“ชมนาดอินเตอร์ 2025” เวทีเชิดชูนักเขียนหญิงเอเชีย เตรียมลุ้น 8 ผลงานไฟนอลคว้ารางวัล 3 เม.ย. นี้

ประชาสัมพันธ์
“ชมนาดอินเตอร์ 2025” เวทีเชิดชูนักเขียนหญิงเอเชีย เตรียมลุ้น 8 ผลงานไฟนอลคว้ารางวัล 3 เม.ย. นี้

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย วรรณกรรมยังคงทำหน้าที่มากกว่าการเล่าเรื่อง หากแต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการบันทึกความทรงจำ ถ่ายทอดตัวตน และตั้งคำถามต่อโครงสร้างทางสังคมที่ซับซ้อน โดยเฉพาะเสียงของ “นักเขียนผู้หญิง” ที่กำลังมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้นในฐานะผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่หลากหลาย ลึกซึ้ง และทรงพลังในระดับสากล

หนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนบทบาทดังกล่าวคือ “งานชมนาดอินเตอร์ (Chommanard International Women’s Literary Award)” เป็นโครงการในความร่วมมือระหว่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ซึ่งเป็นการยกระดับจาก “รางวัลชมนาด” สู่เวทีระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมนักเขียนหญิงจาก 13 ประเทศ และเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย โดยมีเป้าหมายเพื่อค้นหาผลงานวรรณกรรมที่มีคุณภาพระดับสากล พร้อมส่งเสริมพลังของผู้หญิง (Women Power) ผ่านตัวอักษรให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก รวมถึงการต่อยอดสู่การแปลและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์รูปแบบอื่น เช่น ภาพยนตร์ หรือซีรีส์

สำหรับกิจกรรมสำคัญในปีนี้ คือ “Roundtable: “Exclusive Literary Dialogue” ซึ่งเป็นเวทีสัมมนาและการสนทนากับนักเขียนทั้ง 8 ท่าน ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของรางวัล Chommanard International Women’s Literary Award 2025 โดยจัดขึ้น ณ อาคารข่าวสด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “จดหมายเหตุทางอารมณ์ของเอเชีย (An Emotional Archive of Asia : Writing Against Erasure)”

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นบทบาทของวรรณกรรมในฐานะ “คลังความทรงจำทางอารมณ์” ของเอเชีย ทำหน้าที่บันทึกเรื่องราวที่ประวัติศาสตร์กระแสหลักมักละเลย ปิดทับ หรือพยายามทำให้เลือนหาย ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความรุนแรงทางการเมือง การอพยพ สงคราม การล่าอาณานิคม หรือแม้แต่ความเงียบงันที่เกิดขึ้นในระดับร่างกายและภาษา พร้อมกับการตั้งคำถามว่า ใครเป็นผู้มีสิทธิ์บันทึกประวัติศาสตร์ หรือความทรงจำแบบใดที่ถูกยอมรับ หรือถูกปฏิเสธ และวรรณกรรมยังสามารถเป็นพื้นที่ของความจริงได้หรือไม่ ในโลกที่เต็มไปด้วยความเงียบ

อย่างไรก็ตาม วรรณกรรมทั้ง 8 เล่มในปีนี้ จึงไม่ใช่เพียงผลงานสร้างสรรค์ทางศิลปะ หากแต่เป็นการ “ต่อต้านการลบเลือน (erasure)” ผ่านการเล่าเรื่องจากมุมมองส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ความสัมพันธ์ หรือความทรงจำของผู้หญิง ซึ่งกลายเป็นประวัติศาสตร์ทางเลือกที่ยังคงมีชีวิตอยู่ แม้ในบริบทที่การพูดอย่างตรงไปตรงมาอาจเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ นักเขียนแต่ละท่านยังเลือกใช้สัญลักษณ์ร่วมที่ทรงพลัง อาทิ ทะเล การจากลา ไซน่าทาวน์ แมวดำ ภูเขา บทเพลง อาหาร และ ลิ้น เพื่อพูดถึงสิ่งที่ถูกลบเลือน ถูกห้าม หรือไม่อาจกล่าวออกมาตรงๆ ในสังคมของตน

Nguyễn Phan Quế Mai นักเขียนชาวเวียดนาม เจ้าของผลงาน ‘The Mountains Sing’ ได้กล่าวถึงผลงานของตนเองว่า นวนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เวียดนามในศตวรรษที่ 20 ท่ามกลางความรุนแรงของสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ผ่านเรื่องราวของครอบครัวชาวเวียดนาม 4 รุ่น โดยเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของตัวละครผู้หญิงในครอบครัว เพื่อบันทึกความทรงจำและประสบการณ์ชีวิตของผู้คนในช่วงเวลาที่ประวัติศาสตร์ไม่ได้บันทึกไว้ ซึ่งสำหรับเธอการเขียนหนังสือเล่มนี้ไม่เพียงเป็นการเล่าเรื่องของเวียดนามในมิติที่ผู้คนมักไม่พูดถึง แต่ยังเป็นความรับผิดชอบของนักเขียนในการจดบันทึกความทรงจำของผู้คนในชาติ ก่อนที่เรื่องราวเหล่านั้นจะเลือนหายไปตามกาลเวลา

