จัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สำหรับโครงการมอบหนังสือให้แก่ห้องสมุดที่ขาดแคลนหนังสือทั่วประเทศกว่า 400 โรงเรียน ซึ่งในปีนี้ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด สานต่อกิจกรรมด้วยหัวข้อ “ชวนน้องรักษ์โลก รักษ์ชีวิต กับความพอเพียง” ผนวกกับหนังสือเสริมประสบการณ์ชีวิต พร้อมจัดการแสดงละครเวทีเรื่อง “สำนึกรักษ์ทะเล” จากน้องๆ หนูๆ โรงเรียนอนุบาลแสงโสม เพื่อกระตุ้นการรับรู้และร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 28 มกราคม 2565 ณ ชั้น 30 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

สืบเนื่องจากการสำรวจโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ พบว่า มีหนังสือประจำห้องสมุดในจำนวนที่น้อยมาก ไม่เพียงพอกับเด็กๆ ในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงเรียนในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้เข้าถึงหนังสือที่มีประโยชน์ สร้างเสริมคุณค่าการอ่าน เพิ่มพูนความรู้ และเปิดประสบการณ์ ให้แก่เด็กและเยาวชน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จึงมีความตั้งใจจัดส่งหนังสือเข้าห้องสมุดในโรงเรียนต่างๆ ที่ขาดแคลนหนังสือเป็นประจำทุกปี

สำหรับในปีนี้ นับเป็นปีที่ 13 ที่ธนาคารกรุงเทพ ได้สานต่อโครงการดีๆ เพื่อพัฒนาทักษะทางความคิดและความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยสื่อละครเวทีจากกลุ่มเด็กและเยาวชน จากโรงเรียนอนุบาลแสงโสม  พร้อมบทเพลงประกอบ จัดแสดงเป็นเวลาประมาณ 15 นาที ขณะเดียวกันยังเสริมสร้างทักษะการอ่าน และการพูด ด้วยการมอบหนังสือที่มีคุณภาพทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่จัดเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้ได้คัดสรรหนังสือหลากหลายชุดด้วยกัน

เริ่มจาก หนังสือชุดที่ 1 “Cool Days Series” ซึ่งเป็นหนังสือเด็กและเยาวชน ที่บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด จัดทำขึ้น โดยเนื้อเรื่องนำมาจากงานเขียนของ การ์เม โดลซ์ และวาดภาพประกอบโดย เอสเตอร์ เมนเดซ ซึ่ง “Cool Days Series” ประกอบด้วยหนังสือสี่สีจำนวน 5 เล่ม ที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ รอบตัว และเห็นถึงการรักษ์โลกอย่างถูกวิธี ที่ทุกคนสามารถทำได้ รวมทั้งความประทับใจในตัวของพ่อ-แม่ ผู้เป็นต้นแบบของเด็กๆ ด้วย

หนังสือชุดที่ 2 “เรียนรู้ความพอเพียง” ประกอบด้วยการ์ตูนภาพสี่สีสวยงาม จำนวน 6 เรื่อง ได้แก่ แก๊งป่วนชวนเรียนรู้ สวนจิตรลดา เล่ม 1-2, แก๊งป่วนอยู่อย่างพอเพียง, แก๊งป่วนเรียนรู้เรื่องน้ำ, แก๊งป่วนเรียนรู้เรื่องดิน, แก๊งป่วนเรียนรู้เรื่องขยะ ซึ่งหนังสือการ์ตูนชุดนี้ล้วนเป็นสื่อการสอนสำหรับเด็ก ให้เรียนรู้ถึงแนวทางพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ซึ่งหนังสือการ์ตูนชุด “เรียนรู้ความพอเพียง” ทั้ง 6 เล่ม ไม่เพียงแต่มีสาระประโยชน์เท่านั้น หากยังเต็มไปด้วยเรื่องราวชวนอ่านให้เพลิดเพลิน พร้อมทั้งตัวการ์ตูนหลากหลาย สีสันสวยงาม เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชนทุกคน เพื่อการเรียนรู้ถึงแนวทางการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

