เอนกายพักผ่อนที่’กีมาลา’ภูเก็ต ชิมอาหารสุขภาพ อร่อยดีต่อใจ

ไม่ใช่เพียงความหรูหราลักชัวรี่เท่านั้นที่ทำให้นักท่องเที่ยวแห่จองห้องพักของกีมาลา รีสอร์ตชื่อดังบนเกาะภูเก็ตจนเต็มตลอดทั้งปี

แต่เป็นความลงตัวของพื้นที่ธรรมชาติดั้งเดิมที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี กับดีไซน์เก๋ๆ ของห้องพักทั้ง 4 แบบ ที่ฝังตัวอยู่กับแมกไม้ได้อย่างแนบเนียนและถ่อมตัว บวกกับความหรูหราราคาแพงที่แฝงไว้อย่างล้ำลึก

แรกเห็นภาพกว้างจากหอชมวิวถึงกับว้าวดังๆ ในใจ ดีไซน์สะกดสายตาสวยมีสไตล์สมคำร่ำลือ แอบเสียดายวันนั้นห้องพักเต็มเลยไม่ได้สัมผัสห้องจริงว่าจะน่านอนขนาดไหน ชวนกันเบนหัวไปหาห้องอาหารแทน

การตกแต่งภายในห้องอาหารเป็นสไตล์ของชนเผ่าในแอฟริกาใต้

“คุณตาล-สมรพรรณ สมนาม” Executive Director Maketing โรงแรมกีมาลา บอกว่า ในส่วนของพื้นที่รวมอย่างล็อบบี้ หรือห้องอาหาร การตกแต่งต่างๆ จะเป็นการหยิบจับเอาสไตล์ของห้องพักทั้ง 4 แบบมารวมกัน ซึ่งห้องพักแต่ละห้องมีจะคอนเซ็ปต์ของ 4 ชนเผ่าที่แตกต่างกัน เป็นสตอรี่ที่กีมาลาสร้างขึ้นมา

ด้านสตอรี่ก็เก๋ไก๋ไม่น้อย เนื้อเรื่องมีอยู่ว่าเรือที่มาค้าขายที่ภูเก็ตเกิดเจอพายุเลยต้องจอดทิ้งไว้ คนบนเรือที่มีอยู่หลายเชื้อชาติแบ่งเป็น 4 ชนเผ่าได้มาสร้างบ้านตามแบบของตัวเอง ทำให้บ้านมีคาแร็กเตอร์ที่ต่างกัน ประกอบด้วย บ้านดิน บ้านเต็นท์ บ้านต้นไม้ และบ้านรังนก


สลัดเนื้อปู

หาที่นั่งเหมาะเจาะได้แล้ว ก็เตรียมสั่งอาหาร ได้รับคำแนะนำว่า เมนู Spa Cuisine หรืออาหารเพื่อสุขภาพนั้นมาแรงมาก ต้องขอลองซักหน่อย เริ่มจาก “ยำหัวปลี” 480 บาท “สลัดเนื้อปู” 550 บาท
สะเต๊ะรวมกุ้ง-ไก่ เสิร์ฟบนเตาถ่านร้อนๆ

จากนั้นสั่งอาหารไทย “สะเต๊ะรวมกุ้งไก่” 480 บาท “ส้มตำไก่ย่าง” 340 บาท “ยำมะม่วงปลากรอบ” 750 บาทกับ อาหารท้องถิ่นภูเก็ตอย่าง “ผัดหมี่ฮกเกี้ยน” 380 บาท มาชิมด้วย พนักงานแนะนำอีกว่าอาหารอินเดียที่นี่ก็ยอดเยี่ยม พ่อครัวนั้นส่งตรงมาจากมุมไบเลยทีเดียว ใครชอบอาหารแขกต้องมาลองซักครั้ง

เริ่มจากออเดิร์ฟ “สะเต๊ะรวมกุ้ง-ไก่” โรยหน้าด้วยต้นหอมและพริกซอย เสิร์ฟบนเตาถ่านร้อนๆ ทำให้สะเต๊ะร้อนอยู่ตลอด มีเครื่องเทศไว้พรมเพื่อไม่ให้แห้ง และรสชาติที่ไม่หายไปไหนเพราะสามารถเติมเครื่องเทศได้ตลอด

มีสีสันกว่าใคร คือ สลัดเนื้อปู เป็นการผสมระหว่างตะวันตกนิดหน่อย จานนี้จะใช้เนื้อปูจัมโบ้ มะม่วง มะเขือเทศ อะโวคาโด ปาดข้างจานด้วยเพสโต้ซอส หรือซอสโหระพา และบีทรูทซอส


เชฟจุมพล หิรัญ

“เชฟบี-จุมพล หิรัญ” Executive Chef โรงแรมกีมาลา ที่มาแนะนำอาหารด้วยตัวเอง บอกเราว่า ความพิเศษของอาหารที่นี่ คือ ผัก เครื่องเทศ สมุนไพร หลายชนิดใช้ของที่ปลูกเอง นอกจากใช้สำหรับคุกกิ้ง คลาสแล้ว ยังนำมาใช้ในห้องอาหารด้วย

