“ไก่ อารีรัตน์” ร่วมถ่ายทอดความหมายของ Rainbow Bridge ในสารคดี “หมาจร” สะท้อนความรัก ความผูกพัน และคุณค่าของทุกชีวิต ที่ไม่ควรถูกมองข้าม

ประชาสัมพันธ์
“ไก่ อารีรัตน์” ร่วมถ่ายทอดความหมายของ Rainbow Bridge ในสารคดี “หมาจร” สะท้อนความรัก ความผูกพัน และคุณค่าของทุกชีวิต ที่ไม่ควรถูกมองข้าม

เรียกว่าดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่ เมื่อ “อารีรัตน์ กฤษณะสมิต” หรือคุณไก่ ผู้ก่อตั้ง Animal Healings and Communication Thailand ได้รับการทาบทามจาก ผู้กำกับ / โปรดิวเซอร์ ซึ่งล่าสุดได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยม เรื่อง WILD Survival และเรื่อง Biodiversity in Thailand (มหัศจรรย์ธรรมชาติ) จากเวที นาฎราชถึง 2 ปีซ้อน  และมีรางวัลนานาชาติจากฝรั่งเศส และอังกฤษ ให้ร่วมสัมภาษณ์ เกี่ยวกับความเชื่อเรื่อง สะพานสายรุ้ง หรือ Rainbow Bridge ความสุขสุดท้ายของน้องหมา และผู้คนที่ยังระลึกถึง ร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ผ่าน “ข้อความ” 

“คุณไก่ – อารีรัตน์ กฤษณะสมิต” ผู้ก่อตั้ง Animal Healings & Communication Thailand เผยความรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับคำเชิญในครั้งนี้ “พี่ไก่รู้สึกดีใจมากที่ได้รับโอกาสให้มาร่วมพูดถึง Rainbow Bridge เพราะพี่เชื่อว่าความรักที่เรามีให้กับสัตว์เลี้ยงไม่ได้สิ้นสุดลงในวันที่เขาจากเราไป แต่ยังคงอยู่ในหัวใจและความทรงจำของเราตลอดไป”

“พี่อยากให้ผู้ปกครองทุกท่านที่เคยสูญเสียลูก ๆ ได้มองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่สวยงาม วันที่เราได้มอบความรัก ความอบอุ่น และชีวิตที่ดีให้กับเขา แทนที่จะจดจำเพียงความเศร้าในวันที่ต้องจากกัน”

“และหากเราจะจินตนาการถึง Rainbow Bridge พี่ก็อยากให้ทุกคนเชื่อว่า วันนี้ลูก ๆ ของเรากำลังมีความสุข วิ่งเล่นอย่างอิสระ ไม่มีความเจ็บปวด และรอวันที่จะได้พบกันอีกครั้ง และสิ่งที่พี่ดีใจเป็นพิเศษคือ สารคดีเรื่องนี้เปิดโอกาสให้พี่ไก่ได้พูดถึงทั้งสุนัขที่มีเจ้าของและสุนัขจรจัด เพราะในความรู้สึกของพี่ ไม่ว่าน้องจะมีบ้านหรือไม่มีบ้าน ทุกชีวิตต่างก็มีหัวใจ มีความรู้สึก และต้องการความรักไม่ต่างกัน”

“พี่อยากให้เรื่องราวของ Rainbow Bridge ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ช่วยเยียวยาหัวใจของคนที่สูญเสียสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่อยากให้เป็นสิ่งที่ช่วยเตือนใจคนที่ยังมีสัตว์เลี้ยงอยู่ ให้ดูแลและมอบความรักกับเขาอย่างเต็มที่ในทุกวันที่ยังมีกันและกันค่ะ สำหรับผู้ที่สนใจอยากสื่อสารกับลูกๆ สามารถติดต่อมาได้ที่ 094-469-4963 หรือเพจAnimal Healing and Communication Thailand นะคะ”

