย 8 เรื่อง ได้แก่  แม่ฮะ…ไม่เป็นไร, ปรารถนาสุดท้าย , แผ่นฟ้าลาตะวัน , แมวขาวชะตาฟ้า , โศกสะท้อน Echo of Lament , คืนหนึ่ง…ค่ำนั้น , กานต์ปรียา และ โลกสีเทาบนภูเขาหลากสี

โดยผลการประกวด พบว่ารางวัลชนะเลิศชมนาดครั้งที่ 12 ประเภทนวนิยาย (Fiction-Novel)  ตกเป็นของ แมวขาวชะตาฟ้า เขียนโดย ลดาวัลย์ ใยมณี เจ้าของนามปากกา Ruk21us โดยมี พึงเนตร อติแพทย์ ในฐานะบรรณาธิการเรื่องแมวขาวชะตาฟ้า เป็นตัวแทนรับมอบรางวัล , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง คืนหนึ่ง…ค่ำนั้น เขียนโดย สุวรรณา แก้วศรี นามปากกา แก้ว การะบุหนิง โดยมี เสาวรี เอี่ยมละออ เป็นตัวแทนรับรางวัล และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่องโลกสีเทาบนภูเขาหลากสี โดย เสาวลักษณ์ พิพัฒนานุกูลชัย นามปากกาเอิงเอย

โดยได้รับเกียรติจาก ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานมอบรางวัล ร่วมด้วย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยศิลปิน นักเขียน ผู้คร่ำหวอดในแวดวงวรรณกรรมไทย อาทิ อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด , นรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย , กนกวลี พจนปกรณ์ อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย , รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา , บุญญรัตน์ บุญญาทิษฐาน นักแปลอาวุโส ผู้ได้รับรางวัลสุรินทราช และรางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์ ฯลฯ มาร่วมงาน

โดยรางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลพร้อมเงินสด 100,000 บาท และค่าลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์เป็นเล่ม ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ตามมาตรฐานค่าตอบแทนลิขสิทธิ์ของแต่ละประเทศ เพื่อวางจำหน่ายในต่างประเทศ อาทิ ประเทศในทวีปอเมริกา , ยุโรป และแอฟริกา เป็นต้น ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 และอับดับ 2 ได้รับเกียรติบัตรชมเชย พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท และ 30,000 บาท ตามลำดับ พร้อมค่าลิขสิทธิ์จัดพิมพ์เผยแพร่ภาษาไทยตามมาตรฐาน

รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา กล่าวถึงนวนิยายเรื่องแมวขาวชะตาฟ้า รางวัลชนะเลิศ ว่า เป็นนวนิยายที่สร้างความแปลกใหม่ เกี่ยวกับครอบครัวใหญ่ชาวไทยเชื้อสายจีน ที่ยังคงค่านิยมดั้งเดิมให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว ไม่สนับสนุนให้ลูกสาวได้รับการศึกษาสูงๆ มีความขัดแย้งของสมาชิกในตระกูล การแย่งชิงมรดก ความอิจฉาริษยาแก่งแย่งแข่งขันระหว่างภรรยาหลวงกับภรรยาน้อย ผู้ประพันธ์ผสานแนวเรื่องแบบแฟนตาซีกับแนวคิดเรื่องชาติภพและคู่ทางจิตวิญญาณ ทำให้เป็นมิติแปลกใหม่น่าสนใจและชวนติดตาม

ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ (6)
R5T_9138_0

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ งานประกาศผลการตัดสิน “รางวัลชมนาดครั้งที่ 12” ในวันนี้ “วรรณกรรม” เป็นงานสร้างสรรค์ของบุคคลที่เป็นเสมือนกระจกเงาสะท้อนสภาพชีวิต สังคม และ คตินิยมของงานทุกยุคทุกสมัย “วรรณกรรมรางวัลชมนาด”  (Chommanard Books Prize) เป็นการประกวดวรรณกรรมที่มีลักษณะเฉพาะ ที่แตกต่างจากวรรณกรรมรางวัลอื่นๆ เนื่องจากเป็นการประกวดวรรณกรรม ที่มุ่งเน้นมอบให้แก่นักประพันธ์ที่เป็นสตรี เท่านั้น

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด มุ่งมั่นส่งเสริมให้นักเขียนหญิงที่มีใจรักในงานประพันธ์ ทั้งนักเขียนมืออาชีพ นักเขียนมือใหม่ และผู้ที่สนใจในงานวรรณกรรม ได้สร้างสรรค์ผลงานในมุมมองของผู้หญิงบนเวทีคุณภาพแห่งนี้ เพื่อที่จะได้มีโอกาสเดินก้าวต่อไปสู่อนาคตที่มั่นคงในอาชีพ ความภาคภูมิใจในผลงาน และพร้อมที่จะเป็นนักเขียนระดับนานาชาติต่อไป

