เปิดสูตรจานเด็ดต้นตำรับ 4 เชฟร้านดังในตำนาน ครั้งแรกบนออนไลน์

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จู่ๆ ร้านตำนานที่ไหนจะยอมเปิดเผยสูตรลับที่สืบทอดเฉพาะคนในครอบครัวให้คนนอกรู้ บางคนเรียกว่ายอมให้ตายไปกับตัวยังดีกว่าให้สูตรลับรั่วไหล

แต่ด้วยสถานการณ์โควิดที่ซ้ำเติมผู้คนอยู่ในเวลานี้ ทำให้ 4 ร้านดังในกรุงเทพฯตัดสินใจเปิดเผยสูตรเด็ดบนออนไลน์เป็นครั้งแรกกับ “มติชน อคาเดมี” ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน ด้วยหวังว่าวิชาที่ถ่ายทอดให้นั้นจะมีประโยชน์ต่อคนที่กำลังสู้ชีวิตไม่มากก็น้อย

สำหรับอาหารจานเด็ดที่ทั้ง 4 ร้านคัดเลือกมา รับรองต้องว้าว เพราะแต่ละจานล้วนเป็นเมนูซิกเนเจอร์ทั้งสิ้น สูตรที่นำมาสอนก็เป็นสูตรเดียวกับที่ร้านเป๊ะๆ นี่จึงเป็นโอกาสดีสำหรับคนรักอาหารจีน หรือผู้ประกอบการที่กำลังหาเมนูเสริมร้านตัวเอง หรือจะนำไปขายเดี่ยวๆ เป็นสตรีทฟู้ดก็น่าสนใจไม่น้อย

สำหรับ 4 ร้านดังที่พร้อมเปิดสูตรในครั้งนี้เริ่มจาก “จก โต๊ะเดียว” มาพร้อมกับ “ข้าวผัดโบราณ หรือ ข้าวผัดขี้เมา” เมนูที่เพื่อนพ้องทุกวงการต่างยกนิ้วโป้งส่งเสียงพร้อมเพรียงกันว่าเยี่ยมจริงๆ

“เฮียหน่อย” จาก “ตั้งจั๊วหลี” มากับสูตร “หัวปลาหม้อไฟ” เมนูฮิตติดท็อปไฟว์ตลอดกาลของที่ร้าน รสชาติกลมกล่อมกับวัตถุดิบสดๆ คือ หัวใจของเมนูนี้

“เฮียทอมมี่” จาก “สมบูรณ์ลาภ หรือ ส.บ.ล.” มาสอนเมนูดั้งเดิมของร้าน “ผัดหมี่โบราณสไตล์จีนแต้จิ๋ว” สูตรโบราณไม่เปลี่ยนแปลง ความอร่อยคงทนถาวร คนรักเส้นได้ชิมแล้วจะเลิฟ

สุดท้าย “คุณชัยวุฒิ” จาก “ลิ้มกวงเม้ง” มาพร้อมกับซิกเนเจอร์ที่โดดเด่น “บะหมี่อบขาห่าน” ที่ผ่านกรรมวิธีสุดแสนจะพิถีพิถันทั้งต้ม ทอด ตุ๋น จนเนื้อหนังทั้งนิ่มและล่อน ความฟินสุดคือจานนี้

สำหรับเมนู “ข้าวผัดโบราณ หรือ ข้าวผัดขี้เมา” ของคุณ “สมชาย ตั้งสินพูลชัย” หรือเฮียจก โต๊ะเดียวนั้น ต้องพูดตรงๆ ว่า มีที่มาจากวงเหล้า ระหว่างที่กินดื่มกันอยู่นั้น เพื่อนคนหนึ่งแนะให้ลองทำข้าวผัดสูตรอากงของเขาเพื่อแก้แฮ้ง ซึ่งตัวอากงที่ว่านี้เคยเป็นกุ๊กอยู่ที่ภัตตาคารห้อยเทียนเหลา ภัตตาคารชื่อดังเก่าแก่ในอดีต

สูตรนี้เมื่อเฮียจกได้ฟังปุ๊บ ก็ลุกขึ้นไปตั้งกระทะทำออกมาให้พรรคพวกได้ชิมกันทันที ปรากฏว่าอร่อยเกินคาดรสชาติไม่ธรรมดา จนน้ำมาใส่ไว้ในเมนูของร้านในภายหลังด้วย

