“หมู” เป็นอาหารหลักและยอดนิยมของคนหลายชาติทั่วโลก ขณะที่ แนวโน้มผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงให้ความสำคัญกับความสะอาด ความปลอดภัย ตลอดจนแหล่งที่มาของเนื้อสัตว์
การเลี้ยงหมูของไทยในปัจจุบันมีการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตตามหลักอาหารปลอดภัย (food safety) ได้มาตรฐานสากล  มีการจัดการโรงเรือนตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ (animal welfare) เพื่อให้สัตว์อยู่สบาย เมื่อไม่ป่วยจึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อให้ผลิตเนื้อสัตว์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากขึ้น

ในกระบวนการผลิตเนื้อหมูที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ปลอดสาร ตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภคนั้น เริ่มจากการผลิตสุกรพันธุ์ดี ที่เติบโตขึ้นท่ามกลางการจัดการฟาร์มที่ถูกสุขลักษณะ มีสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสม และการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด หมูทุกตัวต้องผ่านการตรวจ วิเคราะห์รับรองว่าปลอดโรคและปลอดสารจากห้องปฏิบัติการของบริษัท ผ่านการรับรองของกรมปศุสัตว์  

ก่อนถูกนำไปแปรรูปและตัดแต่งภายในโรงงานที่มีเทคโนโลยีการผลิตทันสมัย ได้มาตรฐานระดับโลกด้านความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) มีระบบควบคุมการตัดแต่ง เนื้อหมู และความปลอดภัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับทันที เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพผลิตภัณฑ์เนื้อหมูว่าสะอาด ปลอดสาร ปลอดภัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

นอกจากนี้ โรคแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ หรือ โรค ASF ในสุกร ที่กำลังคุกคามอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูในหลายประเทศนั้น โดยเฉพาะจีน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างเวียดนาม กัมพูชา เมียนมา และลาว สำหรับประเทศไทย จากความร่วมมือกับระหว่างรัฐ เอกชน และเกษตรกร ช่วยกันยกระดับการป้องกันโรค ASF อย่างแข็งแกร่ง จึงส่งผลให้ ไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคซีแอลเอ็มวีทีที่สามารถปกป้องโรค ASF ได้จนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม โรค ASF เป็นโรคที่ติดต่อกันเฉพาะในหมูเท่านั้น ไม่ติดต่อสู่คน และสัตว์ชนิดอื่น ขออย่าเข้าใจผิด หรือ ตื่นตระหนกเกินไป กินเนื้อหมูได้ เป็นปกติ ไม่มีอันตรายใดๆ ปลอดภัย 100% เนื้อหมูยังเป็นเนื้อสัตว์ที่อร่อยปลอดภัยมาตลอด และการปรุงสุกที่สาธารณสุขแนะนำมาตลอดก็ยังคงเป็นมาตรการที่ทุกคนพึงกระทำให้เป็นนิสัย หมูที่ปรุงสุกต้มในน้ำเดือด 20 นาที ก็ช่วยให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ทุกชนิด

“คุณภาพและความปลอดภัยของเนื้อหมู”  นอกจากจะเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตให้ความสำคัญตามความต้องการของตลาด ด้านผู้บริโภคเองควรมีความรู้ในการเลือกบริโภคอาหารให้ถูกหลักอนามัย เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับสารเคมีอันตรายที่แฝงมากับอาหารที่มาจากการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน

คำแนะนำในการเลือกซื้อเนื้อหมู ผู้บริโภคควรเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่ไว้ใจได้ จากผู้ประกอบการที่เชื่อถือได้และสามารถ ตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ซึ่งผู้บริโภคจะมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่เลือกซื้อไปปลอดสารเร่งเนื้อแดง และปลอดภัยจาก ยาปฏิชีวนะและสารตกค้างต่างๆ 

นอกจากนี้ผู้บริโภคยังสามารถสังเกตสินค้าได้จากตรารับรองจากหน่วยงานราชการ เช่น ตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์OK” ที่กรมปศุสัตว์ออกให้กับร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ได้มาตรฐานการรับรองจากกรมปศุสัตว์ นอกจากนี้ ควรปรุงเนื้อหมูให้สุกก่อนรับประทาน เพียงเท่านี้ การบริโภคเนื้อหมูจะอร่อย และปลอดภัยหายห่วง

