ฮิตเหลือเกิน! เปิดร้าน “ชาไข่มุก” ยังไงให้ปัง

เป็นหนึ่งในธุรกิจฮอตส่งท้ายปี สำหรับ “ชานมไข่มุก” เครื่องดื่มสัญชาติไต้หวัน กระแสดีมีคนรู้จัก
เยอะ ลองสังเกตใกล้ตัวมีร้านชานมไข่มุกหน้าใหม่เปิดขึ้นมากมาย แถม “ไข่มุก” ที่เป็นท็อปปิ้งทรงกลมสีดำทำจากแป้งมันสำปะหลังยังฮิต ถูกดัดแปลงจากเมนูของหวานไปสู่เมนูของคาว เช่น พิซซ่าไข่มุก ราเมนไข่มุก คั่วไก่ไข่มุก นอกจากนั้นยังนำ “ไข่มุก” ไปใช้เป็นลวดลายบนเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อีกด้วย

มีข้อมูลจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจกสิกรไทย เผยผลสำรวจตลาดชานมไข่มุกเมื่อปี 2017 มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท ขณะที่ผลวิจัยของบริษัท Allied Analytics (บริษัทที่ปรึกษาวิจัยด้านการตลาด) เผยมูลค่าตลาดชานมไข่มุกทั่วโลกอยู่ที่ 1,954 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 65,000 ล้านบาท และคาดว่าภายในปี 2023 จะมีมูลค่า 3,214 ล้านเหรียญ หรือราว 100,000 ล้านบาท แน่นอนว่าวัตถุดิบหลักอย่างชาและไข่มุก ต้นตำรับอยู่ที่ประเทศไต้หวัน ฉะนั้นเครื่องดื่มประเภทนี้จะเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ให้กับประเทศไต้หวัน

สำหรับตลาดชานมไข่มุกในประเทศไทย หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นเครื่องดื่มรสชาติแปลกใหม่มาในแก้วพลาสติกทรงกระบอกยาว คนไทยให้การตอบรับดีชนิดว่าได้เห็นภาพต่อแถวรอเข้าคิวซื้อ ราคาขายต่อแก้ว 30–40  บาท

หลังจากนั้นไม่นาน มีเครื่องดื่มคาเฟอีนอย่างกาแฟสดเข้ามาแทนที่ ก่อนที่ 2 ปีมานี้ “ชานมไข่มุก” จะกลับมาฮิตใหม่อีกครั้ง คราวนี้แต่ละร้านสร้างลูกเล่นแปลกใหม่ใส่คุณภาพคับแก้ว ราคาเปิดตัวตั้งแต่ 30–250 บาทเลยทีเดียว

ATM Tea Bar ชาไข่มุก ขายความเรียบง่าย

เป็นอีกหนึ่งร้านชานมไข่มุกคนไทยสุดฮอตที่แจ้งเกิดด้วยนวัตกรรมการสั่งเครื่องดื่มผ่านเครื่องมือที่มีชื่อว่าตู้ ATM ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วม ขั้นตอน คือ กดเลือกชนิดเครื่องดื่มที่ต้องการ เลือกท็อปปิ้ง เลือกจำนวน เลือกระดับความหวาน ตรวจสอบราคา จากนั้นเครื่องจะออกใบเสร็จ นำใบเสร็จไปยื่นหน้าเคาน์เตอร์เพื่อชำระสินค้า หรือจะสแกนบาร์โค้ดชำระเงินผ่านมือถือก็ได้ นับเป็นการดึงความสนใจคนที่เดินผ่านไปมา และเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่ไม่อยากถูกพนักงานกดดันขณะเลือกเมนู

คุณธนวัฒน์ ทองเจริญเกียรติ หรือ คุณต้น ชายหนุ่มวัย 32 ปี เปิดร้านชานมไข่มุกเมื่อปี 2560 ด้วยเหตุผลอยากมีธุรกิจของตัวเอง และมองว่าชาเป็นเครื่องดื่มที่ทานง่าย ไม่เหมือนกาแฟบางคนก็ไม่ทาน คนไทยหลายกลุ่มชอบดื่มชา ใช้เวลาลองผิดลองถูกคิดสูตรเครื่องดื่มนาน 10 เดือน

“หลังจบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บินลัดฟ้าไปทำงานอยู่ที่ประเทศอังกฤษ 2 ปี และกลับไทยเมื่อปี 2560 เลือกเปิดร้านชานมไข่มุก ไม่ได้เปิดตามกระแส เพราะขณะนั้นจำนวนร้านเครื่องดื่มประเภทนี้ยังมีไม่มาก อาศัยลองผิดลองถูกหาข้อมูลและสูตรเครื่องดื่มตามอินเตอร์เน็ต ชงกินเอง ให้คนรอบข้างช่วยชิม รวมถึงคิดคอนเซ็ปต์ออกมาเป็นตู้ ATM จนหลายคนพูดถึง”

ชื่อเต็มๆ ของร้าน ATM คือ  A Tea Moment (อยากให้มีช่วงเวลาดีๆ ในการดื่มชา) การที่คุณต้นเลือกใช้เครื่องมือสั่งสินค้าดังกล่าว นับเป็นการสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการเครื่องดื่ม  ซึ่งได้ผลเกินคาด มีคนถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ช่วยให้ร้านเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

สำหรับความพิเศษของเครื่องดื่ม เจ้าของร้าน เผยว่า ทุกเมนูใช้ใบชาต้มสด ไม่ใช้ผงชาสำเร็จรูป ส่วนนมใช้นมสดประเภทแลคโตสฟรีและนมฮอกไกโดจากญี่ปุ่น ปราศจากไขมันทรานส์ ไม่ใช้ครีมเทียม สังเกตเครื่องดื่มจะแยกชั้นกันระหว่างชากับนม ส่วนสีสันที่เห็น เป็นสีจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ เช่น ชาเขียว ใช้ชาเขียวมัตฉะจากญี่ปุ่นนำมาบด นมสดมันม่วง ตัวผงมันม่วงนำเข้าจากเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ดอกอัญชันให้สีน้ำเงิน เป็นต้น

“ชาที่ร้านจะต้มไปขายไป ส่วนไข่มุกหากใช้ไม่หมด 3 ชั่วโมง ก็เททิ้ง เครื่องดื่มมี 40 เมนู ตัวไข่มุกนำเข้าจากไต้หวัน เป็นไข่มุกบราวน์ชูการ์ ทำจากแป้งมันสำปะหลัง 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใส่สี เวลาต้มจะเคี่ยวกับน้ำตาลทรายแดง หอม นุ่ม หนึบ และเด้ง น่ารับประทาน”

ด้านกลุ่มลูกค้า คุณต้น ระบุว่า สาขาแรกลงทุนหลักล้าน ตั้งใจเปิดที่สยามสแควร์เพื่อเจาะกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งกระแสตอบรับดีเกินคาด คืนทุนได้ในระยะเวลาไม่ถึงปี

แต่ทว่าหลังเปิดร้านได้ 6 เดือน คุณต้น บอกว่า ร้านชาไข่มุกผุดขึ้นเยอะมาก โดนจีนลอกเลียนแบบทั้งโลโก้ การจัดร้าน เมนู ถุงใส่เครื่องดื่ม เรียกว่าโดนก๊อบปี้หมดเลย กลุ้มใจมาก ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะเปิดที่ประเทศจีน ส่วนที่ไทยด้วยจำนวนร้านชาไข่มุกที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก ทำให้ทางร้าน  ATM Tea Bar ยิ่งต้องใส่ใจคุณภาพมากขึ้น

สาเหตุที่จำนวนร้านชาไข่มุกเพิ่มขึ้น ทางผู้ประกอบการแสดงความคิดเห็นว่า เครื่องดื่มประเภทนี้ทานง่าย เป็นทั้งของหวานและเครื่องดื่มในเมนูเดียวกัน ทุกเพศ ทุกวัย ทานได้ และมั่นใจว่าในปี 2562 ก็ยังฮิตอยู่ จะเห็นร้านชาไข่มุกเพิ่มขึ้นอีก แต่ในบรรดาร้านที่เปิดใหม่จะมีลูกเล่นและเป็นตัวของตัวเอง

 


ที่มา เส้นทางเศรษฐี โดย ดวงกมล โลหศรีสกุล

บทความก่อนหน้านี้ปาร์ตี้เริ่มขึ้นแล้ว! กับมหกรรมความอร่อยด้วย คริสปี้ ครีม มินิ โดนัท
บทความถัดไปแบบนี้สิ! “ข้าวแกงใบสั่ง” ใครโดน ใบสั่ง เสียค่าปรับแล้ว มา “แลกข้าวกินฟรี”