วันหยุดนี้หากไม่อยากออกไปไหน มาเข้าครัวหาอะไรทำกันดีไหมคะ วันนี้เราจะชวนคุณมาทำ ‘คาราเมลคัสตาร์ด’ กันค่ะ ใช้วัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง วิธีทำก็ง่ายแสนง่าย ถ้างั้นอย่ารอช้าค่ะ ตามเราเข้าครัวมาเล้ยยย

ส่วนผสมคัสตาร์ด

  • นมข้นจืด 200 กรัม
  • นมจืด 400 กรัม
  • น้ำตาลทราย 75 กรัม
  • ไข่ไก่ 4 ฟอง
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

ส่วนผสมคาราเมล

  • น้ำเปล่า 90 กรัม
  • น้ำร้อน 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 140 กรัม

วิธีทำ

  1. เรามาเริ่มทำในส่วนของคาราเมลกันก่อนนะคะ โดยใส่น้ำเปล่าและน้ำตาลทรายลงในหม้อ ใช้ไฟอ่อนค่อยๆ ต้มจนน้ำตาลเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลเข้มขึ้น จากนั้นให้นำน้ำร้อนเทใส่ลงไปค่ะ
  2. แล้วนำซอสคาราเมลที่ได้ มาเทใส่ในถ้วยที่เตรียมไว้ ทิ้งให้เซ็ตตัวประมาณ 5 นาทีค่ะ
  3. จากนั้นนำนมจืดและนมข้นจืดมาต้มด้วยไฟอ่อนจนเริ่มเดือดเล็กน้อย
  4. เรามาทำในส่วนของคัสตาร์ดกันค่ะ นำน้ำตาลทราย ไข่ไก่ 4 ฟอง และกลิ่นวานิลลา ผสมกันในชามผสม ตีให้เข้ากัน จากนั้นนำนมที่ต้มจนเดือดแล้วค่อยๆ เทลงไปในชามผสม แล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วนำมากรองให้เนื้อเนียน
  5. เมื่อคาราเมลที่เราทิ้งไว้ เซ็ตตัวดีแล้ว ให้นำคัสตาร์ดเทลงไป ปิดด้วยกระดาษฟอยล์ เทน้ำร้อนลงไปในถาด นำไปอบที่อุณหภูมิ 135-140 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง รองด้วยถาดน้ำร้อน ประมาณ 1 ชั่วโมง พออบเสร็จแล้วพักให้เย็นสนิท จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 5 ชั่วโมงค่ะ
  6. เวลาจะนำมารับประทาน ให้คว่ำถ้วยคาราเมลคัสตาร์ดลงบนจาน แล้วค่อยๆ เขย่าให้ตัวคาราเมลคัสตาร์ดหลุดออกจากถ้วย เท่านี้ก็จะได้ลิ้มรสความหวาน นุ่มละมุนกันแล้วล่ะค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ วันหยุดนี้อย่าลืมนำไปทำทานกันดูนะคะ 🙂

‘ครัวซองต์’ ขนมอบแสนอร่อย นิยมทานคู่กับชาหรือกาแฟ มีลักษณะคล้ายพระจันทร์เสี้ยว มีขายตามร้านเบเกอรี่ทั่วไป และคนส่วนใหญ่นิยมซื้อรับประทานมากกว่าที่จะลงมือทำเอง เพราะครัวซองต์เป็นขนมที่ค่อนข้างทำยาก มีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยากซับซ้อน ทำให้มือใหม่ที่อยากลองทำครัวซองต์ต้องถอดใจกันไปเลยทีเดียว วันนี้เรามีสูตรครัวซองต์มาฝากค่ะ หากไม่ลองทำดูสักครั้งก็จะไม่รู้ว่า จริงๆ แล้วมันทำยากจริงๆ หรือเปล่า อย่าเพิ่งเชื่อที่เค้าบอกต่อๆ กันมาว่ายาก จนกว่าเราจะได้ลองลงมือทำเองค่ะ

ส่วนผสม

  • แป้งขนมปัง 350 กรัม
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • นมผง 70 กรัม
  • เนยเพสตรี้ 2 กรัม
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • ผงยีสต์ 7 กรัม
  • น้ำเย็น 200 กรัม

