แพ็กเกจจิ้งสำหรับบรรจุน้ำดื่มที่เห็นกันโดยทั่วไป คือ ขวดพลาสติก ซึ่งสามารถนำขวดมาใช้ซ้ำหรือเติมน้ำใหม่ รวมถึงสามารถนำมารีไซเคิลได้ แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าการใช้ขวดพลาสติกซ้ำจะเป็นทางออกที่แท้จริงของการลดปริมาณขยะพลาสติก ในเมื่อแต่ละปีมีพลาสติกถึง 8 ล้านตัน ที่เป็นขยะจมอยู่ในท้องทะเล

ในประเทศอังกฤษ มีน้ำดื่มแบรนด์ “CanO Water” ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ปฏิวัติวงการน้ำดื่ม ด้วยแพ็กเกจจิ้งแปลกใหม่ไม่เหมือนกับแบรนด์อื่น เพราะน้ำดื่มของแบรนด์นี้ถูกบรรจุไว้ในกระป๋องอะลูมิเนียม

ไอเดียนี้ถูกพัฒนาผ่าน 3 สตาร์ตอัพรุ่นใหม่ คือ Ariel Booker, Perry Alexander Fielding และ Josh White โดยมีจุดเริ่มต้นจาก Ariel Booker ซึ่งมาเที่ยวทะเลที่ประเทศไทย แล้วเห็นว่าบนเกาะเต็มไปด้วยขวดพลาสติก ขยะ และตาข่ายที่ไม่ใช้แล้ว จนนำไปสู่การหาข้อมูลมากมายเกี่ยวกับแพ็กเกจจิ้ง ก่อนได้ข้อสรุปว่ากระป๋องอะลูมิเนียมจะเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค และเป็นทางรอดให้กับโลกใบนี้

เพราะหากมองถึงแง่ดีของการนำอะลูมิเนียมมาเป็นวัสดุในการผลิตนั้นมีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพที่ไม่ลดลง แม้จะถูกรีไซเคิลหลายครั้ง อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่อยู่ได้ยาวนาน โดย 75% ของอะลูมิเนียมที่เคยผลิตเมื่อปี 1888 ยังสามารถใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน รวมถึงกระป๋องอะลูมิเนียมยังสามารถป้องกันน้ำจากแสงและอากาศได้เป็นอย่างดี และยังสะดวกต่อการขนส่ง ไม่แตกหัก หรือบุบได้ง่าย

จุดเด่นสำคัญอีกอย่างของ CanO Water คือห่วงกระป๋อง โดยมีให้เลือกทั้งห่วงกระป๋องอะลูมิเนียมแบบที่เคยเห็นทั่วไป กับเป็นรูปแบบฝาปิด (resealable lid) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่จะทำให้ผู้บริโภคสามารถเติมน้ำได้ตลอด และสามารถปกป้องน้ำดื่มได้เป็นอย่างดี

 

ไม่เพียงแต่ความโดดเด่นด้านแพ็กเกจจิ้ง แต่ “น้ำ” ของแบรนด์นี้ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะเป็นน้ำแร่จากเทือกเขาแอลป์ ประเทศออสเตรีย อันประกอบด้วยแร่ธาตุสำคัญ และมีค่า pH 7.9 หรือมีความเป็นด่าง ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เมื่อดื่มแล้วจะมีทั้งความสดชื่นและร่างกายดูดีไปพร้อมกัน

CanO Water มีราคาขายอยู่ที่ 99 เพนนี วางจำหน่ายใน 320 แห่งทั่วประเทศอังกฤษ โดยเข้าไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง Selfridges, Fenwick และ Whole Foods Market รวมถึงโรงยิม โรงแรม โรงเรียน มหาวิทยาลัย และกำลังอยู่ระหว่างการ pitching สำหรับวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าต่าง ๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้ ได้ส่งสินค้าออกไปจำหน่ายยังสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐเช็กอีกด้วย

นับเป็นการเติบโตที่น่าสนใจของสินค้าซึ่งมาจาก passion ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการต่อสู้กับปัญหาพลาสติกล้นโลก ผ่านการให้คำมั่นสัญญาว่า จะดำเนินธุรกิจเพื่อโลก เพื่อแบรนด์ และเพื่อลูกค้า รวมถึงจะพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ในทุกขั้นตอนของสินค้าเกิดคาร์บอนฟุตพรินต์น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

 


คอลัมน์ Eco Tech : นสพ.ประชาชาติธุรกิจ