“ก๋วยเตี๋ยวเรือเพนนิน” ร้านใหม่ใหม่ ตำนานกว่า 30 ปี

ก๋วยเตี๋ยวเรือเพนนิน

เอ่ยถึง “เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า” แวดวงไฮโซนักช้อปวัย 50 อัพ ไม่มีใครไม่มีรู้จักศูนย์การค้าสุดหรูแห่งยุค ที่ตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางกรุง ถนนราชดำริ ใกล้กับโรงแรมเพนนินซูล่า กรุงเทพฯ ปัจจุบัน คือ โรงแรมอนันตรา

เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถือเป็นเจ้าแรกที่นำแบรนด์เนมเข้ามาตั้งช้อปในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น หลุยส์ วิตตอง คริสเตียน ดิออร์ เวอร์ซาเช โลเอเว่ เรียกว่าอะไรนำสมัยขนมาไว้ที่นี่หมด ในยุคนั้นถือว่าเป็นแหล่งช้อปสุดชิคที่เหล่าเซเลบริตี้ปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก

และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกกล่าวถึงเป็นที่ฮือฮา คือ ร้านอาหาร “Le Jardin” (เลอ จาร์แดง) ซึ่งเป็นร้านอาหารในคอนเซ็ปต์ลอบบี้ เลานจ์ คลอเคล้าด้วยเสียงเปียโนสด ได้นำก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นมาเสิร์ฟบนห้าง ถือเป็นเจ้าแรกที่ยกความแซ่บมาตั้งไว้บนห้างหรู เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดานักธุรกิจและนักชิมอย่างมาก ใครมานั่งต้องสั่งทุกโต๊ะ พลาดไม่ได้เด็ดขาด


คุณมิ้นท์-ชลิตา สาลีรัฐวิภาค

ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 34 ปีแล้ว ตำนานอาหารร้าน “Le Jardin” ได้ถ่ายทอดความอร่อยอย่างต่อเนื่อง จากรุ่นคุณยาย ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย สู่ คุณสุนงค์ ลูกสาวคนเล็ก และล่าสุดรุ่นหลาน “คุณมิ้นท์-ชลิตา สาลีรัฐวิภาค” ที่เข้ามารับไม้ต่อ พร้อมการปรับโฉมครั้งสำคัญเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา เปลี่ยนชื่อร้านเป็นใหม่ใหม่ (MaiMai) ในศูนย์การค้าเดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ที่ยังคงเปิดให้บริการในบรรยากาศสบายๆ และคงความคลาสสิกไว้เหมือนเดิม

บรรยากาศของร้านใหม่ใหม่ เลือกใช้สีโทนน้ำเงินเข้ม ประดับด้วยหลอดไฟนีออนสีชมพูเป็นรูปคุณสุนงค์ เพิ่มความเฟี้ยวฟ้าวทันสมัย ตัดกับความเป็นไทยที่เป็นลวดลายฉลุบริเวณบาร์เครื่องดื่มได้อย่างลงตัว ส่วนโต๊ะอาหารมีหลายสไตล์ทั้งแบบชุดโซฟานุ่ม โต๊ะหินอ่อน และโต๊ะตัวยาว ทั้งหมดนี้รองรับได้ถึง 100 คน

ด้านคอนเซ็ปต์อาหารของร้าน คือ การผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก ในสไตล์ อีสต์ มีต เวสต์ (East Meets West)

คุณมิ้นท์ขยายความว่า อาหารของร้านได้รับแรงบันดาลใจจากความชอบอาหารไทยของคุณยาย และอาหารฝรั่งของคุณแม่ นำมาปรับ เสริมเติมแต่งให้ทันสมัยกลายเป็นอาหารแนวคอมฟอร์ตฟู้ดแต่คงคุณค่าอาหารครบ ด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่ การสร้างสรรค์เมนูต้องมีคุณภาพและรสชาติต้องเลิศ


ข้าวตังหน้าตั้ง


โครเกต์เนื้อปูก้อนกับซอสทาร์ทาร์

เริ่มจากออเดิร์ฟ “ข้าวตังหน้าตั้ง” ราคา 160 บาท แผ่นข้าวตังเรียงสวย กรอบ อร่อย ไม่อมน้ำมัน ทานคู่กับหน้าตั้งที่มีส่วนผสมของเนื้อกุ้ง เนื้อปู เนื้อไก่สับ ถั่วลิสงป่น กระเทียมฝานบาง หอมแดง โขลกรากผักชีใส่ลงไป ปรุงรสกับน้ำมะขาม น้ำกะทิ

“โครเกต์เนื้อปูก้อนกับซอสทาร์ทาร์” ราคา 250 บาท จานนี้ เนื้อปูหวานฉ่ำเต็มปากเต็มคำ จิ้มกับซอสทาร์ทาร์เพิ่มความละมุนเข้ากันที่สุด


