อีกงานศิลป์ที่พลาดไม่ได้! ชวนชมนิทรรศการ “พรมเปอร์เซีย” หายากครั้งแรกในไทย

ขึ้นชื่อว่าของเก่าเก็บ งานแอนทีค สำหรับนักสะสมของโบราณคงจะเสาะหาเพื่อให้ได้มาครอบครอง ทั้งในรูปแบบของตกแต่งบ้าน หรือในรูปแบบการลงทุน

“อาร์ต ออนเดอะฟลอร์” (Art on da floor) คอมมูนิตี้เพื่อคนรักงานศิลปะ โดย จิตรกร มงคลธรรม ได้ถือโอกาสจัดงาน “Persian Carpets Private Collection” By “Art on da floor” ที่เป็นแหล่งรวมตัวของนักสะสมผลงานศิลปะที่เปี่ยมไปด้วยมูลค่าและคุณค่าทางจิตใจ มาพบปะสังสรรค์และร่วมชมนิทรรศการแสดงคอลเลกชั่นพรมเปอร์เซียหายากกว่า 30 ผืน ซึ่งบางผืนที่นำมาจัดแสดงมีอายุกว่า 100 ปี และมีมูลค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งภายในงานจะได้กับพบไฮไลต์พรมเปอร์เซียที่มีความงดงามของลวดลายอันอ่อนช้อย ที่อาจทำให้เหล่านักสะสมของโบราณงานและผู้ที่รักในงานศิลปะต้องมนต์สะกดจนยากที่จะลืมเลือน

จิตรกร มงคลธรรม ผู้ก่อตั้ง Art on da floor เผยถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง “Art on da floor” ว่า ต้องการสร้างคอมมูนิตี้แห่งใหม่สำหรับกลุ่มคนรักงานศิลปะแขนงต่างๆ ให้ได้มาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อให้ทุกคนที่รักงานศิลปะได้เป็นเจ้าของอาร์ตพีซที่ทรงคุณค่าอย่างแท้จริง สามารถมอบความสุขทางใจ และยังสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะพรมเปอร์เซีย อาร์ตพีชที่เป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา จนเป็นที่หมายปองของนักสะสมทั่วโลก แต่สำหรับนักสะสมไทยยังถือเป็นเรื่องใหม่มาก

“Art on da floor เกิดขึ้นจากความรู้สึกที่รักในงานศิลปะ การสะสมงานศิลปะไม่ได้มอบความสุขทางใจอย่างเดียว แต่ยังเป็นการลงทุนระยะยาวรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า Passion Investment ผมเองเป็นคอลเลกเตอร์ที่สะสมผลงานศิลปะหลายแขนง ทั้งภาพเขียน ของแอนทีค ตลอดจนพรมเปอร์เซีย ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพรมที่ดีที่สุดในโลก ทั้งในแง่ความสวยงามของลวดลายอันอ่อนช้อยและเป็นเอกลักษณ์ ความคงทนในการใช้งานที่สามารถใช้งานได้เป็นร้อยๆ ปี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พรมเปอร์เซียเป็นอาร์ตพีชชิ้นเอกที่เป็นต้องการในหมู่นักสะสมทั่วโลกเสมอมา แต่สำหรับนักสะสมไทยยังถือเป็นเรื่องใหม่มาก จึงได้หวังว่าอาร์ตออนเดอร์ฟลอร์จะเป็นแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ที่พร้อมรองรับกลุ่มคนรักศิลปะอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านของการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆ ระหว่างนักสะสมด้วยกัน ไปจนถึงการเป็นจุดนัดพบ ตัวกลางในการซื้อขายอาร์ตพีชอย่างมั่นใจ ทั้งผู้ได้ครอบครองและผู้ที่ต้องการส่งต่องานศิลปะ” จิตรกรกล่าวเพิ่มเติม

