เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้จับมือกับเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network : RUN ) ดำเนินโครงการ “การศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เหมาะสม เพื่อยกระดับงานไปรษณีย์ไทยแบบครบวงจร” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในธุรกิจขนส่ง ให้มีศักยภาพในการรองรับปริมาณงานธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และพื้นที่อีอีซี รวมไปถึงมีความพร้อมในการให้บริการ ผ่านกระบวนการวิจัยปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินงานไปรษณีย์ในมิติต่าง ๆ การแลกเปลี่ยนการใช้ทรัพยากร และการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีสู่ภาคบริการ ฯลฯ

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า การร่วมมือกันครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ ตลอดจนผู้บริหารและบุคลากรของบริษัทไปรษณีย์ไทย ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยให้บริการมากว่า 35 ปี ระบบการให้บริการ ระบบการทำงานต่าง ๆ ก็ถ่ายทอดสืบเนื่องของเดิมมา ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ RUN จะได้ใช้ความรู้ทางวิชาการเข้ามาช่วยวิจัยและศึกษาว่า ไปรษณีย์ไทยจะสามารถเพิ่มศักยภาพในการทำงานในด้านใดได้บ้าง

“เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะไปรษณีย์ไทยมีประสบการณ์จากของจริงที่ทำงานมา เมื่อนำมาผนวกกับการวิจัยในเชิงวิชาการที่มีระบบ ทั้ง 2 สิ่งนี้น่าจะช่วยให้การทำงานของไปรษณีย์ไทยมีศักยภาพที่ดีขึ้น ซึ่งเมื่อศักยภาพดีขึ้นแล้ว ก็เชื่อว่า การให้บริการ ความพึงพอใจของลูกค้าก็จะตามมา โดยไปรษณีย์ไทยจะมีหน้าที่หลักอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ การให้บริการกับประชาชนทั่วไป อีกภารกิจที่สำคัญคือ เราจำเป็นต้องประกอบธุรกิจเพื่อให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ เพราะฉะนั้น เชื่อว่าประสบการณ์ในการทำงานจริงกับวิชาการจะช่วยให้การร่วมมือครั้งนี้ประสบความสำเร็จ และช่วยเพิ่มมาตรฐานในการให้บริการของไปรษณีย์ไทย ให้ปลอดภัย เพื่อให้ประชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น” นางสมรกล่าว

ศ.นพ.ดร.มงคล เตชะกำพุ ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อกาววิจัย กล่าวว่า เครือข่ายพันธมิตรมมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย หรือ RUN เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของ 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ม.ธรรมศาสตร์, ม.มหิดล, ม.เกษตรศาสตร์, ม.ขอนแก่น, ม.เชียงใหม่, ม.นเรศวร และ ม.สงขลานครินทร์ ซึ่งมีความตั้งใจว่าจะทำการวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ดังนั้น การลงนามการร่วมมือครั้งนี้จะเป็นความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ซึ่งได้ ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ ผู้อำนวยการวิทยาลัยโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน โดยมีมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นผู้ดูแล

“สำหรับการที่จะพัฒนากิจการของไปรษณีย์ไทยเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการที่จะทำให้ประเทศไทยนั้นมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ศ.นพ.ดร.มงคลกล่าว

สำหรับกรอบความร่วมมือในครั้งนี้สรุปแล้วมี 5 ประเด็น คือ

1.เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของ ปณท ในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ ปณท สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสามารถแข่งขันกับผู้แข่งขันได้ในระยะยาว

2. เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบการปฏิบัติงานของบุคลากร เพื่อให้สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ และการเติบโตของปริมาณงาน

3.เพื่อศึกษาวิจัยในการนำเทคโนโลยี เครื่องจักรกล อุปกรณ์ที่ทันสมัยมาให้ในการทำงานในระบบโลจิสติกส์ของ ปณท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ ปณท

4.เพื่อศึกษาและคาดการณ์งบประมาณและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับการทำงานต่าง ๆ และ 5.เพื่อศึกษาวิจัยความคุ้มค่าในการลงทุนและผลประโยชน์ที่ได้รับในการทำกิจกรรมทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