เมื่อเข้าหน้าฝน เป็นธรรมดาที่จะเกิดความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ ฤดูกาลที่มีความชื้นสูง อีกทั้งยังเดินทางลำบาก เสี่ยงต่อการเจ็บไข้ได้ป่วย ร่างกายต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา การดูแลตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องเริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัว อย่างอาหารการกิน นำไปสู่การประยุกต์ภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรมอาหารให้สอดคล้องกับธรรมชาติ อาหารในฤดูฝนจึงต้องเป็นอาหารที่ช่วยรักษาสมดุลของธาตุ สร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย บำรุงร่างกายเพื่อรับมือกับโรคภัยที่อาจจะมากับฤดูกาล

@MEDICINAL FOOD  “กินอาหาร ให้เป็นยา” ของดีภูมิปัญญาท้องถิ่น  

หลังสะสมประสบการณ์เรียนรู้ เดินทางลงพื้นที่ตามภูมิภาคต่างๆของประเทศไทย  “เชฟแบล็ก – ภานุภน บุลสุวรรณ” เจ้าของร้าน Blackitch Artisan Kitchen จังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหารในหลากหลายมุมมอง ผ่านประวัติศาสตร์ความเป็นมา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประกอบกับความสนใจพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องเล่าของอาหารที่ได้รับรู้

โดยเชฟแบล็ก ได้ศึกษาความรู้เพิ่มเติมในเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อจะได้สามารถเข้าใจ ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเป็นเหตุและผล และอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยร่วมมือกับโครงการเพื่อสังคม “เซ็นทรัล ทำ” ที่มุ่งสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่สังคมอย่างยั่งยืน

เขาบอกว่า อาหารที่นำเสนอในทุกๆ จานจะอยู่บนพื้นฐานของธรรมชาติ และเป็นไปตามฤดูกาลซึ่งการกินตามฤดูกาลนั้นนอกจากจะได้วัตถุดิบที่ดีที่สุดแล้ว ยังดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคที่สุดด้วย โดยวัตถุดิบตามฤดูกาล ก็ต้องผ่านกระบวนการปรุงที่ถูกต้อง เหมาะสม มีรสชาติ และองค์ประกอบที่ส่งเสริมรสชาติ และประโยชน์ซึ่งกันและกัน

“ตั้งใจเสิร์ฟอาหารเป็นเซ็ต โดยอาหารทุกจานใช้วัตถุดิบจากประเทศไทย 100% บ้างก็มาจากเครือข่ายเกษตรอินทรีย์กลุ่มต่าง ผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ กลุ่มชาวประมงชายฝั่งแบบปลอดฟอร์มาลีน ซึ่งอาหารในสำรับจะจัดสำรับละ 1 ท่าน โดยใน 1 สำรับจะประกอบด้วยอาหารที่ถูกคิดขึ้นมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ไม่ใช่เฉพาะจากประเทศไทย หรือชุมชนใดชุมชนหนึ่งเท่านั้น แต่จะนำเอาความรู้จากภูมิปัญหาจากหลายๆ แหล่งมาประกอบกัน นำมาตีความเป็นอาหารในแบบของตัวเอง”

@ เปิดสำรับอาหารฤดูฝน สดใหม่ อร่อยได้สุขภาพ

 

  1. หลนแหนมเห็ด – ผลิตภัณฑ์จาก รัตติกาล เห็ดแปรรูป จังหวัดเพชรบูรณ์ นำมาปรุงเป็นเมนูหลนที่ใช้กะทิเป็นส่วนประกอบ กะทิมีคุณสมบัติในการเพิ่มเมตาโบลิซึมในเลือดช่วยในการเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ดี หากรับประทานในมื้อเช้าหรือมื้อกลางวัน เพราะร่างกายมีเวลาย่อยทั้งวัน
  2. ผัดฟักทอง และ ยอดฟักแม้ว – ผลิตภัณฑ์จากเกษตรอินทรีย์กลุ่มแม่ทาออแกนิค จังหวัดเชียงใหม่ ฟักทอง ช่วยบำรุงเลือด บำรุงหัวใจ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
  3. พล่าหมูย่างคะน้าฮ่องกง – จากสหกรณ์ผลิตผักน้ำดุกใต้ จังหวัดเพชรบูรณ์ และเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่ เมนูนี้เหมาะกับหน้าฝนมาก เพราะในพล่าใส่ตะไคร้เยอะ ช่วยขับเหงื่อ ขับลม ซึ่งทำให้ไม่มีอาการร้อนใน ปรับอุณหภูมิร่างกายให้เย็นสบาย ขับของเสียออกจากรูขุมขน และในคะน้ามีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันอาการเป็นหวัดในฤดูกาลนี้
  4. ม้าฮ่อสับปะรด – ผลิตภัณฑ์สับปะรดจากวิสาหกิจชุมชน ผู้ปลูกสับปะรดบ้านสุรศักดิ์ จังหวัดชลบุรี คุณสมบัติที่ดีของสับปะรด นอกจากมีกากใยมาก แล้วยังช่วยขับเสมหะได้ดี นำมาเสิร์ฟกับไส้ม้าฮ่อเรียกน้ำย่อยได้ดี
  5. เมี่ยงคำใบชะพลู – ผลิตภัณฑ์จากแม่ทาออแกนิก จังหวัดเชียงใหม่ ใบชะพลูช่วยขับเสมหะได้ดี และยังทำให้เจริญอาหาร เมื่อทานคู่กับเครื่องเคียง
  6. ปลาอินทรีย์น้ำปลาหวาน – ปลาอินทรีย์จากประมงชายฝั่ง จังหวัดชุมพร ปลาอินทรีย์มีโปรตีนสูง และมีโอเมก้า 3 สูง
  7. ข้าวสังข์หยด จังหวัดพัทลุง – เป็นข้าวที่ย่อยง่าย ทำให้ระบบขับถ่ายดี ลำไส้ไม่ทำงานหนัก
  8. เค้กมะพร้าวน้ำหอม ซอสกาแฟอาราบิกา และแครกเกอร์มะพร้าวคั่ว – นำมะพร้าวน้ำหอม จากจังหวัดสมุทรสาคร มาทำเป็นเค้กมะพร้าวเนื้อบางเบา เสิร์ฟกับซอสรสเข้มข้นจากกาแฟภูชี้เดือน จังหวัดเชียงราย และแครกเกอร์จากข้าวและมะพร้าวคั่ว ขนมจากน้ำมะพร้าวที่มีฤทธิ์เย็นช่วยดับร้อน และช่วยลดความเป็นกรดในกาแฟลง ทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากกาแฟได้โดยตรง