ตะลุย..มหานครผลไม้ กินพุงกาง…’ทุเรียนดีเมืองจันท์-ตราด’

ข่าวของ แจ๊ก หม่าŽ นักธุรกิจเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศจีน เดินทางมาเช็กแฮนด์กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเดือนก่อน พร้อมกับทำ MOU ซื้อทุเรียนขายตรงส่งไปประเทศจีน เว็บไซต์สัญชาติจีน อาลีบาบาŽ สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการผลไม้ไทยไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อค้าคนกลาง และบรรดาล้งทุเรียนทั้งหลาย ต้องร้อนๆ หนาวๆ กันบ้าง เมื่อมีคู่แข่งยักษ์ใหญ่กระโดดลงสนามค้าทุเรียนอีกหนึ่งเจ้า

ข่าวนี้ไม่ใช่แค่พ่อค้าคนกลางเท่านั้นที่กังวล แม้แต่คนกินทุเรียนก็กังวลไม่แพ้กัน หากจะถามว่า เพราะอะไร?Ž

สันนิษฐานว่าเพราะ ประการแรก ทุเรียนที่ปลูกในสวนเมืองไทยทั้งหลาย ซึ่งเป็นทุเรียนเกรดดี เกรดพรีเมียม ราคาแพง คงจะถูกส่งไปขายที่ประเทศจีนกันหมด เหลือแต่เกรดระดับรองๆ ไว้ให้คนไทยได้กินกัน ประการถัดมา สันนิษฐานว่าราคาทุเรียนคงแพงหูฉี่ จนไม่อาจจะซื้อกินได้ กลายเป็น ผลไม้มหาเศรษฐีŽ กรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา

ข้อสันนิษฐานนี้ก็ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นส่วนบุคคลว่าใครจะคิดอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ยังมีอีกหลายคนที่มองสถานการณ์อย่างเข้าใจ เห็นว่าข่าวนี้คือปรากฏการณ์ของสังคมดิจิทัล ทุกสิ่งทุกอย่างต้องซื้อขายผ่านระบบออนไลน์กัน และการเข้ามาของอาลีบาบาก็เป็นหนทางให้การค้าขายทุเรียนของไทยเชื่อมไปสู่ตลาดโลกได้กว้างขวางและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

และแม้จะมีแจ๊ก หม่า แต่เจ้าของสวนทั้งหลายยังมองว่าซื้อขายทุเรียนผ่านพ่อค้าคนกลางหรือล้ง ยังมีความจำเป็นสำหรับเกษตรกรชาวสวน โดยเฉพาะใน จ.จันทบุรี และการค้าผ่านระบบออนไลน์นั้นเป็นอีกทางเลือกหนึ่งมากกว่า เนื่องจากฤดูกาลเพาะปลูกทุเรียนแต่ละฤดูกาล ชาวสวนจะทยอยตัดส่งพ่อค้าคนกลาง หรือส่งล้ง หรือบางสวนก็ให้พ่อค้าคนกลางเข้าไปตัดเอาเองในสวนได้เลย และคิดราคาแตกต่างกันไป ตามแต่จะตกลงกัน

สำหรับการปลูกทุเรียนนั้น พ่อค้าคนกลางหรือล้งรู้ดีว่าทุเรียนที่ออกดอกในเดือนมกราคม จะให้ผลผลิตในเดือนพฤษภาคม ดังนั้น จึงต้องเร่งรีบเข้าไปจับจอง ใครดีใครได้ จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีเหลือสำหรับการจำหน่ายในช่องทางอื่น สำหรับสวนในจันทบุรี เริ่มต้นฤดูกาลชาวสวนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า ปีนี้ทุเรียนให้ผลผลิตน้อยมาก เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง จึงทำให้สวนติดดอกออกผลน้อยŽ

นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับ ทุเรียนเลิฟเวอร์Ž ทั้งหลาย ในเมื่อเรามีทัวร์สวนทุเรียนเพื่อกินทุเรียนโดยเฉพาะ อย่างเช่นที่ มติชน อคาเดมีŽ จะจัดขึ้นในวันที่ 26-27 พฤษภาคมในชื่อ ตะลุย..มหานครผลไม้ ภาคตะวันออก กินทุเรียนกันพุงกางŽ เป็นการไปเรียนรู้เรื่องของทุเรียนกับเจ้าของสวนอย่างถึงพริกถึงขิง ตั้งแต่การปลูก การตัดต่อกิ่ง การอนุรักษ์ ดูแลพันธุ์ จนเป็นต้นทุเรียนออกผลมาให้รับประทานกัน อีกทั้งยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ต่างๆ ของทุเรียนเมืองไทย ที่ไม่ได้มีแค่หมอนทอง ชะนี หรือพวงมณี ก้านยาว แต่ยังมีพันธุ์อื่นๆ อีกมากมาย อาทิ เม็ดในยายปราง, กบสุวรรณ, กำปั่นหมอนทอง ฯลฯ

งานทัวร์ครั้งนี้ เปิดตัวสวนแรกให้กินกันอย่างจุใจที่ สวนบ้านเราŽ ของ ขจร พฤฒิสุขนิรันทร์ ซึ่งเป็นสวนเดียวในเมืองไทยที่รวบรวมทุเรียนถึง 111 สายพันธุ์ไว้ในเนื้อที่ 100 ไร่ ปลูกไว้เพื่อจำหน่ายและอนุรักษ์ รับประกันว่าไปสวนบ้านเราต้องได้ชิมทุเรียนพันธุ์หายากในบรรยากาศเป็นกันเอง

ขจร พฤฒิสุขนิรันทร์

ขณะที่สวนถัดมาเป็นสวนของ ไพฑูรย์ วานิชศรี แห่ง อ.เขาสมิง จ.ตราด ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเขาสมิงที่เงียบสงบ เป็นสวนทุเรียนได้รับรางวัลความอร่อยระดับส่งออกต่างประเทศ นอกจากความอร่อยจนลืมบ้านเลขที่แล้ว ยังเป็นทุเรียนที่ไม่มีสารพิษตกค้าง กินได้แบบไม่ต้องกังวล สวนอีกแห่ง คือสวน ป้าสาวสุดใจŽ อ.แหลมสิงห์ จันทบุรี สวนผลไม้ผสมที่ไม่ได้ฟินแค่กินทุเรียน แต่มีผลไม้อื่นๆ ให้ชิมแบบไม่อั้น ทั้งมังคุด เงาะ ลองกอง สามารถซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นของฝากได้ด้วย

ก่อนจะขยับต่อไปที่สวนสละพันธุ์สุมาลีของ ปรีชา ปิยารมย์ เจ้าของสวนใจดี ทั้งกินทั้งแจกและยังได้เดินชมสวน ฟังเรื่องราวของ สละŽ ผลไม้อันตรายที่มีหนามรอบตัว แต่ถ้าใครรู้วิธีปอก ก็จะรู้ว่า ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากŽ แล้วปิดท้ายด้วยสวน ป้าแกลบŽ แหล่งรวมของดีเมืองจันท์ ตั้งแต่ผลไม้แปรรูปต่างๆ กินได้แบบไม่มีหยุด อย่างทุเรียนทอด ทุเรียนกวน ทุเรียนสแน็ค และลูกอมทุเรียน น้ำพริกทุเรียน ที่หากินไม่ได้จากที่อื่น

ป้าสาวสุดใจ

นอกจากนี้ ตลอดโปรแกรมทัวร์ยังเพลิดเพลินไปกับอาหารทะเลซีฟู้ด ที่มีให้ลิ้มลองสารพัดเมนูจาก ร้านแดง ริมคลองŽ ภายในตัวเมืองจันทบุรี ว่ากันว่าอาหารที่ร้านนี้ถือกำเนิดสืบทอดกันมายาวนานถึง 48 ปี แน่นอนว่าบางเมนู นอกจากความอร่อยเลิศ บ่งบอกถึงความเป็นชาวจันทบุรีแล้ว ยังเป็นเมนูหากินยากที่หาแม่ครัวที่ไหนทำไม่ได้อีกแล้วด้วย รายละเอียดมีเมนูอะไรบ้างนั้น ขออภัย อุบไว้ก่อนŽ อยากรู้ต้องไปลองเอง!

