“เดอะ เกรท รูม” โคเวิร์กกิ้งสเปซกลางกรุง ดีไซน์หรูระดับโรงแรม 5 ดาว

เรื่อง : ธฤต อังคณาพาณิช, ภาพ : พรชนก มูลทองชุน, วิดีโอ : ธิติสุดา พิทักษ์โสภณ

 

บรรยากาศการตื่นเช้าตอกบัตรเข้าออฟฟิศและนั่งอยู่ติดหน้าคอมตลอด 8 ชั่วโมงในทุกๆ วันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับการเป็นพนักงานกินเงินเดือนทั่วๆ ไป อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตประจำวันเหล่านี้

ด้วยความเบื่อหน่ายสังคมการทำงานแบบเดิมๆ จึงได้มีการเกิดขึ้นมาของสิ่งที่เรียกว่า “โคเวิร์กกิ้งสเปซ” (Co-working space)

ต้องขยายความจากคำว่า co-working ก่อน ซึ่งหมายถึงการทำงานร่วมกันระหว่างหลายๆ บริษัทเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งหากเป็นในยุคก่อนหน้า การที่เหล่าผู้บริหารบริษัทมาประชุมปรึกษาหารือกันก็คงจะนึกถึงห้องประชุมที่ตรงกลางมีโต๊ะรูปวงรี ซึ่งพวกเขามานั่งคุยกันแบบซีเรียสจริงจังเป็นอันดับแรก แต่ว่าการที่บริษัทที่เกิดใหม่กลายเป็นกลุ่มสตาร์ทอัพบ้างซึ่งมีขนาดองค์กรที่เล็ก บางทีก็ไม่มีตัวออฟฟิศเป็นหลักแหล่งด้วยซ้ำ ต้องการพื้นที่ในการทำงานแต่ไม่ต้องการแบกรับค่าใช้จ่ายในการสร้างสถานที่ ซึ่งถือว่าไม่จำเป็นมากนักในยุคนี้ เพราะการที่มีอินเทอร์เน็ตและโน๊ตบุ๊ค ทำให้เราสามารถที่จะทำงานได้ในทุก ๆ ที่ เพียงแค่มีพื้นที่เล็ก ๆ อย่างโต๊ะร้านกาแฟ

ดังนั้นจึงกำเนิดพื้นที่สำหรับทำงานร่วมกันที่เรียกว่าโคเวิร์กกิ้งสเปซ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะให้บริษัทขนาดเล็กมาเช่าทำเป็นออฟฟิศนั่นเอง

ลักษณะสำคัญของโคเวิร์กกิ้งสเปซ คือ จะไม่ได้มีเพียงองค์กรเดียว แต่จะมีหลาย ๆ บริษัทมาเช่าอยู่ด้วยในพื้นที่เดียวกัน หรือกระทั่งเป็นคนที่อยากหาพื้นที่นั่งทำงานที่ไม่ใช่ร้านกาแฟก็สามารถเข้ามาได้ ลองคิดสภาพว่ามันเป็นบริษัทใหญ่ที่มีหลาย ๆ แผนก แต่แค่แต่ละแผนกมีเอกเทศของตัวเอง ซึ่งบางทีพวกเขาก็สามารถที่จะทำงานร่วมกันได้

ปัจจุบันในไทยเรียกได้ว่ามีโคเวิร์กกิ้งสเปซเกิดขึ้นมากมายหลายแห่ง ทั้งเล็กทั้งใหญ่ อยู่นอกเมือง หรืออยู่ติดแนวรถไฟฟ้า และล่าสุดกับการเปิดตัว “เดอะ เกรท รูม” (The Great Room) โคเวิร์กกิ้งสเปซจากสิงคโปร์แห่งแรกในกรุงเทพฯ

“เดอะ เกรท รูม” ผู้นำด้านการพัฒนาออกแบบโคเวิร์กกิ้งสเปซจึงเข้ามาตีตลาดตรงนี้ แม้ว่าจะสร้างโคเวิร์กกิ้งสเปซมาแล้วถึงสามแห่งในประเทศบ้านเกิดอย่างสิงคโปร์ ล่าสุดก็มาเปิดตัวที่กรุงเทพฯซึ่งถือได้ว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทย โดยมีที่ตั้งอยู่ที่ชั้น 25-26 ของตึกเกษรทาวเวอร์