“ในนามของธนาคารกรุงเทพ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้เกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยานในการประกาศผลรางวัล ในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้คณะกรรมการรางวัลชมนาดทุกท่าน ทีมงานทุกคน ได้ดำเนินการสร้างสรรค์งานคุณภาพที่ดีเช่นนี้ต่อไป” กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าว

ด้าน พันฤทธิ์ เตชะธาดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด กล่าวว่า การประกวดรางวัลชมนาดปีนี้เข้มข้นกว่าทุกปี เนื่องจากปีนี้เปิดกว้างให้นักเขียนหญิงสามารถส่งผลงาน ทั้งงานเขียนประเภทนวนิยาย และงานเขียนเชิงสารคดีเข้าประกวด ตลอดระยะเวลาการจัดโครงการประกวดรางวัลชมนาด เวทีที่มุ่งส่งเสริมนักเขียนสตรีให้มีพื้นที่สำแดงฝีมือการประพันธ์โดยไม่จำกัดวัย สถานะทางการศึกษา หรืออาชีพ โดยคณะผู้จัดงาน คณะกรรมการ และบุคคลที่เกี่ยวข้องต่างมีความพยายามที่จะผลักดันศักยภาพ นำผลงานนักเขียนหญิงไทยสู่ตลาดต่างประเทศ รวมถึงการต่อยอดผลงานสู่การสร้างสรรค์บทละคร ภาพยนตร์ และเกม ทั้งนี้ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยและแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อวางจำหน่ายในต่างประเทศ อาทิ ประเทศในทวีปอเมริกา , ยุโรป และแอฟริกา เป็นต้น 

พันฤทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่ต้องการส่งผลงานเข้าร่วมประกวดรางวัลชมนาด ครั้งที่ 13 ประเภท“นวนิยาย” (Fiction-Novel)  เปิดรับผลงานแล้ว ตั้งแต่ 11 ตุลาคม 2566 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2567 โดยผลงานต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่า 120 หน้ากระดาษ A4 ขนาดอักษร 16 Point โดยต้องพิมพ์และส่งต้นฉบับพร้อมสำเนา รวม 2 ชุด พร้อมแผ่น CD บันทึกข้อมูล 1 แผ่น หรือ แฟลชไดร์ฟ มาที่ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เลขที่ 222 บุษราคัม เทอเรส ถนนพุทธมณฑล สาย 2 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. 10170 ดูรายละเอียดหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.praphansarn.com Facebook : Praphansarn.com

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประกาศผลรางวัลชมนาด ครั้งที่ 12 มีกิจกรรมเสวนาโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านวรรณกรรม หัวข้อ เขียนนิยายอย่างไรให้สร้างสรรค์และสนุก โดย รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา , อุมาพร ภูชฎาภิรมย์ (อุมาริการ์ ดาหราปตี) นักเขียน , จันทร์ยวีร์ สมปรีดา(รอมแพง) นักเขียน , พึงเนตร อติแพทย์ นักเขียน ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ธเนศ เวศร์ภาดา นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย  

โดยวงเสวนามีความเห็นตรงกันว่า ถ้าอยากเขียนให้สร้างสรรค์และสนุก ต้องอ่านเยอะๆ สะสมการอ่าน มีมุมมองที่แตกต่างมีความสร้างสรรค์ สามารถใช้ประสบการณ์ตรงมาใช้ในการเรื่อง รวมถึงใช้ Soft Power โดยขายอัตลักษณ์ความเป็นไทย และรักที่จะเขียน ส่วนผู้จะส่งผลงานรางวัลชมนาดเข้าประกวด ต้องดีตั้งแต่โครงเรื่อง สร้างสรรค์ตั้งแต่ชื่อเรื่อง ให้ความสำคัญกับภาษา กระชับเข้มข้น ไม่เยิ่นเย้อ และปัง อาจเขียนตอนจบให้คิดต่อได้

ทั้งนี้ นวนิยาย เรื่อง แมวขาวชะตาฟ้า รางวัลชนะเลิศ เป็นเรื่องราวของ ปิ่นตะวันในไทม์ไลน์ก่อนคือคนแพ้พ่าย เธอถูกเหยียดหยามจากครอบครัวที่ไม่เห็นความสำคัญของลูกหลานผู้หญิงแล้ววันหนึ่งชะตาฟ้าก็ส่งแมวขาวมาพบเธอ ให้ตัวเองได้แก้ไขความผิดพลาดในไทม์ไลน์เส้นใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

บรรยากาศเสวนา 1_0
ผู้ได้รับรางวัลและตัวแทน_0

แต่ไทม์ไลน์นั้นไม่ใช่ของเธอคนเดียวไม่ใช่แค่ปิ่นตะวันเท่านั้นที่ต้องการเปลี่ยนชีวิตของตนเองในไทม์ไลน์ใหม่ ยังมีแรงปรารถนาของใครต่อใครที่มุ่งหวังให้ชีวิตของตัวเองดีกว่าเก่า ยังมีความเคียดแค้นจากอดีตที่ต้องการสะสาง ยังมีความเสียใจต่อความผิดพลาดในไทม์ไลน์เดิม การปะทะกันของแรงปรารถนาในไทม์ไลน์ใหม่ จะนำพายุความขัดแย้งใดเข้ามาในชีวิต มันเป็นชะตาของฟ้าที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ อาจจะมีเพียงแมวขาวเท่านั้นที่รู้ได้

