“สมเด็จพระนารายณ์” ชอบศาสนาคริสต์ แต่เปลี่ยนไม่ได้เพราะจะกระทบต่อสังคม

ถึงแม้ละครบุพเพสันนิวาสจะลาจอไปแล้ว แต่เรื่องราวประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะในยุคสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยังเป็นสิ่งที่ชวนให้ค้นหาและศึกษาติดตามต่อ

หนึ่งในนั้นคือเรื่องราวการเข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์มหาราชของราชทูตจากฝรั่งเศส ที่ถามพระนารายณ์เกี่ยวกับการให้พระองค์เปลี่ยนศาสนา ซึ่ง รศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี นักวิชาการ เล่าให้ “มติชนอคาเดมี” ฟังถึงคำตอบของสมเด็จพระนารายณ์ว่า ตอนที่เชอร์วาลิเย เดอ โชมองต์ เข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ภารกิจของทูตคณะนี้คือการให้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเข้ารีต เปลี่ยนศาสนาไปนับถือคริสต์ศาสนาให้ได้ ส่วนภารกิจที่สองคือการเจรจาความด้านการค้า เพื่อที่จะขอสิทธิพิเศษบางประการจากราชสำนักอยุธยา

“โดยภารกิจแรกที่ต้องการพยายามทำให้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเข้ารีต ราชทูตเองก็พยายามชักจูงสมเด็จพระนารายณ์ให้เห็นว่า การนับถือพระพุทธศาสนาที่มีพระผู้เป็นเจ้าถือว่าเป็นความยิ่งใหญ่ เป็นเสมือนว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก็ได้ทรงเป็นผู้อปถัมภ์ศาสนาคริสต์อยู่แล้ว ถ้าสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ด้วย ก็จะแสดงความยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนารายณ์ด้วย ซึ่งเราจะเห็นความฉลาดและพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนารายณ์ในการตอบแบบประนีประนอม คือไม่ได้ตอบว่าตัวเองจะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ แต่ในขณะเดียวกันจะทรงใช้คำว่า มีความเป็นไปได้ที่จะทรงเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ หากว่าพระผู้เป็นเจ้าดลบันดาลให้ทรงเปลี่ยนพระทัย แต่อย่างไรก็ดี ก็จะพระราชทานสิทธิแก่บาทหลวงในการเผยแผ่ศาสนาอยู่แล้ว”

รศ.ดร.ปรีดี กล่าวว่า เพราะฉะนั้นการที่พระองค์บอกว่าจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อพระผู้เป็นเจ้าดลพระทัยให้เปลี่ยน ก็เป็นการตอบแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของท่านว่าท่านไม่สามารถที่จะสละศาสนาที่มีมากว่า 2,200 ปีได้ เพราะบรรพบุรุษท่านนับถือมาแล้ว อยู่ๆ จะมาเปลี่ยนไปเลยก็เปลี่ยนไม่ได้ แน่นอนว่าท่านก็คงคิดอยู่แล้วว่ามีการเปลี่ยนศาสนาขึ้น ผลที่ตามมาจะส่งผลกระทบต่อสังคมค่อนข้างมาก มันอาจจะเกิดความไม่พอใจของคนในสังคม พระสงฆ์อาจจะลุกฮือขึ้นมาอีกก็ได้ เพราะฉะนั้นท่านจึงตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ไป

“แต่จริงๆ แล้วสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงชอบศาสนาคริสต์ เพราะเวลาบาทหลวงต่างๆ มาเข้าเฝ้า จะเอาของมาถวายท่านเยอะมาก เช่น หนังสือที่ว่าด้วยรูปเคารพทางศาสนา พระคัมภีร์ไบเบิล หรืออะไรต่างๆ แล้วท่านก็เรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ และท่านก็สนใจ เรียกบาทหลวงเข้ามาถามตลอดเวลาว่าคนนี้คือใคร คนนั้นคือใคร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในสังคมไทย เพราะฉะนั้นท่านก็ทรงให้ความสนใจ แต่ถ้าถามว่าลึกๆ ในใจท่านอยากจะเปลี่ยนหรือเปล่า คงต้องตอบว่าท่านก็เปลี่ยนไม่ได้ เพราะถ้าเปลี่ยนก็ต้องรื้อโครงสร้างของสังคมไทยทั้งหมด เช่น วัดมีจำนวนลดลง แต่ขณะที่พระสงฆ์ยังมีบทบาทเยอะ จึงเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่สมเด็จพระนารายณ์จะทรงเข้ารีต เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์” รศ.ดร.ปรีดีกล่าว


Content Team Matichon Academy
ติดต่อ อีเมล์ : m.matichon.academy@gmail.com
โทรศัพท์ 0-2954-3971 ต่อ 2111

บทความก่อนหน้านี้“กิมจิ” เคล็ดลับอายุยืนยาวของชาวเกาหลี แหล่งจุลินทรีย์มีประโยชน์
บทความถัดไปสื่อนอกเผย ‘กรุงเทพ’อาจใช้เป็นสถานที่ สหรัฐฯเจรจาเกาหลีเหนือ เหตุผลที่เป็นไปได้