คุยกับ “ศรีชนก วัฒนศิริ” กับเส้นทาง 36 ปีเค้กเจนัวรสละมุนคู่คนไทย “มาดาม มาร์โก้”

หากพูดถึงแบรนด์ขนมเค้กที่ยังอยู่ยั้งยืนยงและถูกปากคนไทยอยู่เสมอ หนึ่งในชื่อที่หลายคนคิดถึงก็คือ “มาดาม มาร์โก้” (Madame Marco) ด้วยความโดดเด่นของเค้กกาแฟผสมโกโก้ เคลือบด้วยอัลมอนด์กรอบหอมอย่าง “เค้กเจนัว” และบริการเดลิเวรี่เค้กเจ้าแรก จึงทำให้มาดาม มาร์โก้ เป็นเค้กหนึ่งในใจของชาวไทยมา 36 ปีแล้ว แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ คงจะไม่พูดถึงเธอคนนี้ไม่ได้เลย “ศรีชนก วัฒนศิริ” ผู้ร่วมปลุกปั้นเค้กมาดาม มาร์โก้ ให้กลายเป็นดาวที่เจิดจรัสอีกดวงของบริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (หมาชน) ผู้ผลิตขนมปังหอมกรุ่นทุกเช้า “ฟาร์มเฮ้าส์” นั่นเอง

สูตรอร่อยจากฝรั่งเศสแท้

“ศรีชนก” เล่าให้ฟังสั้นๆ ถึงเค้กเจนัวว่าเป็นเค้กที่กำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 ที่เมืองเจนัว เมืองท่าสำคัญเมืองหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส เพราะใช้ติดต่อค้าขายระหว่างยุโรปและตะวันออกกลาง การเป็นเมืองท่าทำให้มีการค้าขายมาก ทำมาค้าขึ้น จนคนเจนัวก็ร่ำรวย เมื่อคนมีเงิน ศิลปวัฒนธรรมก็ถูกพัฒนา รวมไปถึงด้านอาหารและเบเกอรี่ ซึ่งรวมถึงเค้กชนิดนี้ด้วย

แล้ว “ศรีชนก” ได้สูตรเค้กเจนัวมาจากไหน อย่างไร? คงต้องเล่าย้อนไปถึงในช่วงที่เธอไปเรียนหนังสือที่ต่างประเทศ หลังจบระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เธอก็ไปศึกษาต่อที่บอสตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการรับสมัครนักเรียนแลกเปลี่ยนไปฝรั่งเศส ด้วยความที่มีพื้นฐานภาษาฝรั่งเศสมาบ้างแล้ว ทำให้เธอสอบได้และไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ปารีส

“ตอนนั้นเราโฮมซิก (homesick) มาก ไม่รู้จะทำอะไรดีในแต่ละวัน รู้สึกว้าเหว่ ครอบครัวที่เราอยู่ด้วยเขาว่าปารีสมีอะไรดีเราก็ลองหมด ให้ไปเดินคลองฌ็องเซลิเซ่เราก็ลอง อาบน้ำได้ 2 วัน คือ วันพุธและวันอาทิตย์เราก็ทำแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้จะทำอะไร จนเมื่อใกล้จบปี คนที่ดูแลเราระหว่างโปรแกรมนี้ก็เห็นว่าเราเหี่ยวเฉามาก จึงพาเราไปดูโอเปร่า จึงทำให้รู้จักกับมาดาม มาร์โก้ หรือชื่อเต็มๆ คือ มาดามคอนเชตต้า ดิ มาร์โก้ ซึ่งเธอเป็นเอเจนต์ขายตั๋ว หลังจากนั้นก็ได้พูดคุยกัน มาดามก็เชิญเราไปที่บ้าน ไปกินน้ำชา หาอะไรทำกัน เพราะโอเปร่านั้นนานๆ มีครั้ง เลยได้ใช้เวลานั้นหัดทำขนมด้วย”

ก่อนหน้านั้นตอนอยู่เมืองไทย ศรีชนกเองก็เคยหัดทำเบเกอรี่มาบ้าง แต่ไม่ได้จริงจังมากนัก ระหว่างที่ลองทำเบเกอรี่ฝรั่งเศสอยู่กับมาดามมาร์โก้ เธอก็ได้ลองทำขนมหลายชนิด แต่หนึ่งในขนมที่ติดอกติดใจมากที่สุดเห็นจะเป็น “เค้กเจนัว”

