รู้ไว้ไม่เสียหาย! “แชทขอยืมเงิน” ใช้เป็นหลักฐานการกู้ยืม-ฟ้องคดีได้

ยุคเทคโนโลยีทำให้สมัยนี้เราสามารถขอยืมเงินกันได้ง่ายดาย อย่างเช่นการแชทไปยืมเพื่อนผ่านโซมีเชียลมีเดียช่องทางต่างๆ ซึ่งผู้ให้ยืมก็สามารถโอนให้กันง่ายๆ ผ่านแอปพลิชั่นโมบายแบงกิ้งของแต่ละธนาคาร แต่เวลาคืนเนี่ยสิ กี่ยุคสมัยคนยืมเงินก็มักจะคืนเงินไม่ครบบ้าง ไม่ตรงเวลาบ้าง หรือไม่คืนเลยก็มี เจ้าหนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร คุยกันผ่านแชทแล้วโอนเลย ทำให้รู้สึกว่าไม่มีหลักฐาน แต่จริงๆ แล้ว “การแชทขอยืมเงิน นั้นเท่ากับเป็นการทำสัญญากู้ยืมเงิน” เลยทีเดียว

โดยเพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กระทรวงยุติธรรม ได้เผยแพร่กฎหมายน่ารู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยระบุว่า

ปัญหาการให้ยืมเงิน แต่ผู้ยืมไม่นำเงินมาคืน และเมื่อจะแจ้งความดำเนินคดีก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือสัญญากู้ยืมเงินที่มีการลงลายมือชื่อผู้กู้ยืม มีเพียงแต่การพูดคุยสนทนาตกลงกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น ในกรณีเช่นนี้ เจ้าหนี้สามารถใช้การสนทนาผ่านสื่อสังคมออนไลน์เป็นหลักฐานการกู้ยืมเงิน หรือฟ้องคดีได้ โดยให้ถือว่าข้อความดังกล่าวเป็นหนังสือและหลักฐานการกู้ยืมเงิน โดยให้รวบรวมหลักฐาน ดังนี้

1.หลักฐานข้อความสนทนาในการขอกู้ยืมเงินผ่านแชต หรือกล่องข้อความออนไลน์
2.หลักฐานบัญชีของผู้กู้ยืมเงิน
3.หลักฐานการโอนเงินผ่านธนาคาร หรือแอปพลิเคชั่นของธนาคาร (หากชื่อบัญชีผู้ใช้ในสื่อสังคมออนไลน์ กับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารไม่ตรงกัน ควรให้ผู้ขอกู้ยืมเงินยืนยัน และอธิบายว่าบัญชีธนาคารเป็นของใคร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ขอกู้ยืมเงิน)

กฎหมายน่ารู้ ตอน "แชทขอยืมเงิน เท่ากับการทำสัญญากู้ยืมเงิน" 📱💵หากมีเพื่อนหรือคนรู้จักมาขอยืมเงิน…

โพสต์โดย ประชาสัมพันธ์ กระทรวงยุติธรรม เมื่อ 11 มิถุนายน 2018

บทความก่อนหน้านี้12 เหตุผลที่สมาร์ทโฟนทำให้ชีวิตของคุณแย่ลง
บทความถัดไปน้ำสมุนไพรและน้ำผลไม้สูตรการค้า 15 เมนู ลงทุนหลักสิบกำไรหลักพัน