อิ่มอร่อยยามเช้าในร้านกาแฟตรัง ‘จีบขาว’ กับ ‘พงษ์โอชา 2’

ใครมาเที่ยวเมืองตรังอย่ามัวตื่นสาย เพราะมื้อเช้าจังหวัดนี้ช่างน่าตื่นตาตื่นใจเสียจริง มีร้านกาแฟมากมายเป็นดอกเห็ดนับได้เกือบร้อยเจ้า เปิดขายทั้งตอนเช้า กลางวัน เย็น

ถ้าอยากสัมผัสวิถีชีวิตยามเช้าแต่ก่อนเก่าของคนตรัง ต้องมาที่ร้านดั้งเดิมชื่อว่า “จีบขาว” ซึ่งก็คือร้านลูกสาวของร้านหน้าโบสถ์ในอดีต แต่ได้ย้ายร้านมาอยู่หลังโบสถ์คริสตจักรตรัง ข้าง “โรงเรียนวัฒนาศึกษา” เกือบ 30 ปีแล้ว

พี่ซิน-เยาวณี ธีระลีลา เจ้าของร้านจีบขาว เล่าว่า ถ้านับรวมร้านหน้าโบสถ์เดิม น่าจะเปิดมานาน 80 ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นปู่ พ่อ พี่ชาย 2 คน แล้วก็ตกทอดมาที่พี่ซิน (ทำเองมานาน 26 ปี)

ร้านจีบขาวยังเปิดแต่เช้ามืดตอนตี 5 ครึ่งเหมือนเดิม มีที่นั่ง 17 โต๊ะ จุคนได้ราว 80 ที่ คนเก่าคนแก่มาอุดหนุนกันแน่นร้านทุกเช้า แต่ละวันจะมีติ่มซำสไตล์กวางตุ้งและอาหารอื่นๆ ให้เลือกประมาณ 30 อย่าง ถ้าเป็นสมัยก่อนจะยกมาวางให้เต็มโต๊ะ และคิดเงินเฉพาะส่วนที่กินไป แต่เดี๋ยวนี้จะให้เลือกก่อนและสั่งเฉพาะที่อยากชิม สั่งแล้วเอาคืนไม่ได้นะจ๊ะ

มาที่จีบขาวต้องชิมของดีที่คนตรังเรียกชื่อได้ถูกต้องว่า “ปาท่องโก๋” ซึ่งความจริงแล้วปาท่องโก๋ มาจากภาษากวางตุ้งว่า “ปักถ่องโก้ว” คือ “ขนมแป้งนึ่งสีขาวฟูๆ มีรูพรุนชิ้นสี่เหลี่ยม” เนื้อแป้งนุ่มๆ รสอมหวาน พี่ซินบอกว่า ทำจากข้าวเก่านำมาโม่ ผสมกับน้ำตาลทราย ขึ้นฟูด้วยยีสต์สดธรรมชาติ แต่ละวันพี่ซินจะนึ่งปาท่องโก๋แล้ววางขายอยู่บนสุ่มโค้งทำจากไม้ไผ่สาน หมดแล้วหมดเลย วันนั้นเกือบไม่ได้ชิมเพราะมีเหลือเท่าที่เห็นในรูป

จาโก้ย หรือที่พี่ซินเรียกว่าจ่าโก๊ย

ส่วนปาท่องโก๋ แป้งทอดสีน้ำตาลที่เราคุ้นเคย จะเรียกว่าอิ่วจาก้วย หรือ “จาโก้ย” หรือที่พี่ซินเรียกว่า จ่าโก๊ย ก็มีให้กินด้วย แล้วก็มี “หมี่พัน (หมู) ทอด” เป็นเส้นหนาๆ สีน้ำตาลเป็นก้อนขยุ้ม กับ “เปาะเปี๊ยะทอด”

อีกอย่างที่ห้ามพลาดคือ “จีบขาว” (20 บาท) ซึ่งหน้าตาคล้ายฮะเก๋า แต่ข้างในเป็นไส้หมูสับ แป้งจะนุ่มเหนียวหนึบกว่าฮะเก๋า ซึ่งพี่ซินจีบเองกับมือทุกเช้า ซึ่งที่เมืองตรังจะต่างกว่าเมืองอื่นให้จิ้มกับน้ำจิ้มสีแดงอมชมพูมีรสหวาน ที่เรียกว่า “ส้มเจื้อง” หรือพี่ซินเรียก “ก๋ำเจือง” บอกว่าคนจีนแต่ก่อนจะราดบนผักกาดขาวด้วย ของดีที่ห้ามพลาดอีกอย่างเพราะไม่ค่อยเห็นที่เมืองอื่นคือ “ขนมจีบไส้ไข่นกกระทา”