“เมนูนี้ที่ดีเพราะมีกุนเชียงตับเป็ด กุนเชียงหมูแดง หมูรมควัน หมูแดง และพริกขี้หนู แครอต ต้นหอม อะไรแบบนี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดการทำเป็นขั้นเป็นตอน ต้องเรียงลำดับ รสชาติจะออกมาเป็นชั้นๆ”

เฮียจกบอกว่า ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มาสอนคอร์สออนไลน์ ตอบตกลงผู้บริหารมติชน เพราะยุคนี้โควิดเห็นใจมาก หลายคนชีวิตลำบากจากกิจการที่ค้าขายได้ก็ขายไม่ได้ จึงอยากให้เพื่อนฝูงพี่น้องลองมาฝึกจากสูตรตนดู ถ้าชำนาญก็ปรับเป็นสูตรตัวเองได้

จก โต๊ะเดียว หรือ สมชาย ตั้งสินพูลชัย
ข้าวผัดโบราณ หรือ ข้าวผัดขี้เมา
หัวปลาหม้อไฟ

“ที่อยากให้คนนำไปปรับเป็นสูตรตัวเอง เพราะมองว่าทำอะไรถ้าเอาใจตัวเองก็จะชนะคนเดียว ดังนั้น สำคัญที่สุดคือคุณอยู่ที่ไหนให้ทำรสชาติของพื้นที่นั้น แล้วคุณจะชนะทุกอย่าง เช่น ถ้าผมมีเพื่อนภาคใต้จะใส่พริกเยอะหน่อย ถ้าเพื่อนภาคเหนือจะออกหวานหน่อย ทางอีสานจะนำเค็มหน่อย สิ่งสำคัญที่สุดต้องดูว่าวัฒนธรรมพื้นที่ของคุณชอบอะไร ต้องทำให้เขาถูกใจ”

“ที่อยากให้คนนำไปปรับเป็นสูตรตัวเอง เพราะมองว่าทำอะไรถ้าเอาใจตัวเองก็จะชนะคนเดียว ดังนั้น สำคัญที่สุดคือคุณอยู่ที่ไหนให้ทำรสชาติของพื้นที่นั้น แล้วคุณจะชนะทุกอย่าง เช่น ถ้าผมมีเพื่อนภาคใต้จะใส่พริกเยอะหน่อย ถ้าเพื่อนภาคเหนือจะออกหวานหน่อย ทางอีสานจะนำเค็มหน่อย สิ่งสำคัญที่สุดต้องดูว่าวัฒนธรรมพื้นที่ของคุณชอบอะไร ต้องทำให้เขาถูกใจ”

เฮียหน่อย - ประสพ ทีปะนาถ

ต่อมา เมนู “หัวปลาหม้อไฟ” จาก “ตั้งจั๊วหลี” ร้านเก่าแก่ 70 ปี โดย “เฮียหน่อย-ประสพ ทีปะนาถ” ผู้บริหารร้านเจน 3 เปิดเผยว่า เมนูเด็ดของที่ร้านเป็นอาหารจีนสไตล์แต้จิ๋วทางซัวเถา เช่น หัวปลาหม้อไฟ ออส่วน ฮือแซ หรือปลาดิบ หอยจ๊อ ปลิงผัดกะเพรา กระเพาะปลาน้ำแดง เป็ดสลัด เปาะเปี๊ยะ กะลอจี๊ โดยสูตรต่างๆ ทั้งหมดมีคุณปู่เป็นคนคิดค้นขึ้นมา

ส่วนเมนูที่นำมาสอนที่ “มติชน อคาเดมี” ครั้งนี้คือ หัวปลาหม้อไฟต้มเผือก ถือเป็นซิกเนเจอร์ของที่ร้าน ทีเด็ดของจานนี้คือ น้ำซุป และวัตถุดิบต้องสดและสะอาด จะใช้ปลา 2 แบบคือ ปลาจีน และกะพง แบบดั้งเดิมเลยใช้ปลาจีน แต่ตอนหลังเอาปลากะพงมาใช้ด้วย เพราะบางคนกินปลาจีนไม่เป็น ชอบปลาทะเลมากกว่า ซึ่งทั้ง 2 ปลา มีความโดดเด่นทั้งคู่ แต่ปลาจีนจะเป็นสูตรโบราณของที่ร้าน

