สลัดได มีลักษณะลำต้นคล้ายกระบองเพชร เป็นพันธุ์ไม้ประดับอีกชนิดหนึ่ง ที่เป็นพืชสมุนไพรรักษาโรคได้ พืชชนิดนี้ถ้าจะนำมาใช้จะต้องมีความระมัดระวังให้มาก เพราะสลัดได ส่วนที่เป็นลำต้น กิ่งก้าน ดอก จะมียาง และยางนี้จะมีพิษค่อนข้างรุนแรง แต่ถ้าใช้อย่างถูกวิธี ก็จะให้ประโยชน์

สลัดได (ภาพจาก : คลังสมุนไพร.com)
ลักษณะดอกของสลัดได

สลัดไดมีถิ่นกำเนิดในเอเชีย เขตร้อน พบมากตามก้อนหินริมเขา และพื้นที่ร้อนชื้น

ลำต้น คล้ายกระบองเพชร แต่มีความอวบมากกว่า สูง 2-3 เมตร ผิวเรียบ ลักษณะเป็นเหลี่ยม ลำต้นกิ่งอวบน้ำมี 3-6 เหลี่ยม แตกใบเป็นกิ่งก้าน มีหนามทั่วทั้งลำต้น ปกคลุมตามข้อต่อใบ ภายในมียางสีขาว เป็นพิษ

ใบ ใบเดี่ยว ใบอ่อนมีสีเขียวอ่อน ใบแก่มีสีเขียวแก่ เรียงสลับ ขนาดเล็ก รูปไข่กลับ ปลายใบกลม หลุดร่วงง่าย ลักษณะใบอวบเขียว มีหนามระหว่างข้อใบเป็นรูปไข่เหลี่ยมจนมองได้เป็นสามเหลี่ยม เรียงสลับ

ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆ ดอกย่อยขนาดเล็ก ลักษณะเป็นดอกเดียว แต่อยู่รวมกันบริเวณตาหนาม ใบประดับสีเหลือง ดอกตัวผู้และตัวเมียไม่มีกลีบดอก

ผล เป็นผลแห้ง แตกได้ ขนาดเล็ก ลักษณะรียาวเหมือนไข่ เมื่อแตกจะแยกเป็น 3 พู

สรรพคุณทางยาของสลัดได

  • แก่น มีรสขม มีกลิ่นหอม สามารถแก้ไข้ บำรุงหัวใจ
  • ยาง ยางจากต้น มีพิษ หากถูกผิวหนังจะระคายเคือง สามารถใช้กัดหูด แต่ต้องลดความเป็นพิษด้วยการ “ประสะ” โดยนึ่งยางให้สุก แล้วตากให้แห้ง ใช้เป็นยาถ่ายอย่างแรง ปรุงเป็นยาถ่าย ถ่ายพิษเสมหะและโลหิต ถ่ายหัวริดสีดวงลำไส้และริดสีดวงทวารหนัก ขับโลหิตเน่าร้าย สารที่พบในสลัดได มี 3-O-angeloylingenol ซึ่งเป็นสารร่วมก่อมะเร็ง จึงต้องมีความระมัดระวังในการใช้

แม้สลัดไดจะมีสรรพคุณทางยาที่สามารถรักษาโรคได้ แต่ในการนำไปใช้ก็ต้องมีความระมัดระวังให้มาก มิฉะนั้นจะกลายเป็นให้โทษได้นะคะ