ส่วนติ่มซำอื่นๆ มี จีบเหลืองหรือขนมจีบไส้หมูสับ “เต้าหู้ขาวยัดไส้หมู เต้าหู้เหลืองยัดไส้ปลา พริกหยวกยัดไส้หมูสับ มะระหมูสับ” เป็นชิ้นๆ “ก๋วยเตี๋ยวหลอด ซาลาเปา” ไส้หมูสับ ไส้ถั่วดำ ไส้สังขยา “ซี่โครงหมูตุ๋นเต้าเจี้ยว”

เต้าหู้ขาวยัดไส้หมูสับ พริกหยวกยัดไส้หมูสับ ซี่โครงหมุตุ๋นเต้าเจี้ยว


เต้าหู้ยัดไส้ปลา (เต้าหู้เหลือง)


หมี่พันทอด

เต้าหู้ขาวยัดไส้หมูสับ พริกหยวกยัดไส้หมูสับ ซี่โครงหมุตุ๋นเต้าเจี้ยว

ของกินอย่างอื่นมีอีกเพียบ ทั้งเส้นหมี่แคะใส่เต้าหู้ยัดไส้ ก๋วยเตี๋ยวปลา โจ๊ก หมี่หุ้นใส่กระดูกหมูและเครื่องในหมู ข้าวหมูทอดปลาเค็ม ข้าวซี่โครงหมูเต้าเจี้ยว บางวันก็มีแกงกะหรี่ไก่ มัสมั่นไก่ พะแนงซี่โครงหมูอ่อน

ร้านจีบขาวเปิดขายทุกวันตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง ไปจนถึง 11 โมงครึ่ง แต่ควรรีบไปก่อน 8 โมงเช้า เพราะถ้ามาสาย ของกินบางอย่างอาจจะหมดแล้ว เช่น ปาท่องโก๋ โทรสอบถามได้ที่ 08-9470-8362 นะจ๊ะ

อีกหนึ่งร้านโปรดของปิ่นโตเถาเล็กคือร้าน “พงษ์โอชา” ผมเพิ่งไปชิมทบทวนเพื่อระลึกความหลังครั้งเมื่อมาฝึกงานอยู่ที่โรงงานปลากระป๋องปุ้มปุ้ย

จุดเด่นพงษ์โอชาก็คือมีติ่มซำและของทอด มากมายนับ 100 ชนิด ซึ่งจะมีเมนูที่ทำจากกุ้งเพิ่มขึ้นมาด้วย สนนราคาเข่งละ 20 บาทรวด ส่วนของทอดมีตั้งแต่ 15-30-40 ไปจนถึง 45 บาท อีกทั้งยังมีของกินอื่นๆ หลากหลาย รวมทั้งของดีหมูย่างเมืองตรัง มาลองชิมอาทิตย์หนึ่งไม่ซ้ำกันได้เลย

ร้าน “พงษ์โอชา 1” เริ่มแรกนั้นอยู่ริมถนนห้วยยอดใจกลางเมือง ไม่ไกลจากโรงแรมธรรมรินทร์ธนา เปิดมานานกว่า 40 ปีแล้ว ทุกวันนี้ โกพงษ์ หรือคุณอนุพงษ์ ขจรสิริสิน วัย 74 ปี ก็ยังดูแลร้านอยู่เช่นเดิม ฝีมือชงโกปี้หรือกาแฟของโกพงษ์นั้นเด็ดอย่าบอกใคร เปิดตั้งแต่ตี 5 ไปจนเที่ยงวัน

แต่คราวนี้ขอมาที่ “พงษ์โอชา 2” เลยไปอีกไม่ไกลที่ริม “ถนนเพลินพิทักษ์” ของลูกสาวชื่อน้องอ้อม กับคุณตู่สามีผู้มีเชื้อสายกวางตุ้ง เปิดร้านมานาน 10 ปีแล้ว มีลูกค้ามาอุดหนุนทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวชาวไทย จีน และมาเลย์

พงษ์โอชา 2 นี้ใหญ่โตกว้างขวางจุคนได้ถึง 200 คน และมีห้องปรับอากาศที่รองรับได้ถึง 70 คน สาขานี้เปิดตอนตี 5 ครึ่ง จนถึง 11 โมงครึ่ง แต่ไม่ควรมาหลัง 8 โมงครึ่งนะจ๊ะ เพราะ “หมูย่างเมืองตรัง” หนังกรอบหนารสเค็มอมหวานจะหมดเสียก่อน กินคู่กับปาท่องโก๋เมืองตรัง (ขนมแป้งนึ่ง) และมี “อิ้วจาก้วย” หรือ “จาโก้ย” ด้วย

