ชาวบ้าน ‘บ่อไร่’ ดวงเฮงร่อนพลอยได้ ‘ทับทิมสยาม’ มูลค่า 3 แสนใหญ่สุดรอบ 10 ปี

นายภานุวัฒน์ พุทธเกสร นายอำเภอบ่อไร่ จ.ตราด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ชาวบ้านคอแล ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราดได้เข้าไปร่อนหาพลอยที่บริเวณคลองคอแลที่เชื่อมกับคลองหนองบอนแล้วได้ “พลอยทับทิมสยาม” หรือ “พลอยแดง” มีขนาดถึง 6 กะรัต และได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านชื่อ นายผาสุข ภูมิภัทร ทราบ ซึ่งทางอำเภอได้เคยแจ้งกับประชาชนและกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่า หากพบพลอยแดงที่มีขนาดใหญ่มาให้แจ้งเพื่อขอชมและนำไปให้สถาบัน GIT(THE GEMOLOGICAL TESTING LABOLATORY)ตรวจสอบถึงความบริสุทธิและรับรองถึงความเป็นพลอยแดง รวมทั้งสัญฐานของพลอย ที่มี ประวัติ น้ำหนัก รวมทั้งความบริสุทธิ์

“อย่าลืมว่าอ.บ่อไร่ในอดีตเป็นแหล่งพลอยและอัญมณีต่างๆจำนวนมาก และมีการขุดพลอยมาในอดีตเพราะมีสายแร่เหล่านี้อยู่ แม้ปัจจุบันจะหมดพื้นที่ขุดพลอยไปแล้ว แต่พลอยยังมีอยู่ และวันนี้ยังพบวิถีชีวิตของชาวบ่อไร่ยังร่อยหาพลอย หรือเมื่อถึงเวลาฝนตกหนักก็ออกมาเดินหาพลอยกันอยู่ ส่วนจะพบหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับโชค ซึ่งคลองต่างๆในอ.บ่อไร่ ทั้งคลองแอ่ง คลองหนองบอน ที่มีสายน้ำออกมาจากเขาปีกกาล้วนแล้วมีพลอยทั้งนั้น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการพบพลอยมาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่มีขนาดใหญ่เหมือนกับครั้งนี้ จึงคิดที่จะทำฐานข้อมูลเรื่องพลอยเป็นการเฉพาะ โดยเฉพาะพลอยที่ยังไม่นำไปเจียรนัย”

นายอำเภอบ่อไร่ ยังกล่าวอีกว่า พลอยแดงเม็ดนี้ ต่อไปจะนำไปเปิดประมูลให้กับผู้สนใจและที่จะนำไปทำเชิงพาณิชย์ซึ่งน่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น จากพลอยดิบที่มีมูลค่า 2-3 แสนบาท แต่เมื่อนำไปเจียรจะต้องเสียนำหนักพลอยไปบ้างจะเหลือประมาณ 4 กะรัตและจะมีมูลค่าเกิน 5 แสนบาท

ทางด้านนายเดชพยัคฆ ลินทมิตร กำนันต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด เปิดเผยว่า พลอยแดงที่พบนั้น นับเป็นพลอยแดงที่มีขนาดใหญ่กว่าทุกครั้งในรอบ 10 ปี ซึ่งอ.บ่อไร่ที่เคยเป็นแหล่งเมืองพลอยใหญ่ของประเทศวันนี้ก็มีพื้นที่พลอยอยู่มากแต่ทางราชการไม่ให้เข้าไปขุด เนื่องจากเป็นพื้นที่ด้านความมั่นคงและอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว แต่พลอยที่อยู่ตามแหล่งเดิมปัจจุบันเหลือน้อยแล้วที่พบมักจะมีการร่อนหาพลอยที่คลองต่างๆ ซึ่งพลอยจะปนอยู่กับหินหรือทราย และไหลลงมากับน้ำชาวบ้านไปร่อนก็จะคัดออกมา ทั้งนี้ คลองหนองบอนที่เคยเป็นเหมืองเก่าจึงพบพลอยบ่อยครั้ง
——–
ที่มา มติชนออนไลน์
บทความก่อนหน้านี้หนุ่มซื้อทุเรียน “กรอบนอกนุ่มใน” แกะมาเจอเนื้อแข็ง ทุบโต๊ะยังไม่เละ
บทความถัดไปเถ้าแก่รุ่นใหม่ใช่เราหรือเปล่า…มีคนช่วยคิด ชีวิตดีขึ้น