“ผมอยากเชิญชวนให้ผู้ที่อยากประกอบอาชีพ หรือทำรับประทานที่บ้าน ได้มาศึกษาและทดลองทำ ทั้งทานเอง หรือประกอบวิชาชีพในอนาคต รสชาติเด็ดครับรับรอง”

สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าสูตรเด็ดเหล่านี้เปิดเผยเคล็ดลับจริงไหม “โกนี-ปราณี ทีปะนาถ” ผู้เป็นน้าของคุณหน่อย ได้ยืนยันว่า มาครั้งนี้เปิดเผยสูตรจริง เพราะจำคำสอนของพ่อว่า หากคิดจะถ่ายทอดเราต้องเอาของจริงมาบอก พ่อสอนว่าทำอะไรให้พูดตรง ทำอะไรให้ตรงๆ คำว่าช่วยก็ต้องทำแบบตรง อย่าไปเบี้ยวไปเบี้ยวมา ไม่มีประโยชน์

ต่อมา “บะหมี่แต้จิ๋ว” จาก สมบูรณ์ลาภ (ส.บ.ล.) ภัตตาคารดังย่านวังบูรพา โดยมีรุ่น 2 คุณทอมมี่-วรัตถ์ ปิยะนุวัฒน์ชัย ได้นำสูตรผัดหมี่แต้จิ๋ว หรือผัดหมี่โบราณ มาเปิดเผย พร้อมวิธีทำจากกุ๊กมือฉมังของร้าน

“คนจีนเวลาเขากินงานวันเกิด เขาจะทำหมี่ เพราะเขาถือว่าให้มีความสุข ชีวิตยืนยาวเหมือนกับเส้นบะหมี่”

การสอนออนไลน์ของคอร์สนี้ เป็นการสอนผัดหมี่ 3 แบบ 3 รสชาติ ได้แก่ หมี่เตี๊ยว หมี่ฮ่องกง และหมี่สด โดยหมี่แต่ละตัวมันมีความพิเศษของมัน

“ทั้งสามจานนี้ เวลากินรสชาติจะไม่เหมือนกัน ทั้งที่ใส่เครื่องปรุงเหมือนกันหมดนะ แต่รสชาติมันจะหอมคนละอย่าง”

คุณทอมมี่-วรัตถ์ ปิยะนุวัฒน์ชัย

คุณทอมมี่บอกว่า รู้ดีว่าสภาพตอนนี้ทุกคนลำบากหมดจากสถานการณ์โควิด เพราะฉะนั้นของพวกนี้เอาไปทำขายได้ แล้วตรงไหนไม่เข้าใจก็ยังกลับมาถามได้ โดยติดต่อทางทีมงานมติชนได้

เหตุที่คุณทอมมี่ นำผัดหมี่มาสอน เพราะมองว่าลงทุนน้อย กำไรเยอะ ขอเพียงเลือกทำเลที่ดี ดังนั้น อย่าเพิ่งหมดหวัง โควิดมาเดี๋ยวก็ไป ตัวเราเองอยู่ก็ต้องดิ้นสู้ต่อไป ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน

มาถึงเมนูสุดท้าย “บะหมี่ขาห่าน” จาก “ลิ้มกวงเม้ง” โดย คุณชัยวุฒิ สิมธาราแก้ว และ คุณแขก-นจรินทร์ สิมธาราแก้ว ผู้บริหารรุ่นที่ 3 “ลิ้มกวงเม้ง” ตำนาน 70 ปีแล้ว

คุณชัยวุฒิบอกว่า ลิ้มกวงเม้งเป็นสาขาที่เปิดเพิ่มจากเยาวราชร้านนิวกวงเม้ง เป็นพี่น้องกัน เรามาทำที่สามย่านได้ 22 ปีแล้ว สูตรอาหารเกินครึ่งยังเป็นสูตรดั้งเดิมตั้งแต่ 70 ปีที่แล้ว

