นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากสำนักศิลปากรที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างการดำเนินงานขุดแต่งโบราณสถานโคกแจง ตำบลทุ่งน้อย อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ตามการจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเร่งด่วนปี 2563 ซึ่งได้ว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด โบราณนุรักษ์ โดยมีนายศุภชัย นวการพิศุทธิ์ เป็นนักโบราณคดีประจำการขุดแต่งโบราณสถานดังกล่าว โดยเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563

ผลการขุดศึกษา พบว่าโบราณสถานโคกแจงเป็นศาสนสถานสมัยทวารวดี ก่อด้วยอิฐ ขนาดความกว้างด้านละประมาณ 7.20 เมตร มีบันไดกึ่งกลางด้านทั้ง 4 ด้าน และเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ระหว่างการขุดค้น ปรากฏว่าพบแผ่นดินเผาทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 26.2 เซนติเมตร หนาประมาณ 1.2 เซนติเมตร วางอยู่ในตำแหน่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือภายในพื้นที่กรอบอิฐ แผ่นดินเผาทรงกลมนี้ พบว่ามีการขีดช่องตารางคล้ายกับดวงฤกษ์ โดยมีลักษณะการขีดออกเป็นแฉกจากแกนกลาง แบ่งเป็น 12 ช่อง และขีดเส้นวงกลมซ้อนชั้นจากแกนกลางออกมาเป็นระยะ เกิดเส้นซ้อนทับกันเป็นช่องตารางย่อย

ในแต่ละช่องตารางย่อยพบตัวอักษรจารกำกับอยู่เกือบทุกช่อง นอกจากนี้ ยังพบการจารตัวอักษรที่ริมขอบแผ่นดินเผาอีกด้วย สำหรับรูปอักษรที่ปรากฏมีลักษณะคล้ายกับกลุ่มอักษรหลังปัลลวะ จัดเป็นโบราณสถานที่มีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับโบราณสถานอื่น

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่าได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ประกอบด้วย นางสาวพิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ นักอักษรศาสตร์ทรงคุณวุฒิ (ภาษา เอกสาร และหนังสือ) นายเทิม มีเต็ม ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาตะวันออก (ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมศิลปากร) และนางศิวพร เฉลิมศรี นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ พิจารณาเบื้องต้นจากรูปอักษรบางตัวที่ปรากฏ และมีความเห็นว่ารูปอักษรดังกล่าว เป็นอักษรหลังปัลลวะ กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 14

อย่างไรก็ตาม การอ่านแปลและวิเคราะห์สาระในจารึก จำเป็นต้องพิจารณาจากอักษรที่มีทั้งหมด ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ภายหลังจากโบราณวัตถุได้รับการอนุรักษ์ให้มีความแข็งแรงแล้ว ปัจจุบันโบราณวัตถุชิ้นดังกล่าว ได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์ให้มีความแข็งแรง ก่อนจะนำสู่กระบวนการศึกษาวิเคราะห์ด้านจารึก และการศึกษาวิเคราะห์ด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

บรรยากาศที่ดีของร้านอาหารย่อมส่งเสริมให้การรับประทานมื้อนั้นๆ มีชีวิตชีวาไม่น้อย

วันหยุดสบายๆ เพื่อนรุ่นน้องชักชวนกันขับรถกินลมชมวิว จากกรุงเทพฯไปเที่ยวนครปฐม เราเลือกแวะรับประทานมื้อเที่ยงกันที่ร้าน Pomelo Cafe ร้านอาหารและเครื่องดื่มในสวนส้มโอ บรรยากาศท้องร่องสวนส้มโอแท้ๆ สุดแสนจะธรรมชาติ

ร้านตั้งอยู่ที่ตำบลดอนแฝก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ขายอาหารธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพราะวัตถุดิบส่วนมากปลูกเองในสวนไร้สารพิษ หลายอย่างเป็นสินค้าออร์แกนิคที่อุดหนุนชุมชนด้วยกัน

