7 เมษา กรุงแตก! เปิดคำบรรยายผู้เห็นเหตุการณ์ หลักฐานชี้ มีคนหนีเข้าทัพพม่าทุกวัน

Culture ศิลปวัฒนธรรม
ภาพจากสมุดภาพศิลปะอยุธยา คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร

7 เมษายน 2310 กำแพงกรุงศรีอยุธยาถูกทำลาย เรียกสั้นๆง่ายๆว่า กรุงแตก!

พม่ายกทัพเข้าเมือง ขุนน้ำขุนนางหลบหนี บางส่วนถูกจับ ซึ่งรายละเอียดส่วนนี้พระราชพงศาวดารพม่าได้กล่าวไว้

หันมาดูหลักฐานฝั่งไทย มีคำบรรยายผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่าเมื่อพม่าเข้าเมืองแล้วก็กวาดต้อนผู้คน เก็บทรัพย์สมบัติ

“สั่งให้เผาพระนคร และปราสาททั้ง 3 องค์ และให้เผาอารามและวิหารเสียให้หมดด้วย และสั่งให้ทำลายกำแพงเมือง และบรรดาเข้าของที่มีอยู่ในกรุงศรีอยุธยา มีพระไตรปิฎก คือพระธรรมวินัย เป็นต้น สั่งให้ทำลายเสียแล้วก็กลับมายังพระนครแห่งตน”

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนกรุงแตกไม่นาน พระราชพงศาวดารพม่าบรรยายความอดอยากในกรุงศรีอยุธยาไว้ว่า มีคนหนีไปหากองทัพพม่าทุกวัน ทำให้พม่ารู้สถานการณ์ในกรุงได้เป็นอย่างดี คนที่อยู่ในกรุงก็ได้ส่วนแบ่งอาหารน้อยลงทุกที. สอดคล้องหลักฐานฝั่งไทยที่บันทึกไว้เช่นกันว่า ราษฎรพากันหนีเจ้าเมืองไป อาหารขาดแคลน มีคนอดโซเป็นอันมาก เกิดโจรปล้นสะดมมิได้ขาด ราษฎรพากันหนีออกไปหาพม่าเพื่อได้อาหารมาประทังชีวิตอยู่เนืองๆ

พระวนรัตน์วัดพระเชตุพน บรรยายสภาพจลาจลหลังเสียกรุงไว้ ความตอนหนึ่งว่า

“ในกาลคราวนั้น มนุษยนิกรทั้งหลายในกรุงศรีอยุธยามีความโศกปริเทวทุกข์โทมนัสคับแค้นมาก ทั้งมีความหิว อดอยากจนมีกำลังทุพลภาพมาก ……… มีรูปกายอันซูบผอม ผิวพรรณวิปริต อาศัยเลี้ยงชีพด้วยผลไม้และใบไม้แบะเครือลดาวัลย์ เหง้าบัว รากมันรากไม้ ใบไม้เปลือกไม้ ดอกไม้ เป็นต้น…”

เอกสารอ้างอิง

ประชุมพงศาวดารภาคที่ 64 (พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทรุมาศ)

พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาภาษามคธ ละคำแปล

Relationship with Burma.Selected Articles from the Siam Society Journal.V-VI, BKK,1959

อ้างจาก การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

ที่มา : มติชนออนไลน์