วกกลับมาเรื่องของทุเรียนอีกครั้ง ฟังคุณขจร เจ้าของสวนบ้านเรา เล่าเรื่องราวเรียกน้ำย่อยถึง สวน 111 สายพันธุ์ว่า เป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์ทุเรียนที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมดเพื่อการเรียนรู้และอนุรักษ์ เหนืออื่นใดเพื่อการกินอันสุนทรีย์ด้วย

การกินทุเรียนก็เหมือนกินไวน์ ต้องรู้ความแตกต่างของแต่ละสายพันธุ์ว่ารสชาติเป็นอย่างไร ไม่งั้นเสียของ เรียกว่ากินทุเรียนไม่เป็นŽ เจ้าของสวนกล่าวอย่างอารมณ์ดี ท้าทายแฟนคลับทุเรียนทั้งหลาย

กลุ่มทุเรียนที่ปลูกในสวน แยกเป็นกลุ่มๆ อาทิ กลุ่มกบมี 21 สายพันธุ์, กลุ่มลวงมี 5 สายพันธุ์, กลุ่มก้านยาวมี 6 สายพันธุ์, กลุ่มกำปั่นมี 8 สายพันธุ์ ฯลฯ กลุ่มลวงที่รู้จักกันดีคือ ชะนี เป็นชื่อ 1 ใน 6 ของทุเรียนกลุ่มนี้ นอกนั้นก็ จอกลอย เป็นพันธุ์มาจากเมืองนนท์ ลูกหนึ่งหนักประมาณ 7-8 ขีด เวลาตกลงไปในน้ำที่มีจอกแหนจอกไม่จม เลยเรียกชื่อ จอกลอย หรือ ก้านยาววัดสัก เป็นหนึ่งในก้านยาวที่อร่อยกว่าก้านยาวอื่นๆ ขายแพงกว่าด้วย และอีกกลุ่มที่น่าสนใจ หมอนทอง หลายคนชอบรสชาติเพราะหวาน แต่ที่อร่อยสุดสุดต้องยกให้ กำปั่นไวท์ เนื้อเนียนละเอียดเป็นครีมกลมกล่อมมาก ใครกินเป็นติดใจทุกคน กินแล้วไม่อยากกินอย่างอื่น มีเท่าไหร่หมดเกลี้ยงจองกันข้ามปี พันธุ์นี้ฝรั่งชอบมาก ส่วนกลุ่มทองย้อยคนก็นิยมเช่นกัน นกหยิบจะอยู่ในกลุ่มนี้ ขอบอกก่อนนะครับว่านกหยิบไม่ใช่กระจิบ คนละตัวกัน คนมักจะสับสน ส่วนพวงมณีเป็นซิกเนเจอร์ของสวนผม เพราะว่าลูกค้าจองล่วงหน้ากันเป็นปี แล้วแย่งชิงกันด้วย เป็นทุเรียนที่คนนิยมมากเวลานี้ รสหวานเนื้อละเอียด แต่ถ้าถามว่าอะไรมากที่สุดในสวนก็ต้องหมอนทองแหละครับŽ

ฟังเจ้าของสวนสาธยาย เป็นเพียงแค่ 5 ใน 100 ของสวน คุณขจรยังมีเรื่องเล่าอีกมากมาย อย่างเช่นเรื่องของทุเรียนที่ชื่อ 5 ลูกไม่ถึงผัวŽ เขาว่าทุเรียนเลิฟเวอร์จริงๆ ต้องชิมพันธุ์นี้ ส่วน กระดุม เป็นทุเรียนพันธุ์เบา เขาเรียกทุเรียนเปิดเทอม หมายความว่าเมื่อดอกบานแล้วนับไป 90 วัน จึงจะกินได้ในราวปลายเดือนมีนาคม เป็นทุเรียนเนื้อหวาน บางคนกินกับน้ำกะทิ ขจรบอกว่า ยังไงๆ พันธุ์นี้ก็โดนจองอยู่แล้ว เพราะตอนกระดุมออก ยังไม่มีพันธุ์อื่นออกมา เขาเลยเรียกว่า ทุเรียนเปิดเทอมŽ

ทุเรียนพูดยากว่าพันธุ์ไหนอร่อยไม่อร่อย อยู่ที่ความชอบของคน ถ้าอยากกินเนื้อเยอะก็ต้องหมอนทองถูกสุดในสวน พันธุ์อื่นแพงหมด ราคาแพงกว่าหมอนทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการกินทุเรียนต้องละเมียด แยกความแตกต่างของรสชาติได้ ไม่ใช่แกะเนื้อขึ้นมากินเลย กินทุกสายพันธุ์โดยไม่รู้ความต่างคืออะไร เพราะฉะนั้น ในเมื่อแยกแยะไม่ออกว่าอะไรอร่อย ก็กินหมอนไป กินชะนีไปŽ หัวเราะเสียงดัง