นอกจากนี้ เธอยังเปิดเผยความรู้สึกหลังผลงานได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 8 เรื่องสุดท้ายของ Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ว่า รู้สึกซาบซึ้งและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง แม้ก่อนหน้านี้จะไม่เคยรู้จักรางวัลนี้มาก่อน แต่เมื่อได้รับเชิญให้เข้าร่วมในโครงการนี้ กลายเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ได้พบและแลกเปลี่ยนกับนักเขียนจากหลากหลายประเทศ พร้อมย้ำว่า นักเขียนทุกคนที่ผ่านเข้ารอบล้วนเป็น “ผู้ชนะ” ในฐานะผู้กล้าที่จะบอกเล่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่ยากลำบากของประเทศตนเอง

Leila S. Chudori นักเขียนชาวอินโดนีเซีย เจ้าของผลงาน ‘The Sea Speaks His Name’ เล่าถึงประสบการณ์ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ว่า เป็นโอกาสที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการได้อยู่ท่ามกลางนักเขียนหญิงล้วนเป็นครั้งแรก หลังจากเมื่อหลายปีก่อนเคยมาประเทศไทยเพื่อรับรางวัลซีไรต์ (S.E.A. Write Award) แต่ในครั้งนั้นมีทั้งนักเขียนชายและหญิง ซึ่งเธอมองว่าพื้นที่เช่นนี้มีความสำคัญมาก เพราะงานเขียนของผู้หญิงมักถ่ายทอด “คลังเก็บความรู้สึก” ได้อย่างลึกซึ้งและเชื่อมโยงกับผู้อ่านได้อย่างมีพลัง แม้ไม่ใช่การเปรียบเทียบว่าเหนือกว่า แต่เป็นคุณค่าที่โดดเด่นเฉพาะตัว

เธอยังกล่าวอีกว่า แม้ว่าเธอจะเป็นเพียงหนึ่งในผลงานที่ผ่านเข้ารอบ 8 เล่มสุดท้าย แต่ก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบปะนักเขียนคุณภาพจากหลากหลายวัฒนธรรม การได้ฟังเรื่องราวที่แต่ละคนกำลังสร้างสรรค์ทำให้เธออยากที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจโลกของผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งโอกาสในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนของขวัญล้ำค่า โดยเฉพาะในบริบทของเอเชียที่ยังมีเวทีสำหรับนักเขียนหญิงไม่มากนัก การได้เป็นส่วนหนึ่งของรางวัลนี้จึงไม่เพียงสร้างการยอมรับ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เสียงของนักเขียนหญิงได้เชื่อมโยงถึงกันอย่างมีความหมาย

Lau Yee Wa นักเขียนชาวฮ่องกง เจ้าของผลงาน ‘Tongueless’ กล่าวถึงผลงานของตนว่า นวนิยายชิ้นนี้เป็นเหมือนภาพสะท้อนแรงกดดันของสังคมฮ่องกงในยุคเปลี่ยนผ่าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและภาษา ที่ตัวละครต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การถูกบังคับให้ละทิ้งภาษาเดิม เปรียบเสมือนการถูกสั่นคลอนรากฐานของความคิดและตัวตนที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่กำเนิด โดยเธอมองว่าภาษาไม่ใช่เพียงเครื่องมือสื่อสาร หากแต่เป็นพื้นที่ของความทรงจำ อัตลักษณ์ และเสรีภาพภายในใจของมนุษย์

ในอีกด้านหนึ่ง เธอยังได้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของวงการวรรณกรรมในฮ่องกงว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง ทำให้ความสนใจของนักเขียนและผู้อ่านเปลี่ยนแปลงไปสู่เนื้อหาการต่อต้านรัฐ จนทำให้พื้นที่ของวรรณกรรมถูกจำกัดความหลากหลาย แม้งานของเธอในช่วงแรกจะมีผู้อ่านเพียงไม่กี่สิบเล่ม และเธอเคยลังเลต่อการแปลผลงาน แต่เมื่อหนังสือได้เผยแพร่สู่สากล เธอกลับรู้สึกว่าตนเองได้ส่งเสียงของฮ่องกงไปยังทั่วโลก พร้อมทั้งรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในผลงาน 8 เล่มสุดท้ายบนเวที Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอได้นำเสนอเรื่องราวของบ้านเกิดในระดับนานาชาติอย่างภูมิใจ

