จากขนมจานโปรดในวัยเด็ก ของ ‘เภสัชกร’ และ ‘ช่างภาพ’ สู่เส้นทาง ‘นักทำขนม’ มืออาชีพ

เรื่องโดย ภูวเดช ฉัตรทิวาพร / นสพ.มติชน


 

เชื่อว่าทุกคนต่างก็มี “ขนมหวาน” หรือ “อาหารจานโปรด” ที่เมื่อได้กินแล้วจะรู้สึกมีความสุข แถมยังกินได้แบบไม่รู้สึกเบื่อ

ในขณะที่ใครบางคนอาจมีความรู้สึกต่อของกินเหล่านั้นลุ่มลึกยิ่งกว่า อย่าง อาร์ม วรภัทร ศรีขจรเดช เภสัชกรอายุ 26 ปี และ เดี่ยว คณพศ ธัญธนเจษฎาภา ช่างภาพอายุ 35 ปี สองคู่หู ทีมดูโอ้ (Duo) ที่นำขนมหวานสุดโปรดใวัยเด็กมาปรุงแต่งให้มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

แต่รสชาติในเเต่ละคำยังคงเต็มไปด้วยความสุขในอดีต เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กอบอวลอยู่ในอณูส่วนผสม

จุดนี้เองเป็นแก่นสารที่แฝงอยู่ในการทำขนม ของ 2 เชฟหนุ่ม ที่เขาต้องการจะสื่อไปยังผู้ที่ทาน ผ่านการแข่งขันทำอาหารคาวหวานที่ใช้วัตถุดิบหลักจากขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ใน รายการ Farmhouse Cooking Contest “เมนูดี ชีวิตปัง” จัดขึ้นโดยศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน

(มติชนอคาเดมี) ร่วมกับบริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ ในรอบชิงชนะเลิศ 10 ทีมสุดท้าย ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ผลปรากฏว่าพวกเขา สามารถส่งต่อเรื่องราวเเละสื่อความรู้สึกไปถึงคณะกรรมการ จนสามารถคว้าแชมป์รางวัลที่ 1 จากรายการแข่งขันครั้งนี้อีกด้วย

ขนมทำให้รู้สึกย้อนกลับไปวัยเด็กได้

“ผมรู้สึกสนุกและมีความสุขกับการที่ได้ทำอาหาร ถ้าเราทำจากความรู้สึก คนที่กินก็น่าจะได้รับรู้ถึงอารมณ์ที่เราใส่ลงไปอีกด้วย นี่คือคอนเซ็ปต์ของเราที่ต้องการให้ผู้กินได้ย้อนความรู้สึกกลับไปเป็นเด็ก อีกครั้ง”

ข้างต้นเป็นความรู้สึกของ วรภัทร เภสัชกรหนุ่มผู้เข้าแข่งขันรายการประกวดเมนูอาหารของฟาร์มเฮ้าส์ ที่เล่าถึงความสุขในระหว่างการทำอาหารและได้อธิบายถึงส่วนประกอบแต่ละอย่าง ของ ออนเดอะโรลล์ ซึ่งเป็นขนมหวานที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้

วรภัทรบอกว่า เมนูจานนี้ประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ แอปเปิลดูโอ้ ซึ่งใช้แอปเปิลเขียวเป็นวัตถุดิบหลักบดผสมกับเกล็ดขนมปัง มีลักษณะเหมือนขนมสอดไส้ผลไม้อย่างลูกเกดและแครนเบอรี่ ต่อมาคือโทสต์ดูโอ้ที่เป็นขนมปังปิ้งทานคู่กับเกล็ดขนมปังดูโอ้ที่ใช้ตกแต่ง จาน สุดท้ายคือครีมมี่ดูโอ้ซึ่งเป็นขนมสอดไส้ครีมจากไข่ไก่ตีคู่กับน้ำตาลเพื่อ ทดแทนนมข้นหวาน ซึ่งรายการทั้งหมดนี้ถูกออกแบบให้ขนมทุกชิ้นมีรสชาติที่มีความเข้ากัน

“ส่วนสำคัญของการทำอาหารอยู่ที่การวางแผนและเตรียมตัวว่าจะทำยังไงให้ออกมามี รสชาติดี ลงตัว เเละน่ารับประทาน ต้องหาข้อมูลลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ซึ่งเราเตรียมตัวกันตั้งแต่รอบคัดเลือกตลอด 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาโดยไม่ได้พัก โดยได้แรงบันดาลใจจากขนมที่ชอบกินในวัยเด็ก เป็นของหวานที่พี่ชายได้ทำให้ลิ้มลองทุกครั้งที่มีโอกาสก็จะอ้อนพี่ให้ทำขนม จานนี้ให้กินเเละยังคงติดใจในรสชาติมาจนถึงทุกวันนี้”

“เเต่ ในการเเข่งขันจะมีการดัดแปลงเล็กน้อย โดยสอบถามสูตรจากพี่ชาย แล้วดูว่ามีส่วนประกอบอะไรที่น่าใส่เพิ่มเข้าไปอีกที่ทำให้รสชาติลงตัวเเละ มีความเข้ากันได้กับขนมปังฟาร์มเฮ้าส์มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้พัฒนาสูตรเพิ่มเติม ภายใต้คอนเซ็ปต์ของขนมชิ้นนี้จึงเป็นการนำความสุขในวัยเด็กมาแบ่งปันให้กับ ทุกคนได้ลิ้มลองไปโดยปริยาย” วรภัทรอธิบาย

