เชฟไทยเตรียมพร้อม! ลุยแข่งเวิลด์คัพทำอาหารโลก จัดเมนูรสไทยๆ ประชันต่างชาติ

(คนที่ 2 จากซ้าย) ท็อป-กิตติ ดรุกาญจน์พฤฒิ

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับการแข่งขัน Culinary World Cup 2018 ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก เวทีประชันฝีมือสุดยอดเชฟจากทั่วโลกที่เหมือนการแข่งขันโอลิมปิกด้านอาหาร จัดขึ้นทุกๆ 4 ปี ในงาน EXPOGAST และจัดต่อเนื่องมาเกือบ 40 ปีแล้ว โดยในปีนี้มีทีมไทยเข้าร่วมแข่งขันด้วยถึง 3 ทีม 3 ประเภทด้วยกัน

หนึ่งในนั้นคือทีมเชฟจาก Thailand Culinary Academy หรือ TCA จำนวน 5 คน คือ ท็อป-กิตติ ดรุกาญจน์พฤฒิ, เบนซ์-สุรศักดิ์ เจริญจันทร์, พุช-กัมพุช ณ ตะกั่วทุ่ง, มิ้นท์-นิธินันท์ เปรมพุฒิพันธ์ และเชฟจารึก ศรีอรุณ โดยเข้าแข่งขันในประเภทบุฟเฟ่ต์ในระดับมืออาชีพ (Community Catering Professional Team)

“มติชนอคาเดมี” คุยกับ ท็อป-กิตติ ดรุกาญจน์พฤฒิ หัวหน้าทีม ระหว่างการเตรียมตัวฝึกซ้อม ที่ห้องครัวปฏิบัติการ มติชนอคาเดมี โดยมีเชฟดังจากโรงแรมต่างๆ ซึ่งเป็นคณะกรรมการอยู่ใน TCA และจะไปเป็นคณะกรรมการการแข่งขัน มาชิมและให้คำแนะนำ

ท็อป-กิตติ เล่าถึงการแข่งขันในครั้งนี้ให้ฟังว่า เวที Culinary World Cup เป็นอีกเวทีหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นการแข่งขันระดับโลก โดยในรายการที่ทีมของตนแข่ง ปีนี้มีกว่า 15 ทีมจากหลายประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งในทีมก็รู้สึกกดดัน เพราะการแข่งขันครั้งก่อน ทีมไทยสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ถึง 2 เหรียญ

“สมาชิกในทีมเป็นเชฟ TCA อยู่แล้ว โดยได้รับคัดเลือกนายวิวเม้นต์ ลีอง ประธานผู้ก่อตั้ง TCA ซึ่งหลังจากรู้ว่าจะต้องไปแข่ง ก็มีการพูดคุยถึงเมนูที่จะใช้แข่ง ทั้งคาวและหวาน และฝึกซ้อม” หัวหน้าทีมการแข่งขันครั้งนี้กล่าว

สำหรับโจทย์ของการแข่งขันประเภทบุฟเฟ่ต์ในระดับมืออาชีพ คือ ให้ทำบุฟเฟ่ต์สำหรับคน 150 คน ในงบประมาณหัวละ 5 ยูโร โดยจะต้องทำเมนูสลัด 4 อย่าง เดรสซิ่ง 3 อย่าง เมนูเนื้อสัตว์ 2 อย่าง เมนูแป้ง 2 อย่าง เมนูผัก 2 อย่าง เมนูมังสวิรัติ ซุป และขนมหวาน โดยให้เวลาการปรุง 5 ชั่วโมง และจะต้องใช้คนปรุงเพียง 4 คนเท่านั้น ส่วนอีกคนหนึ่งจะเป็นผู้ช่วย มีหน้าที่ในการเก็บล้าง ซึ่งตำแหน่งนี้ถูกวางให้เชฟจารึก ผู้ซึ่งคว้าเหรียญทองในครั้งที่แล้ว และครั้งนี้จะไปช่วยดูแลน้องๆ นั่นเอง

ท็อป-กิตติ ยังกล่าวถึงเมนูที่ทีมของตนวางไว้ว่าจะเป็นอาหารรสชาติไทยๆ เพราะเป็นรสชาติที่ถูกใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ และเชื่อว่าชาวต่างชาติหลายคนน่าจะรู้จักอยู่แล้วด้วย

“ส่วนการซ้อมในวันนี้เชฟที่มาชิมส่วนใหญ่บอกว่าเรื่องรสชาติโอเคแล้ว อาจต้องเพิ่มเค็มนิด หวานหน่อยในบางเมนู แต่ที่ต้องพัฒนาคือเรื่องการบริหารจัดการเวลา อย่างไรก็ตาม จะทำการซ้อมอีกครั้งในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ระหว่างนี้ก็ต้องมาพูดคุยกันทุกสัปดาห์ เพื่อทำเอกสารประกอบการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเมนู ไปจนถึงปริมาณคุณค่าทางโภชนาการด้วย”

ส่วนผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร คงต้องลุ้นพร้อมๆ กับเอาใจช่วยให้ทีมเชฟไทยค้วาเหรีญทองมาให้ได้อีกครั้ง!


บทความก่อนหน้านี้เปิดสูตร: เมนู “สลัดค็อกเทลกุ้ง” พร้อมสูตรน้ำสลัดเทาส์ซันไอแลนด์
บทความถัดไป10 อาหารคุณภาพเยี่ยม! สำหรับคนนอนดึก