รสชาติสวรรค์ที่อยากให้หลายคนได้ชิม

จากความชื่นชอบในรสชาติของเจนัวที่กินครั้งแรกก็ติดใจจนอยากกินอีก ประกอบกับตลาดเบเกอรี่ในไทยเองก็ยังไม่มีขนมฝรั่งเศส และเค้กเจนัวก็น่าจะถูกปากคนไทยได้มายาก ทำให้เธอนำเสนอเมนูนี้แก่บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ ซึ่งตอนนั้นเธอเป็นผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศของบริษัท

“สมัยนั้นร้านเบเกอรี่ในไทยยังไม่มีขนมฝรั่งเศสขาย จะมีแต่ที่ใช้มาการีน หรือออกจีนนิดๆ ซึ่งเป็นพวกขนมปังนิ่ม ส่วนคนไทยเองก็ยังไม่ชอบกินขนมปังฝรั่งเศส เพราะบ่นว่าแข็งราวกับปาหัวหมาแตก ซึ่งจริงๆ แล้วแข็งข้างนอก นุ่มข้างใน แต่คนไทยชอบกินอะไรนุ่มๆ ดิฉันเห็นว่ายังไม่มีใครทำเลย ถ้าเราทำออกมาน่าจะดี

และด้วยความที่ตัวเค้กเจนัวนั้นอร่อยด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว เวลาเคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงตัวเค้ก 3 เลเยอร์เนื้อนุ่ม หอมกาแฟและกลิ่นโกโก้ ล้อมรอบด้วยครีมเนียนละมุน และเมล็ดอัลมอนด์ที่คั่วกรอบหอม เมื่อเคี้ยว 3 อย่างพร้อมกัน ต้องบอกว่าสวรรค์เลยทีเดียว

และคงน่าเสียดายมากหากตำราของดิฉันที่ได้มาจากฝรั่งเศสจะถูกเก็บอยู่ในตู้ เลยมาเสนอให้บริษัทดู โชคดีที่ว่าไม่มีใครคัดค้าน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสนับสนุนทุกคน เพียงแต่ตั้งคำถามว่าจะไปรอดหรือเปล่า”

ด้วยความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างศรีชนกและมาดามมาร์โก้ เธอจึงเลือกใช้ชื่อแบรนด์ว่า “มาดาม มาร์โก้” เพื่อเป็นการระลึกถึงมาดามมาร์โก้ด้วย ซึ่งมาดามเองก็เคยมาทานเค้กของที่นี่ตอนที่มาเมืองไทย โดยปัจจุบันมาดามาร์โก้ตัวจริงอายุ 93 ปี

งานเปิดตัวเค้กที่มีนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธาน

หากพูดถึงเค้กมาดาม มาร์โก้ แล้ว สิ่งที่จะไม่พูดไม่ได้เลยคืองานแถลงข่าวเปิดตัวครั้งแรกในปี 2526 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มาเป็นประธาน นอกจากนี้ยังมีเซเลบริตี้ในสมัยก่อนตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง และด้วยความที่เป็นข่าว ทำให้เป็นที่สนใจของคนทั่วไป ประกอบกับรสชาติที่อร่อยจนเกินห้ามใจ และบริการจัดส่งแบบเดลิเวอรี่ ทำให้ทิศทางการตลาดของมาดาม มาร์โก้ นั้นไม่ได้ทำโฆษณามากนัก แต่อาศัยการบอกปากต่อปาก

“ตอนที่เราวางขายในปีแรกนั้นคนตื่นเต้นมาก เพราะว่าจะสั่งเค้กแค่นี้จะมาส่งถึงบ้านเลยเหรอ ซึ่งต้องบอกว่าถ้าไม่ใช่บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ การขนส่งก็อาจจะลำบากหน่อย ต้องยอมรับว่าบังเอิญที่รากฐานของบริษัทแม่ทำได้ ทำให้เราเป็นเค้กเดลิเวอรี่เจ้าแรกของประเทศ”