จานแนะนำของที่ร้าน คือ ยำส้มโอโพเมโล่ 149 บาท ผัดไทยกุ้งสด 70 บาท ข้าวคลุกกะปิ 70 บาท ข้าวผัดกะเพราหมู/ไก่ จานละ 50 บาท ทะเล 60 บาท เพิ่มไข่ 10 บาท ใครชอบสเต๊ก ก็มีให้เลือกหลากหลาย ราคา 69-199 บาท

สำหรับยำส้มโอโพเมโล่ คือ ยำส้มโอน้ำพริกเผา น้ำยำเป็นสูตรโบราณ ทำจากน้ำพริกเผา มะขามเปียก น้ำตาลปึก มะพร้าวเผาขูด กะทิ คลุกกับส้มโอรสจัดจ้านผลผลิตสดๆ จากสวน เสิร์ฟจัดจานสวยงาม กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ส่วนผัดไทยกุ้งสด ใช้เส้นจันท์ธรรมดา แต่ด้วยเทคนิคการผัด ทำให้ผัดไทยพิเศษขึ้นด้วยสัมผัสเส้นที่นุ่ม หนึบ

คุณติ๋ม-อภัสรา แก่นจันทร์ เจ้าของร้าน บอกว่า เดิมทำสวนส้มโอเป็นหลัก แต่มาระยะหลังคนงานไม่มี ต้นทุนการทำสวนสูงขึ้น แต่เนื่องจากเรียนจบอาชีวะด้านคหกรรม จึงหันมาเปิดร้านอาหารและเครื่องดื่ม กับสามี คุณธนู แก่นจันทร์ เปิดร้านมาได้ 2 ปี 8 เดือนแล้ว มีลูกค้าทั้งคนพื้นที่และนักท่องเที่ยว คนจะมาแน่นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

“ที่ร้านมีทั้งส่วนอาหารและส่วนขายเครื่องดื่ม อาหารส่วนมากเป็นแบบไทยๆ ใช้วัตถุดิบที่ปลูกเอง เช่น กะเพราปลูกเอง ข้าวใช้ข้าวไรซ์เบอรี่ที่ขายในชุมชน เราจะเน้นวัตถุดิบที่ดี เครื่องดื่มอย่างน้ำผลไม้ปั่นก็จะใช้ผลไม้ตามฤดูกาล เช่น มะนาวเยอะก็มีน้ำมะนาวปั่น มะม่วงออกก็ทำมะม่วงปั่น หรือขนุนปั่น จะอาศัยของในสวนตัวเองเยอะหน่อย”

คุณติ๋ม-อภัสรา

สำหรับเครื่องดื่มมีสารพัดชา กาแฟ น้ำผลไม้ปั่นตามฤดูกาล ที่เด็ดขาดใครกินก็ติดใจ คือ มะพร้าวนมสดปั่น 50 บาท เบเกอรี่ก็ไม่แพงมาก ราคาชิ้นละ 45-70 บาท เท่านั้น ใครชอบขนมไทยสั่งได้ห่อละ 10 บาท ใครชอบกินส้มโอก็มีวางจำหน่ายผลสดๆ จากในสวน

ที่ร้านบรรยากาศสบายๆ เป็นที่พักผ่อนของครอบครัว ทุกเพศทุกวัย เด็กๆ สามารถเดินชมสวนส้มโอ มีเรือให้พายฟรี เป็นที่สนุกสนาน

สำหรับคนทำงานในเมืองที่เคร่งเครียด แนะนำให้หลบหนีความจำเจ เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งในสวนดูบ้าง ขับรถไม่ไกลมาก ราคาอาหารน่ารักๆ ท่ามกลางบรรยากาศแสนจะร่มรื่น หาซื้อไม่ได้ในกรุงเทพฯแน่นอน


จากคอลัมน์ เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน นสพ.มติชน