หนังสือชุดที่ 3 : ชุด “เสริมประสบการณ์ชีวิต” จำนวน 25 รายการ ประกอบด้วยหนังสือที่มีเนื้อหาที่มีความคิดริเริ่มที่ดี ที่ผู้เขียนสอดแทรกไว้ในหนังสือ มีความคิด มุ่งให้ความรู้ เห็นคุณค่าของคุณธรรมความดีงาม ความถูกต้อง และอื่นๆ ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ให้เกิดประโยชน์ และความสุข ได้ตามความเหมาะสม สำหรับหนังสือที่ผ่านการคัดสรรประมาณ 80,000 เล่ม จากบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ตามโครงการที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บริจาคหนังสือเข้าห้องสมุดโรงเรียนที่ขาดแคลนหนังสือ ในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 400 โรงเรียน

ติดตามกิจกรรมดีๆ เพื่อพัฒนาการอ่านการเขียนอย่างต่อเนื่อง ได้ที่ www.praphansarn.com หรือแฟนเพจเฟซบุ๊ก praphansarn.com

ธ.กรุงเทพ ส่งมอบความรู้สู่ 400 ร.ร. ในโครงการ “หนังสือเพื่อชีวิต และจินตนาการ”

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จัดโครงการมอบหนังสือชุดพิเศษเสริมประสบการณ์ชีวิตให้กับห้องสมุดโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 400 แห่งทั่วประเทศ รวมมูลค่า 7 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2564 ณ ห้องประชุมชั้น 30 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ (สีลม) ธนาคารกรุงเทพ ได้ร่วมมือกับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จัดทำหนังสือชุดพิเศษส่งเสริมด้านประสบการณ์ชีวิตให้แก่เด็ก ภายใต้โครงการ “หนังสือเพื่อชีวิต และจินตนาการ” มอบให้แก่ห้องสมุดตามโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการจำนวน 400 โรงเรียน รวมมูลค่า 7 ล้านบาท งานนี้ได้รับเกียรติจากนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาร่วมในพิธีมอบหนังสือครั้งนี้ โดยมีนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายอาทร เตชะธาดา กรรมการผู้จัดการ สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น มาร่วมมอบหนังสือส่งต่อให้แก่โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 400 แห่ง ผ่านระบบออนไลน์อย่าง Zoom แบบสดๆ ผ่านจอ LED ขนาดใหญ่ภายในงาน

นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ “หนังสือเพื่อชีวิต และจินตนาการ” ว่า ธนาคารกรุงเทพ ได้ร่วมกับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น มอบหนังสือคุณภาพในด้านเนื้อหา วิชาการ และการส่งเสริมจินตนาการต่างๆ ปีนี้เป็นปีที่ 12 แล้ว โดยการคัดเลือกหนังสือ ได้มีการหารือกับสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานในการคัดเลือกหนังสือที่เหมาะสม และได้กระจายหนังสือไปยังหลายพื้นที่ที่ขาดแคลน เพราะหนังสือหรือห้องสมุดยังเป็นสิ่งสำคัญในพื้นที่ห่างไกล เมื่อเห็นสายตาเด็กๆ ที่มองหนังสือ ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ ในปีนี้หนังสือที่คัดเลือกมีอยู่ 3 ชุดหลักได้แก่ นิทานสองภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ Good Habit Series เพื่อให้เด็กตื่นตัวเรื่องภาษาและปลูกฝังอุปนิสัย, หนังสือเพื่อชีวิตและจินตนาการ เรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์และการสร้างจินตนาการใหม่ๆ และหนังสือชุดบ้านเล็กในป่าใหญ่ ปลูกฝังเรื่องของคุณธรรมและหลักคิด ทั้งนี้ ใน 3 ชุดนี้มีความผสมผสานทั้งเรื่องสมัยใหม่ จินตนาการ และหลักคิดเดิม ซึ่งเชื่อว่ายังมีคุณค่าในสังคมสมัยใหม่ โดยธนาคารกรุงเทพมีความยินดีที่ได้มีส่วนในการผลักดันกิจกรรมทางสังคม แต่ความสำเร็จที่จะไปให้ถึงเป้าหมายได้นั้นเป็นเรื่องของสังคมที่ทุกคนต้องทำด้วยกัน