“อย่างหัวปลีนี้จะเป็นอะไรที่ผมภูมิใจนำเสนอแขกมาก เพราะหลายห้องจะมีกล้วยอยู่หน้าห้อง เปิดประตูออกมาก็จะเห็นหัวปลีห้อยอยู่ เราสามารถอธิบายได้ง่ายถึงเมนูที่ทำ”

“ยำหัวปลี” สูตรที่นี่มีจุดเด่น คือ ความกลมกล่อม หอมมะพร้าวคั่ว รสชาติมันด้วยน้ำกะทิที่ผสมน้ำมะพร้าวลงไปด้วย ปรุงด้วยน้ำมะนาว เกลือ พริกไทย ใส่กุ้งตัวใหญ่ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ รสชาติละมุนดีแท้ๆ


ส้มตำไทยใส่กุ้งเสียบ


ไก่ย่างคลุกขมิ้น

อร่อยกันต่อด้วย “ส้มตำไก่ย่าง” รับประทานส้มตำที่นี่ต้องส้มตำไทย ใส่กุ้งเสียบของภูเก็ตลงไปด้วย กินกับข้าวเหนียว ไก่ย่างคลุกขมิ้นที่ใช้ส่วนของสะโพกเลาะกระดูกออกทั้งหมด ได้กลิ่นหอมขมิ้นเบาๆ เนื้อสะโพกที่มีความมันนิดๆ เนื้อนิ่มอร่อยมาก

หมายเหตุไว้สำหรับคนติดรสแซ่บ ต้องบอกว่าด้วยความที่ต้องรับแขกต่างชาติเป็นหลักทำให้รสชาติส้มตำต้องอ่อนโยนลงไปโดยปริยาย ใครชอบแซ่บจัดอาจขัดใจ แต่สำหรับสายสุขภาพยกนิ้วให้เลย

ถึงตรงนี้ใครจะสั่งข้าวสวย ลองสั่งข้าว 3 สีเพื่อสุขภาพมาก็ได้ เป็นการผสมข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวขาว และข้าวกล้อง มาในจานเดียวกัน


หมี่ฮกเกี้ยน


ปลาช่อนทอดกับยำมะม่วง

ต่อไปเป็น “ผัดหมี่ฮกเกี้ยน” เมนูนี้เป็นอาหารพื้นเมืองของคนภูเก็ต ใช้หมี่เส้นเหลือง จะมีขนาดใหญ่กว่าเส้นบะหมี่ และไม่ได้เคลือบด้วยแป้ง นำมาผัดกับหมู หรือซีฟู้ดก็ได้ ใส่บร็อกโคลี แครอตลงไปด้วย จุดสำคัญ คือ ผัดไม่แห้ง น้ำต้องขลุกขลิก เส้นนุ่ม แล้ววางไข่ดาวน้ำไว้ด้านบน เวลากินก็เฉาะไข่แดงให้เยิ้มแล้วคลุกน้ำขลุกขลิกให้เข้ากัน กินได้รสชาติกลมกล่อม หอม หวานอร่อย

สุดท้าย “ยำมะม่วงปลากรอบ” จานนี้ใช้ปลากะพงขาวมาทอด เลาะก้างออกทั้งหมด เนื้อนิ่มฟูและกรอบ ส่วนยำรสชาติพอจี๊ดจ๊าดนิดๆ ไม่รุนแรง ตักกินกับปลาเต็มคำด้วยความสบายใจ เหมาะกับคนที่รักษาสุขภาพ


พุดดิ้งเชีย


ออร์แกนิคชีสเค้ก

จบมื้อด้วยของหวาน “พุดดิ้งเมล็ดเชีย” 380 บาท หวานเบาๆ เย็นชื่นใจ “ออร์แกนิคโยเกิร์ตชีสเค้ก” 450 บาท อร่อยมาก ต้องลอง!

ใครมาเที่ยวภูเก็ตควรเข้ามาเช็กอินดูสักครั้ง จะแวะรับประทานอาหารกลางวัน หรือลิ้มลองอาฟเตอร์นูน ที ก็ชิลไม่น้อย ปล่อยใจให้อ้อยอิ่งอยู่กับธรรมชาติและวิวห้องพักเก๋ๆ รับรองว่าได้เก็บโมเมนต์ประทับใจกลับบ้านไปแน่นอน

 


ที่มา คอลัมน์เคี้ยวตุ้ยตะลุยกิน นสพ.มติชน

บทความก่อนหน้านี้เปิดแล้ว “The V School” สถาบันสอนอาหารนานาชาติกลางเซ็นทรัลลาดพร้าว
บทความถัดไปสูตรทำ “ไอศกรีมมะตูม” รับลมร้อน