ก่อนปลาจะมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ ตามไปดู สถานการณ์ ล่าปลาในทะเล

สำหรับผู้นิยมชมชอบอาหารที่ผลิตจาก “ปลาทะเล” โดยเฉพาะเมนูปลาที่กำลังนิยมเป็นอย่างมากตามเทรนด์สุขภาพ ด้านหนึ่งการบริโภคปลาที่เพิ่มมากขึ้น ก็ส่งผลให้มีอีกปัญหาหนึ่งซุกซ่อนไว้ นั่นคือ ปัญหาการ “จับปลา” โดยเฉพาะในแถบน่านน้ำที่เกิดขึ้นในทะเลแปซิฟิก ที่เป็นสถานการณ์น้องๆศึกชิงปลา

รายงานข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรสหประชาชาติ ชี้ว่าปัญหาประมงในแปซิฟิกนั้น สัมพันธ์กับกระแสการบริโภคปลาที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตัวเลขผู้บริโภคปลาในเอเชียที่กำลังพุ่งสูง

โดยประเทศนักบริโภคปลาในเอเชียเดิมที่คือญี่ปุ่น ต่อมาขยับเทรนด์มาที่ “จีน” ซึ่งความนิยมกำลังพุ่งพรวดเป็นตลาดผู้บริโภคปลาเจ้าหลักของเอเชีย ที่แนวโน้มจะแซงญี่ปุ่นในอนาคต ตามติดมาด้วยเกาหลีใต้

แล้วภาวะบริโภคปลาสูงขึ้นในเอเชียทิศทางเป็นมาอย่างไร?

…ส่วนหนึ่งมาจากชนชั้นกลางของประเทศกลุ่มนี้ขยายตัวและมีกำลังซื้อมากขึ้นในการบริโภคปลาชั้นดี

ยิ่งมีการปรับปรุงและสร้างระบบการขนส่งโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นในประเทศจีนที่ถ้าอยากกินปลาสดนั้นเพียงมีเงินก็ได้รับประทานกันง่ายๆเพราะระยะเวลาในการขนส่งปลาสดจากชายฝั่งเข้าไปยังเขตเมือง ที่แม้จะไกลกันระดับ 1,000-2,000 กิโลเมตร แต่ก็สามารถส่งผ่านรถไฟความเร็วสูงเข้ามาได้

เหล่านี้ยิ่งเสริมส่งการบริโภคของกลุ่มกำลังซื้อที่มีมากขึ้น

ส่วนประเทศในอาเซียนบริโภคปลาแบบประจำอยู่เป็นทุน แต่ตัวเลขยังไม่ขยับสูงจนน่าตกใจ

กระนั้นสภาพประชากรเอเชียผู้หิวปลาก็มาพร้อมกับการ“แย่งหาปลา”ในทะเลแปซิฟิก

เรือประมงญี่ปุ่นมองว่าเรือประมงจีนกำลังเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งในน่านน้ำที่สามารถจับปลาได้ทั้งสองประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ขณะเดียวกัน“จีน”ก็เผชิญภาวะข้อสังเกตการแห่บริโภค“ปลิงทะเล” ที่กำลังนิยมมาก และเป็นที่ต้องการสูงในตลาดผู้บริโภคขนาดที่ว่าราคาปลิงทะเลถูกระบุว่าขึ้นเฉลี่ยปีละ30%ในช่วง5 ปีมานี้

ยิ่งยั่วยวนให้บรรดาเรือประมงเสี่ยงที่จะเข้าไปรุกในน่านน้ำประเทศอื่นเพื่อลักลอบจับปลิงทะเล

ภาวะ “การหาปลา” จากนานาเรือประมงสัญชาติต่างๆ ในแปซิฟิก ย่อมส่งผลต่อทรัพยากรปลาที่ลดลงและเติบโตไม่ทันการบริโภค

ทั้งสภาวะทางเศรษฐกิจและธรรมชาติที่ส่งผลต่อทรัพยากรปลาในทะเลที่ว่ากันว่าคนญี่ปุ่นเองได้รับผลกระทบนี้แล้วจาก ไซซ์หรือขนาดปลาที่ “เล็กลง”

ในตลาดปลาสด “ซึกิจิ” มีรายงานว่า มีการขายปลาไซซ์เล็กให้กับร้านค้าปลีก ทั้งที่โดยขนาดของมันมักจะถูกส่งโรงงานไปทำปลากระป๋องเสียมากกว่า

สถานการณ์นี้ มีตัวเลขประเมินภาพรวมผลผลิตการประมงในแถบเอเชียจะลดลงไปจนถึง 30% ภายในปี 2050

ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าทะเลในแถบประเทศไทย อินโดนีเซียจะมีผลผลิตจากการประมงลดลงรวมกันกว่า 40% ในปี 2050 เช่นกัน

ส่วนตลาดผู้บริโภคมองกันว่า ในปี 2025 การบริโภคปลาจะเพิ่มอีก 12% ในเอเชียและโอเชียเนีย (ไม่รวมญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) โดยเฉพาะการเติบโตของผู้บริโภคในจีน

แม้ตัวเลขที่นำมาเล่าถึงสถิติคาดการณ์ว่าการบริโภคปลาของชาวเอเชียจะมีแต่สูงขึ้นแล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร?

คำตอบหนึ่งคืออนาคตจึงเป็นการฝากไว้ที่การประมงเพาะพันธุ์ฟาร์มปลาที่น่าจะช่วยขยายผลผลิตขึ้นมาได้อีก 40% ภายในปี 2025

และแน่นอน “เอเชีย” เป็น “ผู้เล่น” ระดับ “ผู้นำ” ของธุรกิจเพาะพันธุ์ฟาร์มปลาโลก เหล่าประเทศในเอเชียสามารถสร้างผลผลิตได้ราว 65 ล้านตัน (สถิติปี 2014) หรือคิดเป็น 89%ของผลผลิตจากทั้งโลก และ “จีน” คือผู้ผลิตรายใหญ่นั่นเอง ตามมาห่างๆ ด้วยอินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และบังกลาเทศ

เรื่องของปลาในทะเลและผู้นิยมบริโภคปลายามนี้จึงเป็นทั้งปัญหาเศรษฐกิจความมั่นคงและการเมืองของประชากรผู้หิวปลาในเอเชีย

 

—–

 

Content Team Matichon Academy
อีเมล์ : m.matichon.academy@gmail.com
โทรศัพท์ 0-2954-3971 ต่อ 2111

บทความก่อนหน้านี้ดูแลหมูให้ง่ายด้วยการใช้ AI เทคนิคใหม่ของเกษตรกรจีน
บทความถัดไปตลาดธุรกิจ รับเลี่ยมพระ เฟื่อง…โอกาสโตไกลถึงจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลย์