คุก‘เปรี้ยว’34ปี-คดีฆ่าหั่นน้องแอ๋ม โดนถ้วนหน้าแก๊ง5คน “แม่-พี่”ดีใจรอดประหาร

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 พ.ค. น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิน และ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ เบนท์ และนายวศิน นามพรม เดินทางมาที่ศาลจังหวัดขอนแก่น เพื่อรับฟังคำพิพากษาในคดีเลขดำที่ 1957/60 ที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากกรณีร่วมกันฆ่าหั่นศพแอ๋ม น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย แล้วเอาศพไปฝังอำพรางไว้ที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ขณะที่น.ส.อภิวันท์ ถูกตั้งข้อหาเสพเมตแอมเฟตามีนเพิ่มอีกข้อหา ขณะที่ น.ส.จิดารัตน์ถูกฟ้องในข้อหารับของโจรเพียงข้อหาเดียว

ส่วนที่บ้านเหล่านางาม อ.เมือง จ.ขอนแก่น นางสำราญ เพียแก่น อายุ 69 ปี คุณยาย ของน้องแอ๋ม นางสาววริศรา กลิ่นจุ้ย นำรูปหลานสาวพร้อมทั้งธูป 1 ดอก มาจุดเพื่อบอกกล่าวดวงวิญญาณหลานสาว ให้รับรู้ว่าวันนี้ศาลจังหวัดขอนแก่น นัดฟังคำพิพากษาตัดสินคดี จึงอยากให้หลานสาวมาร่วมรับฟังคำตัดสินด้วย และหวังว่าศาลจะตัดสินให้ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับโทษสูงสุด

นางพิชชาภา คำเพิงใจ แม่แอ๋ม กล่าวว่า ตนเองเชื่อมั่นในระบบกระบวนการยุติธรรม ที่จะอ่านคำตัดสินตามหลักฐานที่ทนายความได้ให้ปากคำในช่วงที่มีการสืบพยานโจทก์ไปเมื่อปลายเดือนเมษายน และจากการที่ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาจากเดิมวันที่ 29 มิ.ย. 61 มาเป็นวันนี้ 10 พ.ค. 61 ตนเองเชื่อว่า น้องแอ๋ม ลูกสาวของตนเอง จะมีข่าวดีหลังจากที่ศาลจังหวัดขอนแก่นได้อ่านคำพิพากษา เพราะวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของตนเอง และคำพิพากษาจะเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีสำหรับแม่ ซึ่งผลการอ่านคำพิพากษาจะเป็นอย่างไร ตนเองก็พร้อมจะน้อมรับคำตัดสิน พร้อมเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

ต่อมาเวลา 13.00 น. องค์คณะผู้พิพากษาศาลจังหวัดขอนแก่นออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาชั้นต้น โดยใช้เวลาอ่านคำพิพากษานานกว่า 2 ชั่วโมง ขณะที่จำเลยที่เข้าฟังคำพิพากษายังมีสีหน้ายิ้มแย้ม บางส่วนพูดคุยหัวเราะกันได้

โดยองค์คณะบรรยายคำฟ้องจำเลยโดยละเอียด รวมทั้งสภาพศพของเหยื่อ และพฤติการณ์ในการลงมือฆ่าและซ่อนเร้นอำพรางศพของกลุ่มจำเลย โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของ น.ส.ปรียานุช น.ส.กวิตา และ น.ส.อภิวันท์ เป็นการทำร้ายร่างกายผู้ตาย และมีการต่อสู้ รวมถึงมีปากเสียงกันบนรถ มีบางช่วงที่ผู้ต้องหามีความคิดที่จะปล่อยผู้ตายลงจากรถ แต่ผู้ตายพูดจาข่มขู่จนจำเลยเกิดความกลัว ทำให้มีการปิดปากปิดจมูกอย่างรุนแรง และมีการใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวผู้ตาย ไม่ใช่พฤติการณ์ของการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่เป็นการฆ่าโดยเจตนา

ขณะที่นายวศินเห็นว่า ไม่มีพยานมาเบิกความถึงพฤติการณ์ในการร่วมกันฆ่าและไม่ปรากฏว่ารู้จักกับผู้ตาย หรือวางแผนร่วมกับผู้ต้องหาทั้งสามคนมาก่อน แต่พฤติการณ์ที่เป็นผู้ขับขี่รถและไปซื้อปูนจึงเป็นการช่วยเหลือ หรือสนับสนุนในการฆ่าผู้ตาย

พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว โนนวังชัย จำเลยที่ 1 และ น.ส. กวิตา หรือ เอิน ราชดา จำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา คำให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 33 ปี 4 เดือน และฐานร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้นทำลายศพ ให้จำคุก 4 เดือน รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 เดือน ฐานร่วมกันลักทรัพย์ จำคุก 2 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก คนละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 34 ปี 6 เดือน

ให้จำคุก น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนท์ พรมคุณ จำเลยที่ 3 ฐานรับของโจรเป็นเวลา 2 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ให้จำคุกนายวศิน หรือ นิว นามพรม จำเลยที่ 4 ฐานเป็นผู้สนับสนุนในการฆ่าผู้อื่น เป็นเวลา 33 ปี 4 เดือน คำให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 22 ปี 2 เดือน 20 วัน และฐานร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้นทำลายศพ ให้จำคุก 4 เดือน รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน ฐานร่วมกันลักทรัพย์ จำคุก 2 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 4 ทั้งสิ้น 23 ปี 4 เดือน 20 วัน

ให้จำคุกตลอดชีวิต น.ส.อภิวันท์ หรือ แจ้ สัตยบัณฑิต จำเลยที่ 5 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน และฐานร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้นทำลายศพ ให้จำคุก 4 เดือน รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน, ฐานเสพเมตแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 5 ทั้งสิ้น 33 ปี 9 เดือน

โดยให้จำเลยที่ 1, 2, 4, 5 ร่วมกันชดใช้เงิน 1,070,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 พ.ค. 2560 ซึ่งเป็นวันกระทำละเมิด จนกว่าชำระเสร็จ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1, 2, 4, 5 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพาอาวุธมีด ไปในเมืองฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 5 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ โดยให้ริบของกลางทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาจบ ต่างฝ่ายต่างโผเข้ากอดกัน ก่อนที่ตำรวจศาลจะควบคุมจำเลยทั้ง 5 คนไปควบคุมตัวไว้เพื่อรอส่งตัวกลับเข้าเรือนจำขอนแก่นและทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ตามคำสั่งศาลต่อไป

นายนภดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์กล่าวว่า คดีนี้เราสู้ตามมาตรา 289 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โทษสูงสุดคือประหารชีวิต ดังนั้น หากผลการพิพากษาออกมาในรูปนี้ ได้หารือกันแล้วว่าจะขอยื่นอุทธรณ์ผู้ต้องหาทั้งหมดทันที

ด้าน น.ส.ประภาศิริ สมศรี หรือเหมียว พี่สาวของเปรี้ยว ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม กล่าวภายหลังศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตน้องสาว และลดโทษเหลือจำคุก 34 ปี 6 เดือน ว่า ก่อนเข้าห้องพิจารณาได้คุยกับแม่ ตอนแรกคิดว่าน้องต้องถูกตัดสินประหารแน่ๆ ทำให้เครียดมาก แต่เมื่อผลออกมาทำให้ครอบครัวดีใจเป็นอย่างมาก ถือเป็นการกู้ศักดิ์ศรีของครอบครัวและผู้หญิงคนหนึ่งกลับคืนมา โดยศาลพิจารณาแล้วว่าเป็นการก่อเหตุโดยไม่ได้ไตร่ตรอง จึงสะท้อนให้เห็นว่าน้องไม่ได้โหดร้าย

“ไม่ได้อยากเรียกร้องขอความเป็นธรรม ถ้าไม่ใช่ญาติพี่น้องคงไม่เข้าใจว่าความรู้สึกแย่แค่ไหน น้องไม่ได้โหดร้าย ตอนนี้อยากให้หลุดจากคำว่าลงมือโดยไตร่ตรอง จากนั้นอะไรที่เริ่มต้นกันใหม่ได้ก็อยากให้เริ่มต้นกันใหม่ พร้อมอยากให้เยาวชนและวัยรุ่นดูเปรี้ยวเป็นตัวอย่าง ตอนนี้ถือว่าทุกอย่างจบแล้ว ส่วนการต่อสู้คดีหลังจากนี้ ครอบครัวเตรียมสู้คดีชั้นอุทธรณ์ เพื่อยื่นขอลดโทษให้น้องสาว” น.ส. ประภาศิริกล่าว

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้เลี่ยมพระกันนำ้ เลี่ยมพระลอยองค์
บทความถัดไปกล้าลองไหม! “ราเมนไฟลุก” ห้ามกรีดร้อง-ห้ามวิ่งหนี (ชมคลิป)