สารพัดประโยชน์ จากเกลือ

Tips & Tricks สารพันเกร็ดน่ารู้

1. ป้องกันผลไม้เปลี่ยนสี
หลายครั้งที่ปอกเปลือกแอปเปิลหรือสาลี่ทิ้งไว้ สักพักผลไม้ก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ดูไม่น่ารับประทาน แต่ถ้านำผลไม้ที่ปอกเปลือกไปแช่ในน้ำเย็นที่ผสมเกลือเล็กน้อย แล้วทิ้งไว้สักครู่ เนื้อผลไม้ก็จะไม่เปลี่ยนสีแล้ว

2. เกลือช่วยดับไฟได้
การดับไฟด้วยน้ำอาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับเตาถ่านที่ใช้ปิ้งบาร์บีคิว แต่เพียงโรยเกลือบริเวณเตาถ่านปิ้งบาร์บีคิว ไฟก็จะดับลงแล้ว เพราะเกลือจะช่วยลดออกซิเจนในอากาศที่อยู่บริเวณรอบๆ จนไฟดับ

3. ฟองน้ำคืนชีพ
เพื่อนๆ แน่ใจแล้วเหรอว่า ฟองน้ำที่ใช้ล้างจานและล้างแก้ว เพียงแค่ล้างน้ำสะอาดแล้ววางไว้ในที่แห้ง ฟองน้ำจะสะอาดแล้ว งั้นมาลองทำความสะอาดด้วยการจุ่มฟองน้ำที่ล้างสะอาดแล้วลงในน้ำเกลือ แล้วแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน ฟองน้ำก็จะฟูและสะอาดขึ้น

4. ป้องกันเชื้อราในชีส
ถ้าทิ้งชีสไว้นานอาจจะมีเชื้อรามากัดกินได้ ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเกลือ แล้วนำมาห่อชีสให้มิด ความเค็มของเกลือจะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อราเจริญเติบโตได้

5. ทำให้อาหารสุกเร็วขึ้น
เกลือสามารถช่วยให้อุณหภูมิของน้ำเดือดเพิ่มขึ้นได้ เช่น ถ้าลวกไข่ 1 ฟอง แล้วใส่เกลือลงไปด้วย จะทำให้ไข่สุกเร็วขึ้น และทำให้อาหารอื่นๆ สุกเร็วขึ้นได้ด้วย

6. แก้ปัญหากลิ่นท่อน้ำ
ท่อน้ำบ้านของเพื่อนๆ อาจมีกลิ่นเหม็นออกมารบกวน ทางที่ดีก็ให้นำเกลือผสมกับน้ำเปล่าแล้วเทลงไปในท่อ น้ำเกลือจะช่วยชำระล้างคราบสกปรกที่เกาะติดอยู่ในท่อน้ำทิ้ง ปัญหาเหล่านั้นก็จะหมดไปได้

ที่มา : แม่บ้าน

หลายคนคงจะรู้แล้วว่าการกินอาหารรสชาติเค็ม การกินเกลือ หรือการกินโซเดียม มากเกินความต้องการของร่างกายก็อาจจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ไม่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือโรคไตได้ แต่เราสามารถลดการกินเกลือ เพื่อสุขภาพได้ด้วย 5 เคล็ดลับนี้ค่ะ…

1. รับประทานผัก ผลไม้สดให้มาก แทนการรับประทานอาหารประเภทขนมขบเคี้ยว ขนมกรุบกรอบที่มีปริมาณเกลือสูง
2. รับประทานอาหารที่มีโปแตสเซียมสูง ช่วยลดผลของโซเดียมที่มีต่อความดันโลหิต  อาหารที่มีโปแตสเซียมสูง เช่น ผักใบเขียว และผลไม้
3. ปรุงอาหารโดยใช้เครื่องเทศแทนการใช้เกลือ  เช่น พริกป่น พริกไทย และระวังเกลือที่แฝงมาในเครื่องปรุงรส เช่น กะปิ น้ำปลา ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว รวมทั้งอาหารที่ใช้กระบวนการหมักเกลือ เช่น เบคอน และแฮม
4. ถ้าต้องกินอาหารแปรรูปให้เลือกอาหารแปรรูปที่ใช้เกลือน้อย โดยดูคำว่า Reduce sodium, low Sodium, very low salt, no salt added บนบรรจุภัณฑ์
5. อ่านฉลากอาหารก่อนซื้อ ดูปริมาณเกลือบนฉลาก

ที่มา : แม่บ้าน

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนการบริโภคโซเดียมในปริมาณมากเกินกว่า 2,400 มิลลิกรัม หรือมากกว่า 1 ช้อนชาต่อวัน จะทำให้มีการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำในร่างกายทำให้มีความดันโลหิตสูงขึ้นส่งผลให้ไตและหัวใจทำงานหนัก และอาจจะส่งผลในระยะยาวทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตแทรกซ้อน พร้อมแนะวิธีลดปริมาณโซเดียมในชีวิตประจำวัน