“Jaelle Ang” ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารของ เดอะ เกรท รูม กล่าวระหว่างพาชมว่า ได้แนวคิดการทำโคเวิร์กกิ้งสเปซมาจากบรรยากาศที่ดูผ่อนคลายและหรูหราของโรงแรมระดับ 5 ดาว ทำให้มีความคิดว่าอยากจะสร้างออฟฟิศที่มีบรรยากาศแบบนั้นบ้าง เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ชื่อเดอะ เกรท รูม มาจากคอนเซ็ปต์ที่ว่าในออฟฟิศของเรา ที่นี่จะเป็นห้องที่ยอดเยี่ยมที่สุด เราอยากให้ผู้ที่เข้ามาในที่แห่งนี้รู้สึกเหมือนได้มาเจอเพื่อนๆ ทักทายกัน แล้วคุยงานด้วยอารมณ์ที่ดี เราคงรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ หากต้องคุยงานในสภาวะเครียดๆ ที่นี่ก็จะแบ่งเป็นหลายๆ ห้องให้เข้ามาพูดคุยปรึกษากันได้ในหลายๆ บรรยากาศ ทำให้ทำงานได้แบบไม่น่าเบื่อ”

ยิ่งกว่านั้น โคเวิร์กกิ้งสเปซยังเปิดโอกาสให้เหล่าบริษัทได้พูดคุยปรึกษาหารือเรื่องธุรกิจกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่มีข้อจำกัดด้านการทำงานร่วมกับองค์กรอื่นๆ เปิดทางสำหรับการร่วมมือกันต่อยอดธุรกิจให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

“เราคิดว่าที่นี่จะเปรียบเสมือนเมมเบอร์ชิปคลับอีกด้วย เพราะเป็นสถานที่ที่เราสามารถจะพบปะกับเจ้าของธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่เคยพบมาก่อน สามารถมาหาคอนเนคชั่นที่นี่ได้ นี่คือความยอดเยี่ยมที่สุดของเดอะเกรทรูม เราไม่สามารถดีไซน์การพบปะของผู้คนว่าเขาจะมาเจอกันได้ยังไง คุยกันอย่างไร แต่เราสามารถดีไซน์สถานที่ที่ใช้พบปะกันได้ เหมือนกับว่าเราเซ็ตฉากขึ้นมาให้คนมาพบกัน มาคุยกัน แล้วเราก็สามารถทำงานด้วยกัน หัวเราะไปด้วยกันได้” Jaelle กล่าว

ทั้งนี้ กรุงเทพฯถือเป็นบ้านหลังแรกนอกประเทศของเดอะ เกรท รูม โดยสาเหตุที่มาจัดตั้งเดอะ เกรท รูม นอกประเทศครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เนื่องจาก สำหรับ Jaelle แล้ว กรุงเทพฯเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองที่ผู้คนเป็นมิตรไม่ต่างจากในสิงคโปร์ และคิดว่าคนไทยเป็นคนที่ชอบทำงานในบรรยากาศที่สนุกสนาน เป็นกันเอง ดังนั้นหากสามารถสร้างบรรยากาศแบบนั้นได้ก็จะสามารถดึงดูดคนที่มีความคิดสร้างสรรค์เข้ามาด้วย

สำหรับค่าใช้จ่ายจ่ายในการเข้าใช้งานส่วนโคเวิร์กกิ้งสเปซจะแบ่งออกตามส่วนต่าง ๆ ของออฟฟิศ

– Dedicated offices ราคาเริ่มต้นที่ 15,000 บาท / เดือน

– Hot offices ราคาเริ่มต้นที่ 9,500 บาท/เดือน

– Virtual offices ราคาเริ่มต้นที่ 4,000 บาท/เดือน

– Day Pass ราคาเริ่มต้นที่ 950 บาท/วัน

รวมไปถึงบริการพิเศษอย่างอาหารเช้าในวันจันทร์และบริการชงกาแฟอีกด้วย

หลังจากที่เดอะ เกรท รูม เปิดตัวในไทยไปแล้ว ก็มีแผนที่จะเปิดตัวในประเทศอื่น ๆ ต่อไปอีก โดยจะเปิดที่เมืองซิดนีย์ในประเทศออสเตรเลีย และกรุงโตเกียวในประเทศญี่ปุ่นตามลำดับ

สำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นที่ทำงานสุดหรูหรา หรือกำลังมองหาแหล่งในการพบโอกาสการเจรจาธุรกิจ “เดอะ เกรท รูม” ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว!

บทความก่อนหน้านี้ราศีใดเพื่อนเก่าให้ลาภ ราศีใดจะมีคนริษยาต่อต้าน ตามไปอ่านกัน!
บทความถัดไปขนมจีนน้ำยาปู “แม่อวยพร” ร้านรถเมล์แดงสุดเก๋ ความอร่อยย่านดอนเมือง