“ในระบบการศึกษานั้น การอ่านเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญ จึงเป็นพื้นฐานที่จำเป็นจะต้องส่งเสริม โดยกิจกรรมนี้ได้ดำเนินการมาสู่ปีที่ 12 แล้ว การคัดเลือกหนังสือยังมุ่งเน้นประเภทของหนังสือที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยสร้างสรรค์จินตนาการ เช่น วรรณกรรมคลาสสิค เพื่อเสริมสร้างนิสัยให้เยาวชนรักการอ่าน และยังสนับสนุนให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้เรียนรู้ผ่านหนังสือต่างๆ อีกด้วย”

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เสริมว่า การศึกษานอกจากจะทำให้มีชีวิตรอดแล้ว การศึกษายังต้องสร้างให้คนมีแรงบันดาลใจในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างครอบครัว สังคม และประเทศชาติ จากสถิติการอ่านของคนไทยนั้นลดลงไป ใช้การฟัง การดู จากส่วนอื่นมากขึ้น แต่ถ้าได้อ่านจะได้เห็นแนวคิด การวิเคราะห์ ซึ่งการได้รับหนังสือก็เหมือนได้ขุมทรัพย์ที่จะส่งต่อแหล่งการเรียนรู้สู่มือนักเรียนทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่าน ต่อยอดเป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่ให้ในวันนี้จะรับไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อยอดให้ใช้ได้นาน มีคุณค่ามากที่สุด และหวังว่า ในโอกาสหน้าทางโรงเรียนในสังกัดและโรงเรียนในชนบทจะได้รับโอกาสดีๆ อย่างนี้ต่อไป

นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์
นายอัมพร พินะสา
0T4A5175

“การศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นเป็นรากฐานที่สำคัญ เพื่อให้เยาวชนก้าวทันโลกและมีศักยภาพ โดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์ ซึ่งหนังสือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ นอกจากช่วยให้อ่านออกเขียนได้แล้ว ยังเสริมทักษะการคิดเพื่อใช้ชีวิตในสังคม การสนับสนุนให้นักเรียนรักการอ่าน หมั่นเรียนรู้ และศึกษาค้นคว้า จะเป็นประโยชน์แก่ตัวนักเรียน รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการเรียนรู้ผ่านการอ่านหนังสือนั้นจะช่วยเตรียมคนให้มีอาชีพ มีงานทำ เพื่ออนาคตที่ดีต่อไป” นายอัมพร ทิ้งท้าย

ทั้งนี้ การมอบหนังสือในโครงการนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 โดยปีนี้ได้เลือกหัวข้อ “หนังสือเพื่อชีวิตและจินตนาการ” จึงนับเป็นโอกาสอันดีอีกครั้งที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่านสำหรับเด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการอ่านเป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างสรรค์การเรียนรู้สู่มนุษย์ การอ่านก่อให้เกิดความเข้าใจ และสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้คนเราและสังคมมากมาย การอ่านไม่ได้มีเพียงมิติแห่งความรู้เพียงอย่างเดียว แต่การอ่านทำให้เห็นความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งเกิดปัญญาในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีสติ รวมไปถึงช่วยให้คนในสังคมเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันอีกด้วย

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ห้องประชุมชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่สีลม สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ร่วมกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดงานประกาศผลตัดสินประกวดวรรณกรรม รางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ครั้งที่ 8 ผลงานประเภท “นวนิยาย” (Fiction-Novel)

โดยรางวัลชมนาด เป็นรางวัลที่ส่งเสริมนักเขียนสตรีทั้งมืออาชีพและมือใหม่ สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ ประเภทนวนิยาย ไม่จำกัดประเภท และมีความประณีตมากพอที่จะแปลและจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเผยแพร่สู่สายตาผู้อ่านทั่วโลก

สำหรับผลการตัดสินการประกวดรางวัลชมนาด คณะกรรมการตัดสินฯมีมติร่วมกันว่า ในปีนี้ ไม่มีผลงานวรรณกรรมใดที่เหมาะสมจะได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศ จากผลงานที่ผ่านเข้ารอบตัดสิน 6 เรื่อง โดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ร่วมกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานเตรียมนำเงินรางวัลไปใช้เพื่อพัฒนาวงการนักเขียนหญิงไทยต่อไป