วิธีทำ

  • นำแป้งขนมปัง น้ำตาล นมผง เกลือ และผงยีสต์ผสมเข้าด้วยกัน คนให้เข้ากันดี จากนั้นใส่น้ำเย็น นวดให้เข้ากันจนแป้งจับกันเป็นก้อนโด
  • จากนั้นนำแป้งมารีดให้เป็นแผ่นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า นำพลาสติกใสมาห่อไว้ แล้วนำเข้าตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง
  • ให้นำแป้งโดมารีดอีกครั้งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วแบ่งเป็น 3 ส่วน นำเนยเพสตรี้วางตรงกลาง แล้วพับแป้งด้านหนึ่งให้ปิดเนยครึ่งหนึ่ง จากนั้นพับแป้งอีกด้าน แล้วเก็บริมแป้งให้สนิทสวยงาม
  • รีดแป้งตามแนวพับให้เป็นทางยาว แล้วกะประมาณให้เป็น 3 ส่วน พับเป็น 3 ทบ แล้วนำไปห่อด้วยพลาสติกใส จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 นาที
  • เมื่อพักแป้งจนครบเวลาแล้วให้นำออกมารีดเป็นแนวยาว กะขนาดที่จะพับเป็น 3 ส่วน พับแป้งเป็น 3 ทบ แล้วนำไปห่อด้วยพลาสติกใส แช่ตู้เย็นอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือข้ามคืน
  • นำแป้งออกมารีดเป็นแผ่นบาง ตัดเป็นชิ้น กว้างประมาณ 3 นิ้ว สูงประมาณ 6 นิ้ว แล้วนำมาตัดอีกครั้งเป็นเส้นทแยงมุมจะได้แป้งรูปสามเหลี่ยม
  • ตัดตรงกลางฐานของแป้งแต่ละแผ่นเล็กน้อย แล้วม้วนไปหาปลายแหลม วางทับด้านปลายไว้
  • จากนั้นนำไปเรียงใส่ถาด ทาด้วยไข่แดงให้ทั่ว นำเข้าอบด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นานประมาณ 20 นาที หรือจนกระทั่งแป้งกรอบ สีเหลืองสวย นำออกจากเตาอบ พักไว้ให้เย็น พร้อมรับประทาน

ได้สูตรขนมอร่อยๆ อย่างครัวซองต์กันไปอีก 1 สูตรแล้วนะคะ วันหยุดนี้ลองนำไปทำตามกันดู แอดเชื่อว่าไม่ยากเกินความสามารถของทุกคนหรอกค่ะ แต่ถ้าจะให้ดี ทำเสร็จแล้วแบ่งให้แอดชิมบ้างนะคะ 🙂

Gingerbread ในภาษาไทยเรียกว่า ขนมขิง หรือ ขนมปังขิง เป็นขนมอบที่มีรูปแบบหลากหลาย และมักอบรับประทานกันโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้ถึงวันคริสต์มาสแล้ว เรามีสูตรทำขนมปังขิงมาฝากค่ะ

ส่วนผสมขนมปังขิง

  • ผงขิง 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายแดง 6 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • โซดาไบคาร์บอเนต 1/2 ช้อนชา
  • ผงฟู 3/4 ช้อนชา
  • กานพลูป่น 1/4 ช้อนชา
  • อบเชยป่น 1 ช้อนชา
  • วานิลลา 1 ช้อนชา
  • เนยสด 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมสำหรับทำหน้าขนมปังขิง

  • ไข่ขาว 1 ฟอง
  • น้ำตาลไอซิ่ง 1 3/4 ถ้วย
  • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา

วิธีทำขนมปังขิง

  1. นำ ผงขิง แป้งสาลี โซดาไบคาร์บอเนต ผงฟู กานพลูป่น อบเชยป่น เกลือ และผงโกโก้ มาผสมรวมกัน ใช้ตะกร้อมือคนจนส่วนผสมเข้ากันดี พักไว้
  2. จากนั้นตีเนยสด น้ำตาลทรายแดง และไข่ไก่ให้เข้ากัน ใส่วานิลลาและน้ำตาลปี๊บลงไป แล้วตีให้เข้ากันอีกครั้ง ใส่ส่วนผสมแป้ง คนด้วยพายจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วตะล่อมเป็นก้อน ห่อด้วยพลาสติกใส แล้วนำไปแช่ตู้เย็น
  3. นำแป้งโดว์มารีดให้เป็นแผ่น วางแบบกระดาษรูปคน ใช้มีดตัดตามรอย (หรือจะใช้แม่พิมพ์ก็ได้ค่ะ) นำส่วนที่ตัดวางเรียงในถาดที่ปูด้วยกระดาษไข ยกเข้าเตาอบ อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาที เมื่อยกออกจากเตาวางขนมปังให้เย็นตัวลง ขนมปังจะแข็งขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อยแซะออกมาผึ่งต่อบนตะแกรง
  4. หลังจากนั้นจะเตรียมทำส่วนผสมสำหรับทำหน้าขนมปังกันค่ะ โดยใช้ไข่ขาวตีกับน้ำมะนาวจนขึ้นฟูเป็นโฟม แล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไป ตีให้เข้ากันดี
  5. ใส่ส่วนผสมสำหรับทำหน้าขนมปังลงไปในถุงบีบ จากนั้นนำมาบีบเป็นลวดลายต่างๆ บนขนมปังตามชอบเลยค่ะ