ผัดหมี่โบราณ
คุณแขก-นจรินทร์ สิมธาราแก้ว
บะหมี่อบขาห่าน
บะหมี่อบขาห่าน

“ขาห่านก็เหมือนตัวสร้างชื่อ ลูกค้านิยม ความพิเศษ คือเราคัดขาห่านไซซ์ใหญ่ที่ยุโรปส่งมาที่จีน และฮ่องกง เราไปซื้อมาอีกที กระบวนการขั้นตอนการทำเยอะมาก เช่น การทอดก่อน ต้มอยู่ในน้ำพะโล้กว่า 3 ชั่วโมง จนนิ่ม แล้วค่อยเก็บเข้าตู้เย็น มีส่วนช่วยให้เนื้อหนังมันล่อนจากกระดูกมากขึ้น พอตอนเราอบอาจใช้เครื่องปรุง ข่า กระเทียม น้ำมันงา น้ำพะโล้เพื่อชูความหอมเข้มข้น ทำเสร็จเราทาน ล่อนในปาก ละลายในปาก ดูดนิดเดียวเนื้อหนังก็ล่อนจากกระดูกได้เลย” คุณชัยวุฒิกล่าวรวบรัด

สำหรับผู้ที่สนใจจะเรียนคอร์สดังในตำนานทั้ง 4 จานนี้ ราคาคอร์สละ 2,100 บาท สมัคร4คอร์ส จากราคาเต็ม 8,400 บาท ลดเหลือเพียง 6,000 บาทเท่านั้น !!

สมัครได้ที่มติชนอคาเดมี

โทร  08-2993-9097, 08-2993-9105 , Inbox Facebook : Matichon Academy – มติชนอคาเดมี  ,  line : @matichonacademy 

4 ร้านดัง

‘จก โต๊ะเดียว’

ชื่อร้าน “จก โต๊ะเดียว” นั้นมาจากชื่อเล่นจิ้งจก คุณ “สมชาย ตั้งสินพูลชัย” ด้วยฝีมือทำอาหารฉกาจฉกรรจ์ จากการทำกินเฉพาะพรรคพวกเพื่อนฝูงหลายวงการที่มาเป็นแขกหมุนเวียนกันมา ก็กลายเป็นเปิดร้าน โดยคอลัมนิสต์

ชื่อดัง “พี่ชาลี” จากพลอยแกมเพชรเป็นผู้ตั้งชื่อให้

“ที่ทำโต๊ะเดียวไม่ใช่อะไรนะครับ ผมทำสนุกของผม แต่ทำด้วยความจริงใจ รสชาติมันจึงแกร่ง”

ภายหลังจากชื่อเสียงขจรขจาย จากโต๊ะเดียวก็ค่อยๆ ขยายเป็น 2 โต๊ะ 3 โต๊ะ 4 โต๊ะ 5 โต๊ะ ตามลำดับอย่างทุกวันนี้ เคยมีช่วงพีคในระดับที่คนจองโต๊ะกันข้ามเดือนข้ามปีเลยทีเดียว

‘ตั้งจั๊วหลี’

เป็นร้านเก่าแก่ 70 ปี ตั้งแต่สมัย “คุณปู่จั๊ว แซ่ตั้ง” จนถึงปัจจุบันนี้ ผู้บริหารเป็นเจน 3 แล้ว เมนูเด็ดของที่ร้านเป็นอาหารจีนสไตล์แต้จิ๋ว ผ่านมา 3 รุ่น รสชาติเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน เน้นที่สุดคือ คัดวัตถุดิบ เล่ากันว่าคุณปู่จั๊วนั้นเป็นคนทำอะไรตรงไปตรงมา เคยมีว่าได้วัตถุดิบไม่ดีมา วันนั้นจะไม่ขายเลย

และวันนี้รุ่น 3 ก็ดำเนินรอยตามรุ่นแรกไม่ผิดเพี้ยน

‘สมบูรณ์ลาภ (ส.บ.ล.)’