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

หมูอบโชยุ

ส่วนผสม (สําหรับ 4 ที่)
1. ชิ้นเนื้อหมูส่วนต้นขา 500 กรัม
2. ซอสโชยุ 1.5-2 ถ้วย

วิธีทำ

1. ใส่เนื้อหมูลงไปในหม้อที่ขนาดพอดีกัน ใส่โชยุให้ท่วมทั้งชิ้น ไม่จําเป็นต้องใช้เครื่องปรุงอื่นๆ

2. ใช้ฟอยล์เป็นฝาปิด เริ่มจากไฟกลาง ถ้าโชยุเดือดให้ใช้ไฟแรงต้ม 30 นาที เมื่อสุกแล้ว หั่นเป็นชิ้นตามชอบ

•นําไข่ต้มปอกเปลือกใส่ลงในน้ำซอสโชยุของหมูย่าง ต้มไฟแรง 10 นาที จะได้ไข่ต้มโชยุ น้ำโชยุที่เหลือใส่เหยือกเก็บไว้ในตู้เย็นใช้ได้อีกหลายครั้ง ใช้กับอาหารเมนูผัดจะได้รสชาติเข้มข้น

ชะบุแบบเย็น

ส่วนผสม (สําหรับ 4 ที่)
1. สไลซ์หมูสันนอกให้เป็นชิ้นบางๆ (สําหรับชะบุชะบุ) 500 กรัม
2. หัวไชเท้า
3. ต้นหอมญี่ปุ่นหรือหอมแดง
4. ซอสโชยุรสเปรี้ยว
5. น้ำจิ้มงา
6. น้ำแข็ง

วิธีทำ

1. ต้มน้ำเต็มหม้อให้เดือด

2. ใช้ตะเกียบคีบเนื้อทีละชิ้นลงไปลวก ถ้าสีเนื้อหมูกลายเป็นสีขาวให้เอาขึ้นแช่ในน้ำเย็นที่ใส่น้ำแข็ง

3. หั่นเนื้อหมูที่แช่น้ำเย็นจัดเรียงใส่จาน บดหัวไชเท้าโปะกลางจาน ซอยต้นหอมญี่ปุ่นโรยหน้า ราดด้วยน้ำซอสโชยุผสมน้ำส้มสายชูก็เรียบร้อย

• กินกับน้ำจิ้มงาก็อร่อย

ข้าวราดแกงกะหรี่ญี่ปุ่น

ส่วนผสม (สําหรับ 4 ที่)
1. เนื้อหมู 200 กรัม (เนื้อวัวหรือเนื้อไก่ก็ได้)
2. มันฝรั่ง 2 หัว
3. หัวหอมใหญ่ 2 หัว
4. แครอท 1 หัว
5. น้ำ 6 ถ้วย
6. น้ำมัน
7. ก้อนแกงกะหรี่

วิธีทำ

1. ล้างมันฝรั่งและผัก ปอกเปลือก หั่นเป็นรูปลูกเต๋า ส่วนหมูหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคําหรือแล่บางๆ

2. ตั้งกระทะ พอน้ำมันร้อนให้ผัดหมู ผัก และมันฝรั่งให้เข้ากัน แล้วเทใส่หม้อเตรียมเคี่ยว

3. เติมน้ำในหม้อต้มจนเดือด เคี่ยวจนส่วนผสมนุ่มโดยใช้ไฟกลาง-แรง ประมาณ 20 นาที

4. ลดไฟ ใส่ก้อนแกงกะหรี่ คนให้ละลาย ปิดฝาแล้วเคี่ยวใช้ไฟอ่อน 10 นาทีจนข้น ก็พร้อมเสิร์ฟกับข้าวสวย

•ปรับสูตรและรสชาติได้ตามชอบ เช่น ใส่แอปเปิลหั่นเป็นรูปลูกเต๋า ใส่น้ำผึ้ง ใส่ช็อกโกแลตเพื่อแต่งสีน้ำแกงให้เข้มขึ้น

หมูทอดรสขิง

ส่วนผสม (สําหรับ 4 ที่)
1. เนื้อหมูสไลซ์บางๆ 500 กรัม
2. น้ำดองขิง (โชยุ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ ขิงหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ)
3. แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมัน

วิธีทำ

1. ผสมเนื้อหมูเข้ากับน้ำดองขิง ใส่แป้งมันคลุกให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 10 นาที

2. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนให้นำเนื้อหมูลงไปทอด

3. พอแน่ใจว่าสุกทั่วถึงก็จัดเสิร์ฟได้


ที่มา เคล็ดลับงานบ้าน เล่มเดียวเอาอยู่! สนพ.นานมีบุ๊คส์