ข้าวผัดสมุนไพรยำปลาทู


ลาบเห็ดย่างกุ้งสด

ต่อด้วย “ข้าวผัดสมุนไพรยำปลาทู” ราคา 220 บาท เมนูนี้มีดีที่ข้าวหุงเม็ดสวยผัดใส่ปลาทูเนื้อแน่น กับไข่ไก่เข้ากัน รสชาติจัดจ้านกลมกล่อม สมุนไพรทั้งตะไคร้ ผักชี หอมแดง พริกขี้หนูสวน หอมคลุ้งในปาก กินเปล่าๆ ก็ลงตัว หรือจะตักพริกน้ำปลาเพิ่มรสชาติก็อร่อยเด็ดขาด

ลาบเห็ดย่างกุ้งสด จานนี้เฮลตี้ ราคา 250 บาท เครื่องลาบจัดเต็ม รสชาติกลมกล่อม จัดจ้านเล็กๆ รสชาติหวานนำเล็กน้อย

และไฮไลต์พลาดไม่ได้ “ก๋วยเตี๋ยวเรือเพนนิน” เราสั่งเส้นหมี่หมูคุโรบูตะ 280 บาท เพื่อนสั่งเส้นหมี่เนื้อริบอายจากออสเตรเลีย 320 บาท เพราะที่ร้านแนะนำว่าหากอยากกินก๋วยเตี๋ยวเรือให้อร่อยนัวถึงใจต้องเส้นหมี่เท่านั้น

ใครมือไวเตือนไว้ก่อนว่าให้ชิมก่อนปรุง เพราะรสชาตินั้นครบ 3 รส เปรี้ยว หวาน เผ็ด แบบไม่ต้องปรุงเพิ่มอยู่แล้ว ส่วนความเข้มข้นนั้นเกินร้อย หอมน้ำต้มกระดูกที่เคี่ยวจนข้นจากสมุนไพรและเครื่องเทศ โป๊ยกั้ก อบเชย เม็ดผักชี เมล็ดยี่หร่า และน้ำกะทิสดสูตรพิเศษ ช่วยเพิ่มความเข้มข้นและโรยกากหมูที่ทอดเอง ราดน้ำมันกระเทียมที่เจียวเองอีกนิด ครบเครื่องเสน่ห์ก๋วยเตี๋ยวเรือ หากต้องการผักเคียง ทั้งถั่วงอกและใบโหระพา สามารถบอกพนักงานได้


ก๋วยเตี๋ยวเรือ เนื้อริบอาย


เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน

ตบท้ายด้วยของหวานสุดละมุน “เครมบรูเล่ มะพร้าวอ่อน” ราคา 180 บาท ที่ดัดแปลงมาจากเมนูคัสตาร์ด โคโคนัท เมนูดังในอดีตของโรงแรมดุสิตธานี

เมนูนี้เริ่มด้วยการต้มครีมสดและน้ำกะทิด้วยไฟอ่อน ค่อยๆ คนจนส่วนผสมเข้ากัน ระวังไม่ให้เดือดจนเกินไป พักไว้ หันไปตีไข่แดงผสมกับน้ำตาลทรายให้เข้ากัน แล้วจึงเทส่วนครีมลงผสมคนตลอดเวลาจนได้เนื้อเดียวกัน กรองด้วยกระชอน จากนั้นเทส่วนผสมทั้งหมด รวมถึงเนื้อมะพร้าวอ่อนลงในลูกมะพร้าวที่เตรียมไว้เข้าอบ

ก่อนเสิร์ฟให้โรยน้ำตาลทั่วหน้าขนมและพ่นด้วยเปลวไฟจนได้คาราเมลแข็งสีน้ำตาลสวย กลิ่นหอมเย้ายวน


กล้วยไข่เชื่อม

และพลาดไม่ได้เด็ดขาด “กล้วยไข่เชื่อม” ราคา 80 บาท เป็นเมนูของหวานไฮไลต์ที่ดังยาวนานถึงวันนี้ กล้วยไข่คัดพิเศษจากจังหวัดเพชรบุรี เนื้อแน่น ด้วยเทคนิคการเชื่อมที่หวานฉ่ำชุ่มเข้าเนื้อกำลังดี ราดด้วยน้ำกะทิเข้มข้น หวาน เค็ม หอม อร่อยดีต่อใจที่สุด

สำหรับคนที่สนใจลิ้มลองอาหารร้านใหม่ใหม่ เปิดครัวเสิร์ฟทุกวัน 10.00-20.00 น. ที่โถงกลางชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถนนราชดำริ โทร 0-2652-1399 รายละเอียดเพิ่มเติม www.facebook.com/maimaieatery

 


ที่มา คอลัมน์เคี้ยวตุ้ยตะลุยกิน นสพ.มติชนรายวัน

บทความก่อนหน้านี้ฟังคำตอบ “รศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี” ขุนนางนั้นสำคัญไฉน? (ชมคลิป)
บทความถัดไปผลสำรวจชี้ “โชห่วย” ปรับตัวน้อย แบกภาระหนี้ทั้งใน-นอกระบบ