ดร.ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล อดีตนายกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสมาพันธ์องค์กรเพื่อพัฒนาหนังสือและการอ่าน ประกาศผลการตัดสินรางวัลชมนาดประจำปี 2562 ว่า คณะกรรมการตัดสินรางวัลชมนาดประจำปี 2562 มีมติเอกฉันท์ว่า ผลงานที่ผ่านเข้ารอบทั้ง6 เรื่องไม่มีนวนิยายเรื่องใดที่มีคุณภาพด้านวรรณศิลป์สมควรได้รับรางวัล อย่างไรก็ตาม ขอให้กำลังใจผู้ส่งผลงานทุกท่านที่มุ่งหวังจะเป็นนักเขียนให้ฝึกฝนสร้างสรรค์ผลงานต่อไป และอ่านผลงานสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพเพื่อศึกษากลวิธีทางวรรณศิลป์และพัฒนาการนำเสนอเนื้อหางานเขียนของตนเองต่อไป

“ดิฉันเป็นหนึ่งในกรรมการที่พิจารณาทั้ง6เรื่อง ในเมื่อผลการตัดสินว่าไม่มีเรื่องใดได้รับรางวัล คณะกรรมการมีความเห็นตรงกันว่า เงินรางวัลในปีนี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาวงการวรรณกรรมไทยด้วยการสนับสนุนการอ่านการเขียนผ่านการจัดโครงการค่ายอบรมเสวนาเกี่ยวกับการพัฒนางานเขียนของนักเขียนหญิงให้แก่ผู้สนใจ รวมทั้งผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดในครั้งนี้ด้วย”ดร.ถนอมวงศ์กล่าว

ขณะเดียวกัน คุณนรีภพ จิระโพธิรัตน์ บรรณาธิการอดีตนิตยสารสกุลไทย และประธานกรรมการรอบคัดเลือกรางวัลชมนาด กล่าวถึงภาพรวมของผลงานทั้งหมด 31 เรื่องที่ส่งเข้าประกวดในรอบคัดเลือก ว่า ผลงานมีหลากหลาย กรรมการสามารถแยกได้ 9 ประเภท อาทิ ชีวิตครอบครัว สังคม โหราศาสตร์ สืบสวนสอบสวน ประวัติศาสตร์ วรรณกรรมเยาวชน วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม

“ภาพรวมจาก31เรื่อง เป็นนวนิยายประมาณ 80% มีพล็อต แก่น ตัวละคร บทสนทนา บรรยาย และอีก 20% เป็นแนวสมัยใหม่ ผลงานบางส่วนใช้เทคนิคศิลปะในการดำเนินเรื่องจนขาดอรรถรส และไม่น่าติดตามเท่าที่ควร เนื่องจากนวนิยายที่ดีควรมีวรรณศิลป์หรือภาษาที่บ่งบอกถึงความคมคายของผู้เขียน จึงทำให้บางเรื่องยังไม่สมบูรณ์

“ขณะเดียวกันบางเรื่องมีการเสนอมิติตัวละครที่ดีผ่านบทสนทนา แต่การดำเนินเรื่องในตอนจบก็คลี่คลายอย่างง่ายดายหรือเฉลยเรื่องราวเสียก่อน หรือนวนิยายประวัติศาสตร์ก็ยังไม่มีความกลมกลืนหรือสมจริงเพียงพอ ทำให้ผู้อ่านไม่เชื่อในตัวละคร”ประธานกรรมการรอบคัดเลือกฯเผยและว่า

IMG_0633
IMG_0866

หลักในงานเขียนนวนิยาย มีแก่นเรื่อง พล็อตเรื่อง วรรณศิลป์ ตัวละคร และความสมจริง ผลงานบางเรื่องแก่นกระจายออกไป มีตัวละครเรื่องหนึ่งน่าสนใจ กล้านำเสนอตัวละครโดยใช้เหตุการณ์บอก เป็นเรื่องลี้ลับ ผี สยองขวัญ ตามล่าตามฆ่า แต่ใน 5-6 ตอนก่อนจบ กลับดาวน์ลงไป มาเล่าย้อนหลัง เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