เป็นร้านเก่าแก่ 70 ปีเช่นกัน เริ่มจากกิจการขายสุกี้ และข้าวมันไก่ พอตอนหลังเปลี่ยนเป็นภัตตาคารก็มีอาหารหลากหลายขึ้น ส.บ.ล.นั้นถือว่าโด่งดังมากตั้งแต่ยุคกินโต๊ะแชร์รุ่งเรือง อาหารแต่ละอย่างรสชาติจัดจ้านปรับปรุงให้ถูกปากคนไทย ไม่ทำจืดแบบอาหารจีนฮ่องกง อย่างซอส XO ที่ร้านทำเอง รสชาติจัดจ้านเพราะมีพริกคั่ว

มีเมนูที่เคยโด่งดังมากคือ “ปลาหิมะต้มเกี้ยวบ๊วย” และอีกสารพัดเมนูที่คิดพัฒนาต่อ

ยอดจากของเก่า ทำให้ ส.บ.ล. ยังยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง

‘ลิ้มกวงเม้ง’

ร้านเก่าแก่ 70 ปีอีกเช่นกัน ตั้งแต่ยุคสมัยอากง อาม่า หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเมืองไทย ตั้งต้นจากร้านกาแฟ แล้วเปลี่ยนเป็นภัตตาคาร ดั้งเดิมตั้งอยู่เยาวราชชื่อร้านนิวกวงเม้ง ขณะที่ “ลิ้มกวงเม้ง” เป็นสาขาที่เปิดเพิ่มจากเยาวราช เป็นรุ่นที่ 3 เปิดมาได้ 22 ปีแล้ว

จุดเด่นคือ รสชาติอาหารดั้งเดิมมาตลอด สูตรอาการเกินครึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมแบบเดียวกับ 70 ปีที่แล้ว มีเมนูสร้างชื่อคือ หูฉลามน้ำใส หมูหัน ขาห่าน ปลาดิบ ฮือแซ

ร้านที่ปิ่นโตเถาเล็กจะแนะนำในครั้งนี้ ผมเคยตามรอยพ่อไปชิมและนำเสนอในพ็อคเก็ตบุ๊ก กินอร่อยตามรอยถนัดศรี เมื่อเกือบ 20 ปีมาแล้ว สมควรแก่เวลาที่จะนำมาทบทวนใหม่อีกครั้ง

ภัตตาคารแต้จิ๋วแห่งนี้ถือเป็นร้านเชลล์ชวนชิมรุ่นแรกในตำนานเก่าแก่ลำดับที่ 5 นับตั้งแต่คุณชายถนัดศรีเริ่มแนะนำในปี 2504 ทีเดียว ร้านนี้มีชื่อว่า ตั้งจั๊วหลี เปิดมานาน 80 ปี 3 ชั่วอายุคนแล้ว

แต่ก่อนร้านนี้อยู่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ย่านหัวลำโพง ต่อมาจึงขยับเข้าไปด้านใน ริมถนนข้าวหลามฝั่งขวา (เดินรถทางเดียว) ตรงข้ามซอยสุกร 1 มาบัดนี้ตั้งจั๊วหลีมีตึกเป็นของตัวเอง ไม่ต้องเช่าแล้ว

จุดสังเกตคือด้านหน้ามีป้ายชื่อร้านตั้งจั๊วหลี สีทองบนพื้นแดงขนาดใหญ่ คู่กับรูปหม้อไฟ ซึ่งถ้านำรถมา และไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วน สามารถจอดริมทางฝั่งหน้าร้านได้ หรือจะวิ่งต่อไปอีกหน่อยพอถึงสี่แยกไม่ต้องข้ามสะพาน ให้เลี้ยวขวาวิ่งเลียบคลอง แล้วเลี้ยวขวาอีกทีเข้า ซอยเจริญกรุง 29 แล้วจอดที่ตึกจอดรถในซอยทางซ้ายมือได้ จากนั้นเดินทะลุตรอกคนเดิน ตรงข้ามตึกไปออกถนนข้าวหลามได้เลย

ร้านตั้งจั๊วหลียุคนี้ด้านหน้ากว้าง 2 คูหา ด้านหลังขยายเป็น 3 คูหา มีที่นั่งชั้นสองอีกด้วย รวมแล้วจุได้ถึง 250 คน ติดเครื่องปรับอากาศทั้งชั้น ปัจจุบันนี้คุณนิด อิสิวัฏและน้องชายซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ช่วยคุณแม่กนกพร (ในวัย 80 ปี) ดูแลร้านด้วย