สำหรับสวนของคุณขจร นอกจากปลูกทุเรียนเต็มพื้นที่แล้ว รอบๆ สวน ปลูกเงาะให้ลูกค้าได้เก็บชิมด้วย เวลาเปิดสวนให้คนมากินทุเรียน ต้องตัดไปสต๊อกไว้แล้วบ่ม เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่ไม่สามารถเก็บกินบนต้นได้ ถ้าหมอนทองบ่ม 5-6 คืน ถ้าเป็นกระดุมหรือชะนี บ่ม 3 คืน ..ที่จัดให้ลูกค้ากินเป็นทุเรียนอายุ 50 ปีทั้งนั้น หมอนทองให้กินแบบไม่อั้น โดยจะมีจุดแกะทุเรียน แล้วขนใส่ลิฟต์ขึ้นไปให้ลูกค้ากินไปเรื่อยๆ กินสดๆ บางปีหากมีพันธุ์ไหนที่ออกมาชนกับหมอน คนกินก็มีสิทธิได้กินพันธุ์อื่น ซึ่งแพงกว่าหมอนทอง อันนี้เป็นเซอร์ไพรส์ให้ลูกค้า ถ้าสุกพอดีก็จะได้ชิมกิน..Ž

รสชาติทุเรียนเป็นยอดสถานที่ยังเยี่ยมอีกต่างหาก เพราะจัดไว้อย่างสวยงาม สะดวกต่อการเดินลัดเลาะไปตามสวน ที่สำคัญคุณขจรขับรถรางพาดูสายพันธุ์แต่ละต้น พร้อมอธิบายด้วยตัวเอง ตอบทุกคำถามที่สงสัย อิ่มหนำกันแล้วก็อย่าลืมไปถ่ายรูปกับต้นทุเรียนสองต้นที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด หนึ่งคือออเจ้า การะเกดŽ บรรพบุรุษของกลุ่มกบ อีกหนึ่งคือ ย่ำมะหวาดŽ ทุเรียนที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดมากที่สุด

ทุเรียนสวนอื่นๆ อาทิ สวนคุณไพฑูรย์ วานิชศรี สวนคุณพี่สาวสุดใจ สวนคุณลุงปรีชา รับรองว่ามีทั้งสตอรี่และรสชาติที่ไม่แพ้กัน แต่ใครจะอย่างไรนั้น ต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง!!

ทัวร์ อิ่มพุงกาง..ตะลุย!! มหานครผลไม้

จ.ระยอง-จันทบุรี-ตราด

วันที่ 26-27 พฤษภาคม 2561 ราคา 6,500 บาท

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561

05.00 น. ลงทะเบียน รับของที่ระลึกพร้อมรับประทานอาหารเช้า ที่มติชนอคาเดมี

06.00 น. ออกเดินทางสู่ดินแดนแห่งผลไม้ อ.แกลง จ.ระยอง

10.00 น. ถึงสวนบ้านเรา สวนที่รวบรวมสายพันธุ์ทุเรียนโบราณกว่า 111 สายพันธุ์ เช่น พันธุ์กบสุวรรณ ที่โด่งดังด้วยรสชาติจนได้รับสมญาว่า กินจนลืมตายŽ หรือชื่อพันธุ์ที่ไม่เคยคุ้นหูอย่าง พันธุ์การะเกด เป็นต้น โดยปลูกไว้เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์ให้เป็นที่รู้จักต่อไป ให้ท่านนั่งรถรางชมสวนพร้อมพูดคุยเรื่องราวแบบทุเรียนๆ ไปกับคุณขจร พฤฒิสุขนิรันทร์ เจ้าของสวนผู้มากประสบการณ์ และให้ท่านได้ชิมบุฟเฟ่ต์ทุเรียนของทางสวนกันแบบไม่จำกัดเวลา

12.00 น. เดินทางไปยัง อ.เมือง จ.จันทบุรี

13.30 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านครัวคุณแดง ริมคลอง (พิเศษเมนูพื้นบ้านหมูชะมวงรสเด็ด)

