10 สิ่งที่คิดว่าทำแล้วไม่ดีต่อสุขภาพ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่!

หลายคนอาจรู้สึกผิดหากได้ทำพฤติกรรมบางอย่างที่อาจเป็นแค่สิ่งเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เพราะคิดว่าสิ่งนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่ดีต่อสุขภาพทั้งหมด เพราะบางอย่างเป็นแค่ความเชื่อ แถมบางอันยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

1.กินไข่

เมื่อไม่นานมานี้มีความเชื่อว่าการกินไข่นั้นไม่ดีต่อหัวใจ เพราะมีคอเลสเตอรอล แต่จากงานวิจัยของจีนที่เผยแพร่ในวาสาร Heart ระบุว่า การกินไข่ทุกวัน (ทั้งไข่แดงและไข่ขาว) อาจช่วยลดโอกาสการพัฒนาโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยนักวิจัยพบว่า ผู้ทดลองมีความเสี่ยงเป็นภาวะขาดเลือดในสมองลดลง 26%, มีการเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมองลดลง 28%

ทั้งนี้ ไข่นั้นนอกจากจะประกอบด้วยโปรตีนแล้วยังมีวิตามิน, ฟอสโฟลิพิด และแคโรทีนอยด์ ซึ่งดีต่อทุกคน

2.ดื่มเบียร์หลังเลิกงาน

คุณอาจเคยได้ยินมาว่าการดื่มไวน์นั้นดีกว่า แต่เบียร์ก็มีข้อดีเหมือนกัน โดยมีหลักฐานมากมายที่บ่งชี้ว่าการดื่มเบียร์ในปริมาณปานกลางนั้นจะช่วยเรื่องปัญหาสุขภาพ โดยงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเบียร์ช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคเบาหวาน ประเภทที่ 2, นิ่วในไต เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากจะได้ประโยชน์จริงๆ ปริมาณเฉลี่ยที่ควรดื่มคือ วันละ 1 กระป๋องเท่านั้น หากมากกว่านี้ก็จะไม่ดีต่อสุขภาพได้

3.ไม่อาบน้ำทุกวัน

หลายคนว่าการอาบน้ำเป็นประจำทุกวันจะช่วยขจัดแบคทีเรียออกจากร่างกาย แต่นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์พันธุศาสตร์ มหาวิทบาลัยยูทาห์ แสดงให้เห็นว่าการอาบน้ำมากเกินไปจะทำลายจุลินทรีย์ของร่างกาย เช่น แบคทีเรีย ไวรัส และจุลชีพอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในร่างกายของเรา ซึ่งสิ่งมีชีวิตเล็กๆ บางอย่างนั้นสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย, ระบบทางเดินอาหาร และการทำงานของหัวใจ การอาบน้ำทุกวันยังทำลายเซลล์ผิวและดึงความชื้นออกจากผิวได้อีกด้วย

4.รู้สึกเครียด

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียชี้ให้เห็นว่า การเครียดในระดับปานกลางในช่วงเวลาที่จำกัด จะสร้างแรงจูงใจและสามารถผลักดันเราให้มีความตื่นตัว และทำงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่การศึกษาอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าผลกระทบของความเครียดจะลดลงตามมุมมองของแต่ละคน ยกตัวอย่าง ถ้าคิดว่าเรื่องเครียดๆ นั้นจะเป็นสิ่งที่ท้าทายแทนที่จะเป็นภัยคุกคาม ผลของการคิดแบบนี้ก็จะทำให้ใช้ความเครียดอย่างสร้างสรรค์ มากกว่ามองว่าเป็นภัยคุกคาม

5.ไม่ออกกำลังกายทุกวัน

บางคนอาจรู้สึกแย่ที่ไม่ได้ออกกำลังกายสัก 1 หรือ 2 วัน แต่จริงๆ แล้วไม่ต้องเครียดขนาดนั้น เพราะหากคุณออกกำลังกายต่อเนื่องทุกวัน ไม่มีวันพัก กล้ามเนื้อของคุณก็จะไม่มีเวลาซ่อมแซมตัวเอง และอาจทำให้คุณได้รับบาดเจ็บได้ โดยจากงานวิจัยพบว่า หากออกกำลังกายมากกว่าวันละ 7.30 ชั่วโมง/สัปดาห์ 86% มีแนวโน้มที่จะพัฒนาการเกิดคราบหินปูนบนหลอดเลือดแดงของหัวใจ, เกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ในหลอดเลือดแดง และมีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนที่ออกกำลังกายปกติถึง 2 เท่า