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โซเดียมเป็นส่วนประกอบของเกลือ ซึ่งเกลือ 1 กรัม จะมีโซเดียมประมาณ 400 มิลลิกรัม โดยร่างกายมีความต้องการโซเดียมประมาณ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน เกลือโซเดียม หรือเกลือแกงเป็นตัวหลักของสารที่ให้ความเค็มในเครื่องปรุงรสที่นิยมใช้ คือ น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เต้าเจี้ยว ฯลฯ และยังใช้ในการถนอมอาหารประเภทหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาร้า ปลาเค็ม เนื้อเค็ม เป็นต้น

นอกจากนี้ เกลือโซเดียมยังแฝงมากับอาหารอื่นๆ เช่น ขนมอบกรอบ ผงชูรส หากรับประทานอาหารที่เค็มจัดที่มีเกลือโซเดียม หรือเกลือแกงมากกว่า 6 กรัมต่อวัน หรือมากกว่า 1 ช้อนชาขึ้นไป จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง

ซึ่งในระยะยาวมีผลทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวขึ้น มีโอกาสเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และไตเสื่อม

ด้าน นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแต่ละวันไม่ควรบริโภคโซเดียมเกินความต้องการของร่างกาย ซึ่งถ้าได้รับมากทำให้มีการคั่งของสารน้ำในร่างกาย ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และความดันในหลอดเลือดฝอยของหน่วยกรองในไตสูงขึ้นทำให้ไตทำงานหนักขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดภาวะบวมน้ำเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น การที่ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่พอเพียงไม่มากไม่น้อยจนเกินไปจะเกิดผลดีต่อการทำงานของการควบคุมความดันโลหิต ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนที่จะตามมา

ส่วนวิธีที่จะช่วยลดปริมาณการบริโภคโซเดียมมีหลายวิธี เช่น หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารรสจัด และอาหารหมักดอง ชิมอาหารทุกครั้งก่อนเติมเครื่องปรุง เลือกบริโภคอาหารสด หรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวที่มีเครื่องปรุงรสปริมาณมาก ลดความถี่ของการบริโภคอาหารที่ต้องมีเครื่องปรุงน้ำจิ้ม และลดปริมาณน้ำจิ้มที่บริโภค ทดลองปรุงอาหารโดยใช้ปริมาณเกลือ น้ำปลา ตลอดจนเครื่องปรุงรสอื่นๆ เพียงครึ่งหนึ่งที่กำหนดไว้ในสูตรปรุงอาหาร ถ้ารสชาติไม่อร่อยจริงๆ จึงค่อยเพิ่มปริมาณของเครื่องปรุงรส ควรปลูกฝังนิสัยให้บุตรหลานรับประทานอาหารรสจืด โดยไม่เติมเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ตลอดจนซอสปรุงรสในอาหารเด็กและทารก

ที่มา : เพจ กรมการแพทย์

รู้ไหม “เกลือ” ช่วยให้ผลไม้หวานได้

Tips & Tricks สารพันเกร็ดน่ารู้

ขึ้นชื่อว่าเกลือ นึกถึงก็ต้องขยาดด้วยรสชาติความเค็ม กินเปล่าๆ คงไม่ไหว แต่รู้ไหมว่ารสเค็มๆ ของเกลือสามารถเพิ่มความหวานให้ผลไม้ได้ อีกทั้งยังช่วยลดสารพิษในผลไม้ได้

เกลือช่วยลดสารพิษ

พ่อบ้านแม่บ้านยามที่ซื้อผลไม้หรือผักมาจากตลาด หากไม่มั่นใจว่าจะมีสารตกค้างในผักหรือผลไม้หรือไม่ สามารถสร้างความมั่นใจได้โดยนำผลไม้แช่ในน้ำเกลือนานพอสมควรแล้วล้างให้สะอาดอีกครั้งหนึ่งจึงรับประทาน ผลไม้ที่รับประทานทั้งเปลือก เช่น ฝรั่งและชมพู่ ใช้วิธีการนี้ได้

เกลือช่วยให้ผลไม้รสหวาน

คุณสมศักดิ์ เดโชจิรกุล ผู้ปลูกส้มโอที่ชัยนาทบอกว่า อยากให้ส้มโอรสดีควรหว่านเกลือให้กับต้นส้มโอปีละ 1 ครั้ง ใช้เกลือที่เก่าๆ สีออกดำ ราคาไม่แพง คุณสวัสดิ์ เปาทุย ผู้ปลูกมะพร้าวที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร แนะนำว่า ผู้ที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมอยู่ไกลทะเล หากต้องการให้ติดผลดก น้ำมะพร้าวหอมหวาน หว่านเกลือเก่าๆ ให้บ้าง จะช่วยให้ต้นมะพร้าวที่ปลูก ติดผลดกและมีรสชาติหอมหวานอร่อยตามที่ต้องการ

ที่มา : ภูมิปัญญาชาวบ้าน