ตั้งจั๊วหลีมีเมนูในตำนานหลายอย่างที่เวลาไปใครๆ ก็ต้องสั่ง ซึ่งพอปิ่นโตเถาเล็กกลับมาทบทวนซ้ำ รู้สึกว่ายิ่งอร่อยเพิ่มขึ้นไปอีก คงจะเป็นเพราะเขาปรับรสชาติให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ตามรสนิยมของคนรุ่นใหม่

โดยชื่อหน้าร้านเขียนไว้ด้วยว่าหัวปลาเจ้าเก่า ดังนั้น ถ้ามาตั้งจั๊วหลีแล้วไม่ได้ชิม หัวปลาหม้อไฟ เหมือนมาไม่ถึงร้านนะจ๊ะ จากเมนูดั้งเดิม หัวปลาหม้อไฟผักกาดขาว ในภายหลังได้เพิ่มมาอีก 3 สูตร คือ หัวปลาเผือก หัวปลาต้มยำ และ หัวปลาบ๊วยขิง (หม้อละ 350-450-550 บาท) ปลาจีนที่ใช้เป็น ปลาซ่งฮื้อ มีทั้งส่วนที่เป็นเนื้อๆ และส่วนหัวแบ่งเป็นชิ้นๆ ยาวๆ เต็มหม้อไฟ นักชิมชื่นชอบยิ่งนักเพราะได้แทะเพลิน ถึงจะเป็นปลาน้ำจืดก็ไม่มีกลิ่นคาวกลิ่นโคลนเลย จิ้มกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวและน้ำจิ้มซีฟู้ด อร่อยเหาะสุดยอด

ส่วนน้ำซุปทำจากน้ำต้มกระดูกหมูหอมหวานมีรสมีชาติ ซึ่งสูตรที่ขายดีอันดับหนึ่งคือ หัวปลาเผือก ใส่เผือกทอดลงไปด้วยในปริมาณพอเหมาะ ไม่เยอะจนเกินไปเหมือนร้านสมัยใหม่บางร้าน เพราะเขาต้องการเน้นให้หัวปลาคือพระเอก

ถ้าอยากได้รสชาติเบาๆ ให้สั่งสูตรผักกาดขาวดั้งเดิมเพราะใส่ผักลงไปเยอะ โดยทั้งหัวปลาเผือกและหัวปลาผักกาดขาว สามารถสั่งเครื่องเคียงมาเพิ่มได้ต่างหากเช่น ปวยเล้ง เห็ดหอม ใบตั้งโอ๋ (มีปีละ 4 เดือน) แต่จะไม่เหมาะกับสูตรต้มยำและบ๊วยขิง เพราะต้องการให้ชิมกับน้ำซุปรสจัดๆ มากกว่า

อีกอย่างที่ชอบมากคือร้านนี้ยังใส่ถ่านลุกแดงตรงกลางหม้อไฟสำหรับให้ความร้อน ไม่ได้ใช้แอลกอฮอล์ จึงไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์

ใครที่มากับเด็กเล็กและกลัวก้างปลาจีนที่มีเยอะหน่อย ก็สามารถสั่งหัวปลาเก๋าทะเลหม้อไฟ (700-1,400 บาท) หรือหัวปลากะพงหม้อไฟ (500-1,000 บาท) แทนได้

ผัดโป๊ยเซียน
ผัดโป๊ยเซียน
ผัดหมี่แห้งฮ่องกง
ไส้หมูทอด
ไส้หมูทอด

ของอร่อยดั้งเดิมอีกอย่างเป็นเมนูที่หากินได้ยาก คือ ปลาดิบของจีนหรือฮื่อแซ (200-300-400 บาท) ใช้ปลาเฉาฮื้อ เนื้อสีขาวอมชมพูแล่ชิ้นบางๆ จัดเรียงเต็มจาน เนื้อปลาสดไม่มีกลิ่นเลย โรยด้วยงาคั่ว กินคู่กับผักขึ้นฉ่าย แตงกวา ไชเท้า ผักกาดหอม สับปะรด และหัวไชโป๊หั่นฝอย จิ้มด้วยน้ำจิ้มบ้วยเจี่ยใส่ถั่วตัดผสมกับงา น้ำตาล น้ำบ๊วย มีรสหวานอมเปรี้ยว ใครกินของดิบได้ขอให้ลอง

