วรศักดิ์ มหัทธโนบล นักวิชาการจีนศึกษา เคยอธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า “…คำว่า อิ้วจาก๊วย นี้เพี้ยนมาจากคำว่า อิ้วจาไขว่ หรือที่จีนกลางออกเสียงว่า โหยวจ้าฮุ่ย อันเป็นตำนานที่มาของขนมชนิดนี้…ตำนานนี้เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ (ค.ศ. 1127-1279) เวลานั้นมีขุนนางผู้หนึ่งมีชื่อว่า ฉินฮุ่ย (ค.ศ. 1090-1155) เป็นขุนนางกังฉิน ขึ้นชื่อในความโฉดชั่วที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน…เป็นคนขายชาติจีนให้แก่พวกชนชาติจิน (หรือ กิม ในคำจีนแต้จิ๋ว) ให้ร้ายป้ายสีขุนนางตงฉิน ฉ้อราษฎร์บังหลวง…

โดยขุนนางที่ถูกความโฉดชั่วของฉินฮุ่ยกระทำจนถึงแก่ชีวิตก็คือ เยว่เฟย หรือที่คนไทยรู้จักในเสียงจีนแต้จิ๋วว่า งักฮุย เป็นขุนศึกผู้ซื่อสัตย์ต่อราชบัลลังก์และรักชาติ โดยเมื่อพวกจินยกทัพมารุกรานจีนนั้น เยว่เฟยและบุตรชายซึ่งเป็นนายกองก็กรีธาทัพเข้าโรมรันต่อกรจนได้รับชัยชนะ

แต่เนื่องจากฉินฮุ่ยได้รับผลประโยชน์จากการรุกรานของพวกจิน เขาจึงใส่ร้ายป้ายสีเยว่เฟยต่อองค์จักรพรรดิซึ่งพระองค์ทรงเชื่อตามนั้น จึงทรงเรียกตัวเยว่เฟยกลับมายังพระนครโดยไม่ต้องไปรบกับศัตรูอีก ครั้นพอกลับมาถึงก็ถูกฉินฮุ่ยจับกุมคุมขัง หลังจากนั้นจึงฆ่าทั้งสองพ่อลูกเสีย…

…สมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644) ในราชวงศ์นี้มีการสร้างศาลเจ้าเยว่เฟยขึ้นที่เมืองหางโจว เพื่อให้ชาวจีนได้สักการะในฐานะขุนศึกผู้รักชาติและซื่อสัตย์สุจริต โดยเบื้องหน้ารูปเคารพของเยว่เฟยจะมีรูปของฉินฮุ่ยกับภรรยาที่หล่อด้วยเหล็กนั่งในท่าคุกเข่าเยี่ยงผู้กระทำผิด เมื่อชาวจีนมาเคารพเยว่เฟยเสร็จก็จะหันมาถ่มน้ำลายใส่ฉินฮุ่ยกับภรรยาด้วยความเคียดแค้นเหยียดหยาม

กล่าวกันว่า หลังจากนั้นจึงมีการทำขนมโหยวจ้าฮุ่ยขึ้น โดยคำว่าฮุ่ยก็คือฉินฮุ่ยนั่นเอง ขนมนี้ทำด้วยแป้งตัดเป็นแนวยาวแล้วนำมาประกบติดกัน เพื่อแทนสองสามีภรรยาในท่าที่ผูกติดกัน จากนั้นนำไปทอดจนออกมาเป็นขนมโหยวจ้าฮุ่ย หรือโหยวจ้ากั่ว หรืออิ้วจาก๊วย…”

ปัจจุบันที่ประเทศจีน คนส่วนใหญ่มักจะเรียก ปาท่องโก๋ อย่างย่อๆ ตามรูปทรงขนมที่เป็นเส้นทอดด้วยน้ำมันว่า “โหยวเถียว” ที่แปลตรงตัวว่า เส้นน้ำมัน ซึ่งปาท่องโก๋จีนมีความยาวกว่าปาท่องโก๋ที่ไทยประมาณ 1 เท่าตัว เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ขณะที่ปาท่องโก๋ไทยจะกรอบนอกนุ่มใน

ส่วนที่เรียกกันว่า ปาท่องโก๋ ในไทยทุกวันนี้ วรศักดิ์ มหัทธโนบล อธิบายว่า “ปาท่องโก๋เป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำจีนกวางตุ้งที่ออกว่า ปากถ่องโก๊ว จีนกลางออกว่า ไป๋ถังกาว (baitanggao) คำว่า ปา แปลว่า ขาว สีขาว คำว่า ท่อง แปลว่า น้ำตาล และ โก๋ แปลว่า ขนมแป้งข้าวเจ้า เมื่อรวมกันเป็นคำว่า ปาท่องโก๋ จะแปลตรงตัวได้ว่า ขนมน้ำตาลขาว กล่าวกันว่า ขนมชนิดนี้เป็นของคนจีนกวางตุ้ง มีหน้าตาเป็นรูปสี่เหลี่ยม เนื้อคล้ายขนมถ้วยฟู”

สรุปได้ว่า “ปาท่องโก๋” ตัวจริง-ทำจากแป้งข้าวเจ้า, น้ำตาลทรายขาว, น้ำ และทำให้สุกด้วยการนึ่ง ส่วนตัวปลอม-ทำจากแป้งสาลี, เกลือปริมาณเล็กน้อย, น้ำ และทำให้สุกด้วยการทอด ทั้งสองจึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ส่วนทำไมเรียกสับสนกันนั้น ยังหาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้!!

______________________________

ส่วนคนที่อยากเรียนทำ ปาท่องโก๋ สูตรอร่อย มติชนอคาเดมี เปิดสอนวันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค.2566 ราคา 2,999 บาท