อย่าปล่อยให้ชีวิตใช้เงินเดือนชนเดือน! เปิดเคล็ดลับออมเงินฉบับสาวออฟฟิศ

สาวๆ อย่างเราที่เพิ่งจะเริ่มต้นเข้าทำงานใหม่ๆ จนถึงวัยทำงานมาระยะหนึ่งแล้วก็เริ่มมีความต้องการที่จะ “ออมเงิน” รวมทั้งต้องการที่จะทำให้เงินที่นอนอยู่นิ่งๆ นั้น “งอกเงย” ขึ้นมาได้บ้าง เพราะวัยทำงานซึ่งมีรายได้หลักมาจากเงินเดือนนั้น หลายคนอาจหมดไปกับการใช้จ่ายอย่างเพลิดเพลินจนลืมเก็บออมบ้าง ติดลบบ้าง

จริงๆ แล้ว หากต้องการที่จะมีเงินเก็บเป็นเงินสำรองฉุกเฉินเพื่อใช้ในอนาคต หรือแม้กระทั่งเก็บออมเพื่อซื้อทรัพย์สินขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงๆ ก็ควรที่จะออมเงินตั้งแต่อายุยังน้อย ยิ่งเริ่มออมเร็วเท่าไหร่ยิ่งได้เปรียบ เพราะอย่างน้อยวัยทำงานก็ยังมีไฟที่จะหาหนทางเพิ่มรายได้และกระตือรือร้นในการหาเงิน แต่ปัญหาติดอยู่ตรงที่ว่า “อดใจช้อปปิ้งไม่ไหว” เงินเดือนออกเมื่อไหร่จ่ายกระจาย สุดท้ายก็มานั่งทำหน้าเซ็งแล้วบ่นว่า “ไม่มีเงินเก็บเลย เงินเดือนชนเดือนตลอด” แย่จัง…

เพราะฉะนั้น หากสาวๆ คนไหนเคยมีอาการแบบนี้ น่าจะปรับชีวิตแสนเศร้านี้ใหม่ แล้วมาร่วมขบวนเป็นสาวออฟฟิศที่ “สวย” และ “รวยมาก” กันดีกว่า

จดรายรับ-รายจ่าย

จากที่ไม่เคยสนใจว่าเราใช้จ่ายไปเท่าไหร่ ถึงเวลาที่เราจะปรับตัวเองใหม่ โดยเริ่มหยิบสมุดโน้ตน่ารักๆ ขึ้นมาแล้วจดสิ่งที่เราซื้อทุกอย่างลงไปตั้งแต่ครั้งแรกที่ควักเงินออกจากกระเป๋าเลย นอกจากจะทำให้เรารู้ว่าหนึ่งวันเราใช้จ่ายอะไรไปแล้วบ้าง เราจะยังรู้อีกด้วยว่า เราจ่ายเงินไปมากเสีนจนลืมจดด้วยซ้ำ เพราะปริมาณการควักเงินออกมันมากจริงๆ

โดยให้เริ่มต้นการจดตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือน จนถึงวันที่ 7 ของเดือน เรียกว่า “รอบที่ 1” และทำอย่างนี้จนครบ 1 เดือน สุดท้ายมาสรุปกันว่าเราใช้จ่ายไปมากน้อยเท่าไหร่ ใช้มากเกิน หรือใช้แบบยังพอเหลือเก็บ มาลองดูกัน

เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะสามารถนำมาใช้ได้นั้นคือ คำนวณรายจ่ายตายตัวของเราต่อเดือนไปเลย เช่น ค่าเดินทางไป-กลับระหว่างบ้านและที่ทำงาน ค่าอาหารเช้า ค่าอาหารกลางวัน ค่าซื้อของ และค่าพักผ่อนทุกกรณี นำมาหารเฉลี่ยรวมกันว่าในหนึ่งเดือนเราควรใช้เท่าไหร่ ซึ่งจะทำให้เราสามารถจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ของเราได้ดีทีเดียว อีกอย่างคือ กันเงินส่วนที่ต้องจ่ายไว้ให้ตัวเองบริหารจัดการ ดีกว่ามานั่งกระเป๋าตังค์แล้วพบความว่างเปล่าก่อนสิ้นเดือน…จนแทบจะสิ้นใจ

