ต้องลำบากแค่ไหน ? ถึงมีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท/เดือน

เด็กที่เกิดในปีงบประมาณ 2561 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560- 30 กันยายน 2561 ตจะได้รับเงินรายละ 600 บาท ต่อเดือน ตั้งแต่เดือนที่เกิดจนอายุครบ 3 ปีโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในครอบครัวยากจน

ก่อนจะเดินทางไปยื่นเอกสารขอเงินอุดหนุนจากรัฐ 600 บาท ต่อเดือนเป็นเวลา 3 ปีนั้น โปรดอ่านบรรทัดต่อจากนี้ให้ละเอียด ก่อนจะเสียเวลาเดินทางไปแบบไม่ได้อะไรกลับมา

โดยเงินอุดหนุนนี้ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ได้กันทุกคนเพราะมีเงื่อนไขความยากจน ที่ต้องยากจนและมีความเสี่ยงต่อความยากจน คือ ต้องมีรายได้รวมของครัวเรือนทั้งหมดเฉลี่ยสมาชิกในครัวเรือนอยู่ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคนต่อเดือน หรือไม่เกิด 36,000 บาท ต่อคนต่อปี โดยหารด้วยจำนวนสมาชิกทั้งหมดในครอบครัวซึ่งรวมเด็กแรกเกิดด้วยในความเป็นจริงการสอบถามรายได้อาจไม่ได้ข้อมูลที่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงจำเป็นต้องใช้การประเมิน ความยากจนระดับครัวเรือน ด้วยข้อมูลสถานะของครัวเรือนมาประกอบการพิจารณาด้วย

โดยต้องมีข้อเท็จจริงข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

1) ครอบครัวมีภาระพึ่งพิง ได้แก่ ในครอบครัวมีคนพิการ หรือผู้สูงอายุ หรือเด็กอายุต่ากว่า 15 ปีหรือคนว่างงาน อายุ 15 – 65 ปี หรือเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว
2) สภาพที่อยู่อาศัย สภาพบ้านชารุดทรุดโทรม บ้านทาจากวัสดุพื้นบ้าน เช่น ไม้ไผ่ ใบจาก หรือวัสดุเหลือใช้ หรืออยู่บ้านเช่า
3) ไม่มีรถยนต์ส่วนบุคคล รถปิกอัพ รถบรรทุกเล็ก รถตู้
4) เป็นเกษตรกรที่มีที่ดินทากินไม่เกิน 1 ไร่

อีกข้อสำคัญคือต้องไม่เป็นบุคคลที่มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการจากรัฐตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องแสดงข้อมูลตามแบบรับรองสถานะครัวเรือนเพิ่มเติม

โดยผู้ที่จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐเดือนละ 600 บาท และมีเงินไม่เกืน 3 พันบาทต่อเดือนแล้ว ต้องหาเงิน 500 บาท เพื่อไปเปิดบัญชีธนาคารโอนเงินเข้ามา ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับคนยากจนและเสี่ยงจะยากจนในการนำเงินไปเปิดบัญชีธนาคาร เพราะรายได้ 3 พันบาทต่อเดือนแทบจะไม่เหลือให้นำไปฝากธนาคารด้วยซ้ำ

ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ต้องมีการรับรองความยากจน ในแบบรับรองสถานะของครัวเรือน (แบบ ดร.02) ต้องมีผู้รับรอง 2 คน ดังนี้

ผู้รับรองคนที่ 1

– กรุงเทพมหานคร : ประธานกรรมการชุมชน หรือหัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมประจาสานักงานเขต
– เมืองพัทยา : ประธานชุมชน หรืออาสาสมัครสาธารณสุขเมืองพัทยา
– ต่างจังหวัด เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล : อพม. หรือ อสม.
– บ้านพักเด็กและครอบครัว หรือ สถานสงเคราะห์ของรัฐ : เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว หรือ เจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์

ผู้รับรองคนที่ 2

– กรุงเทพมหานคร : ผู้อำนวยการเขต หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
– เมืองพัทยา : ปลัดเมืองพัทยา หรือรองปลัดเมืองพัทยาที่ได้รับมอบหมาย
– ต่างจังหวัด เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล : ปลัดเทศบาล หรือปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล หรือผู้ที่ปลัดมอบหมายหรือกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน
– บ้านพักเด็กและครอบครัว หรือ สถานสงเคราะห์ของรัฐ : หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว หรือ ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์

เอกสารหลักฐานประกอบการลงทะเบียน
1.แบบลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิฯ (แบบ ดร.01)
http://csg.dcy.go.th/images/download/DR01_61.pdf
2.แบบรับรองสถานะของครัวเรือน (แบบ ดร.02)
http://csg.dcy.go.th/images/download/DR02_61.pdf
3.สำเนาบัตรประชาชนของบิดา มารดาของเด็ก
4.สำเนาทะเบียนบ้านของบิดามารดาของเด็ก
5.สำเนาเอกสารแสดงการฝากครรภ์ หรือสำเนาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก หน้าที่ 1
6.สำเนาสูจิบัตรเด็กแรกเกิด (ยื่นหลังคลอดบุตร) ที่ได้รับการรับรองแล้ว
7.สำเนาหน้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ลงทะเบียนเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดได้ตามสถานที่ ดังต่อไปนี้
•ในกรุงเทพมหานคร ให้ไปลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตต่าง ๆ
•ในต่างจังหวัดให้ไปลงทะเบียนที่สำนักงานเทศบาล หรือที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล
•ในพัทยา ให้ไปลงทะเบียนได้ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
•สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
•กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) โทร. 0-2651-6532
•ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC) โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดประจำเดือนมกราคม 2561 รอบที่ 1 กรมบัญชีกลางได้โอนเงินให้ผู้มีสิทธิแล้ว จำนวน 186,972 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 134,622,400 บาท รอบที่ 2 ในวันที่ 22-23 มกราคม 2561 โดยมีผู้มีสิทธิรับเงินจำนวน 202,457 ราย เป็นเงินประมาณ 164 ล้านบาท สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2561 กรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินในวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2561 และตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 เป็นต้นไป จะจ่ายเงินภายในวันที่ 10 ของทุกเดือนตามเดิม

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวในตอนท้ายว่า เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดเป็นการดำเนินการภายใต้โครงการ National e-Payment ที่ภาครัฐจ่ายเงินสวัสดิการสังคมให้แก่ผู้มีสิทธิแบบตรงตัว ด้วยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิ์หรือผ่าน Promptpay ซึ่งมีความสะดวกและคล่องตัวขึ้น โดยหวังว่าจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของเด็กและบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง

บทความก่อนหน้านี้อนาคตเราอาจได้ใช้”บรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร” ที่มีพลาสติกป้องกันแบคทีเรียปนเปื้อน
บทความถัดไปเปิดแนวคิดการทำงานของ “ภัตตาคารที่ดีที่สุดในโลก”