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง คืนหนึ่ง…ค่ำนั้น เป็นเป็นนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวน เรื่องราวของร้อยตำรวจเอกประพาสเพิ่งเข้าเวร ยังไม่ทันจิบกาแฟมื้อเช้า นายดาบตำรวจคู่หูเข้ามาแจ้งว่าพบศพชายนิรนามในซอยร้างหลังโรงพยาบาลจิตเวช ตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และฝนในคืนที่ผ่านมาชะล้างเอารอยเท้ารอบบริเวณหายไปหมด เหลือเพียงศพที่เต็มไปด้วยบาดแผล กับปริศนาที่หาคำอธิบายไม่ได้ เขาเป็นใคร เข้ามาตายที่นี่ได้อย่างไร ใครเป็นฆาตกร จนเกิดเป็นเสียงเล่าลือถึงอาถรรพ์ของซอยหลังโรงพยาบาลจิตเวช ซึ่งเคยเป็นจุดเกิดเหตุฆาตกรรมมาแล้วถึงสองครั้ง

ร้อยตำรวจเอกหนุ่มไม่เชื่อในอาถรรพ์หรือสิ่งลี้ลับ แต่ไม่ว่าเขาจะย่างกรายไปสืบคดีหรือสอบปากคำ ที่ใด ที่นั่นเขาจะพบแมวดำเสมอ มันคืออีกหนึ่งในตำนานอาถรรพ์ของซอยร้างแห่งนี้ ราวกับว่ามันรู้ถึงเบาะแสคดี พยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับเขา

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง โลกสีเทาบนภูเขาหลากสี เป็นนวนิยายแนวดราม่า เรื่องราวเกี่ยวกับ การตีกรอบของสังคมที่มนุษย์ได้นิยามให้เพศมีเพียง ชายและหญิง และบทลงโทษที่มีต่อผู้ฉีกกฏเกณฑ์ ผ่านตัวละครชื่อ ลำธาร เด็กน้อยผู้เติบโตมาเพื่อเป็นลูกชายของนายทหารใหญ่ ทั้งที่ใจจริงแล้ว ลำธารรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ใช่ลูกชายในอุดมคติของพ่อที่อยากให้เป็น เขารู้ดีว่าตัวเองเกิดมาพร้อมกับความเป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครยอมรับ ทำได้แต่ปกปิดตัวตนไว้เรื่อยมา กระทั่งถึงวันที่ลำธารไปเรียนต่อที่อเมริกา ทำให้เขาได้เรียนรู้และใช้ชีวิตเป็นคนข้ามเพศได้อย่างเต็มภาคภูมิ ได้พบเจอผู้คนหลากหลาย และทำให้ลำธารได้รู้จักกับคำว่าความรักที่แท้ รักที่ไม่ต้องการคำว่าเพศมาจำกัดความอีกต่อไป

นวนิยาย“รอยบาศ” คว้ารางวัลชนะเลิศ รางวัลชมนาด ครั้งที่ 9

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 กันยายน ที่ห้องประชุมชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่สีลม บริษัทสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) และ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) จัดงานประกาศผลการตัดสินรางวัลชมนาดครั้งที่ 9 (FICTION-NOVEL) รางวัลส่งเสริมนักเขียนสตรีทั้งมืออาชีพและมือใหม่ สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพที่มีความประณีตมากพอที่จะแปลและจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเผยแพร่สู่สายตาผู้อ่านทั่วโลก โดยปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดมากถึง 39 เล่ม ผ่านเข้ารอบคัดเลือก 8 เล่ม โดยคณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ให้ นวนิยายเรื่อง ‘รอยบาศ’ ผลงานของนามปากกา ‘จันทรังสี’ หรือ คุณ วิทิดา ดีทีเชอร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ 

โดย รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “รอยบาศ” เป็นนวนิยายที่นำเสนอเรื่องคติความเชื่อที่อิงกฎแห่งกรรมอันเป็นพื้นฐานมาแต่เดิมของสังคมไทย ทุกสรรพสิ่งล้วนผูกพันเกี่ยวโยงกันอยู่ในจักรวาลอย่างมิรู้จบสิ้น เปรียบดัง ‘รอยบาศ’ ซึ่งเป็นบ่วงร้อยรอยกรรมอันเป็นเหตุที่เนื่องจากผลอยู่ตลอดเวลา

“ความโดดเด่นของเรื่องคือการนำเสนอวิถีชีวิตผู้คนและสังคมรอบข้าง ด้วยสำนวนภาษาที่น่าอ่าน เห็นภาพพจน์ โดยใช้ภาษาที่มีการเปรียบเทียบที่มีลักษณะเฉพาะตน ผู้เขียนสามารถเรียงร้อยตัวละครให้โยงถึงกันได้สัมพันธ์กัน ดำเนินเรื่องได้อย่างฉับไว ชวนติดตาม ผู้เขียนสามารถสร้างสรรค์ตัวละครที่มีชีวิตชีวาและหลากหลายมิติ สื่อแนวคิดชัดเจน นวนิยายเรื่องนี้จึงสมควรได้รับรางวัลชนะเลิศรางวัลชมนาด ประจำปีพุทธศักราช 2563”รศ.ดร.ตรีศิลป์ กล่าว