ทำปฏิทินหนี้สิน

สำหรับคนที่ต้องจ่ายค่าผ่อนชำระสินค้าต่างๆ อย่าลืมทำตารางปฏิทินกำหนดวันจ่ายดอกเบี้ย หรือจ่ายค่างวดต่างๆ เอาไว้ในสมุดบันทึกรายรับ-รายจ่ายด้วย กันลืม และเพื่อกันเงินไว้จ่ายให้ทันและตรงกำหนด ป้องกันการเสียดอกเบี้ยที่มากขึ้น และโดนแบล็กลิสต์เพราะลืมจ่าย หรือจ่ายไม่ตรงเวลานั่นเอง

แบ่งส่วนเงินออม

หากเราตั้งใจจะออมเงินจริงๆ จังๆ แล้วละก็ เราต้องแบ่งเงินออมไว้อย่างน้อย 10% ของรายได้ เช่น เงินเดือน 15,000 บาท ตัดยอดเป็นเงินออมทันที 1,500 บาท หากห่วงว่าจะอดใจไม่ไหว แนะนำให้ตัดบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีฝากประจำไปเลย นี่คือการกันลืมเป็นอย่างดี ทีนี้เราก็จะอุ่นใจว่าเรามีเงินเก็บแล้ว

หรือเทคนิคสำหรับสาวช่างออมมือใหม่ที่อดใจได้ยากยิ่ง ขอนำเสนอวิธีออมเพียงวันละ 20 บาท หรือเดือนละ 600 บาท เก็บแบงก์ 20 บาท หรือเหรียญสิบสองเหรียญใส่กระปุก แล้วยอดทุกวัน พอครบ 1 เดือนก็นำไปฝากธนาคาร ภายในระยะเวลา 1 ปี เราจะมีเงินเก็บเท่ากับ 7,200 บาท (ยังไม่รวมดอกเบี้ยเงินฝาก) และหากเราออมต่อไปเรื่อยๆ จนครบ 15 ปี รู้มั้ย… เราจะมีเงินเก็บถึง 108,000 บาท (ยังไม่รวมดอกเบี้ยเงินฝาก) เลยทีเดียว

เพราะฉะนั้น สาวๆ จ๋ามาเริ่มเก็บเงินวันละ 20 บาทตั้งแต่วันนี้กันเถอะ ชีวิตวันข้างหน้าจะได้ไม่ลำบาก (ใจ)

เปิดบัญชีใหม่ชนิด “ห้ามถอน”

ด้วยความเป็นสาวนักช้อปและชอบเที่ยวเป็นกิจวัตร สาวออฟฟิศอย่างเรามักจะอดเปรี้ยวไว้กินหวานไม่ได้อยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้น หากจะเป็นสาวออฟฟิศที่ (อยาก) สวยและรวยมากแล้วละก็ แนะนำให้เปิดบัญชีใหม่ล่าสุดเพิ่มขึ้นจากบัญชีเงินเดือนออมทรัพย์ และบัญชีเงินฝากประจำให้เป็น “บัญชีห้ามใช้” เพื่อเก็บเป็นเงินสำรองในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่าดูแลรักษาพยาบาลพ่อ-แม่ยามชรา ค่าเลี้ยงดูลูกในอนาคต เมื่อฝากเงินใส่บัญชีนี้แล้ว อย่าลืมเสกคาถา “จงลืมมัน” ทุกครั้ง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ต้องไม่ถอนมันออกมาใช้ก่อนเวลาที่ควรเป็นอันขาด

สำหรับสาวๆ อย่างเรา นอกจากจะทำงานและหาเงินเก่งแล้ว จะต้องบริหารการเงินให้เก่งตามไปด้วย โดยเริ่มจากการออมเล็กๆ น้อยๆ แล้วค่อยๆ เขยิบเข้าไปใกล้เรื่องของการเงินที่ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ รวมทั้งยอมรับความเสี่ยงของการลงทุนที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรู้เท่าทัน และสนุกไปกับการจัดการวงจรชีวิตเงินเดือนของตัวเอง


จากหนังสือ KNOCK DOWN Money ออมเงินให้อยู่หมัด โดย ศรัญญา โรจน์พิทักษ์ชีพ สนพ.มติชน

บทความก่อนหน้านี้เมนูสำหรับโรคเบาหวานและภาวะอ้วน : น้ำมะเขือเทศสด
บทความถัดไปมาออกกำลังกาย รับมืออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยกันดีกว่า