ฟินแรง! ทงคัตสึ ‘ซาโบเตน’ หวานละมุนฉ่ำลิ้น ‘หอยนางรมทอดฮิโรชิม่า’

ซุ่มส่งผ่านความอร่อยมานานนับ 10 ปี เผลอแป๊บเดียว “ซาโบเตน” ร้านทงคัตสึสัญชาติญี่ปุ่นขยายสาขาในเมืองไทยแล้วถึง 6 สาขา อยู่ที่กรุงเทพฯ 5 สาขา และ ต่างจังหวัดอีก 1 สาขา

ที่ทำให้ทงคัตสึของซาโบเตนได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากมวลหมู่คนรักหมูชุบเกล็ดขนมปังทอดนั้นก็เรียบง่าย คือ วัตถุดิบคุณภาพดี และรสชาติที่ยอดเยี่ยม

หลายคนอาจรู้จักซาโบเตนว่าเป็นร้านต้นตำรับทงคัตสึแท้ๆ จากญี่ปุ่น เปิดกิจการมายาวนานกว่า 50 ปี มีสาขาทั่วญี่ปุ่น และต่างประเทศ รวมแล้วกว่า 500 สาขา สาขาแรกตั้งอยู่ที่ชินจูกุ

สำหรับในเมืองไทย ซาโบเตน คือ การจ๊อยท์เวนเจอร์กันระหว่าง บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ขนมปังของไทย กับ บริษัท กรีนเฮ้าส์ ฟู้ด เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร “ซาโบเตน” ประเทศญี่ปุ่น

ด้วยความเชี่ยวชาญเรื่องขนมปัง ของเพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะผลิตเกล็ดขนมปังสำหรับคลุกเนื้อหมูขึ้นมาเอง

เกล็ดขนมปังของที่นี่ เป็นเกล็ดขนมปังสดเกรดพรีเมียม มีอายุบนเชลฟ์แค่ 3 วัน การนำมาใช้แทบจะเรียกว่าวันต่อวัน และใช้ในร้านซาโบเตนเท่านั้น คุณภาพจะต่างจากเกล็ดขนมปังแห้งแบบในท้องตลาดทั่วไป ทำให้ทงคัตสึของที่นี่จะสด ใหม่ และกรอบนาน

คอทงคัตสึคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าจานนี้ถือเป็นอาหารฟิวชั่น เพราะเดิมทีเนื้อหมูแผ่นหนาชุบเกล็ดขนมปังทอดนี้ เป็นอาหารจากยุโรป โดยชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำเข้ามา แต่เมื่อรับมาแล้วคนญี่ปุ่นก็ได้ปรับเป็นวัฒนธรรมการกินของตัวเองได้อย่างลงตัว โดยจะเสิร์ฟพร้อม ข้าวสวย กะหล่ำปลีหั่นฝอย และมิโสะซุป หรือซุปเต้าเจี้ยว

มาถึงแล้วอย่ารอช้า ไล่ดูเมนูแต่ละเซตแล้วชวนน้ำลายไหล สำหรับคนที่ชอบแบบต้นตำรับต้องสั่ง ชุดทงคัตสึสันนอก หรือ สันใน ก็แล้วแต่ความชอบ มีให้เลือก 2 ขนาด คือ ชุด ทงคัตสึสันนอก (ใหญ่) 350 บาท และ ชุด ทงคัตสึนอก (กลาง) 320 บาท หากเป็นสันในจะเพิ่มเงินขึ้นอีกเมนูละ 20 บาท แต่ถ้าใครอยากลองเนื้อไก่ ก็มีชุด ทงคัตสึไก่ 310 บาท

แต่ถ้าให้แนะนำควรสั่งสันนอก เพราะส่วนนี้จะมีติดมันเล็กน้อย เนื้อแน่นกัดลงไปจะให้ความรู้สึกฟินในการกินอย่างมาก แต่สำหรับคนชอบเนื้อนุ่มๆ หน่อย ไม่มีมันก็ต้องสันใน

เคล็ดลับความอร่อย รังเรข เหหาสุข ผู้จัดการส่วนภัตตาคาร แง้มว่า อยู่ที่วิธีการทอด โดยควบคุมทั้งอุณภูมิในการทอด และควบคุมเวลาในการพัก วิธี คือ จะนำลงไปทอดในน้ำมันให้สุกประมาณ 90% แล้วยกขึ้นเพื่อให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วปล่อยให้ความร้อนทำหน้าที่ระอุอยู่ภายในเนื้อหมูอีกพักหนึ่ง ผลที่ได้คือ เนื้อหมูจะมีความฉ่ำจุ๊ยซี่มากขึ้น

ส่วนซอสจิ้มที่นี่จะมีความกลมกล่อมมาก ผสมกับงาที่ร้านเสิร์ฟให้มาบดเอง เพิ่มอรรถรสในการรับประทานไม่น้อย โดยคุณรังเรข บอกว่า ซาโบเตนถือว่าเป็นเจ้าแรกที่พรีเซนต์การบดงาใส่ซอสทงคัตสึ

“งาของเรามาตรฐานญี่ปุ่น ซอสเป็นสูตรซาโบเตนจากญี่ปุ่น เรายังอิมพอร์ตอยู่ รสชาติกลมกล่อม ครบ 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน”

และพิเศษสำหรับสายแข็ง สามารถเติมข้าว กะหล่ำปลี และซุปได้ไม่อั้น!!

