ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) ได้รับความไว้วางใจจากกรมการพัฒนาชุมชน ให้นำหลักสูตรความรู้และเสริมสร้างทักษะทางการเงินในโครงการ “ตังค์โต Know-how” ถ่ายทอดผ่านระบบออนไลน์ สู่บุคลากรศูนย์จัดการกองทุนชุมชน ภายใต้สำนักพัฒนาทุนและองค์กรการเงินชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กว่า 100 คน จาก 18 จังหวัด

เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพศูนย์จัดการกองทุนชุมชนสู่การเป็นต้นแบบ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการหนี้   พร้อมการสร้างความตระหนักในการปรับพฤติกรรมทางการเงิน การมีวินัยการออม และการเพิ่มศักยภาพในตนเองเพื่อเพิ่มรายได้สู่ชุมชน โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัด  เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอ คณะกรรมการศูนย์จัดการกองทุนชุมชน และเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาทุนและองค์กรการเงินชุมชน (ส่วนกลาง) จำนวนทั้งสิ้น 114 คน จาก 18 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่  แพร่ พะเยา พิษณุโลกชัยนาท  เพชรบูรณ์ เลย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สระแก้ว นครนายก ระยอง สมุทรปราการ กาญจนบุรี ตรัง นราธิวาส

อนึ่งโครงการ “ตังค์โต Know-how ดำเนินการตามพันธกิจของธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ในการส่งเสริมให้ทุกคนมีความรู้และวินัยทางการเงิน ภายใต้ปรัชญา  Everyone Matters” “ใครไม่เห็น เราเห็น”

 #ตังค์โค #ตังค์โตknowhow #ไทยเครดิต #ThaiCredit #EveryoneMatters #ใครไม่เห็นเราเห็น

ฮีโร่ในความคิดของคุณเป็นเช่นไร ต้องมีพลังวิเศษกอบกู้โลกใช่หรือไม่ แต่สำหรับเยาวชนบุตรหลานพ่อค้าแม่ค้า ที่ชนะการประกวดเรียงความ ชิงทุนการศึกษาจำนวนรวมกว่า 1,000,000 บาท ในโครงการ “คิดเพื่อน้อง บ่มเพาะลูกไม้ใต้ต้น” ปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “ฮีโร่ของฉันอยู่ในตลาด” ซึ่งจัดโดย ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) ฮีโร่ของพวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา เป็นพ่อแม่หรือยายที่ทำงานหนัก เพียงต้องการให้คนในครอบครัว และเด็กๆ เหล่านี้ได้มีการศึกษาที่ดี มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งได้มีพิธีประกาศและมอบรางวัลทุนการศึกษา ให้แก่ผู้ชนะตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาถึงอุดมศึกษาทั่วประเทศ ณ ธนาคารไทยเครดิตฯ สำนักงานใหญ่ ถ.รัชดาภิเษก

วิญญู ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ธนาคารไทยเครดิตฯ เข้าใจถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อค้าแม่ค้า ที่ต้องทำงานหนักเพื่อหารายได้มาจุนเจือในครอบครัว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของลูกๆ จากเรียงความกว่า 900 เรื่อง ที่ส่งเข้ามาประกวดในโครงการ “คิดเพื่อน้อง บ่มเพาะลูกไม้ใต้ต้น” ชิงทุนการศึกษา โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “ฮีโร่ของฉันอยู่ในตลาด” ได้สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ต้องดิ้นรน เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น มีหลายปัญหาที่ใครไม่เห็น แต่เราเห็น ตอกย้ำจุดยืนของธนาคาร ภายใต้แนวคิด “ทุกคนคือคนสำคัญ” จึงอยากมีส่วนร่วมในการแบ่งเบาภาระหลัก และสนับสนุนด้านทุนการศึกษา โดยมีความเชื่อว่า การศึกษาที่ดีจะเป็นพื้นฐานการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่ธนาคารฯมุ่งมั่นสนับสนุนลูกค้าให้สามารถเติบโตทางธุรกิจและมีคุณภาพชีวิตที่ดี”