หมูย่างเมืองตรัง

ก้ามปูแต้มหน้าหมู ฮะเก๋าไส้หมู

ส่วนติ่มซำที่เป็นของนึ่ง เมนูขายดีมากๆ คือ “ขนมจีบหมู ขนมจีบกุ้ง จีบขาว” หรือ “ฮะเก๋า” ซึ่งที่พงษ์โอชามีให้เลือกทั้ง “ไส้หมูและไส้กุ้ง” รวมไปถึง “ขนมจีบไข่นกกระทา” อีกด้วย ขอแนะว่าให้สั่งเครื่องดื่ม “โกปี้ช้ำ” เป็นกาแฟโรบัสต้าของตรังผสมกับชาซีลอนดั้งเดิมของตรัง มากินคู่กับติ่มซำ

เราสั่งติ่มซำอย่างอื่นมาอีกเพียบทั้ง “ก้ามปูแต้มหน้าหมู” (หมายถึงวางอยู่บนหมูสับ) “ไข่นกกระทาแต้มหน้าหมู เห็ดเข็มทองแต้มหน้าหมู ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง ก๋วยเตี๋ยวหลอดหมู ตีนเป็ดจักรพรรดิ” ส่วนซาลาเปาต้องชิม “ซาลาเปาไส้หมูดั้งเดิม” ของเมืองตรังคือไส้หมูจะ “คล้ายหมูพะโล้” และก็มีไส้สังขยา ไส้ถั่วดำ ไส้ครีม ไส้หมูแดง อีกทั้ง “มินิซาลาเปา” ลูกจิ๋วๆ น่าเอ็นดู ทั้งไส้ครีม ไส้หมูแดงเสิร์ฟมาในเข่ง

ของกินอื่นๆ มีอีกมากมาย ทั้ง “บักกุ๊ดเต๋” สูตรของที่ร้านใส่หางหมูและซี่โครงหมู “โรตีตบ” ก็นุ่มอร่อยสุดสุด นอกจากนี้ ยังมีโรตีกรอบที่วัยรุ่นชอบเรียกว่าโรตีทิชชู และโรตีกล้วย โรตีไข่ โรตีไข่ดาว โรตีผลไม้

บักกุ๊ดเต๋ ร้านพงษ์โอชา

โรตีตบ

ต่อด้วย ขนมจีนแกงไตปลา น้ำยาปักษ์ใต้และน้ำพริก หอยจ๊อสูตรไส้หมูแบบโบราณ ก๋วยเตี๋ยว โจ๊กหมู โจ๊กปลา ซี่โครงตุ๋น ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ ไข่กระทะ มีแม้กระทั่งอาหารเช้าอเมริกันเบรกฟาสต์

จะเห็นว่าร้านพงษ์โอชามีของกินสารพัดอย่างจริงๆ พงษ์โอชา 2 เปิดตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง 11 โมงครึ่งุทกวัน โทรสอบถามได้ที่เบอร์ 0-7521-7789 สำหรับใครที่เป็นคนตื่นสาย ก็ให้ไปที่ “พงษ์โอชา 3 ริมถนนห้วยยอด” เลี้ยวจากสาขา 2 มาไม่ไกล ร้านนี้เปิดทั้งวันตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม นะจ๊ะ

จีบขาว

โดย คุณเยาวณี (พี่ซิน) ธีระลีลา

ที่ตั้ง 30/3-4 ถนนเก่า ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง 92000

โทร 08-5068-9762 (น้องเม ลูกสาว) 08-9470-8362 (พี่ซิน)

เปิดบริการ 05.30-11.30 น. ทุกวัน

แนะนำ ติ่มซำสารพัดอย่าง เช่น จีบขาว จีบเหลือง ปาท่องโก๋ จาโก้ย เต้าหู้ขาวยัดไส้ เต้าหู้เหลืองยัดไส้ปลา และเส้นหมี่จีนแคะ ก๋วยเตี๋ยวปลา โจ๊ก หมี่หุ้นกระดูกหมู ฯลฯ

พงษ์โอชา สาขา 2

โดย คุณชัชนี (อ้อม) ขจรสิริสิน

ที่ตั้ง 67/17 ถนนเพลินพิทักษ์ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง 92000

โทร 0-7521-7789

เปิดบริการ 05.30-11.30 น. ทุกวัน

แนะนำ ติ่มซำนับ 100 ชนิด หมูย่างเมืองตรัง ปาท่องโก๋ และอิ่วจาก้วย โรตีตบ บักกุ๊ดเต๋ และอาหารอื่นๆ อีกมากมาย

หมายเหตุ – พงษ์โอชา 1 ถนนห้วยยอด เปิด 05.00-12.00 น. โทร 0-7521-9918

พงษ์โอชา 3 ริมถนนห้วยยอด เปิด 10.00-22.00 น.

 


Source : คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม โดย ปิ่นโตเถาเล็ก (ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์) I มติชน

บทความก่อนหน้านี้ของชำร่วยแฮนด์เมด “เก๋ & กรีน” ขายดีผลิตแทบไม่ทัน
บทความถัดไปเคล็ดลับที่ทำให้ร้านข้าวเล็กๆในเยาวราช อยู่มาได้กว่า 20 ปี