สำหรับประวัติของ วิทิดา ดีทีเชอร์ หลังจากสำเร็จการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล มีโอกาสได้ทำงานกับนิตยสาร 3 แห่ง จากกองบรรณาธิการตัวเล็กๆ ในนิตยสาร Thailand Executive Profile ได้เรียนรู้กระบวนการทำหนังสือครบวงจรที่นิตยสาร Silk Magazine และที่สุดนั่งในตำแหน่งบรรณาธิการที่ Telecom User Guide นิตยสารในเครือสำนักพิมพ์ 100 วัตต์ ราวปี 2539 ความที่อายุยังน้อยเธอตัดสินใจเปิดโลกใบใหม่ก้าวสู่โลกกว้าง ลาออกไปศึกษาต่อด้านวรรณกรรมที่ประเทศเยอรมัน และพบรักกับหนุ่มยุโรป แต่งงาน กลายเป็นแม่บ้านเต็มตัว มีลูกสาว 1 คน จนกระทั่งวันหนึ่งความรู้สึกอยากเขียนหนังสือเกิดขึ้นอีกครั้ง จึงเริ่มงานเขียนส่งไปลงเวทีครั้งแรกที่ Dek-D.com และสนุกกับงานเขียนเรื่อยมา กระทั่ง 1 ปีให้หลังได้รับการทาบทามจากคุณประวิทย์ สุวณิชย์ “เป็นหนึ่งสำนักพิมพ์” ให้เขียนนิยายจีนไปตีพิมพ์ จึงทำงานกับสำนักพิมพ์แห่งนี้มาโดยตลอด

ปัจจุบัน เจ้าของนามปากกา ‘จันทรังสี’ ในวัยเลข 5 ตอนต้น มีผลงานเป็นที่รู้จักในแวดวงนักอ่านทั้งออนไลน์และออฟไลน์หลายต่อหลายเรื่อง อาทิ “วันเกิดของเค้าโมง” นิยายเยาวชนภายใต้นามปากกา ‘จันทรังสิ์’ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศแว่นแก้ว ครั้งที่ 14 ปี 2561 และยังได้รับรางวัลชมเชย หมวดหนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่นจากสพฐ. เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และหนังสือเล่มเดียวกันนี้ยังได้รองชนะเลิศอันดับหนึ่งจากเซเว่นบุ๊คอวอร์ดอีกด้วย

สายนวนิยายจีนโบราณจะรู้จักเธอเป็นอย่างดีในนามปากกา ‘เย่วกวงไหน่ไน’ ผลงานเรื่อง “กาลครั้งหนึ่ง กาลครั้งไหน”, “ฝ่าบาท หม่อมฉันเป็นนกฮูก!”, “กระเรียนเหลืองลาลับไม่หวนคืน”, “สาวจอมคลั่ง ป่วนวังข้ามมิติ”, “คุณหนูใหญ่ตระกูลจางแต่งงาน (แล้ว)” ฯลฯ

กับผลงานเรื่อง “รอยบาศ” เธอบอกถึงความตั้งใจว่า เป็นการเล่าชีวิตผู้หญิงหลายๆ คนผ่านสายตา “นิรมล” และ “โบตั๋น”

“ดิฉันอยากเขียนถึงผู้หญิงในสังคมไทย ตั้งแต่คนรวย คนจน การศึกษาต่ำ การศึกษาสูง มีอาชีพการงานดี จนถึงคนที่ไม่มีทางออก คนเดินทางผิด รวมไปถึงคนที่มีโอกาสดีแต่เลือกทำสิ่งที่ไม่ดี ผสมผสานไปกับแนวคิดของคนไทยเราที่ทุกสิ่งทุกอย่างไปเกี่ยวพันกับทางพุทธ โดยไม่ได้มีเป้าหมายจะสอนเรื่องพุทธ เรื่องกรรม แต่อย่างใด แต่ถ้าเล่าเรื่องชีวิตผู้หญิงมาโดดๆ มันก็จะไม่ตื่นเต้น ดิฉันจึงวางพล็อตให้ตัวเอกมาเกิดใหม่ในอดีต ทำให้เป็นปริศนาว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น”วิทิดา กล่าว พร้อมกับเปิดใจว่า

 รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจกับรางวัลชมนาดมาก นอกจากเป็นรางวัลที่มอบให้เฉพาะกับนักเขียนหญิง เมื่อย้อนกลับไปดูผู้รับรางวัลในปีก่อนๆ พบว่า มีความหลากหลาย ตั้งแต่บุคคลในอาชีพที่สังคมไทยมองว่ามีเกียรติ เช่น แพทย์ พยาบาล ไปจนถึงบุคคลในอาชีพขายบริการ รวมไปถึงนักเขียนที่มีการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่เจ็ด ดิฉันทึ่งมาก เคารพมาก แต่ละคนเขียนประสบการณ์ของตัวเอง มีทั้งเรื่องดี เรื่องไม่ดี เรื่องที่เป็นอุทาหรณ์ สะท้อนให้เห็นสังคมไทยในหลากหลายด้าน ดีใจที่ได้เป็นหนึ่งในคนที่เข้ามาอยู่ใน “ทำเนียบ” แห่งนี้

สำหรับนวนิยายที่ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง ไผ่ลายหยก นามปากกา ‘วิญวิญญ์’ โดย คุณ ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน และรองชนะเลิศอันดับ 2 ที่ตกเป็นของเรื่อง ผาชัน เสือแค้น และคืนหนึ่ง ผลงานของ นามปากกา ‘ดวงตา’ โดย คุณ ดวงตา ศรีวุฒิวงศ์

โดย นวนิยายเรื่อง“ไผ่ลายหยก” เป็นเรื่องเกี่ยวกับสังคมของบาบ๋าย่าหยา เน้นเหตุการณ์ในช่วงปี 2498 เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ในห้วงเวลาหนึ่ง ทำให้เห็นฉากการดำเนินชีวิตของคนในช่วงนั้น วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมของคนทางภาคใต้ ให้คติสอนชีวิตได้ดี ตัวละครมีมิติ สมจริง แม้จะเป็นการเล่าชีวิตของท้องถิ่นแต่ผูกโยงเรื่องราวมาถึงปัจจุบันด้วย

ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน เจ้าของนามปากกา ‘วิญวิญญ์’ ปัจจุบันเป็น รองคณบดี สถาบันการทูตและการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต ในวัย 43 ปี กล่าวว่า เป็นคนภูเก็ตได้เห็นได้ฟังเรื่องเล่าจากแม่มาตั้งแต่เด็ก จึงตั้งใจอยากถ่ายทอดวัฒนธรรมบาบ๋าย่าหยาให้คนอื่นๆ ได้อ่าน

“ความที่เป็นคนใต้ เห็นว่ายังมีวัฒนธรรมหลายๆ แง่มุมที่แม้แต่เราก็ยังต้องเรียนรู้อยู่ จึงอยากถ่ายทอดให้คนเรียนรู้มากขึ้น” ณัฏฐ์ธีรตา บอก

“ไผ่ลายหยก” แม้จะเป็นเรื่องที่ 2 ที่ได้ลงมือเขียน ต่อจากเรื่องแรกที่เล่าเรื่องวัฒนธรรมภาคใต้เกี่ยวกับโนราห์ชาตรี แต่เป็นเรื่องแรกที่ได้ลองส่งผลงานเข้าประกวด การที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 รางวัลชมนาดนับเป็นเกียรติยศของชีวิต ให้ความมั่นใจอย่างมากที่จะใช้เวลาว่างในสายงานเขียนต่อไป

ทางด้าน ดวงตา ศรีวุฒิวงศ์ เจ้าของนามปากกา ‘ดวงตา’ ในวัย 63 ปี กับผลงาน “ผาชัน เสือแค้น และคืนหนึ่ง” บอกว่า รางวัลชมนาดเป็นเวทีแรกที่เธอส่งผลงานที่กลั่นออกมาจากห้วงความคิดคำนึงและถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของนวนิยายขนาด 700 หน้า จากประสบการณ์เมื่อครั้งที่ปี 2525-2545 ได้ลงพื้นที่ภาคสนามทำงานวิจัยเก็บข้อมูลเกี่ยวการใช้ที่ดินบนพื้นที่สูงของชนกลุ่มน้อยที่จังหวัดเชียงใหม่ ระยะเวลาที่ยาวนานถึง 15-16 ปี ที่ได้เห็นถึงปมปัญหาความยากลำบากในการใช้ชีวิต ความเหลื่อมล้ำที่ได้รับของคนชายขอบ ฯลฯ อยากสะท้อนปัญหาเหล่านี้ออกมาให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง

“เหล่านี้เป็นประเด็นหนึ่งของสังคมที่ปัจจุบันยังพบเจออยู่ว่า ชนกลุ่มน้อยต้องผูกชีวิตตนเองกับวิถีสมัยใหม่ ปลูกพืช ต้องใช้ยาฆ่าแมลง ต้องหาเงินเพื่อใช้จ่ายในทุกอย่าง ขณะที่ตนเองเป็นคนชายขอบ แต่มุมนี้เป็นมุมที่หนัก จึงนำเสนอผ่านนวนิยาย เนื้อหาแฝงอยู่ในบทสนทนาของตัวละครแต่ละตัว” ที่มีทั้งหมด 11 ตัวละครผลัดกันออกมาเล่าเรื่องของตนเอง และขมวดปมเข้าหากันในตอนท้ายเรื่อง

