เอนกายที่ “กีมาลา” โรงแรมหรูสไตล์ล้ำ สวรรค์บนดินแห่งภูเก็ต

เรื่อง-ภาพ กนกวรรณ มากเมฆ

หากเอ่ยถึงการเดินทางไปเที่ยวไข่มุกอันดามันอย่าง “ภูเก็ต” เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงชายหาดทอดยาวตัดกับน้ำทะเลสีคราม การชมวิวพระอาทิตย์ลับของฟ้าที่แหลมพรหมเทพ บ้านเก่าอาคารโบราณในเขตตัวเมือง หรือแสงสีตระการตาที่ชายหาดป่าตอง

แต่แท้จริงแล้วภูเก็ตยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่หลบเร้นซ่อนอยู่กลางขุนเขา แต่หากใครได้ไปเยือนคงพูดได้เต็มปากเลยว่าที่นี่แหละคือสวรรค์บนดินแห่งภูเก็ต และที่นั่นคือรีสอร์ต “กีมาลา ภูเก็ต” (Keemala Phuket) นั่นเอง

วิวที่พักของกีมาลาจากบริเวณ Tree Tower

กีมาลา ภูเก็ต เป็นรีสอร์ตหรู 5 ดาวที่เพิ่งเปิดให้บริการมาเพียง 3 ปีเท่านั้น ทำเลที่ตั้งนั้นหาไม่ยาก อยู่ห่างจากหาดกมลาไปเพียงนิดเดียว โดยเลี้ยวขึ้นไปทางฝั่งภูเขาเข้าไปไม่ไกลนัก ก็จะเห็นรีสอร์ตรูปทรงแปลกตาอยู่ท่ามกลางแมกไม้น้อยใหญ่

เมื่อถึงบริเวณหน้ารีสอร์ต มีรถกอล์ฟพาแขกผู้มาเยือนขึ้นไปยังบริเวณล็อบบี้ ที่ตัวอาคารมีลักษณะเป็นรูปกระเปาะอยู่บนเสาแท่งเดียว ด้านนอกทำด้วยวัสดุดูคล้ายธรรมชาติ ทำให้หลายคนนิยามว่าราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์เรื่อง “อวตาร” เลยทีเดียว

โซน Public Area อาคารดีไซน์รูปร่างคล้ายกระเปาะ

อาคารรูปทรงกระเปาะหลายหลังนี้นอกจากจะเป็นล็อบบี้แล้ว ยังมีทางเดินเชื่อมที่ทำจากวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และไม้ไผ่ ให้เดินไปยังห้องน้ำของล็อบบี้ที่ดีไซน์เป็นรูปทรงกระเปาะเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังพาเดินไปยังจุดชมวิวที่ด้านหนึ่งมองเห็นทิวทัศน์ที่พักน้อยใหญ่เรียงรายอยู่ทั่ว และสีครามสดใสของน้ำทะเลอันดามัน ส่วนอีกด้านก็คือวิวอาคารที่พักรูปทรงต่างๆ ของกีมาลานั่นเอง

ทางเดินจากล็อบบี้ไป Tree Tower

พักจิบเวลคัมดริงก์อย่างน้ำอัญชันจนหายร้อน เลยขอโอกาสพูดคุยกับ “ตาล-สมรพรรณ สมนาม” นักธุรกิจสาววัย 30 ปี ผู้บริหารโรงแรมกีมาลา ภูเก็ต ถึงแนวคิดการออกแบบโรงแรมให้แปลกไม่เหมือนใคร

โดย “สมรพรรณ” เล่าถึงจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวของเธอมีโรงแรมที่หาดป่าตองอยู่ก่อนแล้ว เป็นโรงแรม 4 ดาวชื่อว่า “เดอะ กี รีสอร์ต แอนด์ สปา” ซึ่งหลังจากที่เดอะ กี ให้บริการมา 6-7 ปี สมรพรรณและพี่ชายก็รู้สึกว่าถึงจุดอิ่มตัวแล้ว และถึงเวลาเริ่มต้นสิ่งใหม่

สมรพรรณ สมนาม ผู้บริหารโรงแรมกีมาลา ภูเก็ต

ด้วยมีพื้นที่สวนผลไม้ขนาด 18 ไร่กลางหุบเขา ทำให้เธอและพี่ชายเล็งเห็นว่าน่าจะใช้ทำอะไรได้ และด้วยประสบการณ์ในสายงานด้านโรงแรม ทำให้ตัดสินใจว่าจะพัฒนาพื้นที่นี้เป็นโรงแรมขึ้น

“แต่ความยากก็คือเมื่อสำรวจโรงแรมในโซนนี้แล้ว เราพบว่าโรมแรมส่วนใหญ่ในหาดกมลาเป็นโรงแรมลักชัวรี ดังนั้นตลาดลักชัวรีจึงน่าจะยังขายได้ ซึ่งจุดเด่นของโรงแรมส่วนใหญ่คือมักอยู่ติดหาด แต่ของเราอยู่กลางหุบเขา เราเลยเริ่มมองหาคอนเซ็ปต์ เลยคิดว่าจะสร้างอะไรที่ดูมีสตอรี่ขึ้นมาดีไหม หรือสร้างอะไรที่ทำให้ลูกค้าอยากพักกับเราแทนที่จะไปอยู่ริมหาด ซึ่งด้วยความที่คุณแม่เป็นคนธรรมะ และชอบธรรมชาติ คอนเซ็ปต์ของกีมาลาเลยเน้นความเชื่อมโยงของธรรมะและธรรมชาติ”

