บางครั้งเวลารับประทานอาหารพื้นบ้านหรืออาหารพื้นถิ่น มักจะเห็นผักแปลกๆ ที่นำมาปรุงเป็นอาหาร หรือบางครั้งก็เป็นส่วนประกอบในอาหารจานนั้นๆ เช่น ใส่เพิ่มรสชาติ  ใส่เพื่อความนัว หรือบางคราวก็ทำเป็นผักจิ้มน้ำพริก เป็นเครื่องเคียง  โดยเฉพาะแถบภาคอิสานมีผักพื้นบ้านที่สามารถนำมาทำอาหาร เป็นผักหลากหลายชนิดมาก บางชื่อไม่เคยได้ยินมาก่อน ขณะที่บางชื่อก็เคยได้ยิน แต่ไม่เคยเห็นต้น หรือไม่รู้ว่ากินได้ ครั้งนี้มีชื่อผักแปลกมาให้รู้จักกัน ทุกชื่อล้วนสามารถนำมาทำเป็นอาหารได้ทั้งสิ้น ดูสิว่าชื่อเหล่านี้รู้จักกันหรือไม่?

ภาพจาก : คลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด
ภาพจาก : hkm.hrdi.or.th
ภาพจาก : YouTube โดย สาวอีสานบ้านทุ่ง
ภาพจาก : samunpai2525.blogspot.com
ภาพจาก : ไทยเกษตรศาสตร์

ผักหอมแย้ เป็นชื่อเรียกทางภาคเหนือ มีชื่อเรียกอื่นๆ อีก อาทิ ยำแย้ ลำแย้ อีแงะ ภาคอีสานเรียก “ผักสะแงะ” แถบจังหวัดระยองก็มีเช่นเดียวกันแต่กลับเรียกว่า “ผักชีไร่” อยู่ในตระกูลผักชี เป็นผักที่มีกลิ่นหอมฉุน ยอดอ่อน ใบ ต้น นำไปรับประทานได้ นิยมปลูกเป็นผักสวนครัวในบ้าน หอมแย้เป็นไม้ล้มลุกคล้ายผักชี แต่ใบหนากว่าผักชี ขอบใบหยักเว้าลึกกว่า เมื่อนำแต่ละส่วนมาขยี้จะมีกลิ่นคล้ายขึ้นฉ่าย คนอีสานกินยอดอ่อนเป็นผักสดกับน้ำพริก หรือนำมาซอยใส่ในลาบ แกงหน่อไม้ หรือแกงอ่อมปลา อ่อมกบ แกงแค แกงหวาย  ส่วนทางใต้กินเป็นผักเหนาะกับขนมจีนน้ำยา หรือแกงที่มีรสจัด  เมล็ดแห้งยังสามารถนำไปใส่อาหารเพื่อดับกลิ่นคาวได้อีกด้วย  อาหารที่นิยมใช้หอมแย้เป็นส่วนประกอบ คือแกงหน่อไม้สด เสร็จแล้วยังใช้ใบหอมแย้ตกแต่งให้สวยงาม

ดอกนางลาว หรือดอกนางแลว  มาจากต้นลีลาว พืชท้องถิ่นภาคเหนือ ชาวเหนือนิยมปลูกต้นลีลาวไว้ในบริเวณบ้าน ใกล้ๆ รั้วหรือริมบ่อน้ำ ใช้เป็นไม้ประดับได้สวยงาม  ดอกนางลาวจะออกดอกเพียงปีละหนึ่งครั้งในช่วงฤดูหนาว ส่วนอาหารที่ทำจากดอกนางลาวก็เป็นอาหารที่บ่งบอกถึงความเป็นอยู่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ช่อดอกนางลาวยังนำไปประกอบอาหาร หรือกินเป็นผักสดจิ้มกับน้ำพริก จะมีรสขมเล็กน้อย แต่เมื่อนำไปแกงจะมีรสหวานอมขม นิยมใส่ในแกงแค แกงใส่หน่อหวาย แกงกินกับถั่วฝักยาว หรือจะแกงเพียงดอกนางลาวกับปลาแห้ง ใส่ในแกงหน่อไม้ก็อร่อยไม่แพ้กัน เลือกดอกกำลังตูมหรือกำลังแย้มบานไปลวกหรือต้มเป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือนำไปชุปแป้งทอด จะรับประทานสดก็ได้

