อาการปวดท้อง เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะทรมานแล้ว ยังเป็นสัญญาณเตือนที่บอกว่ากำลังมีความผิดปกติบางอย่างเกี่ยวกับอวัยวะในช่องท้อง นอกจากนี้ตำแหน่งที่ปวดยังบอกได้ถึงโรคและการรักษาที่แตกต่างกันด้วย มาดูกันค่ะว่า ปวดท้องตำแหน่งไหนบอกโรคอะไรได้บ้าง?

จากบทความของ แพทย์หญิงวรวรรณ บุญรักษา อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ได้ให้รายละเอียดไว้ดังนี้

1. ตำแหน่งชายโครงขวา เป็นจุดของตับและถุงน้ำดี หากกดแล้วเจอก้อนแข็งๆ ประกอบกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ก็จะหมายถึง ความบกพร่องเกี่ยวกับตับหรือถุงน้ำดี หากปวดมาก แนะนำควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด

2. ตำแหน่งใต้ลิ้นปี่ หรือกลางตัว บริเวณตรงซี่โครงซี่ล่างสุด (กลางตัว) หมายถึง กระเพาะอาหาร ตับอ่อน ตับและกระดูกลิ้นปี่

  • หากปวดเป็นประจำเวลาหิวหรืออิ่ม อาจเกี่ยวกับโรคกระเพาะ
  • หากปวดรุนแรงร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน อาจเป็นอาการตับอ่อนอักเสบ
  • หากคลำเจอก้อนเนื้อค่อนข้างแข็งและมีขนาดใหญ่ อาจเป็นอาการตับโต ควรรีบปรึกษาแพทย์
  • คลำได้ก้อนสามเหลี่ยมแบนเล็กๆ อาจเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกลิ้นปี่ ควรปรึกษาแพทย์

3. ตำแหน่งชายโครงซ้าย เป็นตำแหน่งของม้าม แนะนำปรึกษาแพทย์ทันที

4. ตำแหน่งบั้นเอวขวา โดยมากจะพบกันบ่อยในผู้หญิง ตำแหน่งนี้คือ ท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่

  • อาการปวดมาก หมายถึง ลำไส้ใหญ่อักเสบ
  • อาการปวดร้าวถึงต้นขา เป็นอาการเริ่มต้นของนิ่วในท่อไต
  • อาการปวดร่วมกับปวดหลัง มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่น เป็นอาการของกรวยไตอักเสบ
  • หากคลำเจอก้อนเนื้อ แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด

5. ตำแหน่งรอบสะดือ เป็นตำแหน่งลำไส้เล็ก พบในคนที่มักท้องเดิน หากกดแล้วปวดมาก คืออาการของโรคไส้ติ่งอักเสบ แต่ถ้าปวดแบบมีลมในท้องด้วย อาจแค่กระเพาะ ลำไส้ทำงานผิดปกติ

6. ตำแหน่งบั้นเอวซ้าย เป็นตำแหน่ง ท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่ (เหมือนข้อ 4)

7. ตำแหน่งท้องน้อยขวา เป็นตำแหน่ง ไส้ติ่ง ท่อไตและปีกมดลูก

  • หากปวดเกร็งเป็นระยะๆ แล้วร้าวมาที่ต้นขา หมายถึง กรวยไตผิดปกติ
  • ปวดเสียดตลอดเวลา กดแล้วเจ็บมาก เป็นอาการของไส้ติ่งอักเสบ
  • ปวดร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น มีตกขาว เป็นอาการปีกมดลูกอักเสบ
  • คลำแล้วเจอก้อนเนื้อ เบื้องต้นอาจเป็นก้อนไส้ติ่งหรือรังไข่ผิดปกติ

8. ตำแหน่งท้องน้อย เป็นตำแหน่งกระเพาะปัสสาวะและมดลูก หากปวดเวลาถ่ายปัสสาวะหรือถ่ายกระปริบกระปรอย เป็นอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ (แต่เป็นกันน้อย)

9. ตำแหน่งท้องน้อยซ้าย เป็นตำแหน่งปีกมดลูกและท่อไต

  • ปวดเกร็งเป็นระยะและร้าวมาที่ต้นขา เป็นอาการโรคนิ่วในท่อไต
  • ปวดร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ตกขาว เป็นอาการโรคมดลูกอักเสบ
  • ปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระผิดปกติ เป็นอาการโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ
  • คลำพบก้อนร่วมกับอาการท้องผูกเป็นประจำ เป็นอาการโรคเนื้องอกในลำไส้

ได้ทราบกันไปแล้วนะคะ ว่าปวดท้องตำแหน่งไหนหมายถึงโรคอะไร อย่าปล่อยให้เป็นเยอะแล้วค่อยไปหาหมอ ทางที่ดีควรดูแลตนเองดีๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการป่วยต่างๆ เกี่ยวกับอวัยวะในช่องท้องจะดีที่สุดค่ะ