ที่พัก “บ้านดิน”

การออกแบบของกีมาลาอาศัยทีม Sell Marketing จากโรงแรมเดิม และทีมดีไซเนอร์ชาวไทยจากกรุงเทพฯ โดยเรื่องราวที่นำมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวของ จ.ภูเก็ต ที่เป็นเมืองท่าสำคัญ มีการติดต่อซื้อขายสินค้า ซึ่งมีเรือขนส่งสินค้าลำหนึ่งที่มีคน 4 ชนเผ่าอยู่ด้วยกัน ทำให้ได้ที่พักที่มีสถาปัตยกรรมสอดคล้องกับคนเผ่านั้นๆ

ที่พักประเภทแรกของกีมาลาเรียกว่า “บ้านดิน” ของชนเผ่าปฐพี เป็นชนเผ่าที่อยู่กับดิน การออกแบบภายนอกให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านที่ทำมาจากดิน ส่วนที่พักประเภทถัดมามีชื่อว่า “บ้านเต็นท์” ของเผ่าคนจร มีอุปนิสัยชอบเปลี่ยนย้ายที่ การออกแบบจึงออกมาในลักษณะคล้ายเต็นท์

ที่พัก “บ้านต้นไม้”

ส่วนที่พักแบบที่ 3 มีชื่อว่า “บ้านต้นไม้” ของชนเผ่าเวหา รูปแบบดีไซน์หากมองจากข้างล่างจะรู้สึกเหมือนลอยอยู่บนอากาศ หรือถูกแขวนลงมาจากด้านบน และที่พักแบบสุดท้ายคือ “บ้านรังนก” ของชนเผ่ารังนก เป็นกลุ่มที่รักความเป็นส่วนตัวและความหรูหรา ทำให้บ้านรังนกจะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สูงที่สุดและดีที่สุดในกีมาลา ทั้งนี้ ห้องพักทุกแบบมาพร้อมฝักบัว อ่างอาบน้ำ และสระว่ายน้ำส่วนตัวด้วย

สระว่ายน้ำภายในที่พักบ้านต้นไม้

นอกจากภายนอกของห้องพักแต่ละประเภทจะแตกต่างกันแล้ว การตกแต่งภายในก็แตกต่างกันออกไปด้วย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ไปจนถึงลวดลายของปลอกหมอน เช่น บ้านเต็นท์ก็จะมีลวดลายที่ได้กลิ่นอายแอฟริกาใต้ ส่วนบ้านรังนกจะตกแต่งลวดลายดวงดาวและดาราศาสตร์ แต่ที่ทุกแบบยังเหมือนกันก็คือสามารถผสมผสานความเป็นธรรมชาติและความหรูหราไว้ด้วยกันได้ โดยการใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเหมือนธรรมชาติมาก แต่แข็งแรง ทนทาน สร้างความปลอดภัยให้ลูกค้าได้ดี

การตกแต่งภายในที่พักบ้านต้นไม้

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือบริการสปาของกีมาลา ที่บริเวณสปานั้นจะใช้อาคารที่ออกแบบภายนอกเป็นสุ่มดักปลา ส่วนภายในให้ความรู้สึกสงบ ทั้งดนตรีที่ใช้ และอุปกรณ์ให้เสียงเมื่อเริ่มต้นและสิ้นสุดการทำสปา สร้างความผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ

โซนสปา ตกแต่งภายนอกเหมือนสุ่มจับปลา

ลองเดินดูรอบๆ กีมาลาก็พบว่ามีความร่มรื่นไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะยังเต็มไปด้วยไม้ใหญ่หลายต้นที่เขารักษาไว้ตั้งแต่เริ่มสร้างโรงแรม สลับไปกับไม้ดอกนานาชนิดที่เอาเสริมเติมแต่ง รวมถึงแปลงผักสวนครัวที่ที่นี่นำมาใช้ปรุงอาหารให้กับผู้เข้าพัก และใช้เป็นวัตถุดิบในบริการคอร์สสอนทำอาหารสำหรับผู้สนใจด้วย

บรรยากาศภายนอกร่มรื่น

คอนเซ็ปต์ธรรมชาติของกีมาลายังรวมไปถึงเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ที่นี่เป็นรีสอร์ตที่ไม่ใช้น้ำประปา แต่ใช้น้ำบาดาล ซึ่งน้ำที่ใช้แล้วก็มีระบบบำบัดก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ นอกจากนี้ยังงดใช้พลาสติก ตั้งแต่ขวดน้ำในห้องพัก ไปจนถึงหลอดดูดน้ำในห้องอาหาร ก็เป็นหลอดที่ย่อยสลายได้ง่าย เรียกได้ว่าได้อยู่กับธรรมชาติ และไม่ทำลายธรรมชาติ

วิวจากโซน Public area มองไปเห็นทะเลอันดามัน

เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาที่พักที่ให้คุณได้หลีกหนีความวุ่นวายมาใช้เวลากับตัวเอง สงบ ผ่อนคลายกลางธรรมชาติ เชื่อว่า “กีมาลา ภูเก็ต” จะเป็นเดสติเนชั่นในฝันของคุณแน่นอน!

บทความก่อนหน้านี้รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ทวี เลาหพันธ์ รางวัลมหิดลทยากร ประจำปี ๒๕๖๑
บทความถัดไปตามไปดู! นวัตกรรมสุดล้ำฝีมือคนไทย ในงานเปิดศูนย์เมคเกอร์สเปซอัจฉริยะ ม.มหิดล