เมนูเก่าแก่อื่นๆ มี ไส้หมูทอดกรอบๆ (200-400 บาท) ใครชอบเครื่องในคงจะถูกใจเป็นแน่ นอกจากนี้ยังมี ออส่วน (200-300-400 บาท) ใช้หอยนางรมตัวค่อนข้างใหญ่ สดอร่อยมากๆ

ต่อด้วยของกินเล่น แฮ่จ๊อ (150-300-450 บาท) ซึ่งต่างจากฮ่อยจ๊อ เพราะทำจากกุ้งผสมมันหมู แห้วและเห็ดหอมแทนที่จะเป็นปู อีกอย่างที่ผมชอบมากๆ คือ ผัดโป๊ยเซียน (250-350-450 บาท) ใส่เครื่องหลากหลายทั้ง เอ็นหมู กุ้ง หมึก ตีนเป็ด ไส้ตัน แมงกะพรุน ถั่วงอก ขึ้นฉ่าย จานนี้ห้ามพลาดเลย ตบท้ายด้วยของอร่อยสุดสุด หมี่ผัดแห้งฮ่องกง (150-250-350 บาท) หมี่เหลืองผัดแห้งใส่ไก่กับกุยช่ายขาว ปรุงด้วยเหล้าจีนหอมๆ ผัดให้เส้นไหม้นิดๆ หอมๆ เวลากินให้ปรุงด้วยจิ๊กโฉ่เปรี้ยวหอมด้วย

ฮื่อแซ

ส่วนของหวานนั้นต้องลองชิม กะลอจี๊ ร้อนๆ ขนมชนิดนี้หากินที่อื่นได้ยาก กินเพลินหยุดไม่ได้ เป็นกะลอจี๊ชนิดต้ม ซื้อกลับบ้านเก็บได้นาน 3 วัน เวลากินให้เอาออกจากตู้เย็นมาใส่เตาไมโครเวฟอีกครั้ง

เมนูโต๊ะจีนอื่นๆ ยังมีอีกมากทั้งเป๋าฮื้อ ขาห่าน กุ้งอบวุ้นเส้น แพะเย็น โหงวก๊วย ร้านในตำนานอย่างนี้เหมาะสำหรับมากินเลี้ยงกันเป็นหมู่คณะ รับรองติดใจไปตามๆ กัน

ลืมบอกอีกอย่างว่าร้านนี้ยังเหมือนเดิม รับแต่เงินสดนะจ๊ะ ใครเป็นเจ้าภาพอย่าลืมพกสตางค์มาด้วยล่ะ

ข้อมูลร้าน

ภัตตาคารตั้งจั๊วหลี

โดย คุณกนกพร ทีปะนาถ

ที่ตั้ง 2214 ถนนข้าวหลาม ตลาดน้อย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100

โทร 0-2236-4873, 0-2233-5963, 0-2639-0355

เปิดบริการ 11.00-14.00 น.

และ 17.00-22.00 น. จันทร์-ศุกร์

11.00-22.00 น. (เสาร์-อาทิตย์)

วันหยุด หลังเทศกาลตรุษจีนและสารทจีนอย่างละวัน และต้นเดือน พ.ค. (ไม่เกิน 1 อาทิตย์)

แนะนำ หัวปลาจีนหม้อไฟ (มีหลายสูตร) ฮื่อแซ ไส้หมูทอด ออส่วน แฮ่จ๊อ ผัดโป๊ยเซียน หมี่ผัดแห้งฮ่องกง กะลอจี๊

หมายเหตุ จอดรถในตึกจอดรถ ซอยเจริญกรุง 29 สะดวกที่สุด

กะลอจี๊
กะลอจี๊
ออส่วน
แฮ่จ๊อ
แฮ่จ๊อ
1
ที่มาอาทิตย์สุขสรรค์ มติชนรายวัน
ผู้เขียนปิ่นโตเถาเล็ก