ด้าน มร.รอย ออกุสตินัส กุนารา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ธนาคารมอบรางวัลให้แก่เยาวชนโดยให้คุณค่าและชื่นชมเด็กนักเรียน นักศึกษาที่ช่วยเหลือพ่อแม่ทำงานในขณะที่ต้องตั้งใจเล่าเรียนหนังสือด้วย โดยต้องเสียสละเวลาของตัวเองและมีความกล้าหาญ เป็นกำลังเสริมให้กับพ่อแม่ในยามพ่อแม่ลำบาก และรู้คุณค่าของอาชีพบิดามารดา  โครงการนี้เป็นการปลูกฝังค่านิยมให้เยาวชนเห็นความสำคัญของการศึกษาและเห็นคุณค่าของความพากเพียร อดทน และภาคภูมิใจต่อผู้มีพระคุณที่มีอาชีพค้าขาย”

ส่วนหนึ่งของเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการประกวดเรียงความในโครงการฯ จากจำนวนกว่า 900 เรื่องที่ถูกส่งเข้ามา โดย ด.ญ.วิปัรศยา แก้วเพชร อายุ 9 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดหนองใหญ่ เผยถึงคุณแม่ซึ่งเป็นฮีโร่ว่า “คุณแม่คือฮีโร่ในใจของหนูค่ะ เพราะคุณแม่ช่วยเหลือหนูทุกอย่าง หนูจึงมองว่า ฮีโร่ที่แท้จริง จะต้องช่วยเหลือผู้อื่น ครั้งหนึ่งหนูเคยตื่นนอนตี 3 เพื่อไปซื้อของเข้าร้านกับคุณแม่  จึงทำให้รู้ว่างานที่คุณแม่ทำอยู่เหนื่อยมาก หนูจึงพยายามตั้งใจเรียน เพื่อที่โตขึ้นจะได้ทำงานที่มีรายได้ดี มีเงิน มีรถขับไว้ขนของและพาแม่ไปส่งที่ร้านค่ะ”

ด.ญ.พุทธชาด ศิลปานนท์ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี เผยว่า “ฮีโร่ในความคิดจะต้องเป็นคนเก่ง อดทน และมีความพยายาม ซึ่งคุณแม่มีคุณสมบัติตามนี้ทั้งหมด คุณแม่เป็นแม่ค้าเขียงหมู ที่ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว เพราะคุณพ่อล้มป่วยนอนติดเตียง ทำให้ทุกวันหลังเลิกเรียนหนูจะเป็นแม่ค้าเต็มตัว ทำให้อนาคตหนูอยากเป็นผู้บริหารในธุรกิจส่งออกเนื้อสัตว์ไปขายต่างประเทศ เพราะปัจจุบัน คุณแม่เริ่มทำอยู่ และคุณแม่จะสอนหนูเสมอว่าต้องมีความพยายาม มีวินัย และอดทน ซึ่งเป็นสิ่งที่หนูปฎิบัติตาม”

น.ส.ธัญญาลักษณ์ โกมาร อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่มีคุณพ่อและคุณแม่เป็นฮีโร่ทั้งคู่ เผยว่า “หนูภูมิใจค่ะที่มีคุณพ่อคุณแม่เป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดและเป็นฮีโร่ของหนู เพราะทั้งคู่เป็นผู้เสียสละ เป็นผู้นำที่เป็นแบบอย่าง และช่วยเหลือเราตลอด คุณพ่อคุณแม่ยังมีใจรักในการบริการ แม้ว่าบางวันขายดี บางวันขายไม่ดีบ้าง แต่ก็ไม่เคยท้อกับอุปสรรค แต่ยังทำหน้าที่และยืนหยัดต่ออาชีพที่รักเพื่อปากท้องของทุกคนในครอบครัว จึงเป็นภาพที่หนูซึมซับมาตั้งแต่เด็ก”

จะเห็นได้ว่าฮีโร่ในที่นี้อาจไม่ได้มีพลังวิเศษ แต่เป็นเพียงคนธรรมดาที่มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ เป็นฮีโร่ในสายตาของลูกหลานพวกเขาเอง ที่พร้อมจะทำสิ่งดีๆ เพื่อช่วยเหลือให้คนในครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แม้ว่าความตั้งใจนี้จะไม่มีใครเห็น แต่สำหรับไทยเครดิตแล้ว ใครไม่เห็น เราเห็น ทุกคนคือคนสำคัญ Everyone Matters