ส่วนกะหล่ำปลีที่เสิร์ฟนั้นหั่นฝอยฟู แห้ง สด กรอบ น่ารับประทาน สะท้อนถึงความพิถีพิถันในการคัดเลือก ที่มารู้ทีหลังว่ากะหล่ำปลีที่เสิร์ฟในร้านนี้ เป็นกะหล่ำปลีออร์แกนิคจากไร่ที่จังหวัดเชียงราย นำมาล้างหลายขั้นตอน แล้วจบด้วยการช็อกน้ำแข็งให้เกิดความกรอบ หวาน สด ใหม่ จากนั้นเอาหั่นฝอย กินคู่กับน้ำสลัดที่มีให้เลือก 2 แบบ คือ สลัดน้ำข้นรสชาติออกมันเปรี้ยวปลาย และ สลัดน้ำใสน้ำส้มยูซุรสชาติออกเค็มเปรี้ยว ให้ความอร่อยสดชื่น

ไม่เพียงเมนูทงคัตสึเท่านั้น ที่ซาโบเตนจะมีจัดเทศกาลอาหารเป็นซีซั่นทุกๆ 3 เดือน ซึ่งช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคมปีหน้า เป็น เทศกาลหอยนางรม อันน่าตื่นตาตื่นใจ โดยนำเข้าหอยนางรมจากเมืองฮิโรชิม่า แหล่งหอยคุณภาพเยี่ยม ซึ่งเป็นช่วงหน้าหนาว ช่วงเดียวกันกับที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานพอดี

คนรักหอยนางรม บอกคำเดียวว่าควรมาลอง หอยนางรมชุบเกล็ดขนมปังทอด ที่ซาโบเตน รสชาตินั้นประทับใจมาก ขนาดหอยกำลังดีไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่อวบ ฉ่ำ และหวาน เสิร์ฟพร้อมเลมอนซีก และทาท่าซอสสูตรเด็ดที่ปรุงสดใหม่วันต่อวัน เป็นสูตรที่นี่ผสมเองใช้แตงกวาดอง หัวหอม ไข่ไก่ต้ม และมายองเนส

ความอร่อยของจานนี้อยู่ที่ความกรอบของเกล็ดขนมปัง และรสชาติหอมหวานของหอยนางรมที่คงความสดไว้เต็มเปี่ยม ที่ฟินที่สุดคือเมื่อกัดลงไปฉ่ำน้ำของหอยแตกเป๊าะให้ความหอมหวานกระจายไปทั้งปาก

สำหรับเซตหอยนางรมมีให้เลือก 5 เซต คือ หอยนางรมทอด (สั่งแยก) 240 บาท ชุด หอยนางรมทอดซูพรีม ประกอบด้วย หอยนางรมทอด 2 ชิ้น มินิคัตสึสันใน และกุ้งทอด 460 บาท ชุด หอยนางรมทอด และ ทงคัตสึสันนอก 440 บาท ชุด หอยนางรมทอด และ ทงคันสึไก่ 400 บาท ชุด หอยนางรมทอด และ ทงคัตสึสันใน 440 บาท

นอกจากของทอดแล้ว ซาโบเตนยังมีทางเลือกให้สายสุขภาพที่เข้ามาในร้าน ด้วยเมนู แซลมอนสเต๊ก ก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน

จบจากของคาวก็ต้องปิดท้ายด้วยของหวาน ไอศกรีมชาเขียว สูตรเฉพาะของที่ร้าน หอมหวานละมุนเข้มข้นด้วยกลิ่นและรสชาติชาเขียว ใครชิมเป็นต้องเอ่ยถามถึงแหล่งผลิต

ด้วยรสชาติ คุณภาพ และราคา คนรักทงคัตสึ และหอยนางรม มาลิ้มลองกันได้ ที่กรุงเทพฯ มี 5 สาขา ตั้งอยู่ที่ The EmQuartier ชั้น B1 Central World ชั้น 3 Siam Paragon ชั้น 4 Central Plaza Grand Rama 9 ชั้น 7 Promenade ชั้น 2 และอีก 1 แห่งที่ต่างจังหวัด คือ เจปาร์ก ศรีราชา

 


คอลัมน์ เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน

โดย ชม นำพา pouwa14@hotmail.com / นสพ.มติชนรายวัน

บทความก่อนหน้านี้“กุ้งฝอยคั่วกระชาย” อร่อยจนต้องลองทำ
บทความถัดไปที่สุดสินค้ายอดนิยม “คนจีน” นิยมหิ้ว