“กรุงศรีคอนซูมเมอร์” จับมือ “มติชนอคาเดมี” อบรมอาชีพเสริมพนักงาน

เพราะการทำงานไม่ใช่แค่ดูแลลูกค้าให้บริการเป็นอย่างดี แต่ยังรวมไปถึงพนักงานของบริษัทด้วย “กรุงศรี คอนซูมเมอร์” (Krungsri Consumer) หนึ่งในบริษัทในเครือกรุงศรี กรุ๊ป จึงได้จับมือ “มติชนอคาเดมี” จัดโครงการอบรมสร้างอาชีพให้แก่เหล่าพนักงาน ซึ่งการอบรมครั้งนี้มีทั้งอบรมในเรื่องของการทำอาหารหลากหลายเมนู รวมไปจนถึงงายช่างงานฝีมือ ถือเป็นแคมเปญที่กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จัดให้พนักงานโดยเฉพาะ

เกี่ยวกับโครงการดังกล่าว “กัญจมา ศรีอรุณ” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ให้รายละเอียดว่า กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีนโยบายอยู่แล้วว่าจะคืนกำไรให้สังคมอย่างไร เนื่องจากเราเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสินเชื่อและการเงิน ดำเนินธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระค่าสินค้า และสินเชื่อบุคคล จึงได้ริเริ่มโครงการ “ฉลาดคิด ฉลาดใช้” ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เห็นความสำคัญของการวางแผนทางการเงิน และส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับการบริหารการเงิน การมีวินัยทางการเงินที่ดี เพราะระยะหลังแนวโน้มการใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่ค่อนข้างน่าเป็นกังวล และปัญหาหนี้ครัวเรือนในปัจจุบันมีอัตราสูง ซึ่งโครงการดังกล่าวรวมถึงกิจกรรมให้ความรู้การบริหารการเงินส่วนบุคคลผ่านทางสื่อออนไลน์สำหรับบุคคลทั่วไปด้วย โดยผ่านทางเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์และบริษัทในเครือ

กัญจมา ศรีอรุณ

กัญจมา กล่าวว่า กิจกรรมเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว มีธีมว่าออมอย่างไรให้ได้ 20% ถือเป็นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดี สำหรับปีนี้เห็นว่าหากจะพูดเรื่องการออมอีกดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว เพราะมันเก็บยากขึ้น ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจด้วย ดังนั้น ปีนี้เลยเป็นธีม “ใช้เงินเป็นเห็นทางรวย” เนื่องจากมองเห็นว่าคนรุ่นใหม่หรือเฟิร์สจ็อบเบอร์ จะมีปัญหาในการใช้เงิน คนพวกนี้เป็นพวกที่อยากรวยเร็ว อยากมีเงินเก็บเร็วๆ จึงคิดว่าควรให้ความรู้ด้านการเงิน แต่ไม่ได้เป็นเชิงลึก เป็นการให้ความรู้ทางการเงินสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีความรู้ เข้ามาแล้วได้ประโยชน์

“ขณะเดียวกันเราก็เห็นความสำคัญของพนักงานด้วย ซึ่งเป็น 1 ใน 3 กลุ่มที่เราโฟกัสเอาใจใส่ดูแล เรามีข้อมูลรู้ว่าพนักงานแบงค์มีสภาพหรือสถานะเป็นอย่างไร จึงจัดกิจกรรม เป็นการสร้างอาชีพเสริมให้ ไม่ว่าใครตอนนี้ก็ต้องการอาชีพเสริมทั้งนั้น พนักงาน ลูกค้า หรือคนทั่วไป สำหรับพนักงานแบงก์กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้จัดอบรมอาชีพให้โดยร่วมมือกับมติชนอคาเดมี สอนการทำอาหารเมนูต่างๆ ที่เราเลือกมาแล้วว่าจะสามารถทำเป็นอาชีพได้หากเขาต้องการหารายได้เพิ่ม ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่นี้ แต่ยังมีอบรมเกี่ยวกับการขายของออนไลน์ การขายภาพในสต็อก หรือให้ความรู้เรื่องภาษี ให้รู้จักใช้เงินเป็น โดยทำบัญชีรายรับรายจ่าย เป็นต้น”

