ขายอะไรดี! ขนมขบเคี้ยว-อาหารสุขภาพแบบกินง่าย เทรนด์หลักวงการอาหารไทยครึ่งปีหลัง!

Business ธุรกิจ

การแข่งขันที่ดุเดือดในวงการอาหารทำให้นวัตกรรมกลายเป็นอาวุธสำคัญของผู้ประกอบการทุกราย ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ รายเล็กหรือเจ้าตลาด เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ ด้วยการนำเสนอฟังก์ชั่นเสริม การแปรรูป ไซซิ่งหรือดีไซน์-วัสดุแพ็กเกจจิ้ง ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของความสะดวก เทรนด์สุขภาพ ไปจนถึงควบคุมต้นทุนด้านต่าง ๆ หวังสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสร้างโอกาสโกอินเตอร์

ปีนี้งาน “ไทยเฟค 2018” (Thaifex 2018) ซึ่งเพิ่งจัดจบลงไปไม่นานมานี้ จากการสำรวจยังคงเต็มไปด้วยนวัตกรรมที่แบรนด์ต่าง ๆ ขนมาประชันกันอย่างคึกคัก “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับผู้บริหารหลายรายถึงนวัตกรรมไฮไลต์และแนวคิดเบื้องหลัง รวมถึงเป้าหมายที่วางไว้

“วันทนี แสงอุทัย” รองประธานกรรมการ บริษัท ลัคกี้ ยูเนี่ยน ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูปจากเนื้อปลาบด แบรนด์คานิ แฟมิลี่ (Kani family) กล่าวว่า เทรนด์สแนกส์หรือขนมกินเล่นกำลังมาแรงในหลายเซ็กเมนต์รวมถึงอาหารแช่เย็น เนื่องจากตอบโจทย์ผู้บริโภคหลายกลุ่ม ทั้งนักเรียนนักศึกษาและคนทำงาน ขณะเดียวกันแพ็กเกจที่เล็ก กินสะดวกและราคาเข้าถึงง่าย ยังช่วยเพิ่มความถี่ในการบริโภค

เพื่อจับกระแสนี้จึงส่งสินค้าไฮไลต์เป็นปูอัดแช่เย็นแพ็กเกจไซซ์เล็ก 2 ชิ้นรวม 60 กรัม ราคา 43 บาท พร้อมน้ำจิ้มในตัวสามารถถือทานได้ด้วยมือเดียว จากเดิมที่มีขนาด 250 และ 500 กรัม มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงาน นักเรียน นักศึกษา โดยปูพรมช่องทางโมเดิร์นเทรดและออนไลน์ พร้อมเดินสายจัดอีเวนต์ชม-ชิมสร้างการรับรู้ทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน กำลังศึกษาการใช้แพ็กเกจสกินแพ็กที่เน้นรูปร่างสินค้าซึ่งกำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศ เชื่อว่าในระยะยาวจะช่วยให้สามารถชิงตำแหน่งเจ้าตลาดปูอัดได้แน่นอนเช่นเดียวกับ ส.ขอนแก่น ที่จับกระแสสแนกส์ด้วยนวัตกรรมแพ็กเกจจิ้งแบบใหม่ ซึ่ง “จรัญพจน์ รุจิราโสภณ” รักษาการประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและการขาย บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างพัฒนานวัตกรรมซองขนมแบบใสสามารถมองเห็นสินค้าภายในได้ โดยที่ระยะเวลาการเก็บรักษาไม่ลดลงเพราะถูกแสง หวังตอบรับดีมานด์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นของภายในก่อนเลือกซื้อ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีหน้า เช่นเดียวกับแผนต่อยอดสู่ธุรกิจด้านอื่น ๆ ทั้งขนม ของฝากและท่องเที่ยว ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับภาพลักษณ์กลุ่มอาหารพื้นเมืองให้ทันสมัย

โดยขณะนี้เริ่มปรับแพ็กเกจจิ้งและเปิดตัวหมูยอโบราณสูตรเห็ดหอม ชูรสชาติ ดีไซน์เรียบหรูทันสมัยและราคาจับต้องได้

ขณะที่เครื่องดื่มอย่าง “เซ็ปเป้” ก็โดดร่วมกระแสสแนกส์ด้วย “วรพงศ์ เกียรติดำรงวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยแผนรุกตลาดสแนกส์ด้วย “ซีแม็กซ์” ขนมย่างเพื่อสุขภาพ ซึ่งมีจุดขายที่วัตถุดิบจากปลาทะเล 90% ไม่มีไขมัน พร้อมระดมทำตลาดผ่านสื่อดิจิทัลสร้างการรับรู้กับผู้บริโภครุ่นใหม่ฐานใหญ่ในกระแสสุขภาพ

