เปิดร้านอาหารยังไงไม่ขาดทุน รู้จัก โว่ตี๋หั่วกัว ผู้พลิกวงการสุกี้หม้อไฟ กับวิธีทำธุรกิจไม่เหมือนใคร

เรื่องราวบทย่อยๆ ในหนังสือชื่อ “เหินห่าว บิสิเนส-อยากเก่งธุรกิจต้องคิดอย่างจีน” (เหินห่าว Business)  ผลงานของ “วรมน ดำรงศิลป์สกุล” นักเขียนที่มีภูมิหลังการทำงาน
ด้านเทคโนโลยีเว็บไซต์และโทรศัพท์มือถือมากว่า 15 ปี คลุกคลีในหลายบทบาท ไม่ว่าฝ่ายคิดค้นพัฒนาวิจัย,  ฝ่ายสร้างสรรค์เนื้อหาดิจิตัล, และฝ่ายพัฒนาธุรกิจจากองค์กรชั้นนำของไทยอย่าง GMM แกรมมี่,  Samart รวมถึงการเป็นบล็อกเกอร์ให้กับสื่อชั้นนำ

 

ตลอดเวลากว่า 10 ปี วรมน เดินทาง ใช้ชีวิต ทำธุรกิจเล็กๆในถิ่นมังกร ซึ่งเป็นที่ที่ให้เธอเก็บเกี่ยวประสบการณ์และทำความเข้าใจกับคนจีนในอาณาจักรจีน ที่มีตั้งแต่จีนแผ่นดินใหญ่  ฮ่องกง ไต้หวัน และมาเก๊า ที่ถึงแม้จะเป็นคนเชื้อสายจีนเหมือนกัน แต่ก็มีหลายอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประสบการณ์ที่ได้รับของเธอจึงกลั่นออกมาเป็นเรื่องราวแบบเก็บเล็กประสมน้อยเทคนิคการทำธุรกิจของคนจีน

เอาแค่ตัวอย่างหนึ่งเรื่องในเหินห่าว บิสิเนส “เปิดร้านอาหารยังไงไม่ขาดทุน” วรมน เล่าถึงประสบการณ์การไปกินสุกี้ของเธอสองครั้ง ที่ทำให้ต้องอึ้งสุดๆ  ครั้งแรกเป็นตอนเรียนปริญญาโทที่ฮ่องกง มีเพื่อนพาไปกิน เพราะอยากรู้ว่าหน้าตาสุกี้ฮ่องกงจะเป็นอย่างไร?  โดยปกติเธอเคยกินแต่สุกี้กวางตุ้ง เธอว่าพอสั่งทุกอย่างเสร็จ บริกรมาเสิร์ฟ กำลังจะเริ่มกิน ก็ต้องชะงัก!  เพราะไม่มีน้ำจิ้ม พอถามหาน้ำจิ้มจากบริกร เขาบอก “ไม่มี” แล้วหยิบซอสถั่วเหลืองมาให้แทน เธอให้คุณๆลองจินตนาการว่าถ้ากินสุกี้แล้วไม่มีน้ำจิ้มมันเจ็บปวดแค่ไหน

ครั้งที่สอง เมื่อไปเมืองจีน เดินทางไปร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง มีคนต่อคิวเยอะมากๆ เพราะขึ้นชื่อเรื่อง “น้ำซุปไก่” ที่มีไก่เป็นชิ้นๆ สดๆ ให้กินด้วย เมื่อลงนั่งทีมงานของร้านจะวิ่งเข้ามาจัดโต๊ะ เอาผ้าคลุมกระเป๋า ส่งหนังยางชนิดรัดผมให้กับคนมีผมยาว และแจกถุงมือพลาสติกที่ใช้แตะจอมือถือได้ ให้กับทุกคน  พอถึงเวลาไปเข้าห้องน้ำ เธอถึงกับตะลึง!

เพราะมีสารพัดแปรงปัดผม น้ำหอม น้ำยาบ้วนปาก และกระจกสีทองลายหลุยส์  สรุปคือประทับใจในการจัดหาสารพัดอุปกรณ์ส่งสริมการตั้งใจกินสุกี้ของลูกค้าในระดับมงกุฎเพชรเลยทีเดียว

วรมน บอกว่าที่พูดถึงร้านสุกี้ เพราะอยากพาไปรู้จักร้าน  “โว่ตี๋หั่วกัว”  ชื่อนี้ออกเสียงยากและฮาๆ ในความรู้สึกของคนจีนฟังดูแปลก เท่ เพราะแปลว่า “หม้อไฟสายลับ” เป็น ร้านที่พลิกวงการสุกี้แห่งแผ่นดินจีนด้วยวิธีการทำธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร แต่ถูกใจลูกค้าเป็นที่สุด เหตุผลเพราะเจ้าขงร้านเคยทำเว็บดีลชื่อดัง “วอวอถวน” ก่อนจะพาเข้าตลาดหลักทรัพย์แนสแดกซ์ โดยใช้ชื่อหุ้นว่า WOWO  อีกทั้งส่วนตัวเจ้าของร้านชอบกินสุกี้มาก เคยแม้แต่ทำสถิติกินสุกี้ติดต่อกันทั้งเดือนเพื่อศึกษาปัญหาของธุรกิจและคู่แข่ง จนกลายเป็นธุรกิจที่สองของตัวเองในชื่อ “หม้อไฟสายลับ” นั่นเอง