จิตรกร มงคลธรรม และ วิคเตอร์ โบลลิเกอร์

ด้าน “วิคเตอร์ โบลลิเกอร์” ผู้ร่วมก่อตั้ง ธนาคาร Eric Sturdza SA, Geneva Switzerland นักสะสมพรมเปอร์เซียมากว่า 20 ปี และยังเป็นเจ้าของพรมเปอร์เซียที่หายากกว่า 35 ผืน ระบุว่า จุดเด่นของพรมเปอร์เซียคือลวดลายอันอ่อนช้อยและเป็นเอกลักษณ์ ที่มีการสืบทอดฝีมือและองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นมานับร้อยปี บางผืนต้องใช้เวลาทำเป็นปีกว่าจะได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบออกมา จึงทำให้พรมเปอร์เซียไม่ต่างกับงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีช

“การซื้อพรมเปอร์เซียก็เหมือนกับการซื้อเพชร จะรู้ได้อย่างไรว่าเม็ดไหนเป็นเพชรแท้ก็ต้องดูจากใบ Certificate เลือกซื้อจากดีลเลอร์ที่ไว้ใจได้ ถ้าไม่มั่นใจแนะนำให้ประมูลจากบริษัทประมูลที่มีชื่อเสียง ที่สำคัญเมื่อได้แหล่งซื้อที่มั่นใจแล้ว แค่เลือกลายที่สวยงามถูกใจไม่พอ ถ้ามองไปถึงการลงทุน อาจต้องลงลึกไปถึงคุณภาพของชิ้นงาน ตั้งแต่รูปแบบลวดลาย กรรมวิธีการทอปม หรือ Persian Knot ยิ่งจำนวนปมเยอะก็ยิ่งสวยงามและทนทาน ดังจะเห็นว่าพรมเปอร์เซียบางผืนมีอายุเป็น 100 ปี ก็ยังสวยและใช้งานได้”

สำหรับพรมเปอร์เซียที่มีความงดงามของลวดลายอันอ่อนช้อย และอาจทำให้เหล่านักสะสมของโบราณ และผู้ที่รักในงานศิลปะต้องมนต์สะกดจนยากที่จะลืมเลือน นั้นเป็นพรมที่มาจากเมืองต่างๆ ของอาณาจักรเปอร์เซียมา มีดังนี้

1.Green Qum พรมเปอร์เซียผืนงาม อายุ 30 ปี ขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร เป็นผลงานชิ้นเอกจากเมืองกวม (Qum) ดินแดนอันเลื่องชื่อในการผลิตพรมแบบซิลค์ (Silk) สร้างเอกลักษณ์ให้ชิ้นงานด้วยลวดลายที่ชวนให้สัมผัสถึงสายน้ำและผืนป่าอันร่มรื่น สีเขียวบนผืนพรมชวนให้รู้สึกชุ่มชื้นเสมือนต้นไม้ ส่วนเกลียวคลื่นแทนสัญลักษณ์ของสายน้ำที่อยู่เคียงข้างผืนป่า

Green Qum

2.Rust Qum พรมเปอร์เซีย อายุ 20 ปี ขนาดกว้าง 1.40 เมตร ยาว 2.10 เมตร ผลิตจากเส้นใยแบบซิลค์ (Silk) จุดเด่นอยู่ที่สีของพรมที่มองผิวเผินคล้ายกับสีสนิมที่กัดกร่อนอยู่กับทองคำ แต่ด้วยเนื้อสีที่ยังคงความสดจึงดูมีเสน่ห์ และสบายตา

Rust Qum

3.Emerald Qum พรมเปอร์เซีย อายุ 20 ปี ขนาดกว้าง 1.26 เมตร ยาว 1.92 เมตร มีจุดเด่นที่พาให้สะกดทุกสายตา คือ ลวดลายและโทนสีของพรมที่ได้อิทธิพลมาจากเปอร์เซียยุคโบราณอย่างชัดเจน สังเกตได้จากการผสมผสานของสีน้ำเงินและสีเขียวอ่อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัวกลมกลืนประดุจมรกตน้ำงาม