“สำหรับผลงานที่เข้ารอบ 6 เล่มสุดท้าย แต่ละเรื่องมีข้อดีและมีจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าผลงานยังไม่ไปถึงจุดที่จะได้รับรางวัล อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการขอเป็นกำลังใจให้นักเขียนที่สร้างผลงานทั้ง 6 เรื่องที่เข้ารอบสุดท้าย”คุณนรีภพกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดครั้งที่ 8 ทั้งหมด 31 ท่าน สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ในการอบรมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยผู้ที่ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ก่อน และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้กับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในการประกาศผลรางวัลชมนาด คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) มอบเงินสนับสนุนโครงการอบรมนักเขียน จำนวน 100,000 บาท ให้กับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยมี คุณกนกวลี พจนปกรณ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนรับมอบ

ด้าน ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการบริหาร และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในนามธนาคารกรุงเทพฯ ร่วมสนับสนุนการประกวดรางวัลชมนาดมาหลายปี ปีนี้เป็นปีที่ 8 พบว่ามีพัฒนาการ มีความน่าสนใจเยอะขึ้นมากทีเดียว ปัจจุบันเป็นยุคที่มีการให้บทบาทและสนับสนุนสตรีมากขึ้น ขณะที่รางวัลชมนาดให้ความสำคัญกับสตรีมาก่อนหน้าที่การรับรู้ในสังคมจะแพร่หลายและเกิดเยอะขึ้น ถือเป็นเรื่องน่ายินดี

“นอกจากนี้วงการนักเขียนศิลปินมีการเปลี่ยนแปลงสูง ความสนใจของคนมีทิศทางเปลี่ยนแปลงเยอะขึ้น เพราะฉะนั้นแนวคิดของประพันธ์สาส์น ที่พยายามทำให้งานเขียนซึ่งไม่ง่าย ได้ฝังรากอยู่ในสังคมไทยและยั่งยืนอยู่ได้ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ในยุคสมัยใหม่คนเสพสื่อเร็วขึ้น ความพิถีพิถันความละเอียดอ่อนในการรังสรรค์งานต่างๆ เป็น

เรื่องที่เราทุกคนควรทำให้เกิดขึ้น ขอแสดงความยินดีกับสำนักงานพิมพ์ประพันธ์สาส์นที่เดินทางมาครบปีที่ 8 ธนาคารกรุงเทพฯยินดีที่ได้สนับสนุนงานของประพันธ์สาส์น เรามีความภูมิใจที่ทำให้รากเหง้าของความเป็นไทย ความพิถีพิถันในงานเขียนได้รังสรรค์และเกิดขึ้นสืบต่อไป”ดร.ทวีลาภ กล่าว

ทั้งนี้ ในการประกาศผลรางวัลชมนาด มีการจัดเวทีเสวนา “ชมนาดสั่งสมประสบการณ์ : ก้าวไกลสู่ผู้อ่านใหม่ในต่างเเดน” ที่กล่าวถึงการนำวรรณกรรมไทยไปเผยเเพร่ในต่างประเทศ โดยทางสำนักพิมพ์ประพันธ์สาสน์ มีการจัดโรดโชว์นำผลงานไปจัดเเสดงในต่างเเดนทุกปี ซึ่งเเรกเริ่มเป็นการไปกับพวกพ้องเหล่าสำนักพิมพ์ต่างๆ ทุกวันนี้สิ่งที่สำนักพิมพ์ต้องทำคือการเข้าไปหาผู้อ่านว่าต้องการอะไร เเต่ยังคงมีอุปสรรคในการเเปลภาษา ซึ่งจะต้องมีทักษะใช้ภาษาขั้นดีเลิศ ทั้งผู้เขียนเเละผู้เเปล อีกทั้งการหาคนเเปลที่มีทักษะตรงใจกับนักเขียนนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะคนเขียนกับคนเเปลจะต้องสื่อถึงกัน ชื่นชอบวรรณกรรมนั้นเป็นทุนเดิม ก็จะทำให้เข้าใจบริบท อารมณ์เเละนัยยะที่ซ่อนอยู่ จึงจะทำงานไปด้วยกันอย่างราบรื่นเเละมีความสุขทุกฝ่ายทั้งผู้เขียน ผู้เเปลเเละกองบรรณาธิการ

รวมถึงการเปิดเวทีรางวัลชมนาด ส่งเสริมเเละพัฒนางานเขียนสตรีไทยกับเสวนาประเด็นที่กำลังกับประเด็นที่ถูกกล่าวถึงในวงการวรรณกรรมอย่าง “รางวัลวรรณกรรมขึ้นอยู่กับผลงานหรือกรรมการ” นำโดยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ กนกวลี พจนปกรณ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เเละดร.ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล

โดยระบุว่า รางวัลวรรณกรรมขึ้นอยู่กับทั้งสองอย่าง เพราะผลงานเป็นเสรีภาพในการจินตนาการพอเข้ามาก็ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์เป็นสิ่งที่ต้องเคารพ  แต่เมื่อพิจารณาทั้ง 2 ส่วนประกอบกันแล้ว  เนื้อหาดีแต่ใช้รูปแบบในการนำเสนอที่มีข้อด้อย ข้อเด่นต่างกัน จึงยังไม่มีผลงานที่ถึงมาตรฐานของรางวัลที่เราอยากจะให้เป็น

นอกจากนี้ ผลงานจะต้องเเตะหัวใจ อารมณ์โดนใจคนอ่านด้วย บางเรื่องเเตะหัวใจเเต่วรรณศิลป์ไม่มี ต้องพิจารณาทั้งรูปแบบ เนื้อหา เเละกลวิธีนำเสนอ ต้องงดงามเสมอกัน สำหรับปีนี้ผลงานส่วนใหญ่ยังขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงต้องตัดสินโดยยึดหลักการเเละมาตรฐานเป็นหลัก ขณะเดียวกัน ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญมากในวรรณกรรมยุคดิจิทัล เล่มไหนได้รับรางวัลเราก็หวังว่าจะมีคนอ่านไปอีกหลายปี รวมถึงการได้เป็นวรรณกรรมตัวอย่างด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการประกวดรางวัลชมนาดครั้งต่อไป จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ดร.พิสุทธิ เลิศวิไล กรรมการบริหาร สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เปิดเผยว่า จะมีการเพิ่มเงินรางวัลจาก 70,000 บาท เป็น 100,000 บาท สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้เงินรางวัล 30,000 บาท โดยผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563

IMG_0394

มันน่าทึ่งมาก ที่ครอบครัวหนึ่งจะเลี้ยงลูกๆทั้ง3คนของพวกเขา ให้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยระดับเวิลด์คลาส อย่างสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ได้

คำถามในใจของพ่อแม่หลายๆคนคือ เขาเคี่ยวเข็ญลูกๆยังไงให้เรียนเก่ง จนสอบเข้ามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้?

แต่แค่ตั้งคำถามก็ผิดแล้ว เชื่อหรือไม่ว่าเบื้องหลังความสำเร็จด้านการศึกษา พวกเขาไม่เคยเคี่ยวเข็ญ บังคับ ดุ และตีลูกๆเลย ตรงกันข้ามเขาปลูกฝังความคิด ความรัก แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกๆทุกๆวัน จนกลายเป็นความคิดและพัฒนาการเชิงบวก จากเด็กเล็ก เด็กโต สู่วัยรุ่น วัยเรียน และวัยทำงาน

คุณแม่ยอดอึด หญิงแกร่ง ที่ใจดีโคตร ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือ แอกเนส ชาน ไอดอลเกาะฮ่องกง คนดังในยุค 70 กระแสแอกเนส ชาน ดังไกลถึงเมืองไทย เธอกลายเป็นไอดอลขวัญใจวัยรุ่นไทยยุคเบบี้บูมเมอร์ เป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆพากันฮิตจับกีตาร์เล่นเพลงโฟล์คซอง

ความโด่งดังของเธอ ทำให้ค่ายใหญ่อย่างชอว์บราเดอร์ส ชวนไปเล่นภาพยนตร์คู่กับเดวิด เจียง และตี้หลุง

นอกจากจะเป็นซุปตาร์แล้ว แอกเนส ชาน ยังมุ่งศึกษาด้านจิตวิทยาเด็กและด้านการศึกษา  เธอจบปริญญาตรี ด้านจิตวิทยาเด็ก ที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต ประเทศแคนนาดา และปริญญาเอก คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา เท่ากับครอบครัวของเธอเรียนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดถึง 4 คน อีกทั้งเธอยังมุ่งมั่นทำงานอาสาช่วยเหลือเด็กยากไร้ในหลายประเทศจนได้รับเชิญให้เป็นทูตสันถวไมตรีขององค์การยูนิเซฟ (UNICEF)ด้วย