6.พูดคำหยาบ

นักวิทยาศาสตร์เคยคิดว่าการพูดคำหยาบคายอาจทำให้รู้สึกหดหหู่และเจ็บปวด แต่ความจริงแล้วตรงข้ามกันเลย โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยคีลีในประเทศอังกฤษ แสดงให้เห็นว่า การได้รับคำสบทอย่างพอดีจะทำให้ทนทานความเจ็บปวดได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้คำสบถ คำด่า หรือคำหยาบคาย จะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถพูดได้กลางวงที่ประชุม หรือขณะกำลังกินข้าวเลี้ยงฉลองกับครอบครัวอยู่

7.กินชีส

ถึงแม้ว่าชีสนั้นจะมีทั้งไขมัน, คอเลสเตอรอล และโซเดียม แต่งานวิจัยหลายชิ้นก็แสดงให้เห็นว่าชีสก็มีส่วนที่เป็นประโยชน์ด้วยเช่นกัน คือ ประกอบไปด้วยโปรตีน, แคลเซียม และวิตามินบี 12 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลดลงของความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหัวใจวายเฉียบพลัน ไม่เพิ่มความดันโลหิต และยังดีต่อระบบทางเดินอาหารอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคุณจะกินชีสได้ครั้งละมากๆ เพราะอาจส่งผลให้น้ำหนักขึ้นได้นั่นเอง

8.กินขนม

ไม่ต้องรุ้สึกแย่หากคุณจะกินขนมเล็กๆ น้อยๆ เมื่อรุ้สึกหิวระหว่างมื้อ เพราะวิธีกินที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป โดยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เองก็ยังมีข้อถกเถียงถึงข้อดีและข้อเสีย และผลกระทบต่อระบบเมทาบอลิซึม, น้ำหนัก และน้ำตาลในเลือด แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การกินอะไรลงไปบ้างเมื่อรู้สึกหิวก็ยังดีกว่าการไปอดทนรอกินมื้อใหญ่แล้วกินมากเกินไป แต่ก็ต้องพึงระวังด้วยว่าขนมที่กินจะต้องไม่มีน้ำตาลและเกลือมากเกินไป การกินของว่างจะไม่ดีต่อสุขภาพก็ต่อเมื่อคุณกินของที่มันไม่ดีต่อสุขภาพ

9.เม้าท์มอย

เชื่อหรือไม่ว่าการเม้าท์มอยนั้นช่วยลดความเครียด และเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนออกซิโทซินในเพศหญิงได้ โดย Psychology today อธิบายไว้ว่า การเม้าท์มอยยังช่วยให้รู้ว่าตอนนี้กำลังมีสถานการณ์อะไรบ้าง เรียกได้ว่ารู้เท่าทันเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม ต้องมั่นใจว่าไม่ซุบซิบนินทามากเกินไปจนไม่ทำอะไรเลยทั้งวัน และต้องไม่รับความคิดเห็นเชิงลบจนทำให้คุณรู้สึกเศร้าหรือเครียด

10.เคี้ยวหมากฝรั่ง

หมากฝรั่งนั้นเป็นอาหารที่มีน้ำตาล และการกินน้ำตาลจะไม่ดีต่อสุขภาพเอาเสียเลย เพราะช่วยเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ มากขึ้น แต่หากคุณลองกินหมากฝรั่งที่ไร้น้ำตาลแทนก็จะดี เพราะงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ระบุว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยให้คุณมีสมาธิต่อสิ่งที่กำลังทำอยู่ งานวิจัยจากที่อื่นๆ ยังแสดงให้เห็นอีกว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยให้เตรียมพร้อม และสามารถจัดการความเครียดได้ และยังช่วยลดระดับฮอร์โมนแห่งความเครียดอย่างคอร์ติซอลได้ด้วย

บทความก่อนหน้านี้ชวนมาเที่ยวเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา 2561
บทความถัดไปสยามเจมส์ฯเปิดตัวโครงการ “สืบสานงานเงิน” สืบสานศิลปะเครื่องเงินไทย ขยายโอกาสพัฒนาสู่สายตาโลก