Emerald Qum

4.Tree of Life พรมเปอร์เซีย อายุ 20 ปี ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1.58 เมตร ชาวเปอร์เซียในสมัยก่อนมักจะเร่ร่อนไปตามหุบเขาและลำธารเพื่อหากิน จึงได้สร้างจินตนาการตามธรรมชาติแล้วถักทอออกมาเป็นพรมผืนนี้ เป็นเรื่องราวของต้นไม้ที่มีนกมาเกาะเกิดวิถีชีวิตขึ้น ความสวยงามของพรมผืนนี้คือการแสดงสีที่มีความอ่อนโยน คือ สีฟ้าอ่อนและชมพูอ่อน การออกแบบทำให้เห็นว่าพวกเขามีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย สมถะ รักธรรมชาติ มีศิลปะและวัฒนธรรมที่เจริญ

Tree of Life

5.Special Nain Silk พรมเปอร์เซียผืนนี้ อายุมากกว่าอายุ 60 ปี มีขนาดความกว้าง 3.15 เมตร ยาว 4.30 เมตร เป็น Silk Carpet หรือพรมผ้าไหมเพียงไม่กี่ผืนที่ผลิตที่เมืองนาอิน เพราะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในการผลิตเฉพาะ Wool Carpet หรือ พรมที่ทอจากขนแกะเท่านั้น Silk Nain จึงถือได้ว่าเป็นหนึ่งไอเท็มสำหรับนักสะสม ยิ่งเมื่อประกอบกับลวดลายที่ออกแบบโดย Habibian (ฮาบีเบียน) ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวเปอร์เซีย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าในตำนานของชาวเปอร์เซียเกี่ยวกับแม่และเด็กมาสู่การออกแบบ Central medallion (เซ็นทรัล เมดาเลียน) หรือวงกลมตรงกลางจากวงกลมสี่วง แต่ละวงอาศัยการดีไซน์ที่เรียกว่า Kashmir (แคชเมียร์) 16 ชิ้น ยิ่งทำให้ผืนพรมไม่เพียงสวยงาม แต่สามารถถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากอดีตสู่ชนรุ่นหลังได้อย่างประณีต

Special Nain Silk

6.Isfahan พรมเปอร์เซีย อายุ 50 ปี ขนาดกว้าง 1.07 เมตร ยาว 1.84 เมตร ผลิตจากเมืองอิสฟาฮาน หนึ่งในเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแคว้นเปอร์เซีย เป็นผลงานสุดล้ำค่าของตระกูล Seirafian (เซราเฟียน) ซึ่งเป็นตระกูลที่โด่งดังที่สุดในฐานะผู้ผลิตพรม พรมเปอร์เซียผืนนี้โดดเด่นด้วยลวดลายของวิวทิวทัศน์ที่ออกแบบได้สวยงามและมีความเป็นธรรมชาติ ผลิตออกมาในจำนวนจำกัด จึงเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างยิ่ง และเป็นอีกหนึ่งชิ้นหายากสำหรับคนรักงานศิลปะ และยังเป็นทางเลือกของการลงทุนที่ชาญฉลาด เพราะต่อให้ถือครองไปอีก 50 ปี ราคาก็ยังไม่ตก

Isfahan

7.Isfahan Classic พรมเปอร์เซียผืนนี้อายุมากกว่า 40 ปี ขนาดกว้าง 2.16 เมตร ยาว 3.43 เมตร ผลิตโดยตระกูล Seirafian (เซราเฟียน) เช่นกัน จุดเด่น คือ การออกแบบลวดลายผืนพรมให้มีลักษณะเหมือนวงกลมเชื่อมต่อกัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตระกูลนี้ นำมาผสมผสานกับการเลือกใช้สีฟ้าที่มีความสวยงามเฉพาะตัว อันเกิดจากการย้อมทางธรรมชาติตัดกับสีแดงเลือดหมู จึงให้ความโดดเด่นของโทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ และยังเป็นผืนที่หายากเพราะไม่บ่อยนักที่ตระกูล Seirafian (เซราเฟียน) จะถักทอพรมผืนใหญ่เช่นนี้