อีรอก เป็นผักพื้นเมืองทางภาคอีสาน มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เมื่อฝนตกจะแทงกิ่งก้านขึ้นจากดิน พอถึงฤดูหนาวจะเก็บลำต้นฝังตัวอยู่ใต้ดินรอฝนในปีต่อไป การเก็บผักอีรอกจะเก็บลำต้น ลำดอกยาวประมาณ 12-15 นิ้ว ต้องเป็นลำอ่อนอวบจึงจะกินได้ ถ้าแก่ไปจะกินไม่อร่อย อีรอกเป็นผักที่อ่อนนุ่มดูดซับรสชาติอาหารได้ดี ให้นำดอกที่ลำอ่อนอวบมาแกง เนื่องจากเป็นผักที่โดนแล้วคัน การลอกเปลือกถ้าไม่ชำนาญเวลานำมาแกงจะคัน ถ้าให้แน่ใจให้นำไปต้มกับน้ำมะขามหรือใบมะขามให้เดือด แต่รสชาติอาจจืดลงหมดความหวาน เมื่อลอกออกมาแล้ว ลำผักอีรอกจะคล้ายๆ กับก้านสายบัว การแกงอีรอกต้องแกงอย่างข้น น้ำขลุกขลิกเท่านั้น นิยมนำมาแกงปลาย่าง แกงอ่อม และแกงส้ม

ผักภูมิ ผักพื้นบ้านปักษ์ใต้ แถบจังหวัดชุมพรเรียก “ผักหวานใบแหลม” หรือหมากหมก ผักภูมิสามง่าม เพราะมีกิ่งแตกออกเป็นชั้นๆละ 3 กิ่ง กิ่งละ 3-6 ใบ เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กพบตามป่าดิบ ป่าชื้นและป่าโปร่ง กิ่งก้านแผ่ออกจากลำต้นเป็นทรงพุ่ม ใบยาวรีปลายแหลมเป็นมันลื่น ขอบหยักเล็กน้อย ในช่วงหน้าฝนจะแตกยอดอ่อนดี มีรสหวานมันเหมือนกับใบเหลียง นำไปทำอาหาร เช่น ต้มกะทิ ผัดน้ำมัน ผัดกับไข่ ใส่แกงเลียง ต้มกินกับน้ำพริกกะปิ ลวกจิ้มน้ำพริก ผลอ่อนนำมาเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก เหมือด (เครื่องกินกับขนมจีน) กินกับแกงต่างๆ ผักภูมิยังมีสรรพคุณทางยา ใช้แก่นต้มรับประทานน้ำ เป็นยาแก้ปวดตามข้อ รากต้มรับประทานน้ำเป็นยาเย็นแก้พิษร้อนใน แก้น้ำดีพิการ และแก้ปวดมดลูก ผลสุกก็สามารถรับประทานได้ โดยนำมาต้มให้สุกและรับประทานเนื้อข้างใน

ผักลิ้นปี่ บางคนบอกว่าไม่ใช่ผัก แต่เป็นวัชพืชชนิดหนึ่งหรือเป็นพืชคลุมดิน ที่ลาวเรียกผักลิ้นปี่ คนภาคกลางเรียกต้นหูปลาช่อนหรือหางปลาช่อน เพราะลักษณะของใบคล้ายกับครีบหูของปลาช่อน แต่ไม่ใช่หูปลาช่อนไม้ประดับ ต้นคล้ายกอหญ้ามีขนอ่อนปกคลุมบริเวณก้านใบและผิวใบด้านบน ดอกกะจิดริดเป็นช่ออยู่ส่วนบนของต้น สีม่วงอมแดงขึ้นตามคันนา ยอดอ่อนและใบอ่อนเอามาจิ้มลาบปลาดุกอร่อยที่หนึ่ง จิ้มบรรดาน้ำพริกทั้งหลาย เช่น ป่นปลาร้า แจ่วบอง ให้รสชาติฝาดที่ไปกันได้ดี นิยมกินสดๆ ที่คนอีสานเรียกว่า จิ้มดิบ นอกจากนี้ยังนำมาทำอาหารประเภทแกงส้มได้อร่อยอีกด้วย นอกจากนี้ ยังใช้ในทางการแพทย์พื้นบ้าน นิยมใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคหลายประการ ได้แก่ ใช้ลำต้นตำให้แหลกคั้นน้ำดื่มเป็นยาแก้เจ็บคอ รักษาโรคบิดและท้องร่วง ใช้ทั้งต้นตำให้แหลกพอกหัวฝีและใช้ทาแก้อาการผื่นคัน

รู้จักชื่อและเห็นหน้าตากันแล้ว พร้อมกับเห็นถึงคุณประโยชน์มากมายจากผักพื้นบ้านเหล่านี้ หากมีโอกาสไปเดินตลาดวันไหน ลองมองๆ ดูในจำพวกผักพื้นบ้านที่วางขายอยู่ อาจจะได้สักอย่างสองอย่างติดมือกลับบ้าน ลองนำมาปรุงทำอาหาร คราวนี้ได้ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน และดีต่อสุขภาพร่างกาย