เอกลักษณ์ที่แข็งแกร่ง คงมาตรฐานยาวนาน

บนเส้นทาง 36 ปีของมาดามมาร์โก้ ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรคขวากหนามใดๆ แต่เรียกได้ว่าความยากลำบากนั้นมีตั้งแต่เริ่มต้น เพราะในยุคนั้นคนที่รู้เรื่องเค้กดีๆ แทบจะไม่มีเลย สูตรที่เรียนกันในสมัยนั้นก็ยังไม่ใช่ รวมถึงเค้กเจนัวสูตรมาดาม มาร์โก้ ก็เป็นสูตรพิเศษ ไม่ใช้ผงฟูหรือสารขึ้นฟูใดๆ แต่จะต้องทำให้เนื้อเค้กขึ้นฟูด้วยตัวของมันเอง จึงเป็นความยากที่จะต้องไปฝึกฝ่ายผลิต แต่สำหรับ “ศรีชนก” นั้น ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ การผลิตเค้กมาดามาร์โก้จึงอาศัยการเทรนพนักงานอย่างดี เข้มงวดในการควบคุม เพื่อให้มั่นใจว่าจะสร้างเค้กคุณภาพเยี่ยมถึงมือผู้บริโภค

ปัจจุบันเค้กมาดามาร์โก้มีหน้าร้านทั้งหมด 22 สาขา กระจายอยู่ตามศูนย์การค้าต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ มีหลากหลายรสชาติ หลายขนาด แต่ซิกเนเจอร์หลักก็ยังเป็นเค้กเจนัวรสกลมกล่อม ที่ถือเป็นลูกสาวคนแรกของ “ศรีชนก” และทุกวันนี้ถึงแม้เธอจะเกษียณออกมาแล้ว แต่ก็ยังชิมเค้กเจนัวอยู่ทุกเดือน

จัดใหญ่ครบรอบ 36 ปีพร้อมเซอร์ไพรส์เพียบ

และในโอกาสพิเศษครบรอบ 36 ปีแบบนี้ มาดาม มาร์โก้จึงเตรียมจัดงานอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 36 ปี ในวันที่ 23 ตุลาคม 2561 ซึ่งจะเนรมิตลานพารากอน ฮอลล์ ให้กลายเป็นลานแฟชั่นโชว์ภายใต้ธีมหรูหราสไตล์ฝรั่งเศส พร้อมชมแฟชั่นโชว์เค้ก 9 แบบ เพื่องานเฉลิมฉลองตามเทศกาลต่างๆ

“คนไทยเราอาจนึกถึงเค้กแค่ตอนปีใหม่ แต่จริงๆ แล้วเค้กใช้ได้หลายโอกาส ทั้งปาร์ตี้ รียูเนี่ยน หรืองานครบรอบ เค้กยังเป็นเครื่องเตือนให้เรารู้ว่างานนี้ที่เรามาตัดเค้กกันเป็นงานอะไร เพราะบางครั้งเราถ่ายรูป ผ่านไปนานๆ กลับมาดูก็ไม่รู้ว่าเป็นงานอะไร แต่เมื่อมีเค้ก ผ่านไปกี่ปีๆ ก็ยังทำให้จำได้ว่าเป็นงานอะไร”

“ศรีชนก” ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงงานครบรอบครั้งนี้ด้วยว่า “36 ปีที่ผ่านมา มาดาม มาร์โก้ เกิดมาเติบโตสวยแบบที่รากฐานจะหยั่งลึกไปในความมั่นคง ที่ถึงแม้เวลาจะผ่านไป แต่เค้กของเราก็ยังคงรูปลักษณ์เหมือนเดิม ไม่เสื่อมสลาย ซึ่งแปลว่านั่นต้องมีอะไรดี และงานนี้ก็จะเป็นงานที่ทุกคนจะได้เห็นจุดเด่นของมาดาม มาร์โก้ ที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง”

บทความก่อนหน้านี้เปิดสูตร: “ต้มจืดตำลึง” เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี
บทความถัดไปแวะชิม ‘เมนูไทย-อีสาน’ เชฟเจ้าของมิชลิน 1 ดาว