การจัดกิจกรรมดังกล่าว กัญจมาบอกว่าจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว ซึ่งปีนี้กลุ่มเป้าหมายพนักงานยังเป็นเหมือนเดิม แต่ทำให้จริงจังมากขึ้น ผลที่เกิดขึ้นคือคนสนใจมาก คลาสเรียนเต็มทุกคลาส การมีส่วนร่วมในเว็บไซต์ก็มากขึ้นด้วย เป็นความรู้สึกว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้พนักงานสนใจได้มากกว่าการมาสอนเรื่องออม และตอนนี้มีคนมาสมัครเรียนเพิ่มเรื่อยๆ

“การสร้างอาชีพที่สองในลักษณะนี้ เราให้น้องๆ เขาโหวตว่าอยากมีอาชีพอะไร แล้วโหวตมา 6 อาชีพ จากนั้นมาจัดลำดับให้ว่าจะสอนอะไร คอร์สหรือเมนูไหน ที่ทำโครงการนี้เพราะถ้าเขามีอาชีพที่สร้างรายได้เพิ่ม มันจะช่วยเป็นกำลังใจให้เขา คือทุกคนมีความฝันอยากเก็บเงินให้ได้ ได้เท่าไหร่ได้มากได้น้อยเป็นอีกเรื่อง แต่ถ้าสามารถเก็บเงินได้หรือมีเงินเก็บเขาก็มีกำลังใจ” กัญจมากล่าว และว่า จะทำโครงการนี้ไปเรื่อยๆ รวมทั้งอยากจะสร้างนิสัยให้คนรู้จักทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย มีวิสัยทัศน์มองเห็นอนาคตทางการเงินของตัวเอง ที่สำคัญอยากให้พนักงานมีอาชีพที่ 2 ที่เป็นความมั่นคงอีกทางหนึ่งของคุณ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไม่สามารถทำครั้งเดียวแล้วเห็นผลทันที ต้องดูกันในระยะยาว

“ที่สำคัญคือคลาสเรียนไม่ได้จบแค่นี้ เราต่อยอดว่าพนักงานคนไหนไปเปิดร้านหรือขาย เราจะช่วยโปรโมทให้ด้วย ทำตลาดให้ด้วย เพราะเรามีเว็บและโชเชียลมีเดียที่สามารถช่วยกระจายข่าวออกไปตามช่องทางต่างๆ ซึ่งดิฉันมองว่า มาถึง ณ จุดนี้ ทุกที่ทุกคนควรช่วยกันให้ประเทศเราดีกว่าที่เป็นอยู่ คือให้คนในประทศมีหนี้ครัวเรือนลดน้อยลง ทำให้คนรุ่นใหม่ใช้เงินเป็น ซึ่งกรุงศรี คอนซูมเมอร์เป็นเพียงตัวเฟืองเล็กๆ ของสังคม ที่อยากตอบแทนคนในสังคมคืนบ้าง ไม่ใช่เอาแต่สร้างรายได้โดยไม่สนใจจะทำอะไร ถึงแม้ว่าจะมีที่อื่นก็ทำโครงการแบบนี้ เราไม่สนใจว่าใครจะทำ แต่เราขอทำด้วย และเราไม่คิดว่าโครงการของเราดีที่สุด เพียงแต่เราต้องการเติมเต็มตัวเองให้ได้ เราอยากให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข ไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สิน เงินออม เรายังมีอีกหลายอย่างมากที่อยากทำให้กับพนักงาน อยากให้เขารู้ว่าเราแคร์เขา ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานในที่สุด”

บทความก่อนหน้านี้“กระเพาะปลา” ไขมันแฝงไม่รู้ตัว
บทความถัดไปก้าวสู่ปีที่ 16 ของ “SACICT” มุ่งมั่นเป็นศูนย์กลางศิลปหัตถกรรมไทย ส่งเสริมใช้ในชีวิตประจำวัน