“โวตี๋หั่วกัว” ขึ้นชื่อเรื่องความทันสมัย ให้บริการไวและราคาถูก เป็นที่ถูกใจของพนักงานออฟฟิศ เพราะวิธีทำธุรกิจเขาที่ไม่เหมือนธุรกิจแบบเดิมๆ  อาทิ ตัดพ่อค้าคนกลาง โดยดึงเอาวัตถุดิบที่ผู้ผลิตส่งให้ภัตตาคารมาเข้าร้าน  ทำให้ได้ราคาถูกแสนถูก ผัก เนื้อราคาพอๆ กับไปเดินตลาดสดเอง หลายอย่างถูกกว่าร้านหม้อไฟทั่วไปเกือบครึ่ง

นอกจากตัดพ่อค้าคนกลางแล้วก็ ลดการใช้พนักงานลง ด้วยการให้ลูกค้าบริการตัวเอง และนำเทคโนโลยี่มาใช้  คือแทนที่จะจ้างพนักงานเสิร์ฟ ลูกค้าต้องเดินไปเลือกผัก และเนื้อด้วยตัวเอง จากนั้นส่งให้พนักงานเก็บงินคิดราคา ทุกถาดจะมีชิป RFID ติดอยู่ เวลาคิดเงินก็วางไว้ที่เครื่องอ่าน เครื่องจะแจ้งราคาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องแยกตามสี หรือนับทีละถาด

ไม่ใช่แค่นั้น “ขนาดโต๊ะ” และ “ช่วงเวลา” ก็มีผลต่อยอดขาย เพราะทุกคนอยากมีสุขภาพดีจึงต้องกินตรงเวลา และถ้ามากินกับเพื่อนเยอะๆหลายคนจะชอบเม้าท์และนั่งแช่นานๆ ทำให้ร้านไม่มีโอกาสรับลูกค้าใหม่ ดังนั้น ที่ร้านนี้จึงคิดราคา “ค่าโต๊ะ”  ด้วย  โต๊ะเล็กนั่ง 2-4 คน ทุกๆ 15 นาทีคิด 25 บาท หรือชั่วโมงละ 100 บาท เฉพาะที่ไม่ใช่เวลาฮอตอย่างมื้อเที่ยงละมื้อเย็น

ถ้าเป็นช่วงมื้อเที่ยงและมื้อเย็น จะเพิ่มราคา 15 นาที 40 บาท หรือชั่วโมงละ 150 บาท  ถ้าโต๊ะใหญ่ 6-8 คน จะแพงขึ้นเป็น 50 บาท ทุกๆ 15 นาที  หรือราคา 200 บาทต่อชั่วโมง

และในเวลาเร่งด่วนจะคิดเป็น 75 บาท ต่อ 15นาที และ 300 บาทต่อชั่วโมง แต่ถ้ามาในช่วงเวลาที่คนไม่กินข้าว ก็จะถูกลง

ดังนั้น การคิดเงินจึงคิดจากสองยอด คือ ยอดแรกเป็นค่าอาหาร และยอดที่สองคือ ค่าเวลาใช้โต๊ะ เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการจะได้รับบัตรเงินสดในการซื้ออาหารและตอกบัตรนับเวลาการกินด้วย

การคิดรูปแบบวิธีการหรายได้ใหม่แบบครบทั้งสารบบนี้ คนที่มาใช้บริการต่างยืนยัน ว่าที่นี่ของสดและราคาถูกกว่าร้านหม้อไฟทั่วไปถึง 30%  ใครอ่านถึงบรรทัดนี้สนใจอยากลองชิมดูสักครั้ง จองตั๋วไปเลย ร้านแรกเปิดที่ปักกิ่ง ต้นปีนี้เอง

นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ยกมาให้เห็นภาพกันพอเป็นแนวทาง ของหนังสือเหินห่าว บิสิเนส -อยากเก่งธุรกิจต้องคิดอย่างจีน ส่วนตัวเต็มเป็นเล่มอ่านมันส์ ได้สาระหลากหลาย รวมทั้งได้รู้ทริคการทำธุรกิจแบบจีนๆ ไปเต็มๆ

 

———–

 

Content Team Matichon Academy
อีเมล์ : m.matichon.academy@gmail.com
โทรศัพท์ 0-2954-3971 ต่อ 2111
 

บทความก่อนหน้านี้เปิดสถิติ 15 อันดับ ร้านฟาสต์ฟู้ดดัง ใครบริการไดร์ฟทรูได้เร็วสุด ช้าสุด
บทความถัดไปดูแลหมูให้ง่ายด้วยการใช้ AI เทคนิคใหม่ของเกษตรกรจีน