โดยมี คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการที่เป็นผู้บริหารและผู้จัดการใหญ่ กรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้มอบเงินรางวัล และคุณปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบช่อดอกไม้ ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท และค่าลิขสิทธิ์ในการ จัดพิมพ์เป็นเล่มทั้งภาษาไทยและอังกฤษตามมาตรฐานค่าตอบแทนลิขสิทธิ์ของแต่ละประเภท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

ด้าน ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการบริหารและผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การประกวดรางวัลชมนาด ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) จัดร่วมกับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เป็นปีที่ 9 โดยปีนี้น่ายินดีที่ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) เข้ามามีส่วนร่วม โดยมี คุณปรียนาถ เป็นผู้บริหารหญิงชั้นนำและแนวหน้า ช่วยมาตอกย้ำรางวัลของสตรีในครั้งนี้

“รางวัลชมนาด ส่งเสริมบทบาทการเขียนของสตรี ปัจจุบันเราเห็นสตรีเป็นนักบริหาร ในวงการต่างๆ เป็นทิศทางที่น่าชื่นชมยินดี โดยปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจำนวนมาก ผมคิดเองว่าวิกฤตโควิด ทำให้คนมีเวลาอยู่กับตัวเอง จึงส่งผลงานเข้าประกวดและน่าจะมีคุณภาพ อย่างไรก็ดีขอให้กำลังใจคนที่ไม่ได้เข้ารอบ และขอให้พัฒนาเพื่อให้ได้เป็นนักเขียนแนวหน้าต่อไป”ดร.ทวีลาภ กล่าว

ด้าน คุณปรียนาถ สุนทรวาทะ กล่าวว่า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) มีกิจกรรมเพื่อสังคมมายาวนาน ไม่ใช่แค่จะทำรายได้อย่างเดียว แต่เราทำกิจกรรมเพื่อสังคม อาทิ เรื่องเสือ ช่วยชุมชน ช่วยเหลือคนพิการ การศึกษา เรื่องการส่งเสริมวัฒนธรรม ส่งเสริมวรรณกรรม ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เราทำอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะรางวัลชมนาดที่ให้รางวัลนักเขียนหญิง เห็นว่าสำคัญเราต้องส่งเสริมการอ่านให้มากขึ้น เป็นการเสริมสร้างจินตนาการ และเป็นการเสริมสร้างความคิดริเริ่มต่างๆ โดยทางบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)  ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)และสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น มีความคิดเห็นตรงกันที่อยากทำเพื่อสังคม อยากให้มีผู้หญิงเยอะๆที่มีบทบาทในทุกทาง ไม่ใช่ในเรื่องธุรกิจอย่างเดียว

ด้าน ดร.พิสุทธิ์ เลิศวิไล กรรมการบริหาร บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด กล่าวถึงโครงการประกวดรางวัลชมนาดครั้งต่อไป ซึ่งเป็นครั้งที่ 10 ว่า สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563-31 มีนาคม 2564 โดยผลงานต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่า 120 หน้ากระดาษ A4 ขนาดอักษร 16 Point ส่งต้นฉบับมาที่บริษัทสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เลขที่ 222 ถนนพุทธมณฑล สาย 2 (บุษราคัม เทอเรส สาย 2) แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. 10170

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประกาศผลรางวัลชมนาดครั้งที่ 9 มีการเผยแพร่ช่องทางโปรแกรม Zoom ด้วย

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ห้องประชุมชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่สีลม สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ร่วมกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดงานประกาศผลตัดสินประกวดวรรณกรรม รางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ครั้งที่ 8 ผลงานประเภท “นวนิยาย” (Fiction-Novel)

โดยรางวัลชมนาด เป็นรางวัลที่ส่งเสริมนักเขียนสตรีทั้งมืออาชีพและมือใหม่ สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ ประเภทนวนิยาย ไม่จำกัดประเภท และมีความประณีตมากพอที่จะแปลและจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเผยแพร่สู่สายตาผู้อ่านทั่วโลก

สำหรับผลการตัดสินการประกวดรางวัลชมนาด คณะกรรมการตัดสินฯมีมติร่วมกันว่า ในปีนี้ ไม่มีผลงานวรรณกรรมใดที่เหมาะสมจะได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศ จากผลงานที่ผ่านเข้ารอบตัดสิน 6 เรื่อง โดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ร่วมกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานเตรียมนำเงินรางวัลไปใช้เพื่อพัฒนาวงการนักเขียนหญิงไทยต่อไป

ดร.ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล อดีตนายกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสมาพันธ์องค์กรเพื่อพัฒนาหนังสือและการอ่าน ประกาศผลการตัดสินรางวัลชมนาดประจำปี 2562 ว่า คณะกรรมการตัดสินรางวัลชมนาดประจำปี 2562 มีมติเอกฉันท์ว่า ผลงานที่ผ่านเข้ารอบทั้ง6 เรื่องไม่มีนวนิยายเรื่องใดที่มีคุณภาพด้านวรรณศิลป์สมควรได้รับรางวัล อย่างไรก็ตาม ขอให้กำลังใจผู้ส่งผลงานทุกท่านที่มุ่งหวังจะเป็นนักเขียนให้ฝึกฝนสร้างสรรค์ผลงานต่อไป และอ่านผลงานสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพเพื่อศึกษากลวิธีทางวรรณศิลป์และพัฒนาการนำเสนอเนื้อหางานเขียนของตนเองต่อไป