ได้สูตรทำขนมปังขิงกันไปแล้ว วิธีการทำก็ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ อย่าลืมนำไปลองทำตามกันดูนะคะ แล้วคริสต์มาสนี้เราจะได้มีขนมปังขิงน่ารักๆ ฝีมือเราเองไว้ทานกันค่ะ 🙂

ใกล้ปีใหม่แล้ว หลายคนคงเตรียมหาของขวัญให้ครอบครัว เพื่อน หรือบุคคลที่รัก หากนึกไม่ออกว่าจะให้อะไรดี ลองเปลี่ยนจากให้ของใช้มาเป็นของกินไหมคะ ยิ่งถ้าเป็นฝีมือเราทำเองด้วยแล้ว คนรับยิ่งประทับใจค่ะ

วันนี้เรามีสูตรเครปเค้กราดซอสสตรอว์เบอร์รี่มาบอกค่ะ วิธีทำก็ไม่ยาก เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม แล้วตามเราเข้าครัวมาเลยค่ะ

ส่วนผสมแป้งเครป

  • แป้งเค้ก 200 กรัม
  • ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 6 ฟอง
  • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
  • วิปครีม หรือนมข้นจืด 200 กรัม
  • นมสด 250 กรัม
  • น้ำตาลทราย 100 กรัม
  • น้ำมันพืช 80 กรัม
  • น้ำเปล่า 300 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • เหล้ารัม 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสมซอสสตรอว์เบอร์รี่

  • สตรอว์เบอร์รี่ 500 กรัม
  • น้ำตาลทราย 100 กรัม

ส่วนผสมวิปปิ้งครีม

  • วิปปิ้งครีม 4 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลไอซิ่ง 4-5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ในส่วนของแป้งเครป นำส่วนผสมแป้งเครปทุกอย่างมาผสมกันในอ่างผสม หรือนำไปปั่นจนแป้งไม่เป็นเม็ดและเข้ากันดี จากนั้นนำไปแช่เย็น 2 ชั่วโมง หรือข้ามคืน ควรช้อนฟองออกด้วย สำหรับแป้งเครปที่ผสมแล้ว สามารถเก็บได้ถึง 48 ชั่วโมง
  2. จากนั้นเรามาทำในส่วนของซอสสตรอว์เบอร์รี่กันค่ะ โดยนำสตรอว์เบอร์รี่ใส่ลงในกระทะ แล้วใช้ส้อมยีให้ละเอียด จากนั้นเทน้ำตาลทรายลงไป นำขึ้นตั้งไฟกลางๆ รอจนเดือดและข้น ยกลงจากเตา ถ้าอยากได้ซอสเนียนๆ ให้นำไปกรองเอากากออก แต่ถ้าอยากได้เนื้อสตรอว์เบอร์รี่ด้วยก็ไม่ต้องกรอง ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำไปแช่ตู้เย็น เตรียมไว้
  3. ต่อมาทำในส่วนของวิปปิ้งครีม โดยตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งให้ฟู เตรียมไว้
  4. ตักแป้งใส่ถ้วยตวงในปริมาณ ขนาด 1/4 ส่วน แล้วนำแป้งไปหยอดลงตรงกลางกระทะ ร่อนให้ทั่วกระทะโดยไม่ให้หนา หรือบางมากเกินไป ทิ้งไว้สัก 2-3 นาที จากนั้นใช้พายแซะขอบรอบๆ แล้วพลิกแป้ง เสร็จแล้วนำไปพักที่ตะแกรง แล้วก็ทอดชั้นต่อไปจนครบ 20 แผ่น หรือตามชอบ
  5. เสร็จแล้วนำครีมแปะจุดไว้ที่ฐานแป้งเครปก่อนเพื่อกันแป้งเลื่อน จากนั้นก็นำแป้งมาทาครีมทีละแผ่น วางซ้อนกันสลับกับทาครีมจนครบ พอวางเสร็จจนครบชั้นแล้วก็ใช้สปาตูล่าตบจากด้านบนและเก็บขอบด้านข้างให้เรียบร้อย นำไปแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง นำออกมาหั่นเป็นชิ้น แล้วราดด้วยซอสสตรอว์เบอร์รี่ พร้อมเสิร์ฟ