Isfahan Classic

8.Sarouk Antique พรมเปอร์เซียโบราณผืนนี้มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาดกว้าง 1.3 เมตร ยาว 2 เมตร เป็นพรมที่มีลวดลายที่บอกเล่าถึงอารยธรรมอันรุ่งเรืองในอดีตของชาวเปอร์เซีย โดยดูจากจินตนาการของแจกันโบราณ 4 ใบของชนชั้นสูงในรูปแบบต่างๆ กัน ส่วนดอกไม้เล็กๆ แสดงถึงความสวยงาม, ความสุนทรีย์, ความสงบสุขที่รวมอยู่ในพรมผืนนี้ โดยเลือกใช้โทนสีส้มและสีงาช้าง อีกทั้งคุณภาพของ Wool (วูล) ที่นำมาใช้ถักทอถือว่าเป็นขนแกะชั้นดีเยี่ยมคุณภาพสูง พรมผืนนี้ผ่านกาลเวลามามากกว่า 100 ปี จึงพิสูจน์ได้ว่าการถักทอพรมของชาวเปอร์เซียเป็นวัฒนธรรมที่เก่าแก่และสืบสานต่อมาจนถึงปัจจุบัน ถือว่าเป็นมรดกของชาวเปอร์เซียที่ฝากไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ดู

Sarouk Antique

9.Kerman Flower พรมเปอร์เซียอายุมากกว่า 50 ปี ขนาดกว้าง 1.93 เมตร ยาว 3.10 เมตร ผลิตจากเมืองเคอร์มาน คัดสรรขนแกะชั้นดีมาถักทอจนเป็นพรมชั้นดี มีความนุ่มเป็นอย่างยิ่ง เมื่อผสมผสานกับลวดลายที่รวบรวมดอกไม้นานาชนิดเข้าไว้ด้วยกัน พาให้พรมผืนนี้น่ามองอย่างเหลือเชื่อ กลายเป็นศิลปะที่วางอยู่บนพื้น แต่เลอค่า เหนือกาลเวลา

Kerman Flower

10.Nain Deer in the Forest พรมเปอร์เซียอายุมากกว่า 80 ปี ขนาดกว้าง 2.10 เมตร ยาว 3 เมตร ออกแบบด้วย ฝีมือของ Habibian เป็นดีไซน์เนอร์ชื่อดังของชาวเปอร์เซีย พรมผืนนี้สะท้อนถึงจินตนาการของความสวยงามของป่าใหญ่ที่มีกวางมาชุมนุมกันมากมาย ดีไซน์เนอร์ได้ใช้ Silk ถักทอทำให้มีมิติของกวางเด่นขึ้นมาในพรม ความเก่าของพรมผืนนี้บวกกับลวดลายและความลงตัวของสีจึงทำให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ พรมผืนนี้จึงจัดเป็นหนึ่ง Master Piece ที่หายาก เรียกได้ว่ามีเงินก็หาซื้อแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วเพราะมีผืนเดียวในโลก

Nain Deer in the Forest

11.Todeshk พรมเปอร์เซีย อายุ 50 ปี ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร ผลงานจากเมือง Todeshk ความพิเศษของพรมผืนนี้อยู่ที่การใช้สีเทอร์คอยส์ (Turquoise) ซึ่งเป็นสีที่หาได้ยากมากๆ ในการผลิตพรม บวกกับการดีไซน์ลวดลายที่ยังความเป็น Traditional ตามแบบฉบับชาวเปอร์เซีย นับเป็นอีกหนึ่งผืนที่นักสะสมหมายตา

Todeshk

ผู้สนใจสามารถร่วมเข้าชมนิทรรศการ “Persian Carpets Private Collection” By “Art on da floor” ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จัดแสดงตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม ถึง วันศุกร์ที่ 12 เมษายน 2562 เวลา 11.00 – 24.00 น. ณ ร้าน Duke Contemporary Art Space ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษร วิลเลจ

บทความก่อนหน้านี้ออลล์เวลเนส เปิดตัวผลิตภัณฑ์ GluCA สกินแคร์สกัดธรรมชาติ ตอบโจทย์ผิวแพ้ง่าย
บทความถัดไป“ทลายกำแพงเดิมๆ ด้วยนวัตกรรม” แนวคิดดำเนินธุรกิจอาหารให้อยู่รอดในยุคดิจิทัล