“ดิฉันเป็นหนึ่งในกรรมการที่พิจารณาทั้ง6เรื่อง ในเมื่อผลการตัดสินว่าไม่มีเรื่องใดได้รับรางวัล คณะกรรมการมีความเห็นตรงกันว่า เงินรางวัลในปีนี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาวงการวรรณกรรมไทยด้วยการสนับสนุนการอ่านการเขียนผ่านการจัดโครงการค่ายอบรมเสวนาเกี่ยวกับการพัฒนางานเขียนของนักเขียนหญิงให้แก่ผู้สนใจ รวมทั้งผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดในครั้งนี้ด้วย”ดร.ถนอมวงศ์กล่าว

ขณะเดียวกัน คุณนรีภพ จิระโพธิรัตน์ บรรณาธิการอดีตนิตยสารสกุลไทย และประธานกรรมการรอบคัดเลือกรางวัลชมนาด กล่าวถึงภาพรวมของผลงานทั้งหมด 31 เรื่องที่ส่งเข้าประกวดในรอบคัดเลือก ว่า ผลงานมีหลากหลาย กรรมการสามารถแยกได้ 9 ประเภท อาทิ ชีวิตครอบครัว สังคม โหราศาสตร์ สืบสวนสอบสวน ประวัติศาสตร์ วรรณกรรมเยาวชน วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม

“ภาพรวมจาก31เรื่อง เป็นนวนิยายประมาณ 80% มีพล็อต แก่น ตัวละคร บทสนทนา บรรยาย และอีก 20% เป็นแนวสมัยใหม่ ผลงานบางส่วนใช้เทคนิคศิลปะในการดำเนินเรื่องจนขาดอรรถรส และไม่น่าติดตามเท่าที่ควร เนื่องจากนวนิยายที่ดีควรมีวรรณศิลป์หรือภาษาที่บ่งบอกถึงความคมคายของผู้เขียน จึงทำให้บางเรื่องยังไม่สมบูรณ์

“ขณะเดียวกันบางเรื่องมีการเสนอมิติตัวละครที่ดีผ่านบทสนทนา แต่การดำเนินเรื่องในตอนจบก็คลี่คลายอย่างง่ายดายหรือเฉลยเรื่องราวเสียก่อน หรือนวนิยายประวัติศาสตร์ก็ยังไม่มีความกลมกลืนหรือสมจริงเพียงพอ ทำให้ผู้อ่านไม่เชื่อในตัวละคร”ประธานกรรมการรอบคัดเลือกฯเผยและว่า

IMG_0633
IMG_0866

หลักในงานเขียนนวนิยาย มีแก่นเรื่อง พล็อตเรื่อง วรรณศิลป์ ตัวละคร และความสมจริง ผลงานบางเรื่องแก่นกระจายออกไป มีตัวละครเรื่องหนึ่งน่าสนใจ กล้านำเสนอตัวละครโดยใช้เหตุการณ์บอก เป็นเรื่องลี้ลับ ผี สยองขวัญ ตามล่าตามฆ่า แต่ใน 5-6 ตอนก่อนจบ กลับดาวน์ลงไป มาเล่าย้อนหลัง เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

“สำหรับผลงานที่เข้ารอบ 6 เล่มสุดท้าย แต่ละเรื่องมีข้อดีและมีจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าผลงานยังไม่ไปถึงจุดที่จะได้รับรางวัล อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการขอเป็นกำลังใจให้นักเขียนที่สร้างผลงานทั้ง 6 เรื่องที่เข้ารอบสุดท้าย”คุณนรีภพกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดครั้งที่ 8 ทั้งหมด 31 ท่าน สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ในการอบรมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยผู้ที่ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ก่อน และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้กับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในการประกาศผลรางวัลชมนาด คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) มอบเงินสนับสนุนโครงการอบรมนักเขียน จำนวน 100,000 บาท ให้กับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยมี คุณกนกวลี พจนปกรณ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนรับมอบ

ด้าน ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการบริหาร และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในนามธนาคารกรุงเทพฯ ร่วมสนับสนุนการประกวดรางวัลชมนาดมาหลายปี ปีนี้เป็นปีที่ 8 พบว่ามีพัฒนาการ มีความน่าสนใจเยอะขึ้นมากทีเดียว ปัจจุบันเป็นยุคที่มีการให้บทบาทและสนับสนุนสตรีมากขึ้น ขณะที่รางวัลชมนาดให้ความสำคัญกับสตรีมาก่อนหน้าที่การรับรู้ในสังคมจะแพร่หลายและเกิดเยอะขึ้น ถือเป็นเรื่องน่ายินดี