ด้าน “คุณแบ้งค์ – ภาคิณ สุขขี” ผู้กำกับ / โปรดิวเซอร์ กล่าวว่า “หนังสารคดี เรื่อง “หมาจร”  มาจากมุมมองที่เห็นหมาที่อยู่ตามธรรมชาติ ที่ผมสงสัยว่าหมาก็มีความสุขของมันได้ทั้งๆ ที่ชีวิตมันก็น่าสงสาร ที่สำคัญบ้านเราเป็นเมืองพุทธอาจจะสะท้อนให้ชาวต่างชาติเห็น ว่าที่เราปล่อยให้หมาเหล่านี้แพร่พันธุ์มากมายในขณะที่ชาวต่างชาติในต่างประเทศนั้นไม่มี เพราะเค้ากำจัดทิ้ง แต่บ้านเราทำแบบนั้นไม่ได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องของบาป 

“ถ้าแฟนคลับของคุณไก่จะตามดูคุณไก่ เราก็ตั้งใจว่าจะไปออนตามเฟสติวัลต่างๆในต่างประเทศ มีแผนที่จะไปก็คือฝั่งยุโรป ที่เค้ามีเทศกาลหนังสารคดีไม่ว่าจะจะเป็น ที่ฝรั่งเศส อังกฤษ หรืออเมริกา แล้วก็มีที่ประเทศจีน ซึ่งหลังจากที่ผมพาหนังเดินทางไปต่างประเทศเสร็จแล้ว ผมก็จะมีนำมาให้คนไทยได้ชมเหมือนกัน ที่ตั้งใจไว้อาจจะมีอิเว้นท์แล้วก็เชิญคนรักหมามาร่วมชมภาพยนตร์นี้ด้วยกัน ซึ่งตั้งแต่ได้เจอพี่ไก่ ผมก็คิดว่าถ้าในงานอีเวนท์ผมต้องมีพี่ไก่มาร่วม พูดคุย ในงานแน่นอน” 

“จากการที่ได้สัมภาษณ์พี่ไก่ นั้นพี่ไก่พูดถึงการจากลาระหว่างคนกับน้องหมาเหมือนน้องหมาเปรียบเสมือนคนๆ หนึ่ง  และสิ่งนึงที่สำคัญเลย และผมชอบมากๆ ที่ได้พูดคุย สัมภาษณ์ กับพี่ไก่มานั้น คือพี่ไก่กำลังช่วยจัดการความรู้สึก ของคนที่ยังอยู่ คนที่เสียน้องไป  ซึ่งมันมีหลายๆ อย่างที่คนทั่วไปทำไม่ได้  ณ ตอนนี้ผมยังคิดว่าจะมีคนอย่างพี่ไก่อีกไหม ที่จะเป็นเบอร์ 2 เบอร์ 3 เบอร์ 4  อาจจะมีพี่ไก่คนเดียวเลยที่ทำได้ ซึ่งพี่ไก่ทำหน้าที่เป็น Messenger ที่ดูแลความรู้สึกของคนที่เสียน้องไป และผมคิดว่าไม่มีใครที่ทำได้ง่ายๆ”  

“ที่พี่ไก่เล่าให้ฟังมันไม่ได้มีความงมงาย หรือเป็นความเชื่อที่ไร้เหตุผล พี่ไก่ไม่ได้พูดให้ความรู้สึกว่าผมต้องเชื่อพี่ไก่ซึ่งมันค่อนข้างแตกต่างกับหลายๆ คนที่ผมเคยเจอ” 

“สุดท้ายก็อยากฝากถึงแฟนคลับพี่ไก่ ถ้าใครมีเรื่องรของหมาจจัดที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถถ่ายทอดให้คนดูดูแล้วอยากจะช่วยชีวิตของหมาจร สามารถติดต่อมาได้ผ่านทางเพจของพี่ไก่ แต่เราไม่อยากได้ที่ดราม่านะครับ สามารถ ติด ตาม เพจ สารคดีหมาจร น่าจะเริ่มอัพเดทสารคดีประมาณปลายๆ ปี ซึ่งทางทีมงานอยากจะถ่ายทำให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้หรือช้าช้าที่สุดก็ประมาณเดือนเมษายนครับยังไงก็รอติดตามชมกันได้นะครับ”