14.30 น. เดินทางไปยัง สวนสละ ของคุณปรีชา ปิยารมย์อ.เมือง จ.จันทบุรี

15.00 น. ถึงสวนสละ ของคุณปรีชา ปิยารมย์ เจ้าของสวนผู้นำเทคนิคการเกษตรและการดูแลสวนมาประยุกต์ใช้จนได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เดินชมพร้อมชิมสละรสชาติจัดจ้าน การันตีคุณภาพระดับส่งออก พร้อมเลือกซื้อสละสุมาลีชิมผลไม้สดๆ จากต้น

15.45 น. เดินทางไปยัง อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

16.20 น. ถึงสวนสาวสุดใจ สวนขนาดย่อมที่มีชื่อเสียงมานานจากโลกโซเชียล ให้ท่านได้ลิ้มชิมรสบุฟเฟ่ต์ผลไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน, ลองกอง, เงาะ, มังคุด และสละ พร้อมเดินชมสวนในบรรยากาศแบบกันเองสไตล์ครอบครัว โดยคุณอรอุมา สุดประเสริฐ หรือป้าสาว เจ้าของสวนอารมณ์ดีที่ยินดีต้อนรับด้วยรอยยิ้มเสมอ จากนั้นช่วงเย็นร่วมรับประทานอาหารเย็นกลางสวนผลไม้ ชิมเมนูพื้นบ้านเลิศรส พิเศษ!!! ชมการสาธิตเมนูคาวหวานจากผลไม้ขึ้นชื่อแห่งภาคตะวันออก โดยทีมเชฟจากมติชนอคาเดมี ที่ไม่เคยโชว์ที่ไหนมาก่อน

19.30 น. เดินทางไปยังที่พัก

20.00 น. ถึงโรงแรมบลูแรบบิท รับกุญแจห้องพัก จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2561

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. เดินทางไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

08.30 น. ถึงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่กลางสวนสาธารณะทุ่งนาเชย โดยพระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้เป็นที่คุ้นตากันดี เนื่องจากเคยใช้พิมพ์บนด้านหลังธนบัตรชนิด 20 บาทแบบเก่า ให้ท่านได้สักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

09.00 น. เดินทางสู่ อ.เขาสมิง จ.ตราด

10.00 น. ถึงสวนทุเรียนของคุณไพฑูรย์ วานิชศรี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเขาสมิงอันเงียบสงบ ให้ท่านได้กินบุฟเฟ่ต์ทุเรียนที่เลื่องชื่อเรื่องความอร่อยด้วยคุณภาพระดับส่งออก การันตีคุณภาพด้วยรางวัลการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro Tourism) และ 1 ในสวนที่อยู่ในโครงการ อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวนŽ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

12.00 น. เดินทางสู่ อ.ขลุง จ.จันทบุรี

12.40 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่สวนอาหารวังปู (พิเศษ เมนูปูทะเล)

13.45 น. เดินทางผ่านเส้นทางถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุดในประเทศไทย สู่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

15.00 น. ถึงร้านป้าแกลบ ของดีเมืองจันท์ ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ชนิดต่างๆ ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรเขาบายศรี เช่น ทุเรียนทอด ทุเรียนสแน็ค ทุเรียนกวน ฯลฯ รวมทั้งยาสมุนไพรประเภทต่างๆ การันตีด้วยรางวัลโอท็อประดับ 5 ดาว

16.30 น. เดินทางต่อไปยัง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง

17.30 น. รับประทานอาหารเย็น ที่ครัวชาวไร่ (พิเศษ เมนูแกงป่าปลาอินทรี เมนูขึ้นชื่อของร้าน)

18.30 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ

22.00 น. ถึงมติชนอคาเดมี โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า

สนใจติดต่อได้ที่ มติชนอคาเดมี Inbox : Facebook Matichon Acadamy

โทร. 0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124 , 08-2993-9097, 08-2993-9105 หรือ Line : @m.academy

บทความก่อนหน้านี้ทุเรียนชั่งขายไม่รวมเปลือก! ลูกค้าถูกใจแห่ซื้อ เลือกแบบที่ชอบได้ แพงกว่าก็ยอม
บทความถัดไปวนมาเจอกันอีกสัปดาห์แล้ว ดวงใครจะเป็นยังไงกันบ้าง ไปอ่านกันเลย!