แอกเนส ชาน ใช้ความรู้ที่สั่งสมมาเรื่อยๆ บวกกับสัญชาตญาณของตัวเอง และสิ่งพี่พ่อแม่สอนมา กลั่นออกมาเป็นวิธีการสอนแบบแอกเนส มาเลี้ยงดูลูกๆของเธอด้วยความรัก ความตั้งใจและความเอาใจใส่ ที่เธอบอกว่าท้าทายและสนุกในทุกๆวัน

เส้นทางชีวิตของเธอมาถึงจุดนี้ได้ยังไง เป็นจุดที่ต้องยกนิ้วให้กับหญิงเก่งและแกร่งคนนี้ กลายเป็นที่มาของหนังสือดีๆน่าอ่าน2เล่ม ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เล่มแรก อัตชีวประวัติ แอกเนส ชาน และเล่มที่สอง 50วิธีสอนลูกทั้งสามเข้าเรียนสแตนฟอร์ด

แอกเนส ชาน และอาเธอร์ ลูกชายคนโตของเธอ บินตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เพื่อแถลงเปิดตัวหนังสือ2เล่มนี้ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562 ที่มติชนอคาเดมี การบินมาเมืองไทยของเธอครั้งนี้ ถือโอกาสมีตติ้งกับแฟนคลับชาวไทย ร่วมกันย้อนวันวาน“แอกเนส ชาน ยอดรัก”เป็นชื่อที่ติ่งชาวไทยใช้เรียกเธอ

เนื้อหาในหนังสือ “อัตชีวประวัติ แอกเนส ชาน” ไม่ใช่แค่บอกเล่าความสำเร็จของเธอ แต่ได้บอกเล่าถึงปัญหาอุปสรรคที่มักยิ่งใหญ่กว่าความสำเร็จเสมอ กว่าจะมาถึงจุดนี้ซุปเปอร์สตาร์คนดังต้องฟันฝ่าอุปสรรคอะไรบ้าง และผ่านความยากลำบากมาได้อย่างไร

เมื่อตอนคลอดลูกชายคนโต แอกเนส ชาน พาลูกไปทำงานด้วย ในปี 1987 เกิดประเด็น “ข้อวิพากษ์แอกเนส”หรือ“ข้อวิพากษ์เหม่ยหลิง”ขึ้น โดย เหม่ยหลิง เป็นอีกชื่อหนึ่งของเธอ ครั้งนั้นเธอถูกนักข่าวถ่ายรูปขณะพาลูกชายที่ยังแบเบาะมาทำงานอัดรายการโทรทัศน์ด้วย ในตอนนั้นญี่ปุ่นถือว่าการเอาลูกไปเลี้ยงที่ทำงาน เป็นสิ่งผิดประเพณีอย่างแรง คนญี่ปุ่นประณามเธอว่าผู้หญิงคนนี้ทำตัวไม่เหมาะสม

เธอต้องอดทนกับคำประณามและการต่อว่าอย่างหนักนานกว่า2ปี จนกระทั่งรัฐสภาเอาเรื่องนี้ไปอภิปรายและเป็นข่าวไปทั่วโลก จนมีการออกกฎหมายว่าผู้หญิงสามารถเอาลูกไปเลี้ยงที่ทำงานได้

แต่ท่ามกลางมรสุมชีวิต ก็มีเรื่องดีๆผ่านเข้ามาในชีวิต เมื่อนิตยสารไทม์ หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นตีพิมพ์ และไปเข้าตา ดร.ไมรา สโตรเบอร์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จนแอกเนส ชานได้รับเชิญให้เข้าพบ เธอได้รับคำแนะนำให้เข้าศึกษาต่อ ปริญญาโท และทำวิจัยวิเคราะห์มุมมองด้านเศรษฐศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรมจาก”ข้อวิพากษ์แอกเนส” จนกระทั่งสอบเอนทรานซ์เข้าเรียน และเรียนต่อจนจบปริญญาเอกคณะศึกษาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