ส่วน “ดอยคำ” ก็ยังคงเน้นแนวสุขภาพ โดยต่อยอดแตกไลน์ผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศและเครื่องดื่มสมุนไพรไม่ใส่น้ำตาล “พิพัฒพงศ์ อิศรเสนาณ อยุธยา” กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ระบุว่า ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับมะเขือเทศเพิ่มเติม เช่น มะเขือเทศเข้มข้น ซอสมะเขือเทศ มะเขือเทศทาขนมปัง ฯลฯ รองรับความต้องการของทุกฝ่าย ทั้งผู้บริโภคทั่วไป อุตสาหกรรมส่งออก และธุรกิจโรงแรม พร้อมกับเปิดชิมสินค้าเครื่องดื่มสมุนไพรสูตรไม่เติมน้ำตาล ทั้ง 3 รสชาติ ได้แก่ น้ำเจียวกู้หลานและดอกคำฝอย, น้ำใบแปะก๊วยและหล่อฮั่งก้วย, น้ำเก๊กฮวยและคาโมไมล์ เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้ที่ต้องการควบคุมปริมาณน้ำตาลและใส่ใจสุขภาพ

ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารก็คึกคักไม่แพ้กัน โดย “อิเนส ชาดอนเน่ต์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บลูสไปซ์ จำกัด ผู้ผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส พริกแกงน้ำจิ้ม แบรนด์ “บลู เอเลเฟ่นท์” ระบุว่า ปีนี้เน้นจับเทรนด์สุขภาพมีไฮไลต์เป็นพริกแกงสูตรใหม่ไม่ใส่สารเติมแต่งใด ๆ รวมถึงสารกันบูด แต่สามารถเก็บไว้ได้ถึง 18 เดือน โดยรสชาติไม่เปลี่ยนแปลง มีทั้งแกงกะหรี่ แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน และต้มยำ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่ต้องการอาหารที่ปลอดสารเติมแต่ง

ขณะเดียวกันได้พัฒนาแพ็กเกจจิ้งไซซ์ใหม่แบบซิงเกิล เสิร์ฟพอดีสำหรับกินคนเดียว จากเดิมที่มีไซซ์ใหญ่เท่านั้น เพื่อรับดีมานด์ของคนรุ่นใหม่ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือครอบครัวเล็ก นอกจากนี้ยังมีชุดอาหารพร้อมปรุง ซึ่งรวมซอสหรือเครื่องแกงหลัก และส่วนผสมอื่น ๆ เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว ถั่ว พริกป่น เช่น ชุดผัดไทย ชุดข้าวซอย ฯลฯ ไว้ในแพ็กเดียวเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำอาหารแบบวันสต็อป

เช่นเดียวกับ “วรนันท์ ทวีแสงพานิชย์” กรรมการบริหาร บริษัท ไทยแทน ฟู้ดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ครึ่งปีหลังนี้เดินหน้ารุกตลาดกะทิ ด้วย “กะทิขวด เรียลไทย” ชูจุดขายด้านความสะดวกในการใช้งานจากแพ็กเกจจิ้งแบบขวดพลาสติกฝาเกลียวขนาด 210-2,000 มิลลิลิตร แตกต่างจากคู่แข่งที่เป็นกล่องกระดาษ ตอบโจทย์ทั้งร้านค้าและครัวเรือน โดยให้บริษัท ไทย อกริ ฟู๊ดส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด อาทิ เดอะมอลกรุ๊ป ตั้งฮั่วเส็ง แม็คโคร บิ๊กซี วิลล่ามาร์เก็ต ฟู้ดแลนด์ ซีพีเฟรชมาร์ท และแม็กซ์แวลู รวมถึงเจรจากับเซเว่นอีเลฟเว่นและเทสโก้ โลตัสเพื่อวางสินค้าเร็ว ๆ นี้ หวังชิงส่วนแบ่งจากตลาดกะทิสำเร็จรูปมูลค่า 6,000 ล้านบาท ที่เติบโตต่อเนื่องตามจำนวนร้านอาหารที่เพิ่มขึ้น

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนถึงเทรนด์หลักของวงการอาหารในครึ่งหลังของปีนี้ ที่ขนมขบเคี้ยวและอาหารสุขภาพ ที่อร่อย-กินง่าย กลายเป็นปัจจัยแข่งขันสำคัญของตลาดที่ผู้เล่นแต่ละรายพยายามนำเสนอเพื่อชิงฐานลูกค้า

 


ที่มา ประชาชาติธุรกิจ