ได้สูตรเครปเค้กซอสสตรอว์เบอร์รี่กันไปแล้ว อย่าลืมนำไปลองทำกันดูนะคะ จะทำไว้ทานเอง ทำให้เพื่อนในเทศกาลต่างๆ หรือทำขายก็ยังได้เลยค่ะ

วันหยุดนี้ลองชวนสมาชิกในครอบครัวมาทำขนมอร่อยๆ ไว้ทานกันดีมั้ยคะ วันนี้เราจะชวนมาทำ ‘โดนัทมะพร้าวครีมมะนาว’ ค่ะ ซึ่งจะนำเอาโดนัทมาชุบครีมมะนาว แล้วนำไปคลุกกับมะพร้าวอบแห้งอีกที เป็นสูตรที่เอาความเปรี้ยวของมะนาวมาตัดความหวานของมะพร้าว รับรองว่าได้รสชาติที่อร่อยลงตัวทีเดียวค่ะ

ส่วนผสม โดนัทมะพร้าว

  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • เกลือป่นละเอียด 1 ช้อนชา
  • หัวกะทิ 100 กรัม
  • น้ำเย็นจัด 100 กรัม
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผิวมะนาวขูด 2 ช้อนชา
  • เนยเค็ม 50 กรัม
  • ครีมมะนาว
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 400 กรัม
  • แป้งขนมปัง 100 กรัม
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • นมผง 2 ช้อนโต๊ะ
  • ยีสต์ผง 10 กรัม
  • มะพร้าวอบแห้ง สำหรับคลุก
  • ผิวมะนาวขูด สำหรับโรย
  • น้ำมันพืช สำหรับทอด

ส่วนผสม ครีมมะนาว

  • น้ำตาลไอซิ่งร่อนแล้ว 150 กรัม
  • น้ำมะนาว 3+1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ขาว 2 ฟอง

วิธีทำครีมมะนาว

  1. ตีไข่ขาวด้วยหัวตีตะกร้อโดยใช้ความเร็วสูงสุดจนขึ้นฟู
  2. ค่อยๆ เติมน้ำตาลไอซิ่งทีละนิดจนหมด ตีต่อจนเข้ากันดี เติมน้ำมะนาว ตีต่อจนส่วนผสมมีลักษณะข้น

วิธีทำโดนัทมะพร้าวครีมมะนาว

  1. ร่อนแป้งสาลี แป้งขนมปัง ผงฟู และนมผงเข้าด้วยกันลงในอ่างผสม เติมยีสต์ผง คนพอเข้ากัน เทใส่ในเครื่องผสม เตรียมไว้
  2. ผสมไข่ไก่ น้ำตาลทราย เกลือป่น หัวกะทิ น้ำเย็นจัด น้ำมะนาว น้ำมันมะพร้าว และผิวมะนาวขูด คนให้เข้ากัน เทใส่ลงในส่วนผสมแป้ง ใช้หัวตีตะขอนวดด้วยความเร็วปานกลางจนเป็นก้อน
  3. จากนั้นเติมเนยสด นวดต่อจนแป้งมีลักษณะเนียนนุ่ม นำออกมาคลึงเป็นก้อนกลม ใช้แผ่นพลาสติกคลุมแป้ง พักไว้ประมาณ 5 นาที
  4. ใช้ไม้คลึงรีดแป้งให้มีความหนาประมาณ 1 ซม. ใช้พิมพ์กดโดนัทกดแป้ง วางเรียงใส่ถาด ใช้แผ่นพลาสติกคลุม พักไว้จนแป้งขึ้นฟูเป็น 2 เท่า
  5. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน นำโดนัทลงทอดจนสุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
  6. นำโดนัทชุบครีมมะนาว แล้วนำลงคลุกกับมะพร้าวอบแห้งจนทั่ว โรยผิวมะนาวขูด เป็นอันเสร็จ