เเละว่า ต่อจากนี้ก็วางแผนไว้ว่าอนาคตอาจทำอาชีพเกี่ยวกับอาหารโดยตรง

ปรับสูตร เพื่อต่อยอดทางธุรกิจ

สำหรับคู่หูทีมดูโอ้ นอกจาก “วรภัทร” เเล้วยังมี “คณพศ” หนุ่มช่างภาพที่ชื่นชอบการทำอาหารเช่นกัน ซึ่งทั้งสองคนได้รู้จักกันผ่านเพื่อนเเละด้วยความที่อยู่ในวงการทำอาหาร เหมือนกัน จึงร่วมทีม สร้างสรรค์เมนู “ออนเดอะโรลล์” เพื่อร่วมเเข่งขันทำอาหารในครั้งนี้

คณพศอธิบาย หลังผ่านเข้ารอบคัดเลือกได้มีการพัฒนาเมนู “ออนเดอะโรลล์” เพิ่มเติม โดยมีการเพิ่มครีมมี่ดูโอ้เข้าไป เเละด้วยแนวคิดของเมนูนี้ ที่อยากให้นึกถึงการกินขนมปังในวัยเด็กที่ราดด้วยนมข้นและโรยด้วยผงไมโล จึงปรับเป็นขนมปังที่โรยด้วยผงไมโลสอดไส้ครีม

ในส่วนของการต่อยอด เพื่อประกอบธุรกิจนั้น คู่หูดูโอ้ บอกว่าธุรกิจด้านการประกอบอาหารในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าผู้คนต่างให้ความสำคัญกับการกินเพิ่มมากขึ้น

“นอกจาก จะต้องมีรสชาติที่อร่อยถูกสุขอนามัยแล้ว ยังต้องมาควบคู่กับการจัดหน้าจานให้น่าทาน จึงจะตอบโจทย์ผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่จะหยิบจับขึ้นมาถ่ายรูปแล้วโพสต์ส่งกันต่อ ในโซเชียลมีเดียที่จะเป็นการกระตุ้นยอดขายให้กับผู้ประกอบการรายย่อยได้อีก ด้วย อีกทั้งเมนูนี้ได้คิดส่วนประกอบออกมาให้ง่ายต่อการทำ และที่สำคัญ คือ มีรสชาติที่ดีและต้นทุนไม่สูง”

ขนมปังเป็นอะไรได้มากกว่าความนุ่มฟู

สำหรับการแข่งขัน พิจารณาจากรสชาติ ความสวยงาม และคุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงความสามารถที่จะต่อยอดทางอาชีพได้

โดย การประเมินของคณะกรรมการ 6 คน คือ พล ตัณฑเสถียร เชฟที่ปรึกษาสูตรอาหารกิตติมศักดิ์ชื่อดัง, เชฟจารึก ศรีอรุณ จากมติชนอคาเดมี, สุรศักดิ์ คงสวัสดิ์ หรือ เชฟน้อย เชฟอาหารไทยต้นตำรับชาววัง, ผศ.อาภัสรา กวีวังโส อาจารย์ประจำสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ อาจารย์สอนทำแซนด์วิชจากเพจ แซนด์วิชแมรี่ เเละ ผศ.ศรีสมร คงพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนการเรือนยิ่งเจริญ

ซึ่งผลการแข่งขัน ผู้ชนะเลิศอันดับ 1 คือทีม Duo กับเมนู “on the roll” รองผู้ชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ทีม สวนดุสิต กับเมนู “ฟาร์มเฮ้าส์คัพ ผักโขมซีฟู้ดคัสตาร์ดต้มยำ” รองผู้ชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ทีม S&N HOME BAKING กับเมนู “Bread Chesses Cake with Caramel Toast” และรางวัลชมเชย 3 รางวัล ได้แก่ทีม TWIN กับเมนู “Morning Obento กิ๋นข้าวบ๋อ”, ทีม DREAM TEAM เมนู “เมล่อนปังล้าน” และทีมครัว-บาง-กอก-ใหญ่ เมนู “ปังปั๊บมันม่วง”

เชฟน้อย สุรศักดิ์ คงสวัสดิ์ ให้ความเห็นว่า แม้การเเข่งขันครั้งนี้จะมีมุมมองที่ไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องการใช้วัตถุดิบจาก ขนมปังโดยตรง ที่ต้องคงลักษณะให้มีความเหนียวความนุ่มฟู เเต่เน้นเรื่องการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์

“จากรอบคัดเลือกมาถึงวันนี้ การทำอาหารของผู้เข้าแข่งขันเปลี่ยนไปเยอะมาก ขนมปังถูกแปลงโฉมได้ว้าวมาก ซึ่งผู้เข้าเเข่งขันส่วนใหญ่เป็นมือใหม่ จึงต้องชื่นชมในความคิดของเขาที่เอาขนมปังที่กินทุกวันมาคิดต่อยอดทำให้น่า กินมากขึ้น เเล้วอนาคตยังสามารถสร้างเป็นธุรกิจได้” เชฟน้อยกล่าวชื่นชม

นับเป็นการเเข่งขันทำอาหารคาวหวาน ที่ใช้วัตถุดิบหลักเป็น “ขนมปัง” ออกมาได้อย่างสร้างสรรค์อีกเวทีหนึ่ง

ยัง เป็นความสำเร็จก้าวแรกของสองหนุ่มต่างอาชีพบนเส้นทางคนทำขนมที่เริ่มต้นจาก “รสนิยมส่วนตัว” ก่อนที่จะกลายมาเป็น “รสนิยมส่วนรวม” ในวันข้างหน้า

 

บทความก่อนหน้านี้เปิดสูตร “แกงส้มดอกแค” แบบฉบับผสมผสานน้ำพริกแกงส้มภาคกลางกับภาคใต้
บทความถัดไปร้านในตำนาน “โจ๊กปริ๊นซ์”บางรัก ขึ้นทำเนียบร้านอาหารท้องถิ่นยอดนิยม