Jemimah Wei นักเขียนชาวสิงคโปร์ เจ้าของผลงาน ‘The Original Daughter’ ผู้ที่ได้รับรางวัล Country Award กล่าวถึงความรู้สึกว่า แม้ผลงานของเธอจะไม่ได้ติดหนึ่งใน 8 เรื่องสุดท้ายของ Chommanard International Women’s Literary Award 2025 แต่การได้รับรางวัลนี้ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เนื่องจากนวนิยายเรื่องนี้เป็นผลงานแรกที่เธอใช้เวลากว่า 9 ปีในการเขียน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของสองสาวพี่น้องที่เติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสิงคโปร์ในช่วงเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วปี 2015 ซึ่งเธอหวังว่าผู้อ่านจะได้สัมผัสและเชื่อมโยงกับเรื่องราวนั้นอย่างลึกซึ้ง

นอกจากนี้ เธอยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเวทีนี้ว่า เป็นพื้นที่อันทรงคุณค่า ที่เปิดโอกาสให้นักเขียนหญิงจากเอเชียได้มาพบปะและแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกัน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก แม้เธอจะเคยตีพิมพ์ผลงานและเดินทางในหลายประเทศทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และยุโรป แต่ไม่เคยมีโอกาสได้อยู่ท่ามกลางนักเขียนเอเชียเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งมองว่ารางวัลชมนาดมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเรื่องเล่าจากเอเชียให้เป็นที่รับรู้ในระดับสากล ท่ามกลางบริบทของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ที่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในโลกตะวันตก

Ms. Law Lok Man หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินรางวัล Chommanard International Women’s Literary Award 2025 กล่าวถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาว่า ในฐานะคณะกรรมการเธอให้ความสำคัญควบคู่กันทั้ง “เนื้อหา” และ “ลีลาการเล่าเรื่อง” โดยเนื้อหาควรสะท้อนประเด็นร่วมสมัยที่ผู้คนมีร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ประวัติศาสตร์ เพศสภาพ หรือครอบครัว ซึ่งล้วนถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยได้อย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกัน รูปแบบลีลาการเล่าเรื่องต้องมีความสดใหม่ สร้างสรรค์ และเปิดมุมมองที่แตกต่างไปจากงานเขียนเดิมๆ

นอกจากนี้ เธอยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของรางวัลนี้ ในฐานะเวทีที่รวบรวมวรรณกรรมจากหลากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้เรื่องเล่าที่เชื่อมโยงประสบการณ์ร่วม ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการย้ายถิ่น รากเหง้าครอบครัว หรือบาดแผลจากความขัดแย้งทางสังคม ได้ถูกถ่ายทอดสู่สาธารณะ และในมุมมองของเธอ รางวัลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสำหรับนักเขียนหญิง หากแต่เป็นพื้นที่ของมวลมนุษยชาติในการแบ่งปันเรื่องราว ภาษา และประสบการณ์ร่วม ที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมและแรงบันดาลใจไปยังผู้คนในทั่วโลก

“บ่อยครั้งที่ฉันไม่ได้มองว่ารางวัลนี้มีไว้เพื่อนักเขียนหญิงเท่านั้น แต่ฉันคิดว่ามันเพื่อมวลมนุษยชาติ การให้เกียรติผ่านรางวัลนี้จึงเป็นเรื่องที่ดี แต่ฉันไม่คิดว่ามันเป็นเพียงแค่การสร้างแรงบันดาลใจ แต่มันคือการแบ่งปันประสบการณ์ ภาษา และเรื่องราวที่เราทุกคนมีร่วมกัน” Ms. Law Lok Man กล่าว

ทั้งนี้ รางวัล Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ได้ประกาศรายชื่อหนังสือ 8 เล่มสุดท้าย (Shortlist) ไปเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมติดตามและร่วมลุ้นผลการตัดสินรางวัลผู้ชนะเลิศได้ใน คืนวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 นี้ โดยผู้ชนะเลิศรางวัล Grand Prize จะได้รับเงินรางวัลมูลค่าสูงถึง 500,000 บาท

และจากทั้งหมดที่กล่าวมาสะท้อนให้เห็นว่า เวทีแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เชิดชูคุณค่าของผลงานวรรณกรรมเพียงเท่านั้น หากยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนพลังของนักเขียนสตรีในภูมิภาคเอเชียในการขับเคลื่อนเรื่องเล่า ความทรงจำ และตัวตน ให้ก้องไกลสู่เวทีโลกอย่างทรงคุณค่า