ใครที่เบื่อโดนัทสูตรเดิมๆ ที่มีแต่ความหวาน ลองนำสูตรนี้ไปทำตามกันดูนะคะ เพราะโดนัทมะพร้าวครีมมะนาวจะได้ทั้งความเปรี้ยวและความหวานในคำเดียวเลยค่ะ และสุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณสูตรโดนัทอร่อยๆ จาก ‘นิตยสารแม่บ้าน’ ด้วยนะคะ

หลายคนอาจจะเคยทานมัฟฟินกันมาบ้างแล้ว แต่ที่เห็นทานกันบ่อยก็น่าจะเป็นมัฟฟินช็อกโกแลตหรือไม่ก็มัฟฟินบลูเบอร์รี่ แต่วันนี้เราจะชวนมาทำ ‘มัฟฟินเลมอน’ กันค่ะ รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ หอมกลิ่นเลมอน เอาใจคนที่ไม่ชอบทานขนมรสหวานเกินไป สูตรนี้ห้ามพลาดเลยค่ะ

ส่วนผสมมัฟฟินเลมอน

  • แป้งเค้ก 200 กรัม
  • เนยจืด (อุณหภูมิห้อง) 110 กรัม
  • น้ำตาลทราย 60 กรัม (1/2 ถ้วย)
  • ผงฟู 2 ช้อนชา
  • ไข่ไก่ (เบอร์ 2) 1 ฟอง
  • ผิวเลมอน 1 ช้อนชา
  • น้ำเลมอน 1/2 ถ้วย
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 60 กรัม

ส่วนผสมสำหรับตกแต่ง

  • เลมอนฝาน
  • น้ำตาลไอซิ่ง

วิธีทำ

  1. ใส่เนยลงอ่างผสม คนจนเนียน
  2. ตามด้วยน้ำตาลทราย คนจนส่วนผสมเนียนเข้ากัน
  3. จากนั้นใส่ไข่ไก่ตามลงไป คนผสมจนเข้ากัน
  4. ขูดผิวเลมอนลงผสม ตามด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ คนจนส่วนผสมเข้ากัน
  5. เติมน้ำเลมอนลงผสม ปรับลด-เพิ่มตามรสเปรี้ยวที่ต้องการ แล้วคนจนเข้ากัน
  6. ร่อนแป้งและผงฟูลงผสม ตะล่อมแป้งจนเข้ากัน
  7. ฝานเลมอนเป็นชิ้นบางๆ คลุกกับน้ำตาลไอซิ่งจนน้ำตาลละลาย
  8. ตักใส่พิมพ์ วางเลมอนไว้ด้านบน
  9. วอร์มเตาอบก่อน 10 นาที จากนั้นนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง ประมาณ 15 นาที และปรับลงมาที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาที เพียงเท่านี้ก็ได้มัฟฟินเลมอนอร่อยๆ ไว้ทานแล้วค่ะ

หากใครกำลังมองหาขนมอร่อยๆ ไว้ทานกับน้ำชายามบ่าย แนะนำมัฟฟินเลมอนสูตรนี้เลยค่ะ เปรี้ยวนิด หวานหน่อย จิบน้ำชาตามไป เข้ากั๊นเข้ากันค่ะ

อยู่บ้านนานๆ ก็อยากลองทำขนมดูบ้าง แต่ติดที่ว่าไม่มีเตาอบ แล้วจะมีขนมอะไรบ้างนะที่ไม่ต้องใช้เตาอบ จริงๆ แล้วมีอยู่หลายอย่างเลยค่ะ แต่ที่เราจะทำกันในวันนี้ก็คือ ‘ทีรามิสุ’ นั่นเองค่ะ สูตรนี้แม้แต่คนที่ทำขนมไม่เก่งก็ยังทำออกมาอร่อยไม่แพ้ร้านดังๆ เลยล่ะค่ะ

ส่วนผสม

  • วิปครีม 1 1/2 ถ้วย
  • ครีมชีส หรือ มาสคาโปนชีส 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายป่น 1/3 ถ้วย
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • กาแฟเอสเพรสโซ่เย็น 1 ถ้วย
  • เลดี้ฟิงเกอร์ 1 ห่อ
  • ผงโกโก้ สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