อีกเล่มที่ เหล่าแม่ๆและครอบครัวที่มีลูกวัยเรียนหรือวัยก่อนเข้าเรียนควรอ่าน คือ หนังสือ“50 วิธีสอนลูกทั้งสามเข้าเรียนสแตนฟอร์ด” แม้ว่าแอกเนส ชาน ไม่ได้มีเป้าหมายเลี้ยงลูกเพราะอยากให้เข้าเรียนที่สแตนฟอร์ด แต่มันกลายเป็นผลลัพธ์ของการเลี้ยงลูกทั้ง3คนของเธอ การสอนลูกให้เป็นคนใฝ่เรียน รักการเรียนรู้ และนำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างประสบความสำเร็จ สอนให้เป็นคนดี มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเอง รู้ว่าตัวเรามีดีแต่ก็ต้องยอมรับและเข้าใจในจุดด้อยของตัวเอง แล้วเราจะเข้าใจคนอื่น มีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่

เคล็ดลับบางข้อ ที่แอกเนส ยกตัวอย่างในการแถลงข่าว คือ พ่อแม่ต้องไม่เปรียบเทียบลูกกับคนอื่น แต่ต้องมอบความรัก มอบหัวใจให้กับลูก100% ต้องทำให้เขารู้ว่าเรารักเขา เราให้เกียรติเขา รักในความเป็นเขา ในตัวตนของเขา เขาก็จะรักตัวเอง มีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น

ไม่ตีและไม่เคยดุลูก เพราะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง สิ่งที่ถูกต้องคือ พูดคุยกันด้วยเหตุผล ให้เข้าใจอะไรคือสิ่งที่ทำผิด พยายามพูดคุยไม่ให้เขาทำสิ่งนี้อีก พ่อแม่หลายคนที่ตีลูก ลูกจะเจ็บปวด ลูกจะกลัวและบอกว่าผมขอโทษๆ แต่เป็นการขอโทษจากใจจริงหรือเปล่า หลายๆครั้งเขาทำสิ่งนั้นอีก รวมทั้งเขาจะคิดว่าทำสิ่งนี้ได้เมื่อแม่ไม่อยู่ จะไม่โดนตี

แอกเนส เล่าว่า เธอเคยเปิดอกคุยกับอาเธอร์นานถึง 8 ชั่วโมง จากสาเหตุโกหกแม่ เขาทำข้อสอบได้ 70 คะแนนจาก 100 คะแนน แล้วแอบไว้ในกระเป๋า พอถามก็บอกว่ายังไม่ได้ข้อสอบกลับมา เมื่อทราบเรื่องมีการถามกัน เขาบอกว่าไม่อยากให้แม่ผิดหวังที่ได้คะแนนน้อย ทำให้เธอต้องกลับมาคิดทบทวนและรู้ตัวว่าเธอได้ทำอะไรผิดไปแล้ว เธอเคยบอกเป็นนัยกับลูกว่าฉันจะมีความสุขถ้าลูกได้คะแนนดี ทำให้อาเธอร์เชื่อว่าเธอจะผิดหวังถ้าได้คะแนนไม่สูง ซึ่งไม่จริง ไม่ว่าจะได้คะแนนน้อยหรือมากแค่ไหน เธอก็ยังรัก จะไม่ได้รักมากขึ้นถ้าได้100คะแนนเต็ม หรือรักน้อยลงถ้าได้0คะแนน ไม่ว่าลูกจะทำอะไรมันเป็นสิ่งที่รับได้เสมอ ขอให้บอก และมาแก้ปัญหาร่วมกัน จึงเป็นที่มาของการเปิดอกคุยกันของแม่ลูกแบบมาราธอน

อยากรู้เคล็ดลับสอนลูกเจ๋งๆมีอะไรบ้าง โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ต้องทำงานไปด้วยและเลี้ยงลูกไปด้วย แอกเนส ชาน ได้บอกใบ้ผ่านหนังสือ“50 วิธีสอนลูกทั้งสามเข้าเรียนสแตนฟอร์ด”ไว้อย่างน่าสนใจ

หนังสือทั้ง2เล่ม กลั่นออกมาจากทุกช่วงชีวิตของไอดอลคนดัง แอกเนส ชาน จากนักร้อง นักแสดง นักพูด สู่นักเขียน ขอบอกว่าอ่านเพลินจนวางไม่ลง และยังได้ทั้งข้อคิด แนวทางดีๆ ในการใช้ชีวิตและการสอนลูกให้เติบโตเป็นคนดีที่มีคุณภาพด้วย

วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไป และที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 47 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 28 มี.ค.-7เม.ย.62นี้