“นอกจากนี้วงการนักเขียนศิลปินมีการเปลี่ยนแปลงสูง ความสนใจของคนมีทิศทางเปลี่ยนแปลงเยอะขึ้น เพราะฉะนั้นแนวคิดของประพันธ์สาส์น ที่พยายามทำให้งานเขียนซึ่งไม่ง่าย ได้ฝังรากอยู่ในสังคมไทยและยั่งยืนอยู่ได้ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ในยุคสมัยใหม่คนเสพสื่อเร็วขึ้น ความพิถีพิถันความละเอียดอ่อนในการรังสรรค์งานต่างๆ เป็น

เรื่องที่เราทุกคนควรทำให้เกิดขึ้น ขอแสดงความยินดีกับสำนักงานพิมพ์ประพันธ์สาส์นที่เดินทางมาครบปีที่ 8 ธนาคารกรุงเทพฯยินดีที่ได้สนับสนุนงานของประพันธ์สาส์น เรามีความภูมิใจที่ทำให้รากเหง้าของความเป็นไทย ความพิถีพิถันในงานเขียนได้รังสรรค์และเกิดขึ้นสืบต่อไป”ดร.ทวีลาภ กล่าว

ทั้งนี้ ในการประกาศผลรางวัลชมนาด มีการจัดเวทีเสวนา “ชมนาดสั่งสมประสบการณ์ : ก้าวไกลสู่ผู้อ่านใหม่ในต่างเเดน” ที่กล่าวถึงการนำวรรณกรรมไทยไปเผยเเพร่ในต่างประเทศ โดยทางสำนักพิมพ์ประพันธ์สาสน์ มีการจัดโรดโชว์นำผลงานไปจัดเเสดงในต่างเเดนทุกปี ซึ่งเเรกเริ่มเป็นการไปกับพวกพ้องเหล่าสำนักพิมพ์ต่างๆ ทุกวันนี้สิ่งที่สำนักพิมพ์ต้องทำคือการเข้าไปหาผู้อ่านว่าต้องการอะไร เเต่ยังคงมีอุปสรรคในการเเปลภาษา ซึ่งจะต้องมีทักษะใช้ภาษาขั้นดีเลิศ ทั้งผู้เขียนเเละผู้เเปล อีกทั้งการหาคนเเปลที่มีทักษะตรงใจกับนักเขียนนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะคนเขียนกับคนเเปลจะต้องสื่อถึงกัน ชื่นชอบวรรณกรรมนั้นเป็นทุนเดิม ก็จะทำให้เข้าใจบริบท อารมณ์เเละนัยยะที่ซ่อนอยู่ จึงจะทำงานไปด้วยกันอย่างราบรื่นเเละมีความสุขทุกฝ่ายทั้งผู้เขียน ผู้เเปลเเละกองบรรณาธิการ

รวมถึงการเปิดเวทีรางวัลชมนาด ส่งเสริมเเละพัฒนางานเขียนสตรีไทยกับเสวนาประเด็นที่กำลังกับประเด็นที่ถูกกล่าวถึงในวงการวรรณกรรมอย่าง “รางวัลวรรณกรรมขึ้นอยู่กับผลงานหรือกรรมการ” นำโดยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ กนกวลี พจนปกรณ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เเละดร.ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล

โดยระบุว่า รางวัลวรรณกรรมขึ้นอยู่กับทั้งสองอย่าง เพราะผลงานเป็นเสรีภาพในการจินตนาการพอเข้ามาก็ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์เป็นสิ่งที่ต้องเคารพ  แต่เมื่อพิจารณาทั้ง 2 ส่วนประกอบกันแล้ว  เนื้อหาดีแต่ใช้รูปแบบในการนำเสนอที่มีข้อด้อย ข้อเด่นต่างกัน จึงยังไม่มีผลงานที่ถึงมาตรฐานของรางวัลที่เราอยากจะให้เป็น

นอกจากนี้ ผลงานจะต้องเเตะหัวใจ อารมณ์โดนใจคนอ่านด้วย บางเรื่องเเตะหัวใจเเต่วรรณศิลป์ไม่มี ต้องพิจารณาทั้งรูปแบบ เนื้อหา เเละกลวิธีนำเสนอ ต้องงดงามเสมอกัน สำหรับปีนี้ผลงานส่วนใหญ่ยังขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงต้องตัดสินโดยยึดหลักการเเละมาตรฐานเป็นหลัก ขณะเดียวกัน ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญมากในวรรณกรรมยุคดิจิทัล เล่มไหนได้รับรางวัลเราก็หวังว่าจะมีคนอ่านไปอีกหลายปี รวมถึงการได้เป็นวรรณกรรมตัวอย่างด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการประกวดรางวัลชมนาดครั้งต่อไป จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ดร.พิสุทธิ เลิศวิไล กรรมการบริหาร สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เปิดเผยว่า จะมีการเพิ่มเงินรางวัลจาก 70,000 บาท เป็น 100,000 บาท สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้เงินรางวัล 30,000 บาท โดยผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563

IMG_0394