  • ใช้ตะกร้อตีไข่ตีวิปครีมจนขึ้นฟู จากนั้นพักไว้
  • ผสมครีมชีส น้ำตาล กลิ่นวานิลลา คนจนเป็นเนื้อเดียว ใส่วิปครีมที่ตีไว้แล้วใช้ไม้พายคนส่วนผสมให้เข้ากัน ต้องแน่ใจว่าปาดไม้พายตั้งแต่ก้นถ้วยจนถึงขอบถ้วยเวลาคนส่วนผสม
  • ใช้เครื่องผสมอาหารตีจนเป็นเนื้อเนียนนุ่ม
  • จุ่มเลดี้ฟิงเกอร์ลงในกาแฟ จากนั้นเรียงลงไปบนถาดทำขนม
  • ปาดครีมลงบนเลดี้ฟิงเกอร์ ทำซ้ำอีกชั้นแล้วนำไปแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือข้ามคืน
  • โรยผงโกโก้ด้านบนแล้วจัดเสิร์ฟ

เป็นยังไงกันบ้างคะ ทีรามิสุสูตรนี้ ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ อย่าลืมนำไปลองทำกันนะคะ จะได้มีขนมอร่อยๆ ไว้ทานคู่กับกาแฟค่ะ

มาการอง มีลักษณะคล้ายคุกกี้ ลักษณะเด่นของมาการองคือ ผิวด้านบนของขนมจะเรียบ ขอบรอบๆ เป็นรอยหยัก (มักจะเรียกว่า “ขา” หรือ “เท้า”) และมีฐานเรียบแบน ขนมจะนุ่มชุ่มเล็กน้อยและละลายง่ายในปาก มาการองมีหลากหลายรสชาติ ตั้งแต่รสดั้งเดิม (ราสพ์เบอร์รี, ช็อกโกแลต) ไปจนถึงรสใหม่ๆ (ฟัวกรา, ชาเขียว) ซึ่งในวันนี้เราจะมาบอกสูตรมาการองชาเขียวให้ทำกันค่ะ สำหรับใครที่อยากลองทำตาม ก็เตรียมจดสูตรแล้วตามเรามาเลยค่ะ

ส่วนผสม ฝามาการองชาเขียว

  • ผงชาเขียวมัทฉะ 4 กรัม
  • ไข่ขาว 70 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 75 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว 60 กรัม
  • อัลมอนด์บดละเอียด 75 กรัม

ส่วนผสม ไส้ชาเขียว

  • ผงชาเขียวมัทฉะ 3 กรัม
  • เนยชนิดจืด 100 กรัม
  • ไข่แดง 2 ฟอง
  • น้ำตาลทรายขาว 50 กรัม
  • น้ำเปล่า 30 มิลลิลิตร

วิธีทำมาการองชาเขียว

  1. ทำฝามาการอง โดยผสมอัลมอนด์ น้ำตาลไอซิ่ง และผงชาเขียว ให้เข้ากัน จากนั้นพักไว้
  2. ตีไข่ขาว ค่อยๆ ใส่น้ำตาล ตีต่อไปจนกลายเป็นเมอแรงก์
  3. ทยอยใส่ส่วนผสมของแห้งลงไป ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากัน คนจนส่วนผสมเริ่มเหลวเป็นลาวา
  4. นำส่วนผสมใส่ถุงบีบ บีบเป็นวงกลมเท่าๆ กัน เคาะถาดเพื่อไล่อากาศ แล้วพักไว้ประมาณ 20-30 นาที จึงค่อยนำเข้าเตาอบ
  5. อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-15 นาที
  6. เมื่ออบเสร็จนำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นสนิท

วิธีทำไส้มาการอง

  1. ใช้น้ำสะอาดและน้ำตาลทรายตั้งไฟคนให้เป็นน้ำเชื่อม และพักไว้
  2. ตีไข่แดงพอแตก ใส่น้ำเชื่อม ตีต่อไปเรื่อยๆ จึงค่อยใส่เนย ตีให้ได้ส่วนผสมเนื้อสีเหลืองเนียนสวย ใส่ผงชาเขียว ผสมให้เข้ากัน

เมื่อได้ฝามาการองและไส้เรียบร้อยแล้ว ก็นำไส้มาทาที่ฝาแล้วประกบคู่ได้เลยค่ะ ทานคู่กับชาร้อนก็เข้ากันดีนะคะ